Masukตอนที่ 18
ออกเดินทาง ยามเหม่า(05:00-06:59) หลิวซินซินไม่รอช้ารีบเก็บสมุดจดบันทึกและของใช้ส่วนตัว นางไม่ลืมที่จะนำพู่กันที่เฉิงเจิงอวี้มอบให้ไปด้วยเนื่องจากเสียดาย ของดีและสะดวกเช่นนี้เรื่องอะไรนางจะทิ้งไว้ หญิงสาวคิดในขณะเก็บของ ลงห่อผ้าก่อนจะรีบขึ้นรถม้าโดยมีหลิวซีจิน ขึ้นรถ "อย่าลืมวิชาป้องกันตัวที่ข้าสอน "หลิวซีจินเอ่ยขึ้น ในขณะที่เปิดม่านรถม้า "วิชาที่ท่านสอน ข้าจำไว้ใส่ใจแล้ว...ขอบคุณพี่ซีจิน..."หลิวซินซินตอบ "ดูแลนางให้ดี หากใครถามให้บอกว่านางเป็นโรคติดต่อ จนกว่าจะถึงโรงหมอโม่ชิงหนาน" หลิวซีจินเอ่ยบอกองครักษ์ ทั้งสอง "ขอรับ/ขอรับ" องครักษ์ทั้งสองตอบรับก่อนจะขับเคลื่อนรถม้าออกไปตามเส้นทางที่ได้รับมอบหมาย หลิวซินซินอดน้ำตาไหลอาบใบหน้างามไม่ได้...ในเมื่อนางตั้งใจศึกษาเล่าเรียนวิชาแพทย์มาถึงเพียงนี้.. การรอดชีวิตครั้งนี้ของนางจะต้องมีประโยชน์ หญิงสาวคิดในขณะที่รถม้ากำลังขับเคลื่อนไปยังเส้นทางที่หลิวซินซินได้ บอกไว้ ****** ยามเฉิน(09:00-10:59) หลิวซินซินกอดกระชับห่อผ้า ในขณะที่รถม้าแล่นไปตามทางนางก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับรถม้าที่ชะงัก กึก กึก เสียงล้อรถม้าหยุดชะงัก ทำให้หลิวซินซินต้องรีบใส่ผ้าคลุมครึ่งหน้าทันที "พวกเจ้า จะไปที่ใดกัน? " เสียงหนึ่งดังขึ้น "หมอซินซิน...องค์ชายสี่มาขวางรถม้าเราไว้ขอรับ" องครักษ์หยินเปิดม่านเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเบาที่พอได้ยินกันเพียงสามคน เพื่อให้หมอสาวที่อยู่ด้านในได้รู้ตัว หลิวซินซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย...นี่เขารู้หรือว่านางกำลังหนี... "ข้าอยากเดินทางไปกับพวกเจ้าด้วย หวังว่าจะไม่รบกวนเกินไป" เสียงทุ้มของเฉิงเจิงอวี้ดังขึ้นจากนอกรถม้าทำเอาผู้ที่อยู่ในรถม้าสะดุ้ง คิดจะเดินทางไปกับพวกนาง? นี่เขาบ้าไปแล้วหรือ? เฉิงเจิงอวี้คิดจะจองเวรนางไปถึงเมื่อใดกัน...หญิงสาวคิดก่อนจะได้ยินเสียงหนึ่งในองครักษ์ของนางตอบไป "ขออภัยองค์ชาย เนื่องจากผู้ที่อยู่ด้านในเป็นโรคติดต่อ เกรงว่าจะองค์ชายจะติดโรคเอาได้ขอรับ" หยินซี หนึ่งในองครักษ์รีบเอ่ยขึ้นตามแผน "พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าหลิวซินซินวางแผนหนีข้า โรคติดต่องั้นหรือ?....พวกเจ้าหลีกไปซะ ข้าไม่อยากทำร้ายพวกเจ้า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงต่ำจนดูน่ากลัว "ขออภัยองค์ชาย กระหม่อมทำตามหน้าที่เกรงว่า องค์ชายจะติดโรคจากผู้ที่อยู่ด้านในพ่ะย่ะค่ะ" หนึ่งในองครักษ์เอ่ยย้ำเตือนอีกครั้งก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย พวกเขาคิดว่าอย่างไรหากองค์ชายสี่คิดจะสังหารพวกเขาย่อมไม่เกินความสามารถของอีกฝ่ายเลยสักนิด "ซินซิน เจ้าจะลงมาจากรถม้า หรือจะให้ข้าสังหารองครักษ์ของเจ้าเสียก่อน!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะสาวเท้าเข้ามาไปใกล้รถม้าเรื่อยๆ ด้านหลิวซินซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำหมัดแน่น...เจ้า คนถ่อย!...เอาชีวิตผู้อื่นมาข่มขู่เช่นนี้เขายังเป็นคนอยู่หรือไม่? หลิวซินซินได้แต่ก่นด่าเขาอยู่ในใจ "หนึ่ง!" "สอง!" "ข้าลง ข้าลง!" หลิวซินซินร้องขึ้นก่อนจะก้าวลงจากรถม้าอย่างไม่มีทางเลือก ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา "คารวะองค์ชาย...หลิวซินซินป่วยติดโรคระบาดขอท่านโปรดห่างหม่อมฉันให้มากหน่อย" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นในขณะที่กระชับผ้าคลุมใบหน้าให้กระชับก่อนจะแกล้งกระแอมไอหนึ่งครั้ง โขลกๆ "วันก่อนข้ายังเห็นเจ้าปกติดีอยู่ มาวันนี้กลับติดโรคระบาด บังเอิญไปหรือไม่จ้าวซิน" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวที่ถอยหลังจนแทบติดรถม้า "องค์ชายสี่ อย่างที่พี่สาวบุญธรรมของหม่อมฉันบอกไป เวลานี้หม่อมฉันคือหลิวซินซิน" หลิวซินซินตอบก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "เจ้าจะเป็นจ้าวซินก็ดี จะเป็นหลิวซินซินก็ช่าง...แต่เจ้าเป็นของข้า!" "ข้าไม่ใช่ของท่าน!" "เจ้าเป็นของข้า!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาประชิดตัวจนไม่มีช่องว่างสำหรับทั้งคู่…มือหนากระชาก ผ้าคลุมใบหน้าของนางออกก่อนแล้วประกบริมฝีปากทันทีต่อหน้าเหล่าองครักษ์! “อื้อ!” “องค์ชาย! ได้โปรดปล่อยหมอหญิงด้วย กระหม่อมต้องไปส่งนางให้ถึงที่” หนึ่งในองครักษ์ที่อารักขาหลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะมาหยุดตรงหน้า ด้านหลิวซินซินที่ได้ฟังเช่นนั้นนางก็เป็นห่วงองครักษ์ของตนขึ้นมาทันที “เสี่ยวจ้าน! ” เฉิงเจิงอวี้เอ่ยหลังจากที่ถอนริมฝีปาก สิ้นเสียงคำสั่งของเฉิงเจิงอวี้ เสี่ยวจ้านที่โผล่มาจากที่ใดมิทราบ เขาสู้กับองครักษ์ทั้งสองด้วยท่าทางสบาย จนหลิวซินซินต้องร้องขอคนตรงหน้า "เฉิงเจิงอวี้! ท่านอย่าทำร้ายพวกเขาเลย เขาไม่รู้เรื่องด้วย" หลิวซินซินร้องขึ้น ด้านเฉิงเจิงอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นนอกจากจะไม่ตอบยังดึงข้อมือนางเพื่อขึ้นขี่ม้าตัวเดียวกันกับเขา ในจังหวะนั้น องครักษ์ทั้งสองของนางสลบลงเพราะถูกสกัดจุดทีเผลอ เรื่องราวเหมือนจะจบลงเท่านั้น... แต่ทว่า หลังจากที่เสี่ยวจ้านสกัดจุดองครักษ์ทั้งคู่จนล้มลง ราวกับกรรมตามทัน เขาก็ถูกมือปริศนาสกัดจุดทีเผลอเช่นกันจนทำให้ล้มลงไปนอนข้างองครักษ์ทั้งสอง ผลัก! ตุบ! "โม่ชิงหนาน!" หลิวซินซินเอ่ยขึ้น เมื่้อเห็นว่ามือปริศนานั้นคือโม่ชิงหนานที่นางนับถือเป็นอาจารย์คนหนึ่ง "ท่านเป็นใคร?” เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น ในขณะที่ยังรวบเอวบางของหลิวซินซินเอาไว้ “ข้าเป็นสามีนาง ดังนั้น...ท่านเลิกยุ่งกับนางเสียที!” โม่ชิงหนานเอ่ยเสียงเรียบ ในขณะที่หลิวซินซินได้แต่เบิกตากว้าง นึกไม่ถึงว่าเขาจะโกหกคำโต แต่ทว่า นี่....อาจเป็นวิธีที่ดีที่จะออกจากคนผู้นี้ “ใช่ๆ เขาเป็นสามีข้า” หลิวซินซินเอ่ยขึ้นสมทบ เฉิงเจิงอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ปล่อยนางเสีย"โม่ชิงหนานเอ่ยเสียงเรียบ "เหตุใดข้าต้องปล่อย ในเมื่อนางเป็นของข้า!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น "นางมิใช่ของท่าน!"โม่ชิงหนานเอ่ยขึ้นก่อนจะชูกระบี่ขึ้นมา "เช่นนั้นก็มาสู้กันสักตั้งเถอะ" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะดึงอาวุธขนาดเล็กคล้ายมีดสั้นออกมา ทั้งที่มืออีกข้างยังรวบร่างบางของหลิวซินซินไว้ไม่ยอมปล่อย “ท่านโม่ชิงหนาน!โปรดระวังด้วย” หลิวซินซินตะโกนขึ้นอย่างเป็นกังวล ในขณะที่พยายามดิ้นขลุกขลัก ก่อนจะนึกได้ว่าตนมีวิชาเข็มพิษอยู่ หญิงสาวไม่รอช้าจัดการเสียบเข็มพิษยาสลบเข้าไปแผงอกหนาของเขาทันที ปึก! “ซินซิน!..เจ้า!." เฉิงเจิงอวี้ที่พลาดท่าแล้ว เอ่ยก่อนจะสลบไป....ตอนพิเศษ 10ข้าคร้านแล้ว ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วที่หยวนลู่จิ่นถูกล่ามโซ่ไว้เช่นนั้น นี่คนบ้านั่นกลัวว่านางจะหนีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ในขณะที่หญิงสาวกำลังคิด ราวกับเสียงสวรรค์ ประตูห้องถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของหวังเฟยหลงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง"เป็นอย่างไร...พระชายา"หวังเฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ"หวังเฟยหลง ท่านทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ ใยต้องล่ามโซ่ข้า ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของท่านนะ!" หยวนลู่จิ่นโวยวายขึ้น เพราะวันนี้นางถูกเขาล่ามโซ่มาหลายชั่วยามแล้ว"น้องหญิง ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเรื่องที่เจ้าพานักฆ่าเข้ามาที่นี่เลย นี่ถือเป็นการลงโทษเจ้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้น"นักฆ่าหรือ? ท่านหมายถึง..เซียวอิงเช่นนั้นหรือ?...."หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น หวังเฟยหลงจึงพยักหน้าแทนคำตอบ หยวนลู่จิ่นที่ได้ฟังเช่นนั้นราวกับถูกสาป"หากข้าไม่ได้สืบเรื่องนางมาก่อน ข้าคงเข้าใจว่าเจ้าต้องการส่งนางมาสังหารข้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาตามดูสตรีผู้นี้มานานคาดว่าเป็นคนจากต่างแคว้นปลอมตัวเข้ามาคาดว่าอาจเป็นศัตรูที่ต้องการสังหารเขาจึงแฝงไปในสถานที่ที่มีเขาอยู่...เมื่อคืนนี้หลังจากที่หยวนลู่จิ่นหลับใหลเ
ตอนพิเศษ 9 หลงกลหลังจากที่หยวนลู่จิ่นช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เขาเรียบร้อยแล้ว...นางจึงยกน้ำจีเสวียเฉ่าที่คั้นเรียบร้อยแล้วให้เขาดื่มทันที ส่วนนางกำนัลทั้งหลายเมื่อเก็บกวาดของที่เขาและนางต่อสู้กันเมื่อครู่เรียบร้อยแล้วก็หายไปจากห้องกว้างนี้อย่างรวดเร็วอย่างรู้งาน"ท่านดื่มนี่ก่อนเถิด หมอหลวงบอกว่าสิ่งนี้ช่วยต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อได้ จะได้หายโดยเร็ว "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นถ้วยยาที่มีน้ำสีเขียวอยู่ในนั้น หวังเฟยหลงมองดูน้ำสีเขียวนั้นก็ทำหน้าขยะแขยงราวกับว่านั่นคือสิ่งที่น่ารังเกียจ"ข้าเกลียดการดื่มน้ำสีเขียวเช่นนี้"เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนีคล้ายเด็กที่ไม่อยากกินยา หากมิใช่เพราะต้องแสร้งบาดเจ็บเพื่อให้นางอยู่ดูแลเขาแล้ว...เขาคงไม่ต้องมาฝืนดื่มน้ำเขียวนี้"ท่านพี่ อย่าทำราวกับเด็กที่ไม่อยากดื่มยาสิ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอแต่ข้าเคยได้ยินมาว่า จีเสวียเฉ่า(บัวบก)นี้ประโยชน์มากมายนัก ไม่เพียงช่วยฆ่าเชื้อโรคต้านอักเสบ ช่วยเรื่องความจำ ช่วยเรื่องลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย"หยวนลู่จิ่นบรรยายสรรพคุณให้อีกฝ่ายราวกับหลอกล่อเด็กน้อยให้กินยาก็ไม่ปาน"ข้าไม่ดื่ม อย่างไรท่านหมอก็ใส่ยาให้ข้าแล้ว
ตอนพิเศษ 8 การต่อสู้"ข้าไม่มีบุรุษอื่น...ปล่อย! ข้าเจ็บ""เช่นนั้นเหตุใดจึงอยากหย่าและหนีไปจากข้านัก""เพราะข้าเกลียดท่าน! แม้คืนแรกของการเข้าหอ ท่านยังกล่าวว่าหากข้าไม่ตั้งครรภ์ภายในหนึ่งเดือนท่านจะรับอนุชายาเข้าตำหนัก...ท่านเห็นข้าเป็นอะไร! หากมีข้าเพียงเพื่อเรื่องนั้น...ท่านก็หย่าให้ข้าเถอะ"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นดวงตาคู่งามมีน้ำคลอหน่วยเล็กน้อย ก่อนจะผลักร่างหนาออกจนเป็นอิสระ มือเรียวดึงหนังสือหย่าออกมาหนึ่งฉบับก่อนจะกางออกให้เขาดู"ข้าประทับลายนิ้วมือแล้ว ขาดแต่การประทับลายนิ้วมือของท่าน"ด้านหวังเฟยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย"หยวนลู่จิ่น นี่คือสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เจ้าคิดว่าจะไปจากข้าได้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่มีวันหย่ากับเจ้า""เพราะเหตุใด?! "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทน"เพราะเจ้าเป็นภรรยาข้า ต่อให้ครบหนึ่งปี ข้าก็ไม่หย่ากับเจ้า""ท่านมันเห็นแก่ตัว! ท่านไม่หย่าก็ช่างแต่ข้าจะหนีจากท่าน!"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นจะหมุนตัวเตรียมจากไปแต่ทว่า หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขาใช้วรยุทธขว้างตะเกียบไปยังจุดล็อคตรงบานประตูด้วยความชำนาญฟ้าว!ปึก!"หวังเฟยหลง! อะไร
ตอนพิเศษ 7 แผนกลบเกลื่อน หลังจากที่หยวนลู่จิ่นพาตนเองมาอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทก็พบว่าเซียวอิงกำลังรินสุราสามีของตน หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยวันนี้หยวนลู่จิ่นสวมอาภรณ์สีเงินโปร่งใบหน้างามที่แทบไม่ต้องแต่งอะไรก็ดูงดงามนักในสายตาของหวังเฟยหลง อาหารถูกนำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะ ในขณะที่เซียวอิงกำลังนั่งบรรเลงเพลงพิณอย่างไพเราะจนสตรีเช่นนางยังรู้สึกชอบฟังเสียงดนตรี....."ท่านพี่ เซียวอิงมีความสามารถหลากหลายด้านเช่นนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก ที่นางไม่ได้ตกแต่งเป็นภรรยาผู้ใดเสียที"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะลอบสังเกตอากัปปกิริยาของคนตรงหน้าที่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปาก"เจ้ากล่าวมาไม่ผิด เซียวอิงมีความสามารถหลายด้านนัก"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าทั้งคู่คงจะร่วมเตียงกันได้โดยไม่ต้องวางยาปลุกกำหนัดเป็นแน่...อย่างไรก็ตามนางจะต้องหาอนุภรรยาให้เขาอีกหลายคน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีความต้องการเรื่องเช่นนั้นกับนาง...บิดานางเคยบอกนางว่า สมรสพระราชราชทานนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดนางก็ต้องอยู่ให้ครบหนึ่งปีจากนั้น...นางก็จะเขียนใบหย่าให้เขา
ตอนพิเศษ 6แผนการณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง"พี่สะใภ้ หากพี่ใหญ่ทราบว่าข้ามาพบท่านเขาต้องแหกอกข้าแน่ เหตุใดท่านไม่กลับไปตำหนักเสียทีเล่า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยถามขึ้นก่อนจะมองซ้ายขวา“ข้ากังวลเรื่องพี่ชายของท่าน กล่าวตามตรง ในฐานะที่เราเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และท่านยังเป็นน้องชายของสามีข้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้ท่านช่วย” หยวนลู่จิ่นเอ่ยทันที"เรื่องอะไรกัน?""ข้าอยากให้ท่านช่วยแนะนำข้าว่าสตรีเช่นใดที่หวังเฟยหลงถูกใจ เวลาที่เขาเข้าหอโคมเขียวเขามักจะชอบเรียกผู้ใดหรืออุ่นเตียงหรือ?""ท่านถามเช่นนี้... "เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงมองดูพี่สะใภ้อย่างไม่ไว้วางใจ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าต้องให้อีกฝ่ายช่วยจึงตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง รวมถึงการไปทาบทามฝางผิงเกอแต่ได้รับการปฏิเสธอีกด้วย"ท่านจะหาอนุให้เสด็จพี่!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นในขณะที่เบิกตากว้าง"ข้ารู้ว่ามันอาจดูประหลาด กล่าวตามตรง ข้าเคยได้ยินมาว่า บุรุษที่มีมากภรรยาทั้งยังชอบเที่ยวสถานที่เช่นนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อยิ่งนัก ไหนจะต้องตั้งครรภ์ตอนเบ่งท้องคลอดบุตร..ข้ากังวลเรื่องคลอดบุตรที่สุด"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม
ตอนพิเศษ 5 ทาบทามสตรีให้สามี หยวนลู่จิ่นเดินทางไปที่สำนักศึกษาที่นางร่ำเรียนมา นางเข้าไปคารวะผู้เป็นอาจารย์เรียบร้อยแล้วจึงขอพบฝางผิงเกอทันที"ผิงเกอ เจ้ายังมีใจให้กับหวังเฟยหลงอยู่หรือไม่?"หยวนลู่จินถามอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม"ข้า...."ฝางผิงเกอเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นอาการเช่นนั้นก็ยิ้มร้ายกาจออกมาเล็กน้อย..."เจ้าไม่ต้องพูดข้าก็รู้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้า..เต็มใจจะแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทหรือไม่ "หยวนลู่จิ่นถามขึ้น ด้านฝางผิงเกอที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างทันทีนี่อีกฝ่ายจะให้นางแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทจริงหรือ?"พระชายา! ท่านเพิ่งแต่งกับองค์รัชทายาทเมื่อไม่กี่วันเองมิใช่หรือเจ้าคะ" ฝางผิงเกอ บุตรสาวของอาจารย์นางเอ่ยขึ้นคิ้วขมวดด้วยความประหลาดใจ"ข้ากล่าวตามตรงกับเจ้า ข้าไม่อยากมีบุตร ข้าจึงอยากหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด อีกทั้งอยากสนับสนุนเจ้าให้ลงเอยกับเขา"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น"พระชายา ท่านมีเรื่องกับองค์รัชทายาทมาก่อนหรือ? เหตุใดจึงไม่อยากมีบุตร... แม้ว่าข้าจะอยากแต่งให้องค์รัชทายาทแต่เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องขออนุญาตจากท่านพ่อก่อน"ฝางผ







