เข้าสู่ระบบตอนที่ 26
ไปโดยไม่ลา ณ จวนลับองค์ชายสี่ หลายวันต่อมาเฉิงเจิงอวี้อาการดีขึ้นมากโดยมีฉางมี่ อนุชายาที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด...ความจริงแล้วเขาแต่งฉางมี่เข้าจวนเป็นอนุชายาตั้งแต่เดือนก่อน ด้วยเหตุผลที่นางอ้างว่าเคยช่วยรับคมดาบจากศัตรู จะว่าไปเรื่องราววันนั้นก็น่าประหลาดใจไม่น้อยที่จู่จู่ ฉางมี่ก็มารับคมดาบจนตนเองบาดเจ็บ ทั้งที่ความจริงเขาหลบมันได้อยู่แล้ว แต่ทว่า....เพราะฉางมี่เป็นบุตรสาวของท่านโหวผู้ใหญ่ที่ช่วยงานบิดาเขามาหลายปี อีกฝ่ายได้ใช้ข้ออ้างที่บุตรสาวของตนรับคมดาบแทน บีบบังคับเขาให้รับฉางมี่เป็นอนุชายาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญ...สตรีตัวร้าย...ซินซิน....นางกล้ามากที่หนีเขาไปโดยไม่ลาสักคำ.... "องค์ชายท่านรู้หรือไม่ว่าอนุชายาของท่านผู้นี้ ด่าทอ หลิวซินซิน ด้วยคำหยาบคาย ข้าคิดว่านางจะเป็นสตรีที่เรียบร้อยเสียอีก" เสี่ยวจ้านรายงานเรื่องราวในวันนั้นตามที่ตนได้ยิน เมื่ออยู่กันลำพัง ด้านเฉิงเจิงอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจขึ้นมาทันทีถึงสาเหตุที่ซินซินของเขาหนีไป ดังนั้น...เขาควรจัดการฉางมี่ให้พ้นทางเสีย ชายหนุ่มคิดบางอย่างขึ้นก่อนจะนึกถึงแผนการบางอย่าง ******** หลังจากที่เฉิงเจิงอวี้หายดีแล้วเขาจึงพาฉางมี่กลับตำหนักในวัง ก่อนจะให้เสี่ยวจ้านนำสมุนไพรบางอย่างมาให้ คืนนี้...เขาจะลงมือ! เพราะวันนี้เขาบอกอนุชายาว่าเขาจะค้างคืนตำหนักของนาง ฉางมี่ที่ได้ฟังเช่นนั้น ก็ตื่นเต้นดีใจเป็นที่สุด นางประโคมเครื่องหอมไปทั่วร่าง เฉิงเจิงอวี้เดินเข้ามาในห้องที่ฉางมี่รออยู่ นางจัดการถอดอาภรณ์ชั้นนอกของเขาออกแล้วพาดไว้ที่ราวไม้ดั่งเช่นภรรยาทำให้กับสามี "ฉางมี่...ข้ามีความจริงอยากบอกเจ้า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น "เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ" ฉางมี่เอ่ยด้วยท่าทีเอียงอาย ใบหน้าแดงระเรื่อ "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะยอมรับความลับของข้าได้หรือไม่..." เขาเอ่ยก่อนจะลอบสังเกตอากัปปกิริยาของอีกฝ่าย "ขอเพียงเป็นท่าน ฉางมี่รับได้หมดเจ้าค่ะ" ฉางมี่เอ่ยขึ้นก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของเฉิงเจิงอวี้ "ความลับของข้าคือ.... " เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นใบหน้ากระซิบข้างใบหูฉางมี่ ทันทีที่ฉางมี่ได้ยินในสิ่งที่ผู้เป็นสามีกระซิบบอกก็นิ่งอึ้งราวกับรูปปั้น "ข้าจะวางหนังสือหย่าไว้ตรงนี้ หากเจ้าตัดสินใจดีแล้วก็ประทับตราเสีย แล้วกลับไปอยู่จวนของเจ้า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะเดินหมุนตัวจากไปทันทีท่ามกลางความงุนงงของเหล่านางกำนัล ด้านฉางมี่ที่ยืนนิ่งเช่นนั้น มาสองเค่อ(30 นาที)แล้ว...นางฝันไปหรือไม่....ทุกอย่างที่นางกระทำมาพังทะลายลงเพราะประโยคเมื่อครู่ของเฉิงเจิงอวี้! ****** วันรุ่งขึ้น หนังสือหย่าที่มีตราประทับของฉางมี่วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับข้าวของนางที่หายไป เขาจึงเข้าใจว่าประโยคที่เขากระซิบบอกนางนั้น...มันได้ผลชะงัด "องค์ชาย...ท่านบอกอะไรนางกันแน่ นางถึงได้ตื่นกลัวจนหนีไปอย่างง่ายดายเช่นนั้น" เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้นในขณะกอดอก "ข้าไม่สะดวกจะพูด......" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะยกชาขึ้นจิบ "เอ้ เล่นตัวชะมัดเลย....ว่าแต่ท่านจะไปตามหมอซินซิน กลับมาหรือไม่"เสี่ยวจ้านบ่นขึ้น "ภรรยาข้า อย่างไรก็ต้องตามกลับมา นางอยู่ที่นั่นก็ปลอดภัยดี อีกไม่กี่วันข้าต้องไปปราบโจรภูเขากับองค์รัชทายาท...อาจใช้เวลาหลายวัน...ไว้รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยข้าจะไปรับนางกลับมา" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น "หากนางไม่กลับมากับท่านเล่า" เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย "ข้าก็จะไปฉุดนางมา ไม่เห็นจะยาก" เขาเอ่ยก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ "สมกับเป็นท่านจริงๆ" เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้นก่อนจะส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ******** สามวันผ่านไป.... เฉิงเจิงอวี้พร้อมทั้งหวังเฟยหลงรวมถึงองค์ฝีมือดีได้วางแผนกันล้อมจับโจรภูเขา และเข้าตรวจค้นจวนผู้ต้องสงสัย...เหตุการณ์คล้ายจะผ่านไปด้วยดี แต่ทว่า...เฉิงเจิงอวี้กลับถูกพิษระหว่างที่ฟาดฟันกับศัตรูส่งผลให้เขาไม่สามารถมองเห็นได้....ความคิดที่จะไปหาภรรยาสาวจึงจบลง "ยังไม่ทันที่ข้าจะได้พูดความในใจออกไป ข้าก็ต้องมา ตาบอดเสียแล้ว" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น "ท่านเพียงมองไม่เห็นชั่วคราว....อีกอย่างข้าก็บอกท่านไปแล้ว ว่าอย่ารอให้อะไรมันสายไป ชีวิตคนเราใช่ว่าจะแน่นอน มิสู้คิดอย่างไรก็พูดไปอย่างนั้นหากตายไปตอนนี้จะได้ไม่เสียใจ"เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังนั่งเช็ดกระบี่ "ข้ารู้แล้ว แต่พูดไปตอนนี้ นางก็คงจะหัวเราะเยาะข้า" เขาเอ่ยในขณะหัวเราะในลำคอ "องค์ชาย....ข้าจะช่วยท่านเอง" เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้น "เจ้าจะทำอะไร" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นในขณะที่ยังมีผ้าปิดตาอยู่ หนึ่งเดือนผ่านไป... หลิวซินซินยังคงทำอาชีพหมอเพื่อรักษาคนไข้อย่างต่อเนื่อง...ทั้งยังคิดสูตรต้านเชื้อหวัดใหม่ๆได้หลายสูตร เนื่องจากปีนี้หิมะค่อนข้างตกหนัก อากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้เด็กๆไม่สบายกันมากจนต้องมาหาหมอ นางจะอยากคิดสูตรยาที่กินเพื่อป้องกันและเสริมภูมิต้านทานตามตำราและจากการทดลองของนางเอง เวลานี้นางไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเฉิงเจิงอวี้เลยแม้แต้น้อย...การอยู่เช่นนี้นางย่อมมีความสุขดี หญิงสาวคิดก่อนจะใช้มือหนึ่งลูบที่ครรภ์ของตนเบาๆ เวลานี้นางตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนกว่าแล้ว...นางตั้งใจจะเป็นทั้งบิดาและมารดาให้เด็ก หลิวซินซินคิดก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อย เรื่องที่นางตั้งครรภ์มีเพียงโม่ชิงหนานและหลิวซีจินเท่านั้นที่ทราบและในสุดท้ายนางก็ต้องเล่าความจริงในคืนนั้นให้ทั้งสองฟังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ท่านทานอะไรหน่อยเถิดเจ้าค่ะ" ซิวหยงเอ่ยขึ้นก่อนจะวางถ้วยข้าวต้มให้หมอสาวที่ไม่ยอมพักผ่อนเสียที "ขอบใจเจ้ามาก" หญิงสาวคิดก่อนจะวางตำราและสมุนไพรแห้งที่ตนนำมาเปรียบเทียบในหนังสือ หลังจากที่นางทานอาหารเสร็จเตรียมจะคิดค้นสูตรยาเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เป็นเกี่ยวกับโรคไต ก็ได้ยินเสียงหนึ่งจาก มู่หลัน "มีคนของฮองเฮามาเจ้าค่ะ" มู่หลันเอ่ยขึ้น หลิวซินซินจึงต้องวางงานตรงหน้าก่อนจะลุกตรงไปเพื่อพบคนของฮองเฮา "ข้านำจดหมายจากฮองเฮาแคว้นเฉิง มาส่งให้หมอ หลิวซินซิน ท่านโปรดอ่านด้วยเถิด เป็นเรื่องเร่งด่วน" บุรุษผู้หนึ่งที่นางคุ้นหน้าคล้ายกับจะเป็นองครักษ์ของฮองเฮา 'ถึง หลิวซินซิน เวลานี้องค์ชายสี่ได้รับบาดเจ็บจากการปราบโจรภูเขา ได้ยินว่าเจ้าศึกษาการรักษารอบด้าน ข้าจึงอยากให้เจ้ามารักษาดวงตาให้เขาและดูแลเขาอย่างใกล้ชิด พวกเจ้าจะมีความบาดหมายเรื่องใดกันก็ขอให้วางเอาไว้ก่อน อย่างไรเฉิงเจิงอวี้ก็บาดเจ็บเพราะช่วยปกป้องบ้านเมือง หวังว่าเจ้าจะไม่ปฏิเสธที่จะเดินทางมา หลินหลง' "ข้าขอเวลาสามวันในการตัดสินใจ พวกท่านกลับไปเถอะ" หลิวซินซินตอบหลังจากอ่านจดหมาย หลังจากที่คนของฮองเฮากลับไปแล้ว ในวันต่อมา เสี่ยวจ้านก็มาขอพบนางอีก แม้นางจะมีคำตอบในใจแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็ยังคงอยากทราบว่าอีกฝ่ายมาหาถึงที่เพราะตั้งใจจะบอกอะไรกันแน่ตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







