LOGINตอนที่ 27
คำบอกเล่าของเสี่ยวจ้าน ณ ศาลาในโรงหมอโม่ชิงหนาน "มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกท่าน องค์ชายสี่มีใจรักท่าน" เสี่ยวจ้านบอกทันที "เสี่ยวจ้าน แม้เฉิงเจิงอวี้จะช่วยข้าจากจี้หาน แต่ข้าไม่อาจลืมวันที่เขามอบยาพิษให้ข้าเองกับมือ ข้าเคยร้องขอชีวิตกับเขา ทั้งที่เขาช่วยข้าได้....แต่เขากลับเลือกที่จะมอบความตายให้ข้า" หลิวซินซินตอบก่อนจะเดินหันหน้าออกไปนอกศาลา "องค์ชายสี่ไม่เคยคิดสังหารท่าน วันที่ท่านได้รับโทษตายที่องค์ชายต้องเป็นผู้มอบถ้วยยาให้ท่านเองกับมือนั่นก็เพราะว่า...." เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้นก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องในอดีต ย้อนกลับไปวันนั้น... "ในเมื่อท่านไม่ช่วยข้า ก็รีบนำยาพิษมาให้ข้าเถิด มิต้องเอ่ยสิ่งใดให้มากความ" จ้าวซินเอ่ยขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนี "ผู้คุม เจ้าไปเอายาพิษมาให้นาง" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะมองใบหน้างามของจ้าวซินที่บัดนี้ซีดเซียวและกำลังเบือนหน้าหนีเขา เมื่อเขารับถ้วยยาพิษจากผู้คุมจังหวะนั้นเขาจึงใช้นิ้วหนาที่ป้ายยาถอนพิษที่จะเปลี่ยนยาพิษเป็นยาขมปกติได้ในพริบตา ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็จัดการเทยา ‘แกล้งตาย’ ลงไปในถ้วยโดยไม่มีใครสังเกต "ดื่มมันเสีย" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนยื่นถ้วยชาผ่านกรงขังให้หญิงสาว ด้านจ้าวซินที่เห็นถ้วยยาพิษนั้นก็รับมาไว้ในมือก่อนจะพิจารณาครู่หนึ่งก่อนจะดื่มจนหมดถ้วย เพล้ง! จ้าวซินล้มลงทันที นั่นเพราะยาแกล้งตายที่เขาเทลงไปนั่นเอง "ร่างของนาง...ข้าขอเอาไปฝังเอง อย่างไรนางก็คือชายาข้า...หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ขัดข้อง" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้น "แต่...." ผู้คุ้มผู้หนึ่งค้านขึ้นคล้ายกับจะไม่เห็นด้วย "ท่านมีปัญหาหรือใต้เท้า? เปิดประตูแล้วนำร่างนางออกมาให้ข้า" เฉิงเจิงอวี้สั่งขึ้นเสียงเข้ม ใต้เท้าผู้นั้นจึงไม่กล้าขัดอะไรอีก เขาช้อนอุ้มร่างบางที่สลบในอ้อมกอด จ้าวซินที่ทุกคนเข้าใจว่าตายแล้ว ใบหน้างามซีดเซียวมีเลือดออกตามอาการของ 'ยาแกล้งตาย' ของเขาที่ใส่ไปเมื่อครู่ ณ จวนองค์ชายสี่... "ไปเอาของที่ข้าเตรียมไว้มา " เขาเอ่ยสั่งองครักษ์คนสนิท "ขอรับ" เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นกล่องบางอย่างออกมาให้เขา "องค์ชาย...ท่านจะ..." "อีกไม่นานนางก็ฟื้น ข้าจะพานางไปเปลี่ยนใบหน้าใหม่ อย่างไรก็ต้องทำสัญลักษณ์ไว้บนร่างกายนาง เสี่ยวจ้าน เจ้าออกไปก่อน" เขาเอ่ยขึ้น ก่อนจะใช้ตราไม้ที่มีลักษณะคล้าย四ล้นไฟแล้วประทับไปที่แผ่นหลังขาวเนียนของจ้าวซินจนเกิดรอยแผล "องค์ชาย! แย่แล้ว! ฝ่าบาทเสด็จ" เสี่ยวจ้านเร่งฝีเท้าเข้ามาเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน เฉิงเจิงอวี้ คาดว่าฝ่าบาทนั้นต้องมาดูร่างจ้าวซินเป็นแน่ เขาจึงนำร่างของนางพันด้วยผ้าไว้คล้ายศพก่อนจะเดินออกไปตอนรับผู้ที่มาเยี่ยมเยียน แต่ทว่า....เมื่อกลับมา กลับพบว่าร่างของจ้าวซินหายไป "เรื่องก็เป็นเช่นนี้ ความจริงมาทราบทีหลังว่าผู้ที่ขโมยร่างท่านไปไว้ที่ข้างโรงแพทย์คือ ชายาเอกองค์รัชทายาท" เสี่ยวจ้านสรุปขึ้น "นางไม่ได้โกรธเกลียดข้าหรอกหรือ? เหตุใดจึงช่วยข้า"หลิวซินซินเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ "องค์ชายเล่าให้ข้าฟังว่า เดิมทีนางต้องการแก้แค้นท่านเพราะความตายง่ายเกินไป นางต้องการให้ท่านพบเจอความลำบาก....แต่ทว่า เพราะท่านตั้งใจศึกษาเล่าเรียนวิชาหมอและช่วยรักษาผู้อื่น ถือเป็นการทำคุณประโยชน์ นางจึงวางความแค้นลง" เสี่ยวจ้านตอบ ง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ? นางคิด แต่นางยังไม่เข้าใจเฉิงเจิงอวี้อยู่ดี "แล้วเหตุใด นายของเจ้าจึงไม่บอกเรื่องนี้กับข้าเอง" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะลอบสังเกตอากัปกิริยาของเสี่ยวจ้าน "ความจริง องค์ชายสี่ตั้งใจจะมารับท่านไปอยู่ด้วยหลังจากปราบกลุ่มโจร แต่ทว่าเพราะถูกของมีคมจากศัตรูและถูกพิษทำให้ดวงตามองไม่เห็นทั้งสองข้าง หมอหลวงที่เก่งที่สุดก็ยังรักษาไม่ได้.... ที่ข้ามาบอกท่าน เพราะเพียงอยากบอกให้ท่านทราบว่าแท้จริงแล้ว องค์ชายสี่แค่เป็นคนปากแข็งเท่านั้น...ความจริงเป็นเช่นไรก็ขอให้ท่านดูการกระทำเถิด" เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้น น้ำตาแห่งลูกผู้ชายไหลรินด้วยความสงสารผู้เป็นนาย "แล้วฉางมี่เล่า ? นางอยู่ที่ใด เหตุใดไม่ให้นางดูแล" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นพลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นางเกือบลืม อนุชายาของเขาไปเสียสนิท "นางหย่าจากองค์ชายและย้ายกลับไปอยู่จวนตั้งแต่ก่อนออกปราบโจรแล้ว ตอนนี้องค์ชายสี่ของข้าโดดเดี่ยวเหลือเกิน" เสี่ยวจ้านเอ่ยขึ้นพลางทำสีหน้าสลดเศร้าใจ หลิวซินซินได้ยินเช่นนั้นนางก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจขึ้นมา...อย่างไรเขาก็เป็นบิดาของบุตรในครรภ์ของนาง...นางจะปล่อยให้เขาตาบอดอยู่เช่นนั้นได้อย่างไร หญิงสาวคิดก่อนจะเอ่ย "ข้าไม่เคยรักษาคนตาบอดจากพิษมาก่อน เห็นแก่การหาประสบการณ์ความรู้ใหม่ ข้าจะลองรักษาเขาดู" หลิวซินซินเอ่ยขึ้น "ขอบคุณหมอซินซิน" เสี่ยวจ้านเอ่ยก่อนจะยิ้มกว้าง ******** หลิวซินซินกล่าวลาโม่ชิงหนานเพื่อไปรักษาดวงตาให้กับเฉิงเจิงอวี้...โม่ชิงหนานนั้นเห็นด้วยที่อีกฝ่ายมีเมตตาคิดกลับไปรักษาผู้ที่เป็นบิดาของบุตรในครรภ์ เขาจึงส่งคนไปคุ้มกันไปไม่น้อย "เจ้าระวังตนเองด้วย อย่างไรเวลานี้เจ้าก็ไม่ใช่ตัวคนเดียว" โม่ชิงหนานเอ่ยอย่างเป็นกังวล "ขอบพระคุณท่านหมอ นี่เป็นสูตรยาที่ข้าได้ทดลองกับผู้ป่วยที่มีไข้หวัดหลายราย พบว่าสูตรยานี้ได้ผลดีในผู้สูงอายุ ส่วนอีกสูตรหนึ่งนี้ได้ผลดีกับเด็กและคนทั่วไปเจ้าค่ะ" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นม้วนกระดาษที่มีรายการสูตรยาในนั้น "ขอบใจเจ้ามาก ถึงแล้วเขียนจดหมายบอกข้า และซีจิน ด้วย นางเป็นห่วงเจ้ามาก" เขาเอ่ยขึ้น "เจ้าค่ะ" หลิวซินซินเอ่ยขึ้นก่อนจะออกเดินทางเข้าวังโดยมีองครักษ์จากโม่ชิงหนานและเสี่ยวจ้านคุ้มกันไปตลอดทางตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







