LOGINบทที่ 5
สู่จวนอ๋องของท่านอ๋องจ้าวอี้หลง
หลังจากผ่านไปได้ 1 อาทิตย์
ในที่สุดวันเข้าพิธีแต่งงานที่ยิ่งใหญ่แห่งเมืองหลี่เฟิง ระหว่างท่านอ๋องจ้าวอี้หลงกับคุณหนูฮวาหมี่หลันก็มาถึง เราประชาชนมากมายต่างมาเฝ้าชมงามด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ในด้านของหมี่หลันที่กำลังนั่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงสดนั้น ในขณะที่ผู้คนทั่วทั้งเมืองต่างมาร่วมชมพิธีแต่งงานของนางด้วยความตื่นเต้นและดีใจ แต่หมี่หลันผู้ซึ่งเป็นเจ้าสาวของงานกับนั่งทำหน้าเศร้าภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงของนาง
ใต้เท้าฮวาค่อย ๆ เดินนำตัวบุตรสาวเพียงคนเดียวของตนไปส่งขึ้นรถม้าขบวนเจ้าบ่าวของท่านอ๋องจ้าวอี้หลง และในขณะที่หมี่หลันกำลังจะก้าวขาขึ้นรถม้าไปนั้น ใต้เท้าฮวาผู้ซึ่งเป็นบิดาของนางก็รั้งนางไว้เสียก่อน
“หลันเอ๋อร์!” ท่านพ่อของนางเรียกชื่อของนางออกมาด้วยความเอ็นดู พร้อมกับพูดขึ้น “ตอนนี้เจ้าต้องกลายไปเป็นฮูหยินแห่งจวนอ๋องแล้ว พ่อจึงขอยกให้ตงตงติดตามเจ้าไปด้วย นางคอยติดตามเจ้ามาแต่เล็กแต่น้อย หากวันใดเจ้าเจอคนที่เหมาะสมกับนาง เจ้าก็ช่วยหาคู่ครองให้นางที แต่ตอนนี้เจ้าก็ให้นางไปช่วยเจ้าดูแลจวนอ๋องก่อนก็แล้วกันนะ”
หมี่หลันเดินเข้าไปกอดท่านพ่อของนางก่อนที่จะพูดขึ้น “ขอบคุณท่านพ่อมากที่ยกนางให้ตามไปอยู่กับข้า ข้าสัญญาว่าจะทำตามคำขอของท่าน แม่นางจะเป็นเพียงทาสรับใช้ แต่สำหรับข้าแล้วนางก็เหมือนพี่สาวของข้าคนหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมข้าจะหาคนมาแต่งงานกับนางอย่างแน่นอน” พูดจบ หมี่หลันก็เดินขึ้นรถม้าไปทันที โดยมีท่านอ๋องจ้าวอี้หลงเดินตามขึ้นมานั่งบนรถม้าของเขาติด ๆ
เมื่อทั้งสองคนขึ้นมานั่งบนรถม้าด้วยกันแล้ว บรรยากาศที่แสนอึดอัดก็เริ่มขึ้นทันที ในด้านของหมี่หลันนั้นนางเอาแต่คิดแต่วางวางแผนจะหย่าขาดเขาตลอดเวลา ส่วนในด้านของท่านอ๋องจ้าวอี้หลงนั้น เขากลับวางแผนที่จะพิชิตใจนางให้นาง
เมื่อรถขบวนงานแต่งงานเดินทางมาถึงจวนอ๋อง พิธีการแต่งงานก็เริ่มขึ้นต่อ หมี่หลันเองก็ทำพิธีแต่งงานในฐานะของเจ้าสาวอย่างว่าง่าย แม้ว่าในใจของนางจะไม่อยากทำมันเลยก็ตาม ส่วนในด้านของท่านอ๋องจ้าวอี้หลง เขาก็เอาแต่ยิ้มอยากมีสุขที่ได้แต่งงานกับนางผู้เป็นที่รัก
และเวลาเข้าหอก็มาถึง
ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงเดินเปิดประตูหอนอนเข้ามาด้วยความตื่นเต้น พร้อมปับปรี่เดินเข้าไปให้หมี่หลันทันที แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เปิดผ้าคลุมนางของนางออก นางกลับเป็นฝ่ายเปิดมันออกขึ้นเองพร้อมกับพูดขึ้น “ข้าจะหย่ากับท่าน”
“ห๊ะ!” ท่านอ๋องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจทันที เพราะตลอดช่วงการทำพิธีแต่งงาน นางก็ทำตามอย่างว่าง่ายโดยไม่อิดออดเลยแม้แต่น้อย แต่เหตุใดจู่ ๆ นางถึงจะมาหย่ากับเขาเช่นนี้ “เหตุใดเจ้าจึงจะมาหย่ากับข้าเช่นนี้?”
“เพราะว่าข้ารักชายอื่นแล้วยังไงล่ะ ทั้งหัวใจของข้าเป็นเพียงของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ต่อให้ท่านจะฝืนใจข้าอย่างไร หัวใจของข้าก็ไม่มีทางเป็นของท่านอย่างแน่นอน” นางพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
ในขณะที่เมื่อคนคลั่งรักอย่างท่านอ๋องจ้าวอี้หลงได้ยินเช่นนั้น เขาก็เกิดโมโหและพูดขึ้นออกมาทัน
“ชาตินี้เจ้าเป็นของข้า และข้าก็เป็นของเจ้า ไม่ว่าอย่างไรเราก็จะต้องแต่งงานกันอย่างแน่นอน”
“ข้าไม่รักท่าน ท่านหน้าด้านหน้าทน รักคนที่ไม่รักท่านไปได้อย่างไร ไร้ยางอายเกินไปแล้ว” นางตวาดถามเขากลับมา
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะทำให้เจ้ารักข้าให้จงได้”
“ท่านทำไม่ได้หรอก”
“ท่านอ๋องเช่นข้าเป็นรองบุคคลเพียงยับนิ้ว เพียงแค่เอาชนะหัวใจสตรีที่หมายปองยังทำไม่ได้ คงต้องไปเรียกสุนัขว่าบิดาแล้ว” พูดจบ ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงก็เดินออกจากหอนอนไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธทันที ในขณะที่หมี่หลันกลับรู้สึกดีใจที่คืนเข้าหอเช่นนี้ นางสามารถชวนเขาทะเลาะจนทำให้เขาหนีห่างออกจากนางไปได้
และในค่ำคืนนั้นหมี่หลันก็นอนหลับอยู่บนเตียงใหญ่ในจวนอ๋องอย่างสบายใจ
เช้าวันใหม่เริ่มต้น
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” หมี่หลันกรี๊ดร้องออกมาด้วยตกใจทันที เมื่อนางตื่นขึ้นมาก็พบกับร่างใหญ่ของท่านอ๋องกำลังนอนโชว์กล้ามแน่น ๆ อยู่บนเตียงเดียวกับนาง
“โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย นี่เจ้าจะกรี๊ดร้องอะไรแต่เช้าเนี่ย! ข้าจะหลับจะนอน” ท่านอ๋องพูดขึ้น พร้อมกับใช้มือปิดหูทั้งสองข้างของเขาไว้
“นี่ท่านออกไปจากหอนอนของข้าเดี๋ยวนี้นะ!” หมี่หลันลุกขึ้นนั่งบนเตียง พร้อมกับสั่งเขาขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโห
“หอนอนของเจ้าคนเดียวที่ไหนกัน! นี่มันคือหอนอนของเราต่างหาก” เขาตอบนางกลับมาด้วยรอยยิ้มสะใจ
“จะหอนอนของใครก็ช่าง! แต่ท่านต้องรีบออกไปเดี๋ยวนี้!” นางสั่งเขาขึ้นซ้ำอีกครั้ง
“ไม่! ข้าไม่ออก ข้าจะนอน เพราะว่าข้าง่วง” พูดจบ ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงก็ปิดตาลงนอนต่อทันที
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด หากท่านยังไม่ยอมออกไป ข้าก็จะกรี๊ดไม่ให้ท่านได้รับได้นอนเช่นนี้แหละ”
_____________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







