LOGINบทที่ 6
เหตุใดหัวใจจึงเริ่มแปรเปลี่ยน
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
เมื่อหมี่หลันลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่านางกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของท่านอ๋องจ้าวอี้หลงแล้ว แทนที่นางจะกรี๊ดร้องออกมา แต่จู่ ๆ หัวใจของนางกลับบอกว่าให้นางได้นอนอย่างสงบอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกสักพัก เพราะนางรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน และในที่สุดหมี่หลันก็เผลอหลับต่อไปในอ้อมกอดของเขา
หลังจากนั้นสักพักใหญ่ ๆ
ร่างใหญ่ของท่านอ๋องจ้าวอี้หลงก็ตื่นขึ้นมาและพบหมี่หลันยังคงหลับอยู่ในอ้อมกอดของเขาเช่นเดิม เขาจึงค่อย ๆ คลายตัวออกจากนางอย่างเบามือเพื่อให้นางตื่นขึ้นมาโวยวายใส่เขาอีก
เมื่อท่านอ๋องจ้าวอี้หลงหลุดออกมาจากพันธการบนเตียงกับร่างบางของหมี่หลันได้แล้ว เขาก็ยืนมองร่างบางที่กำลังหลับใหลของนางห่าง ๆ พรางพูดขึ้นกับตัวเองเบา ๆ “เวลานางหลับและสิ้นฤทธิ์เช่นนี้ ก็ดูน่ารักดีเหมือนกันนะ แต่ข้าชอบความปากเก่งของนางเสียมากกว่า” พูดจบ เขาก็อมยิ้มออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะเดินออกจากหอนอนไป
หลังจากนั้นไม่นาน
ตงตงก็รีบวิ่งเข้ามาในหอนอนของหมี่หลันด้วยความร้อนรนใจ พร้อมกับพูดขึ้น “คุณหนูเจ้าคะ ข้าได้ยินข่าวมาว่า”
“ข่าวอะไร?” หมี่หลันถามตงตงขึ้น
“ข้าได้ยินข่าวมาว่า พรุ่งนี้คุณชายหลี่หลู่ฮานกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับคุณหนูจากตระกูลหวางแล้วเจ้าค่ะ”
ฟุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
เมื่อได้รับรู้ข่าวเช่นนั้น ร่างบางของหมี่หลันก็ร่วงหล่นสู้พื้นทันที นางพรางนึกในใจพร้อมกับน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มว่าเหตุใดเขาจึงผิดคำสัญญาที่ว่าเขานั้นจะรอนาง
“ไหนท่านว่าจะรอข้า ฮือออออออออออออออออออออ” หมี่หลันร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดใจ เพราะสุดท้ายนางก็ได้รู้ว่าคำสัญญาทุกอย่างล้วนไม่เป็นความจริง
“คุณหนู! คุณหนูของข้า” ตงตงลูบหลังของหมี่หลันไว้เพื่อเป็นการปลอบใจนาง
“เจ้าออกไปก่อนเถอะ ตอนนี้ข้าอยากอยู่คนเดียว” หมี่หลันพูดขึ้น
“แต่ว่า...”
“ข้าบอกว่าข้าอยากอยู่คนเดียว”
“เจ้าค่ะ” เมื่อตงตงรับคำเสร็จ นางก็รีบเดินออกจากหอนอนของหมี่หลันออกไปด้วยความเป็นห่วงทันที
หมี่หลันรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะหัวใจของนางนั้นรักเขามาก รักอย่างที่นางไม่เคยได้รักใครมากก่อน สำหรับนางแล้วเขาเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนาง นางพยายามวางแผนเพื่อที่จะได้หย่ากับท่านอ๋องจ้าวอี้หลงเพื่อให้ได้ไปอยู่กับเขา แต่ผ่านไปได้ไม่ถึงอาทิตย์ เขากลับไปแต่งงานกับคุณหนูหวางผู้มีศักดิ์สูงส่ง และนั้นทำให้นางรู้ว่า ไม่มีคำสัญญาใดหรือความรักใดในโลกนี้จะยั่งยืนตลอดไป
ผ่านไปจนเย็นของวัน
หมี่หลันที่ยังคงขังตัวอยู่ในหอนอนโดยไม่ทานอะไรเลยก็ทำให้ตงตงเปลี่ยนหวงมากขึ้น ตงตงจึงตัดสินใจบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างท่านอ๋องจ้าวอี้หลงได้รับรู้ว่าคุณชายหลี่หลู่ฮานคือคนรักของคุณหนูฮวาหมี่หลง และเขาได้ผิดสัญญาต่อนาง และทำให้นางต้องเสียใจ
เมื่อท่านอ๋องจ้าวอี้หลงได้รับรู้ถึงคนรักของหมี่หลันเช่นนั้น แทนที่เขาจะโกรธนาง แต่เขากลับชายผู้นั้นที่ทำหมี่หลันของเขาต้องทุกข์ใจ ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงจึงไม่รอช้า เขาคว้ามีดดาบขึ้นมา และรีบขี่ม้าไปยังจวนตระกูลหลี่
เมื่อมาถึง ณ จวนตระกูลหลี่
ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงก็ถีบประตูเข้าไปในจวน และเดินเข้าไปลากคอคุณชายหลี่หลู่ฮาน พร้อมตะโกนถามเขาขึ้นด้วยความโมโห และใช้ดาบจี้ไปที่คอของเขาทันที “หากเจ้ารู้ว่าเจ้าไม่สามารถรักษาคำพูดที่มีต่อนางได้ แล้วเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาสัญญากับนางเช่นนั้น”
“ข้า...ข้า...ข้า มิได้ตั้งใจที่จะผิดคำสัญญาต่อนาง” คุณชายหลี่หลู่ฮานตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“หากเจ้ามิอยากจะผิดคำสัญญาที่มีต่อนาง งั้นเจ้าก็ไปยกเลิกงานพิธีแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เสีย” ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงตะโกนใส่เขา
“ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้ ข้าทำไม่ได้”
“งั้นเจ้าก็ต้องเลือก เลือกว่าจะยกพิธีแต่งงานเพื่อรอหมี่หลัน หรือเจ้าจะเข้าพิธีแต่งงานแล้วไปจากนางซะ ตอบบบบบบบ!”
“คือ ข้า...ข้าเลือกจะแต่งงาน”
เมื่อท่านอ๋องจ้าวอี้หลงได้ยินคำตอบของคุณชายหลี่หลู่ฮาน เขาจึงพูดขึ้น “เจ้าคนขี้ขลาด เจ้ากลัวตายมากกว่าจะรักษาคำสัญญาที่มีต่อนาง หากชาติหน้าเกิดมาใหม่ ข้าขอให้เจ้าอย่าได้พบเจอกับนางเพื่อทำให้นางเสียใจอีก” พูดจบ ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงก็ทีบร่างของคุณชายหลี่หลู่ฮานจนเขาล้มลงกับพื้นทันที
และเมื่อท่านอ๋องจ้าวอี้หลงกลับมาถึงจวนอ๋อง เขาก็รีบนำอาหารเข้าไปให้นางด้วยตนเอง พร้อมกับพูดขึ้น “ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ทั้งวันเจ้ายังไม่ได้ทานอะไรเลย งั้นทานนี้สักหน่อยสิ เจ้าจะได้มีแรงมาสู้กับข้า”
หมี่หลันยังคงนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรเขากลับไป
“เอาล่ะ! ข้าจะตั้งอาหารไว้ตรงนี้ ถ้าหากเจ้าหิวเมื่อไหร่ก็รีบมาทานล่ะ” พูดจบ ท่านอ๋องจ้าวอี้หลงก็เดินออกมาจากหอนอนของนาง
_________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







