تسجيل الدخولท่านอ๋องจ้าวอี้หลงรู้สึกแปลกใจในสตรีที่อยู่ตรงหน้า เกิดมาเขาไม่เคยเจอสตรีใดก็ต่อปากคำแถมมาตะคอกเสียงดังใส่เขาเช่นนี้ เขาจึงนึกชอบใจในตัวนางทันที
“ยังยืนเงียบอยู่ได้ รีบสั่งให้รถม้าของท่านออกไปจากทางของข้าเดี๋ยวนี้!” หมี่หลันตะโกนย้ำขึ้นอีกครั้ง
“คงจะเป็นแบบนั้นไม่ได้ เพราะข้ายังนอนหลับไม่เต็มอิ่มเลย ไว้ข้านอนหลับเต็มอิ่มก่อนแล้วข้าจะหลบทางให้เจ้านะ” พูดจบ ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงก็เตรียมที่จะเดินกลับเข้าไปนอนต่อด้านในรถม้า แต่หมี่หลันก็แผดเสียงรั้งเขาไว้ก่อน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงถึงกลับตกใจทันทีที่ได้ยินนางสั่งเขาเช่นนั้น เพราะเกิดมาในชีวิตของเขาไม่มีใครกล้าสั่งเขาเลยสักคน แม้แต่ฮ่องเต้ทั้งสองที่เป็นพี่ชายของเขา ก็ไม่เคยกล้าสั่งเขาเลยสักครั้ง
“เจ้าเป็นใครถึงกล้ามาสั่งข้าเช่นนี้?” ท่านอ๋องจ้าวอี้หันกลับมา พร้อมกับตะคอกถามนางทันที
“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ แต่ท่านนั้นแหละเป็นใครถึงกล้ามาขว้างทางเพื่อนอนหลับบนรถม้าเช่นนี้?” หมี่หลันหยอกหยอนถามเขากลับไป
“ข้าคือท่านอ๋องจ้าวอี้หลง น้องชายของฮ๋องเต้จ้าวหยางแห่งแผ่นดินที่เจ้ากำลังยืนตะโกนเสียงดังใส่ข้าแบบนี้” ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงคิดว่าเมื่อนางได้ยินคำตอบของเขาเช่นนี้จะทำให้นางยอมถอยกลับไป แต่เปล่าเลย...
เขากลับคิดผิด เพราะนางยังคงแผดเสียงใส่เขาต่อ
“ข้าไม่สนหรอกว่าท่านจะเป็นท่านอ๋องแอ๊งเอ๋ออ่าอะไรนั่นนะ! แต่ท่านกำลังขว้างทางรถม้าของข้าอยู่ ท่านต้องรีบหลบไปเดี๋ยวนี้”
ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงรู้สึกแปลกใจกับสตรีตรงหน้าไม่น้อย เขานึกเอ๊ะใจว่าเหตุใดนางจึงได้กล้าหาญมาต่อปากต่อคำกับเขาเช่นนี้
ในด้านของใต้เท้าฮวาที่ได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้นมาเรื่อย ๆ เขาจึงรีบเดินลงจากรถม้าเพื่อมาดูสถานการณ์ทันที และเมื่อลงมา เขาก็พบว่า
“ท่านอ๋องจ้าวอี้หลง!” ใต้เท้าฮวาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก็จะรีบวิ่งเข้าไปทำความเคารพท่านอ๋องทันที
เมื่อท่านอ๋องจ้าวอี้หลงได้พบกับใต้เท้าฮวา เขาจึงรีบถามใต้เท้าขึ้นทันที “นางผู้นี้เป็นใคร?”
“นางคือบุตรสาวของข้าเองพะยะค่ะ นางมีนามว่าฮวาหมี่หลัน นางเพิ่งพ้นจากความตายมาได้ไม่นาน ขอท่านอ๋องจ้าวอี้หลงอย่าได้ถือสาบุตรสาวของข้าเลย” ใต้เท้าฮวาขอร้องท่านอ๋องด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“เอาล่ะ! ข้าเห็นก็ความดีที่ใต้เท้าฮวาทำคุณต่อแผ่นดิน ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือสาเอาความนาง หากแต่ครั้งหน้าข้าคงปล่อยนางไปไม่ได้” ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงพูดขึ้น พร้อมกับมองไปที่หมี่หลัน
หมี่หลันรู้สึกหมั่นใสในตัวเขาที่ทำตัวเย่อหยิ่งเอาแต่ใจมานอนหลับขว้างทางคนอื่นเช่นนี้ หากไม่เห็นแก่หน้าของใต้เท้าฮวาผู้ซึ่งเป็นท่านพ่อของนาง นางคงกระชากคอท่านอ๋องจ้าวอี้หลงผู้นี้ลงมานอนที่พื้นแล้ว
“ขอบพระทัยท่านอ๋องมากพะยะค่ะ ข้าจะรีบพาตัวนางกลับไปเดี๋ยวนี้” ใต้เท้าฮวาพูดจบ เขาก็จูงแขนหมี่หลันขึ้นรถม้าไปทันที
เมื่อกลับมาถึงจวนตระกูลฮวา
ใต้เท้าฮวาก็รีบส่งหมอมาดูแลรักษาอาการของหมี่หลันทันที และเมื่อตรวจอาการของนางเสร็จแล้ว ท่านหมอผู้นั้นก็รีบวิ่งไปรายงานใต้เท้าฮวาด้วยสีหน้าที่แตกตื่นและประหลาดใจ
“ท่านหมอ! เหตุใดท่านจึงทำสีหน้าแตกตื่นเช่นนี้ หรือว่าอาการของนางไม่ดีอย่างนั้นรึ?” ใต้เท้าฮวาถามท่านหมอขึ้นด้วยความกังวลใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกใต้เท้า แต่หลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้ว ร่างกายของคุณหนูฮวาหมี่หลันกลับแข็งแรงอย่างประหลาด และโรคที่เคยเป็นก็ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ราวกับว่านางเป็นคนละคนอย่างนั้น” ท่านหมอตอบกลับไป
“แล้วอย่างนี้ท่านหมอต้องให้นางทานยาอะไรเพิ่มอีกไหมล่ะ? ข้าจะได้รีบสั่งให้คนไปหามา” แล้วใต้เท้าก็รีบพูดขึ้นต่อ
“ไม่ต้องแล้วล่ะ ร่างกายของนางไม่มีโรคภัยอะไรแล้ว นางไม่ต้องการยาใด ๆ มารักษาแล้ว ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก!” ท่านหมอพูดขึ้น
“ขอบใจท่านหมอมาก ข้าเองก็แปลกใจไม่แพ้กัน” ใต้เท้าฮวาพูดกลับไป พร้อมกับมองไปที่หอนอนของบุตรสาวของตน เพราะไม่เพียงแต่ท่านหมอที่ประหลาดใจเท่านั้น เขาผู้บิดาก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน และไม่ใช่เพียงแค่โรคภัยที่หายจากนางไป แต่นิสัยใจคอฮวาหมี่หลันคนเก่านั้นก็หายไปด้วย ก่อนหน้านี้ฮวาหมี่หลันเป็นสตรีที่มีมารยาทที่งดงาม และเรียบร้อย หากแต่ตอนนี้นางกลับเป็นสตรีที่ห้าวหาญที่กล้าไปยืนต่อปากต่อคำกับท่านอ๋องจ้าวอี้หลงอย่างไม่เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย
ทางด้านของหมี่หลัน
หลังจากที่ท่านหมอตรวจร่างกายของนางเสร็จแล้ว นางก็เดินสำรวจไปรอบ ๆ หอนอน พร้อมกับนำกระดาษและพู่กันขึ้นมาจดบันทึกบรรยากาศรอบ ๆ ทันที เพราะไม่ว่าจะอยู่ในร่างไหนหรือยุคสมัยไหน แต่จิตวิญญาณของนักเขียนของนางกลับไม่เคยหายไปเลย
เมื่อจดบรรยากาศรอบ ๆ แห่งเมืองหลี่เฟิงเสร็จแล้ว หมี่หลันก็เทตัวนอนลงบนเตียง พร้อมกับไขว้ห้างในท่านอนทันที “แม้ว่าที่นี่จะโบราณไปหน่อย แต่ก็สวยงามกว่ายุคปัจจุบันเยอะเลยนะเนี่ย!”
และในขณะที่หมี่หลันกำลังพูดกับตัวเองอยู่นั้น ตงตง สาวใช้ประจำของนางก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับอุทานออกมาด้วยความตกใจที่เห็นท่านอนของนาง
“ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย! คุณหนูหมี่หลัน เหตุใดจึงนอนในท่าไม่งามเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ? รีบเอาลงก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้านะเจ้าค่ะ”
“ข้านอนในหอนอนของตัวเองแบบนี้ ใครเขาจะเข้ามาดูกันเล่า?” หมี่หลันถามย้อนกลับไป
“ถึงจะไม่มีใครเข้ามาดู ก็นอนท่านี้ไม่ได้นะเจ้าคะ รีบเอาขาลงเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ” ตงตงตอบกลับไป พร้อมกับไปจับขาของหมี่หลันให้นอนเหมือนสตรีทั่วไปทันที
“เฮ้ออออออออออออออออออออ คุณหนูประหลาดกว่าแต่ก่อนขึ้นเยอะเลยนะเจ้าคะ?” แล้วตงตงก็ตัดพ้อขึ้น
“ประหลาดอย่างไงรึ?” หมี่หลันจึงถามกลับไปด้วยความอยากรู้
“ก็ก่อนหน้านี้คุณหนูเป็นสตรีอันดับหนึ่งของเมือง ทั้งเรียบร้อย มารยาทงาม พูดจาอ่อนหวาน แต่วันนี้คุณหนูกลับทำตัวประหลาด ทั้งท่านอนที่ไม่งาม ทั้งไปยืนเถียงกับท่านอ๋องจ้าวอี้หลงด้วยเสียงอันดังสะนั่นลั่นป่า แบบนี้ไม่ใช่คุณหนูเลย”
“โถ่วววววววววววววววววว คนเรามันก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองกันบ้างสิ จะให้นิสัยเดิม ๆ ไปทั้งปีทั้งชาติเลยอย่างนั้นรึ? วันหนึ่งเจ้าเองก็ต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน” หมี่หลันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่แสนซุกซน
“แต่ถึงข้าจะเปลี่ยนไปอย่างไร ข้าก็จะเป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของคุณหนูไปชั่วชีวิตเลยเจ้าค่ะ”
เมื่อหมี่หลันได้ยินคำตอบของตงตงเช่นนั้นนางก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะตอบกลับไป “ข้าเองก็จะรักและเอ็นดูเจ้าตลอดไปเช่นกัน”
นับตั้งแต่วินาทีนี้ที่หมี่หลันเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูฮวาหมี่หลัน นางก็สัญญาว่าจะรักและดูแลทุกคนเหมือนดั่งเช่นเดิม
____________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







