LOGINบทที่ 3
เหนือการควบคุมของหัวใจ
ตลอดระยะเวลาในงานเลี้ยง ณ จวนสกุลของเหมยลี่และระหว่างเดินทางกลับสู่จวนสกุลหลัวนั้น ทั้งสองคนก็ไม่พูดคุยกันเลยสักคำเดียว ทางด้านของชิวยวี่รู้สึกว่าตนเองนั้นไม่ผิด เพราะนางมีนิสัยหวงของตัวเองตั้งแต่เล็กอยู่แล้ว เมื่อเจียลี่พยายามจะมาแย้งเขาไปจากนาง นางก็แค่ต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาเขาไว้ แต่ทางด้านของนิคโคลัสกลับรู้สึกว่าการกระทำของชิวยวี่นั้นผิดมาก ถึงแม้ว่านางจะเป็นคุณหนูจากสกุลไหนก็ตาม แต่นางก็ควรจะหัดระงับอารมณ์ต่อหน้าผู้อื่นเสียบ้าง
เมื่อทั้งสองคนเดินทางกลับมาถึง ณ จวนสกุลหลัวในยามเย็น ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้เป็นบิดาก็สังเกตเห็นว่าพวกเขาต่างฝ่ายต่างเดินเข้ามาในจวนด้วยความเงียบพร้อมกับสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงพูดกับตัวเองขึ้นด้วยความสงสัย
“บุรุษรูปงามผู้นี้เป็นใครกันนะถึงสามารถทำให้ชิวยวี่โกรธได้มากขนาดนี้? เขาคงมีอิทธิพลต่อใจของนางไม่น้อยเลยทีเดียว”
หลังจากที่นิคโคลัสหรือลู่เซียนได้เข้ามาอยู่ในจวนของเขาแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้สั่งให้นักสืบฝีมือดีที่สุดของแคว้นออกไปสืบหาเรื่องราวเกี่ยวกับเขาทันที แต่นักสืบที่จ้างก็ส่งข่าวกับว่า บุรุษผู้นี้เป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยมีใครได้พบหรือรู้จักเขามาก่อน ราวกับเขาเป็นบุรุษที่ตกลงมาจากสวรรค์ชั่วข้ามคืนเสียอย่างนั้น
“เจ้าเป็นใครกันนะ?”
ทางด้านของชิวยวี่ เมื่อนางกลับเข้ามาในหอนอนของตนเองได้แล้ว นางก็ทิ้งลงนอนด้วยความโกรธทันที นางโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เขามามีอิทธิพลเหนือหัวใจของนางเช่นนี้จนนางไม่สามารถควบหัวใจและความรู้สึกของตนเองได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีบุรุษผู้ใดสามารถทำแบบนี้กับชิวยวี่เลย แถมยิ่งนางได้รู้ว่าเขาโกรธกับการกระทำของนางเช่นนี้ และเขากลับเข้าข้างเจียลี่ผู้ซึ่งเป็นศัตรูของนาง ก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกกระสับกระส่ายใจไปหมด
“บ้าเอ้ย! นี่ข้าเป็นอะไรของข้าเนี่ย! ทำไมข้าต้องมาคิดเรื่องที่เขาโกรธข้าซ้ำ ๆ แบบนี้นะ? ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยเห็นจะเป็นแบบนี้มาก่อนเลย” ชิวยวี่ถามตัวเองขึ้นด้วยความงุนงง ก่อนที่นางจะพยายามข่มตาของตัวเองให้หลับลงเพื่อลืมความกังวลที่เขาโกรธนางไปซะ
ผ่านไปหลายชั่วยามจนกระทั่งมาถึงกลางดึก ดวงตาที่ชิวยวี่พยายามข่มให้มันหลับเข้าสู่ห้วงนิทราหลายต่อหลายครั้ง แต่มันก็จะยอมพานางหลับเสียที เพราะความกระวนกระวายใจที่ถูกเขาโกรธจึงทำให้นางยังคงนอนไม่หลับเช่นนี้
เมื่อชิวยวี่รู้ว่าปัญหาของการนอนไม่หลับของนางครั้งนี้ก็คือเขา นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นออกจากเตียงและเดินออกไปจากหอนอนของตนเองทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ชิวยวี่ยืนเคาะที่หน้าประตูหอนอนของนิคโคลัสหลายต่อหลายครั้งจนมือของนางเริ่มเจ็บไปหมดแล้ว แต่นิคโคลัสที่รู้สึกเพลียจากการไปพบปะผู้คนที่งานเลี้ยงของคุณหนูเหมยลี่กลับนอนหลับสนิทโดยไม่ยินเสียงเคาะเลยแม้แต่น้อย
ชิวยวี่ที่เห็นว่านิคโคลัสยังคงไม่ยอมเปิดประตูให้กับนาง นางจึงพรางคิดไปเองว่าเขานั้นได้ยินเสียงเคาะประตูหอนอนของนางแล้ว แต่เขาเลือกที่จะเมินเฉยใส่นาง และความคิดไปเองของนางนั้นจึงทำให้นางทวีความโกรธเขาขึ้นไปเท่าตัว ดังนั้นชิวยวี่จึงไม่รอช้า นางตัดสินใจปีนเข้าไปในหอนอนของเขาทางหน้าต่างทันที
แล้วเมื่อชิวยวี่สามารถเข้ามาในหอนอนของเขาได้แล้ว นางก็พบว่าเขายังคงหลับสนิทอยู่ อารมณ์ร้อนที่เต็มไปด้วยความโกรธของนางจึงเย็นลงเมื่อได้พบกับใบหน้าที่ใสซื่อของเขาที่กำลังเข้าสู่ห้วงแห่งนิทรา
“ใบหน้าที่กำลังหลับใหลของเขาเช่นนี้ ช่างน่ามองเสียเหลือเกิน” พูดจบ ชิวยวี่ก็ค่อย ๆ ใช้ริมฝีปากหอมที่แก้มของนิคโคลัสเบา ๆ ก่อนที่นางจะค่อย ๆ หันหลังเดินออกไป
แต่ยังไม่ทันทีที่มือของชิวยวี่จะได้ผลักประตูหอนอนของเขาเปิดออก ร่างใหญ่ของนิคโคลัสก็ตื่นขึ้น พร้อมกับตะโกนถามนางขึ้นมาด้วยความตกใจทันที “ท่านหญิง! ท่านเข้ามาที่หอนอนของข้าดึกดืนเช่นนี้ทำไมกัน?”
ชิวยวี่ที่รู้ดีว่าตัวเองนั้นผิดที่เข้ามาในหอนอนของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นนี้ แต่จะให้นางยอมรับง่าย ๆ ได้อย่างไรกันล่ะ! นางจึงแผดเสียงดังตอบเขากลับไปเพื่อบ่ายเบี่ยงความผิดของตนเอง
“ก็เจ้าโกรธข้าเรื่องที่ข้าไม่หาเรื่องเจียลี่! ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้าก็เลยเข้ามาในหอนอนของเจ้า เพื่อจะบอกให้เจ้ารู้”
นิคโคลัสค่อย ๆ ลุกขึ้นมาจากเตียงของเขา และเดินมุ่งตรงมาที่นาง ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น “ท่านทะเลาะกับผู้อื่นกลางงานเลี้ยงของเพื่อนรักเช่นนั้น ไม่เรียกว่าผิดได้อย่างไรกัน?”
“ก็เพราะว่าข้าควบคุมตัวเองไม่ได้!” ชิวยวี่เถียงเขากลับไปด้วยเสียงอันดัง
แต่นิคโคลัสกลับถามนางกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม “แล้วเหตุใดท่านจึงควบคุมตัวเองไม่ได้ล่ะ?”
“ก็เพราะว่าข้าชอบเจ้าไง!” อุ๊ป ชิวยวี่รีบเอามือขึ้นมาปิดปากของตนเองทันทีเมื่อนางเพิ่งจะรู้ตัวว่าตนเองนั้นพูดอะไรอออกไป
__________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







