LOGINเหมียวโวยวายไรไม่รู้หลังจากนั้น เธอบอกจะออกไปแดกเหล้า แต่กูก็ไม่ใยดี
กูเข้าไปในห้อง ปิดประตู ขังตัวเองไว้กับลูกของมันแค่สองคน
กูมองเด็กที่หน้าตาไม่เหมือนกูเลยสักนิดโดยที่ไม่ได้คิดไปเอง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะแก้มของเด็กนั่นอย่างแผ่วเบา
กูถูกเลี้ยงดูมาอย่างกักขฬะ เลี้ยงมาเพื่อผลประโยชน์ พ่ออยากให้กูเข้มแข็งพอที่จะปกครองคนได้ เลยเลี้ยงกูมาแบบไร้หัวใจ
กูไม่รู้จักความรัก ไม่รู้ว่าความรักหน้าตาเป็นยังไง
แต่สิ่งเดียวที่กูรู้ คือกูไม่ได้รักเด็ก
แต่กูแค่... สมเพช ที่มันต้องเกิดมาโดยที่มีแม่เป็นคนแบบนี้
แค่มือกูมือเดียวก็พอที่จะกำรอบหัวเด็กแล้วบีบหัวมันให้กระดูกแตกตายได้แล้ว ชีวิตที่มีแม่เป็นผู้หญิงเสเพลแบบนี้ ตายซะยังดีกว่า
แต่คิดดูอีกที ได้โตมาในชีวิตแบบนี้ มองดูมันเอาก็ไม่เลว
กูเลยผละมือออก แล้วได้แต่ยืนมองมันเงียบๆ
ครืด ครืด
กูนิ่งไปเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ พอยกขึ้นมาดูก็ต้องกลอกตาเซ็งเมื่อเห็นว่าเป็นอีเวย์ กูไม่ค่อยคบใครมาก ก็มีแต่อีเวย์ที่เป็นเพื่อนกันมานาน กูไม่เคยให้มิวได้ทำความรู้จักเพราะอีนี่มันต้องจ้องจะแดกมิวแน่นอน แล้วก็เป็นความจริง หลังจากที่มิวกลับมาก็อ่อยอีนี่ซะเสียทรง
มันคงไม่โทรมาเพราะเรื่องอะไร นอกจากจะชวนไปแดกเหล้า
กูกดรับ ก่อนที่จะกรอกเสียงลงไป
“อะไร”
[แดกเหล้าหน่อยเพื่อน มาที่บ้านกู]
“ก็ดี” กูแค่นหัวเราะ คิดผิดที่ไหน “กูเบื่อบ้านเต็มทน”
[เมียมึงอ่ะ]
“ช่างหัวมันสิ” ผมปรายตามองเด็กในเปล “มันออกไปแดกเหล้ากับผู้ชายประชดกูข้างนอก”
[เอาอีกล่ะ มึงนี่เอาอีกแล้ว แล้วลูกมึงอ่ะจะทำไง ปล่อยไว้คนเดียวเหรอ]
ผมแค่นหัวเราะ
“กูดูเด็กไม่เป็น” พูดแล้วก็คิดถึงเบอร์พี่เลี้ยงเด็ก กูไม่เคยบอกอีเวย์ว่าเด็กไม่ใช่ลูกกู เหมียวไม่เคยอยากให้โทรหาพี่เลี้ยง แต่ลำพังตัวมันก็ออกไปร่านทุกวัน แล้วใครจะอยู่เลี้ยงลูกได้ กูไม่เอาด้วยหรอกว่ะ “กูจะตามพี่เลี้ยงเด็กมาเลี้ยง ถ้าแม่มันไม่เอาก็ใช้เงินฟาดก็จบ”
[กูชักเริ่มรู้สึกผิดล่ะ] อีเวย์พูดเสียงเซ็ง [ให้กูไปแดกเหล้าที่บ้านมึงมั้ย กูจะได้พาแฟนไปด้วย]
กูชะงักไป
แฟน?
“ก็ได้” แต่กูไม่คิดไรมาก อีเวย์มันพวกหน้าม่อ เอาไม่เลือกพอๆ กับกู แต่มันยังดีที่มีร่างกายเป็นผู้หญิง เวลาทำไรกะใคร ลากใครเข้าห้องก็ไม่เสียหาย เพราะก็เหมือนเพื่อนผู้หญิงธรรมดา “แต่ถ้าของในบ้านกูหาย มึงต้องรับผิดชอบ”
[เคๆ] มันตอบแค่นั้น ก่อนที่จะกดวางไป
กูมองโทรศัพท์ ก่อนที่จะแค่นยิ้ม
ชีวิตเฮงซวย
กูนั่งทรงๆ เหล้าคนเดียวที่เคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนภายในห้องนั่งเล่น มันถูกออกแบบเพื่อการสังสรรค์ภายในบ้าน กูคิดอยู่แล้วว่ายังไงชาตินี้กูคงไม่สามารถทำตัวเป็นครอบครัวกับใครได้ ที่แต่งงานกับเหมียวก็เต็มกลืน ตอนนั้นเพราะไม่รู้ว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกตัวเอง
ติ๊งต่อง
กูที่โคลงแก้วเหล้าอยู่ชะงักเมื่อได้ยินเสียงกริ่ง กระดกเหล้าก่อนเดินออกไปเปิดประตูรับ
แต่พอประตูเปิดออก เห็นคนที่อีเวย์จูงมือมา กูก็กระตุกยิ้ม
... มิว
[จบพาร์ท : พี่คราม]
ฉันไม่รู้ว่าครามตกใจมากมั้ยที่เห็นฉัน เห็นแค่เขากระตุกยิ้มออกมาบางๆ
“นี่เหรอแฟนมึง?” ครามโพล่งขึ้นมา มองมือฉันกับพี่เวย์ที่จับกันอย่างแนบแน่นแล้วก็กอดอก “เอาเมียเก่าคนอื่นสนุกดีมั้ย”
“เลิกแล้วไม่นับว่ะ” พี่เวย์สวนกลับในระดับที่พอกัน ก่อนที่จะเดินชนไหล่ยักษ์ๆ ของครามเข้าไปข้างใน
ในจังหวะนั้น เราก็สบตากันเงียบๆ
ไม่รู้ว่าครามคิดอะไรอยู่ แต่ฉันว่าเขาคงเจ็บใจไม่ใช่เล่น
ครามเดินเข้ามาข้างในพร้อมกับพวกเรา มองพี่เวย์ที่นั่งลงเอนกายที่โซฟาอย่างสบายๆ เขานั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ที่ห่างจากพวกเรา ฉันเพิ่งรู้เลยว่าครามมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับกินเหล้าส่วนตัวในห้อง
“คบกันเมื่อไหร่” เขาถามขึ้นมาลอยๆ จุดบุหรี่สูบภายในห้อง
“มึงต้องไม่เชื่อแน่” พี่เวย์หัวเราะ ผุดลุกขึ้นมานั่งกุมมือฉันที่นั่งลงข้างๆ “วันนี้”
ครามพ่นควันบุหรี่ออกมา
“เหรอ” เขามองฉัน ไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ก็ดี”
น่าแปลกที่เขาไม่พูดอะไรเลย
ฉันเหลือบมองพี่เวย์ ฉันเองก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าพี่เวย์จะหลงใหลฉันจนถึงขั้นยอมเข้าร่วมเกม เธอบอกว่าเธอถูกใจฉัน แล้วก็อยากได้เป็นแฟนมาก ถึงจะต้องทนมองฉันไปที่ไหนกับครามเธอก็ไม่สน
ฉันกับพี่เวย์ตอนนี้ เป็นความสัมพันธ์ครึ่งๆ กลางๆ จะเรียกว่าแฟนได้มั้ยก็ไม่รู้ แต่พี่เวย์กลับพูดได้อย่างเต็มปากต่อหน้าคราม ฉันก็เลยเลยตามเลย
“แล้วแฟนมึงชงเหล้าเป็นมั้ย” ครามที่นั่งเงียบอยู่ๆ ก็พูดขึ้นมา ส่งสายตาท้าทายให้ฉันไปชงเหล้าให้ “สักหน่อยสิ นี่มันหน้าที่ผู้หญิง”
“มิวทำไม่เป็นหรอก” พี่เวย์หัวเราะ ฉันรู้ว่าครามจงใจจะลูบคมพี่เวย์ “กินเหล้ายังไม่เป็นเลย เนอะ”
“จะตอแหลไรก็ให้มันเนียนหน่อยอีเวย์” ครามแค่นหัวเราะ เสมองฉันอย่างหยาบโลน “กินเป็นตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วมั้ง ขนาดอายุสิบแปด ยังมีผัวได้เลย”
ฉันนิ่งไป ครามคงเจ็บใจสินะ เขาถึงได้แดกดันกันแบบนี้
แต่ไม่เป็นไรหรอก
“ถ้ามิวมอมเหล้าพี่คราม ก็อย่าว่ากันนะคะ” ฉันผุดลุกขึ้นยืน ผละมือจากพี่เวย์เดินไปหาคราม เขามองชุดที่ฉันใส่อย่างเปิดเผย ซึ่งวันนี้มันเป็นเอี้ยมสั้นสีชมพู พร้อมกับเสื้อเอวลอย เอวของฉันโค้งสวยได้รูปทีเดียว
ฉันเดินเข้าไปในเคาน์เตอร์บาร์ ต่อหน้าเขา แต่พอทำท่าจะหยิบเหล้าสองขวดที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ ครามก็ปัดมันตกลงไปแตก
ฉันตกใจ พอๆ กับพี่เวย์ที่ลุกขึ้นยืน
“เฮ้ย ไอ้คราม เป็นไรปะวะ!” ครามยังสบตาฉันอยู่ เขาทำสีหน้าเหมือนกับจะสบถคำว่า ‘อุ้บ’
“ไม่เป็นไร” เขาโบกมือ “มึงออกไปซื้อเหล้าหน่อย ขับรถมามั้ย”
“กูเนี่ยนะ” พี่เวย์โพล่งออกมา เธอทำหน้าตื่น “แล้วแฟนกูอ่ะ”
“กูจะดูแลให้” ครามฉีกยิ้มตอนที่เหลือบมองฉัน “ดูแลเป็นอย่างดี”
“เออ อย่าทำไรเชียว” อาจเพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน พี่เวย์ส่งสายตาให้ครามอย่างรู้กัน ก่อนที่เธอจะเดินออกไปโดยทิ้งให้ฉันอยู่กับครามแค่สองคน
เข้าสูตรที่ว่า เพื่อนกันส่งต่อให้กันได้
ฉันรู้สันดานพวกเขาดีอยู่แล้ว
“แจวอน!” ฉันร้องออกมา ไม่คิดว่าครามจะทำได้ขนาดนี้ เหมือนเขากลับไปเป็นครามเมื่อก่อนฉันจะมาเกาหลี คนที่ดีแต่ใช้กำลังคนนั้น“ถ้าหน้ามันเสียโฉม มึงจะรักมันลงมั้ย”“คราม!” ฉันเผลอเรียกชื่อที่ปกติเคยเรียกเขา เมื่อครามผละออกจากตัวฉันไปเพื่อจะขึ้นคร่อมแจวอนแล้วทุบซ้ำ ฉันคว้าแขนเขาไว้แน่น พยายามยื้อออกมา “หยุดนะ! เป็นบ้าอะไร”“มึงถามว่ากูเป็นบ้าอะไร?” เขาหันกลับมามองฉัน หยุดการกระทำได้ตามที่ฉันพูด เดินเข้ามาใกล้ กระชากคางฉันให้เข้ามาใกล้เขา“...!”“กูจะให้มึงเลือกนะมิว” เขาฉีกยิ้ม ลูบผมฉันเบาๆ ทั้งที่สีหน้ายังแสดงถึงความโกรธขึ้ง “ระหว่างหน้ามึงกับมันเสียโฉม ถ้ามึงยังจะเลือกมัน หรือจะยอมไปกับกูดีๆ”ฉันมองเขา ครามที่คาดเดายากเหมือนเมื่อก่อนกลับมา ฉันอาจกล้าที่จะต่อกรกับเขาตอนที่กลับมาที่ไทย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ฉันรู้สึกว่าครามพร้อมจะทำจริงถ้าเกิดฉันไปคบหากับใครนอกจากเขา“กลัวเหรอ หลังจากนี้มึงจะได้รู้จักกูมากกว่านี้ ถ้ามึงยังยืนยันจะคบกับมัน” เขาไล้ฝ่ามือลงมาตามพวงแก้มของฉัน ก่อนที่จะเลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบปากฉันหนักๆ เพราะยังไงที่นี่การจูบกันในที่สาธารณะก็เป็นเรื่องปกติฉันสบตาเขา แม้จะตกใจที่โดนจ
บ้าจริงฉันเดินเข้าไปหาแจวอนทันที ไม่รู้ว่าครามจะมาจริงรึเปล่า แต่คนอย่างเขาถึงเสียความทรงจำ แต่ครามเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอฉันคิดว่าฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องราวพวกนั้นแล้วนะ เขาก็ตามมาจนได้คำที่ฉันสาดใส่หน้าเขาไปมันไม่มีความหมายเลยรึไงนะ“แจวอน! มิวจะกลับ” ฉันเดินไปพูดกับแจวอนที่ยังสังสรรค์อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา ลากแขนเขาออกมาที่มุมอับส่วนตัว รู้สึกหนาวจนต้องห่อไหล่ ลูบไหล่ตัวเองเบาๆมันหนาวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แค่คิดว่าครามตามหาไอจีฉันเจอได้ แล้วตามมาที่เกาหลีถูกก็หนาวไปทั้งตัวแล้วเขาทำตัวเหมือนฉันตอนกลับไปที่ไทย ตอนที่พยายามจะแก้แค้นเขากับพี่เหมียวไม่รู้ว่าที่เขาทำตอนนี้เป็นการแก้แค้นหรืออะไร แต่ฉันไม่เอาด้วยแน่“นี่ยังไม่ดึกมากเลย เมาแล้วเหรอ”แจวอนถามฉัน แม้ว่าเขาจะดูไม่อ่อนโยนเวลาอยู่กับผู้หญิงที่เจอตามผับ ฉันเคยเห็นแจวอนผลักไสเธอออกไปหลังจากที่พวกเธอตามมาเกาะแกะวุ่นวาย และนั่นเป็นสิ่งที่แจวอนไม่เคยทำกับฉัน“อื้อ เมาแล้ว หัวมันโคลงเคลงไปหมด อยากกลับห้อง” ฉันแสร้งทำเป็นเมา ทำตัวเซไปมาเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่ เรื่องมารยาฉันไม่แพ้ใครหรอกนะ“มิว” แจวอนคว้าแขนฉันไว้ให้ฉันทรงตัว
“อันยอง”ฉันเงยหน้าขึ้นจากแก้วค็อกเทลมาสบสายตาเข้ากับผู้ชายเกาหลีท่าทางดูดีคนหนึ่ง เขาท่าทางจะเป็นดีเจที่นี่ คงเป็นช่วงพักของเขา เพราะท่าทางดูดีมากกว่าคนอื่นๆ หรือแม้แต่แจวอน มันทำให้ฉันเผลอมองเขาชั่วครู่ หลังจากที่นั่งสบตากับบาร์เทนเดอร์มาเนิ่นนานเขาส่งยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาถามฉันเป็นภาษาเกาหลี ฉันวนแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ หัวเราะหวานๆ“อื้อ ค่ะ” ว่าไงดีล่ะ โกหกไปก็ไม่เลวเหมือนกันฉันต้องการจะทดสอบผู้ชายคนนี้“ผมเป็นดีเจที่นี่” เขาฉีกยิ้ม “คุณอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”“หืม” ฉันคลี่ยิ้มกลับ “จะดีเหรอ”“ดีสิครับ” เขาพยักหน้า ส่งสายตาให้บาร์เทนเดอร์ราวกับคนรู้ใจ แก้ววิสกี้ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา ร่างสูงยกขึ้นยื่นมาให้ฉันเพื่อ Cheers กัน “บอกชื่อคุณหน่อยสิครับ ผมยุนโฮ”“มิว...” ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ฉันรู้สึกเหมือนโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์บาร์สั่นน้อยๆ พอกดขึ้นมาดู ก็เห็นว่ามีใครบางคนคอมเม้นท์รูปในไอจีเท่านั้นฉันไม่คิดอะไร ก็คงเป็นคอมเม้นท์แทะโลมของพวกผู้ชาย ก็เปิดอ่านแล้วก็ตอบกลับไปตามประสาผู้หญิงอัธยาศัยดีแน่นอนว่าจะเลือกตอบแต่ผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น ไ
จะบอกว่าตั้งแต่มาที่เกาหลี ชีวิตของฉันก็คงที่ดีแต่เพราะผลจากงานศพพี่เหมียวทำให้ฉันหว่านเสน่ห์ใส่ใครไม่ได้เลยเป็นเดือน เพื่อนๆ แจวอนชวนไปผับฉันก็อิดออด เอาแต่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้อง เปิด Kakao กับส่องไอจีไปเรื่อยมีบางครั้งที่ฉันเข้าไปส่องในไอจีพี่เหมียว รูปสุดท้ายที่เธอลงคือรูปเมื่อสองเดือนที่แล้ว วันที่เธอยังอยู่ เธอลงว่าไปเที่ยวกับเพื่อน... โดยไร้ครามไม่แปลกที่ชีวิตคู่ของพวกเขาจะขาดวิ่นแบบนั้นฉันแอบถอนหายใจ หลังจากกลับมาที่เกาหลีจิตใจที่เคยแข็งแกร่งและมั่นคงของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ฉันทั้งรู้สึกหม่นๆ ในใจ ทั้งรู้สึกไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนโง่ๆ ตีขาอยู่บนเตียง แล้วก็เล่นโทรศัพท์แม้แต่ถ่ายรูปลงไอจีฉันยังไม่ทำเลยไอจีฉันน่ะ ตอนนี้เป็นแหล่งรวมพวกหื่นๆ ลามกๆ พวกที่ชอบติดตามสาวหน้าตาน่ารักๆ หรือไม่ก็พวกผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแบบฉัน ต้องการศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับฉันไว้วิจารณ์รูปร่างหน้าตาว่าจมูกทรงนี้ไปผ่านหมอที่ไหนมาฉันเบ้หน้าใส่โทรศัพท์ ก่อนที่จะโยนทิ้งไปข้างๆ ตัวแล้วพลิกตัวกลับไปอีกทางตอนนี้แจวอนออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฉันไม่ได้จะให้เขาอยู่เป็นเพื่อนยามที่ฉันหม่นใจอยู่แล้
[พาร์ท : พี่คราม]กูนั่งรออย่างอดทนจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตู เห็นผู้หญิงที่ชื่อมิวเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง สีหน้ามิวที่มองกูเฉยชามาก ทำให้กูรู้สึกแปลกใจกูปัดมือไล่ลูกน้องทางอ้อม มันเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้เราสบตากัน มิวที่กูหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ คือผู้หญิงที่เตือนสติกูก่อนที่กูกับลูกจะโดนทำร้าย มันฝังอยู่ในความทรงจำ เป็นความศรัทธา กูหวังว่าเธอจะเป็นเมียกู แล้วกลับมาหากูกับลูกแต่สายตาที่เฉยชานั่นทำให้กูไม่มั่นใจ“มานี่สิ มิว” กูกระตุกยิ้ม อ้าแขนต้อนรับเธออย่างใจกว้าง ก็แค่อยากสัมผัสร่างที่อวบอิ่มนั่นอีกครั้งมิวมองกู เธอนิ่ง ก่อนที่จะหลบตาไป“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่” เธอพูดขึ้นมา กูชะงัก “มิวทำไม่ได้”“ทำไม” กูถาม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาครามครัน“มิวไม่ใช่เมียพี่” เธอเลือกที่จะพูดแบบนั้น กูเบิกตากว้าง ร่างเล็กในชุดเดรสสั้นกุดกำกระเป๋าที่สะพายไว้แน่น “คนที่เป็นเมียพี่จริงๆ ไม่ใช่มิว”“...”“อีกอย่าง มิวเกลียดพี่ โคตรเกลียดเลย” เธอเม้มริมฝีปากแน่น “มิวจะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยิ่งถ้ามันเป็นคนที่เคยทำลายมิวอย่างพี่ มิวไม่เอาด้วย”เธอพูดพร้อมกับหันหลังจะเปิดประตูเดินจากไป กูในตอ
“หึงหวง?” ฉันทวนคำที่เขาพูดออกมา ก่อนที่จะยิ้ม “เปล่าเลย”“...”“ก็แค่อยากจะมาคุยกับพี่เรื่องลูก” ฉันพูดแล้วกอดอก ไม่กล้าปิดประตูลงเพราะเดาอารมณ์ครามไม่ถูก ตอนนี้เขาเหมือนไม่ใช่เขาเลย สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหานั้นทำให้ฉันขนลุกซู่“ลูก?” เขาเลิกคิ้ว รอยยิ้มร้ายยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่เขาจะเอนตัว ลูบซิกแพคตัวเองอย่างยั่วเย้า “ถ้าหมายถึงเรื่องลูกของเรา กูคิดอยู่แล้วว่ารอมึงมาที่นี่”“...”“เราจะได้มาคุยกัน เรื่องมึงจะเลือกอยู่กับกูกับลูก หรืออยู่กับกู แล้วเอาลูกให้พวกคนใช้ที่บ้านกูดูแลมันไป”“...!”ลูกของเรา? เขาพูดบ้าอะไรออกมานั่นมันไม่ใช่ลูกของฉัน“มึงก็เลือกเอา แต่มึงเป็นเมียกู คงไม่เลือกอย่างอื่นหรอกใช่มั้ย” เขาพูดทั้งๆ ที่สายตามองฉันอย่างต้องการอยู่แบบนั้น มันปนเปไปกับความกดดันหน่อยๆ แล้วตอนนี้ฉันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา“พูดอะไร” ฉันพูดออกมาแค่นั้น นิ่งอึ้งไป พูดแบบนี้หมายความว่าไง เมียเขาเพิ่งตายทั้งคนนะ “พี่เป็นอะไรรึเปล่า นี่มันไม่ใช่แล้วนะ...”“ขอโทษนะครับ”ฉันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังอยู่ข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นใครก็ไม่รู้







