مشاركة

เอาคืน

last update تاريخ النشر: 2025-11-30 09:00:34

        วันต่อมา ภริตามาถึงบริษัทในเวลาแปดโมง เธอเดินไปที่ล็อกเกอร์เก็บกระเป๋า เปลี่ยนชุดเสร็จสรรพก็พร้อมเริ่มทำงาน

          “เอ…ทำไมวันนี้พนักงานเยอะจังนะ” หญิงสาวแปลกใจเล็กน้อยที่วันนี้บริษัทมีคนเดินไปมาพลุกพล่าน แต่เพราะหน้าที่ของแม่บ้านมีเพียงแค่ทำความสะอาดเท่านั้น จึงไม่ได้สนใจว่าตอนนี้เหล่าพนักงานกำลังวุ่นวายสิ่งใดอยู่

          “วาด” พิมพาเห็นว่าภริตาเพิ่งมาจึงเอ่ยเรียกขึ้น

          คนถูกเรียกหันไปมองตามเสียง เห็นเพื่อนยืนพิงพนังอยู่จึงทำหน้าฉงนแกมแปลกใจเล็กน้อย

          “อ้าวพิม ไมมาอยู่นี่อ่ะ วาดนึกว่าขึ้นไปข้างบนแล้วซะอีก” เธอทัก

          “เรารอวาดอยู่น่ะ”

          “อ่อ…ไปสิ วาดเปลี่ยนเสื้อเสร็จพอดี ไปกันเถอะเดี๋ยวไม่ทันตอกบัตร” ภริตาชวนพร้อมกับดันประตูล็อกเกอร์ ก่อนจะชวนกันเดินมาตอกบัตร แต่พอคว้าอุปกรณ์ทำมาหากินเท่านั้น หัวหน้าแผนกทำความสะอาดก็โพล่งขึ้น

          “วันนี้ ทุกคนต้องขึ้นไปจัดโต๊ะที่ห้องประชุมใหญ่นะ เพราะจะมีแขกสำคัญมาที่นี่”

          “ห๊ะ! อะไรนะ” เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากปากของพิมพาหากแต่เป็นเสียงของภริตาที่ไม่เพียงขมวดคิ้วสงสัย ทว่ามือเล็กๆ ของเธอดันไปกุมมือของเพื่อนอัตโนมัติ

          ทุกคนหันไปที่เธอเป็นตาเดียวไม่เว้นแต่หัวหน้าฝ่าย

          “มีอะไรหรือเปล่า ภาพวาด” เสียงของหน้าฝ่ายวัยกลางคนถามขึ้น ภริตาเริ่มคืนสติ ยิมแหยรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

          “เปล่าค่ะหัวหน้า พอดีสายผ้ากันเปื้อนหลุดค่ะเลยตกใจ” เธอแก้ตัว

          “รีบจัดการให้เรียบร้อย อีกสักพักเหล่าผู้บริหารและแขกสำคัญก็คงน่าจะมากันแล้ว”

          “ค่ะ หัวหน้า” ถึงจะรับปากออกไป แต่ภริตาเริ่มรู้สึกร้อนรนแปลกๆ ครั้นแปะป่ายมือควานหาหน้ากากอนามัยในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนกลับพบเพียงความว่างเปล่า

          “มีอะไรป่าววาด” พิมพาเห็นท่าทีหลุกหลิกของเพื่อนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทว่าภริตาไม่ตอบแต่ย้อนถามถึงสิ่งที่ตนอยากได้แทน

          “พิมมีแมสติดมาสักอันมั้ย”

          “ไม่มีอ่ะ” อีกฝ่ายส่ายหน้า

        “คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ช่วงนี้โควิดก็ไม่มีล่ะ ไม่ต้องใช้ก็ได้ เรารีบไปเถอะ เดี๋ยวโดนหัวหน้าดุ” พิมพาตอบ ก่อนจะดึงมือของภริตาไปรวมตัวกับคนอื่นๆ

        เป็นครั้งแรกที่ภริตายอมรับว่าเธอทำงานด้วยใจพะวักพะวง ไม่มีสมาธิ สายตาเอาแต่สอดส่ายหาใครบางคนอยู่ตลอดเวลา

          เพี้ยง!!!

          อย่าให้เจอเล้ยย

          แม้จะรู้แน่แก่ใจแล้วว่า ที่นี่คือถิ่นเขา ทว่าภริตาก็ไม่พร้อมที่เผชิญหน้าแบบจะๆเสียที ต่อให้เมื่อวานได้เจอกันแล้ว แต่ก็เป็นการเจอที่เอเมอร์ไม่รู้ว่าเธอคือใคร หรือบางทีเขาอาจจะลืมเธอไปแล้วก็ได้ อย่างน้อยก็ขอเธอทำใจที่จะสารภาพผิดกับเหตุการณ์ที่เธอเคยทำกับเขาไว้

          เมื่อเวลาบีบบังคับเข้ามาก็เป็นการยากที่ภริตาจะหลบอยู่หลังบาร์เครื่องดื่มได้อีกต่อไป เพราะหน้าที่ของเธอคือการจัดโต๊ะประชุมให้สวยงาม สะอาด และเป็นระเบียบให้เสร็จก่อนเที่ยง

          “ขึงให้แน่นเลยนะพิม” ภริตาบอกเพื่อน ขณะที่ตัวเองกำปลายผ้าไว้จนข้อนิ้วเล็กๆ ปรากฎรอยแดง

          เธอไม่อยากแก้งาน จึงตั้งใจทำให้ดีที่สุด เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา โชคดีมากที่เพื่อนร่วมงานเป็นพิมพาที่มีปณิธานเดียวกัน คือ ทำให้ดี ทำให้ไว จะได้พักก่อนเที่ยง

          “ฮึบ”

          หลังสิ้นเสียง ‘ฮึบ’ ผ้าสีขาวสะอาดที่มีกลิ่นหอมของดอกมะลิจางๆ ถูกเธอและพิมพาขึงจนตึงก่อนจะถูกปูไว้บนโต๊ะ ตามมาด้วยแจกันดอกไม้สดประจำจุดที่กะระยะให้พอดีกับขนาดความยาวของโต๊ะ

          เมื่อความเพลิดเพลินเข้ามา ภริตาก็ผ่อนคลายจนลืมความกังวล จนกระทั่งใกล้เที่ยง หญิงสาวก็รู้สึกถึงรังสีความร้อนบางอย่างที่แผ่มาจากด้านหลังหากพยายามไม่หันหลังไปมองจวบจนเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจเอ่ยขึ้น

          “เบี้ยว”

          แค่คำสั้นๆ แต่กลับมีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ใครบางคนหันขวับกลับไปยังต้นเสียง

          ภริตาหน้าซีดเผือด ตกใจ เผลอขยุ้มผ้าในมือแน่นจนเพื่อนร้องท้วง

          “วาด ยับหมดแล้วนะ กำซะแน่นเลย วาด!”

          “หา! โทดที” หญิงสาวพึมพำก่อนคลายมือออกจากผ้า

          ภริตาทำงานแบบสั่นๆ เหมือนคนเป็นไข้ ขณะที่ผู้บริหารหนุ่มลูกครึ่งหรี่ตามองคนที่เขาเกือบจะลืมหน้าไปแล้ว คนที่เคยทำให้เขาเกือบตายในคืนนั้น โชคดีที่ลูกน้องคนสนิทพาเขาไปส่งโรงพยาบาลทันเวลาไม่อย่างนั้นเขาคงต้องจากโลกนี้ไปแล้ว

        เอเมอร์จ้องมองแม่บ้านสาวด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ เขาไม่อยากทำให้ลูกกวางน้อยตื่นตระหนกหรอก แต่ที่แน่ๆ

          เธอกล้ามากที่มาเหยียบจมูกเขาถึงถิ่น!

          เอเมอร์แสยะยิ้ม ยิ่งเห็นท่าทางคนตัวเล็กตัวสั่นงันงก เขาก็ยิ่งชอบใจยืนกดดันอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน

          “เสร็จแล้ว เราไปทำโต๊ะโน้นต่อนะพิมจะได้ไปพัก” ภริตาเอ่ยชวนเพื่อน ซึ่งฝ่ายนั้นก็พยักหน้าหงึกหงัก แต่ทั้งคู่กลับต้องสะดุ้งโหยงเมื่อน้ำเสียงเยียบเย็นสั่งการขึ้น

          “รื้อใหม่”

          ภริตากับพิมพาหันไปมองคนออกคำสั่งสลับกับมองผ้าปูโต๊ะที่หากเพ่งดูดีๆ ออกจะตึงกว่าโต๊ะตัวอื่นด้วยซ้ำ แต่ก็นั้นละ ที่นี่เขาใหญ่กว่าใครนี่ สุดท้ายจึงจำใจรับคำไปสั้นๆ ว่า ‘ค่ะ’

          สองเพื่อนสาวคู่หูดึงผ้าปูโต๊ะตัวเก่าออกก่อนเปลี่ยนเป็นผืนใหม่แทน บรรจงปูอย่างประณีตเบามือให้มีรอยยับน้อยที่สุดจนเรียบตึงแน่นเปรี๊ยะ

          “เรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอหันไปรายงานด้วยอารมณ์ขุ่นมัว จนลืมไปว่าตัวเองมีความผิดติดตัว ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายกลับย้อนมาทันที

          “ตรงไหน?”

          คำตอบกวนๆ ที่ดังขึ้นจากริมฝีปากบางทำให้ภริตากำมือแน่น  เธอกับพิมพาบรรจงปูอย่างสุดฝีมือ แต่ดูพ่อคุณตอบมาสิ

          มันน่าฟาดด้วยรองตรีนเบอร์ 38นัก!

          “ปูใหม่”

          “ค่ะ”

          ภริตารับคำสั่งที่ไร้เหตุผลนั่นอีกครั้ง ขณะที่พิมพาเริ่มหน้าซีด

          สองสาวเริ่มปูผ้าผืนใหม่เป็นครั้งที่สามอย่างอดทน ทำทุกอย่างเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่ก็กลับได้คำตอบเดิมอีกครั้ง

          “ปูใหม่ มันเอียง” คนมีอำนาจบอกหน้าตาย แต่ขีดความอดทนของภริตาได้ขาดสบั่นลงจึงจิกกัดไปเล็กๆ

          “ท่านประธานต้องไปตรวจสายตาบ้างนะคะ”

          ได้ผล คนที่ถูกเธอต่อว่าเป็นคนสายตาเอียงนิดๆ ทำเอาคนที่กำลังเอาคืนเขม่นมองมา

          “นี่หาว่าผมสายตาเอียง?”

          “ไม่ได้เอียงค่ะ” เธอตอบกลับยิ้มๆ ก่อนเชือดเฉือนทิ้งท้าย “แต่น่าจะตาบอด ถึงมองเห็นความจริงเพี้ยนไป”

          เอเมอร์กัดฟันกรอด ตวัดสายตามองถึงพนักงานอีกคนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวด้วย แต่ดันโชคร้ายที่มาคบยัยนี่

          “เธอไปได้แล้ว” เขาบอกพนักงานอีกคนที่ตอนนี้ก้มหน้างุดจนแทบจะถึงพื้น

          “ค่ะๆ” พิมพารับคำสั่นๆ หากก็ไม่ลืมไปบอกเพื่อน “วาดฉันไปก่อนนะ”

          “อื้ม”

          ภริตาพยักหน้ารับ รู้ดีว่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่ท่านประธานหนุ่มกำลังฟาดงวงฟาดงาอยู่ตอนนี้ มาจากตนจึงไม่อยากให้พิมโดนหางเลขไปด้วย การที่เขาเล่นงานเธอแบบนี้ เขาจำเธอได้อย่างแน่นอน

          “ทำสิ รออะไรล่ะ หรือจะรอให้เรียกตำรวจ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังลับร่างของพิมพา ภริตาหันไปมองหน้าคนพูดอย่างตกใจก่อนเดินออกห่างจากเขาแล้วทำหน้าที่ของตนเองต่อ แม้ในใจจะหวาดกลัวว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริง

          เอเมอร์ยืนคุมเชิงหญิงสาวอยู่ใกล้ๆ ทั้งที่ในใจอยากจะกระชากร่างเพรียวเข้าไปชำระความในห้องสองต่อสอง บอกตรงๆ ว่าเซ็กส์ของเธอคืนนั้นทำเขาจำได้ไม่รู้ลืม…แถมเธอยังกล้าวางยาพิษกับเขาอีก แค้นนี้เขาต้องชำระอย่างสาสม

        “เบี้ยว ทำใหม่” เสียงทุ้มดุเอ่ยตามหลัง

        “ตรงไหนค่ะที่เบี้ยว” ภริตาถามกลับ บอกตรงๆ ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะต้องแก้จากตรงไหน เพราะเธอรื้อผ้าปูโต๊ะมาจนมือแดงไปหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่ตรงใจคนเจ้าอารมณ์อยู่ดี

          “คิดจะแข็งข้อกับฉันเหรอ คิดดีๆ นะสาวน้อย”

          “เฮ้อ...”

          เมื่อโดนเขาขู่ ภริตาก็ท่องเลขหนึ่งถึงสิบด้วยความอดทนจัดการปูผ้าคลุมโต๊ะอีกครั้ง โดยที่มีท่านประธานหนุ่มยืนจ้องจับผิดไม่ไปไหน แต่จนแล้วจนรอด ก็หาได้ถูกใจเขา

          “แจกันไม่สวย ไปเปลี่ยนมาใหม่ไป!”

          ภริตาตวัดสายตาเขม่นไปยังคนตัวสูง ท่องคำว่า ‘อดทนๆ’ ก้าวเท้าไปหยิบแจกันใบใหม่พร้อมกับดอกไม้สดอีกจำนวนหนึ่ง เหลียวมองหาเพื่อนก็เห็นพิมพาหลีกหนีไปไกลหลายโยชน์

          “อย่าคิดจะหาพวกเลย เพื่อนเธอเขาฉลาด ไม่อยู่รอความซวยจากเธอหรอก” เสียงของผู้มีอำนาจลอยมา ภริตาทำเฉยเหมือนทองไม่รู้ร้อนรีบทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จๆ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   งานมงคล

    3เดือนต่อมาภริตากำลังนั่งถักหมวกเพื่อให้เจ้าตัวเล็กได้สวมใส่ในช่วงหน้าหนาว หรือเวลาที่เอเมอร์พาเธอกับลูกไปเที่ยวที่ต่างประเทศในอนาคต ตอนนี้ลูกน้อยของภริตาได้มีอายุครบหกเดือนเต็มแล้ว แถมยังชอบส่งยิ้มให้ป๊ากับมี๊อีกด้วยเอเมอร์เมื่อเห็นลูกเริ่มเล่นได้ก็เห่อซื้อของขวัญชิ้นโตๆ ให้ลูกมาเป็นโขยง ทั้งที่ของทุกชิ้นลูกก็ยังเล่นไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ ดูท่าคุณพ่อป้ายแดงคงจะเห่อลูกไปอีกนานปรี๊น!ปรี๊น!เสียงแตรรถบีบเรียกให้ภริตารีบออกไปต้อนรับการกลับมาของสามี ร่างบางวางเครื่องมือการถักผ้าลงก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปหาเอเมอร์ที่บริเวรหน้าประตูใหญ่ร่างสูงสวมชุดสูทราคาแพงขึ้นบันไดตรงเข้ามากอดภรรยาคนสวยพร้อมกับหอมอีกสองฟอดภริตาถึงกับต้องตีที่แขนเอเมอร์เป็นเชิงเอ็ดเพราะกลัวว่าคนใช้ในบ้านจะมาเห็นเข้า“เดี๋ยวคนอื่นก็เห็นหรอกค่ะ”“อายทำไม ผัวเมียกอดหอมกันมันเป็นเรื่องธรรมชาตินะวาด”“คุณก็!”“เรารีบเข้าบ้านเถอะ ฉันคิดถึงเธอกับลูกจะแย่แล้วรู้มั้ย”ร่างสูงโอบไหล่ภรรยาสาวและพ

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   เพื่อครอบครัว

    หลังจากที่ผู้หลักผู้ใหญ่ตกลงกันเสร็จสิ้นนัยนาก็รับหน้าที่ไปจัดการเรื่องการ์ดเชิญแขกที่จะมาร่วมงาน ส่วนภาพวาดและเอเมอร์จึงมานั่งคุยกันถึงเรื่องวันงาน“วาดขอจัดงานไม่ต้องใหญ่โตมากนะคะ เราเชิญเฉพาะแค่แขกที่สนิทจริงๆ ก็พอค่ะ”เสียงใสพูดกับสามีด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่เอเมอร์กลับเลิกคิ้วเข้มขึ้นอย่างตั้งคำถาม ฐานะของเขาก็ออกจะใหญ่โตขนาดนี้ทำไมภรรยาถึงอยากให้จัดงานแค่เพียงงานเล็กๆ“ทำไมล่ะ เธอไม่อยากจัดงานใหญ่ๆ ให้ตัวเองมีหน้ามีตาในสังคมงั้นเหรอ”“ไม่หรอกค่ะ วาดอยากจัดแบบอบอุ่นมีแค่คนกันเอง วาดว่ามันดูเรียบง่ายและไม่วุ่นวายดีค่ะ”“งั้นเหรอ”“ค่ะ แล้วอีกอย่างลูกเราก็ยังอายุไม่ถึงหนึ่งขวบเลย ไว้ให้ลูกครบหนึ่งขวบเมื่อไหร่วาดอยากจะจัดงานอีกรอบ และอยากให้เราสองคนพาลูกเข้าประตูวิวาห์ด้วยค่ะ เพื่อเป็นพยานรักให้กับเราสองคน คุณว่าไงคะ?”ภาพวาดร่ายยาวถึงความตั้งใจของเธอที่อยากมีลูกมาร่วมพิธีด้วย ทำให้เอเมอร์มองหน้าสวยพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู“รู้ตัวมั้ยว่าเธอน่ารักมาก”มือห

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   ความจริงที่ต้องเผชิญ

    “ทำไมต้องเป็นคุณด้วยนา”เสียงทุ้มเอ่ยถามอดีตคนรักเก่าอย่างที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าสามีของภาพวาดจะเป็นลูกชายของเธอจริงๆ“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะคะว่าหนูวาดเป็นลูกสาวของคุณ” นัยนาตอบชายหนุ่มไปด้วยความสัตย์จริง เธอเองก็ไม่เคยคิดว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้“ผม…”เกริกถึงกับพูดอะไรไม่ออก หลายปีมานี้เขาไม่เคยลืมเธอได้เลย แต่โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้สองคนวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว เพราะเขาทั้งคู่ต่างคนก็ต่างเริ่มต้นใหม่เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงแค่เรื่องในอดีตเท่านั้น!“ฉันดีใจนะคะที่คุณเลี้ยงลูกสาวเติบโตมาได้เป็นอย่างดีเลย หนูวาดน่ารักมากๆ ส่วนเรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว”นัยนาส่งยิ้มจริงใจให้เกริกในขณะที่ลูกๆ กำลังพากันงงกับเหตุการณ์เบื้องหน้า แต่ทั้งภาพวาดและเอเมอร์ต่างก็หันมาสบตากันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะไม่อยากขัดบทสนทนาของผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาทั้งสองฟังอยู่เงียบๆ และปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง“ลูกชายคุณก็หล่อ…น่าจะได้พ่อมาเยอะนะ”เก

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   การเผชิญหน้าครั้งใหญ่

    หนึ่งเดือนผ่านมาบิดาของภริตาก็ลงมาเยี่ยมหลาน ภริตาดีใจมากที่ได้เจอหน้าพ่อเป็นครั้งแรกในรอบปี ตอนแรกเธอคิดว่าจัดงานเลี้ยงเล็กๆ แต่เอเมอร์กลับเห็นว่าไหนๆ พ่อตาก็ลงมาเจอหน้าหลานทั้งที จึงคิดใช้โอกาสนี้ให้สองครอบครัวมาทำความรู้จักกัน เพราะส่วนหนึ่งเขาก็อยากคุยเรื่องแต่งงานด้วยและแล้วงานเซอร์ไพรส์ก็เกิดขึ้นในเย็นวันหนึ่ง จากที่จะเลี้ยงกันเล็กๆ ภายในครอบครัวก็กลายเป็นงานเลี้ยงแบบมีพิธีการย่อมๆ“คุณ” ภริตาสะกิดเรียกสามี เมื่อเห็นอาการของสองพ่อที่มาเจอกันในงาน“หือ”“คุณว่าเขาจะคุยกันยังไงคะ” ภริตาพูดแล้วพลางขยิบตามองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่นั่งร่วมโต๊ะ หากทว่าต่างคนต่างนิ่งเงียบ“ภาษาใบ้ไง” เอเมอร์ตอบกลับ“คุณก็”“ไปเถอะ ปล่อยให้พ่อพ่อเขาคุยกันเถอะ เจ้าอินดี้หิวแล้วล่ะ” เอเมอร์ชวนก่อนจะเดินนำเธอไปหาลูกน้อย ปล่อยให้ชายวัยใกล้หกสิบทั้งสองคนที่เหมือนจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่องจ้องหน้ากันเงียบๆคนหนึ่งเป็นคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อีกคนเป็นคนต่างชาติที่แม้จะมาอยู่ปร

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   มือใหม่

    กลางดึกของวันที่อากาสเย็นเยียบ ภริตาตื่นมาก็สัมผัสกับความเปียกชื้นตรงกลางหว่างขา เธอรีบปลุกร่างใหญ่ที่นอนอยู่ข้างๆ กัน“ที่รัก”“…”เงียบไร้เสียงตอบรับ ภริตาจึงเอื้อมมือมาเขย่าแขนกำยำพร้อมกับปลุกเรียกอีกครั้ง“ที่รักตื่นสิ ฉันปวดท้อง”“หืม?”คำว่าปวดท้องทำให้อดีตมาเฟียหนุ่มกระพือตาเปิด ขยี้เปลือกตาไปมาสักพักเพื่อปรับแสง ก่อนลุกนั่งแล้ววิ่งวุ่นจัดการทุกอย่างให้พร้อมสรรพภริตาเริ่มหน้ายับย่น ความปวดเริ่มกระจายวงกว้าง“ที่รัก...ฉันเจ็บท้อง” เธอร้องบอกสามี“ทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็ได้เห็นหน้าลูกแล้ว”ใบหน้าสวยพยักหน้ารับ ฝืนใจข่มความเจ็บก่อนส่งมือให้ช่วยพยุงพากันลงด้านล่างของเพ้นท์เฮ้าส์ เพราะเป็นเวลาดึกถนนโล่ง เพียงไม่ถึงยี่สิบนาที เอเมอร์ก็พาภริตามาถึงโรงพยาบาล และทันทีที่มาถึงร่างของว่าที่คุณแม่ก็ถูกเข็นเข้าไปด้านในเอเมอร์เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดปลอดโรคตามคุณหมอผู้เป็นเจ้าของไข้ กระทั่งผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง&l

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   อยากสร้างอนาคตกับเธอ

    หลังผ่านความวุ่นวายทุกอย่าง เอเมอร์ตัดสินใจพาภริตามารู้จักครอบครัว ด้วยเขาคิดอยากจะสร้างอนาคตร่วมกันและวางแผนสำหรับชีวิตที่กำลังจะมีไอ้ต้าวก้อนออกมาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าภายในรถคันหรู เอเมอร์มีท่าทีสบายๆ แต่ภริตากลับมีสีหน้าเคร่งเครียดจนชายหนุ่มต้องเอ่ยถามขึ้น“เป็นอะไร นั่งนิ่งเชียว”“กลัวค่ะ”“กลัวอะไร”“กลัวคุณแม่คุณ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาติดกังวล แต่คนฟังอย่างเอเมอร์ปล่อยขำออกมาเสียงดัง“ฮ่า ฮ่า ฮ่า กลัวอะไร แม่ฉันไม่ได้มีเขี้ยวงอกออกมาซะหน่อย” มาเฟียหนุ่มเอ่ยขำๆ แต่ภริตาเริ่มเขม่นตามาแบบขวางๆ“คุณก็หัวเราะได้ซิ ไม่รู้หรือไงว่าศึกระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ทำผัวเมียพังมานักต่อนักแล้ว วาดไม่ไปได้มั้ย ขอลงตรงนี้เลย” พูดจบมือเล็กก็เตรียมพร้อมปลดล็อกประตูรถ“ขี้ขลาด!”หญิงสาวที่กำลังจะหนีสะดุ้ง“เรื่องอะไรมาด่าวาดด้วยเล่า”“ไม่ให้ด่าได้ไง เรื่องมันยังไม่ทันเกิด แต่เธอก็กลัวจนหัวหดเสียแล้ว ไม่สมกับเป็นเมียฉ

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   การสนับสนุนจากเพื่อน

    เมื่อรู้ว่าภริตาถูกลักพาตัวไป เอเมอร์จึงสั่งให้ลูกน้องอ

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   ลักพาตัว

    หลังจากที่ทั้งคู่เปิดใจบอกความรู้สึกต่อกัน เอเมอร์ก็ดูแลเอาใจใส่ภริตาและลูกในท้องอย่างดี ประคบประหงมราวกับเธอเป็นไข่ในหิน หยิบจับอะไรมาเฟียหนุ่มเป็นต้องห้ามอยู่ตลอด เรียกได้ว่าหวงยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ตอนนี้คุณแม่เริ่มอวบอิ่มมาก เดินไปไหนก็อุ้ยอ้ายจนหญิงสาวมักบ่นอยู่ตลอดว่ากว่าจะคลอด เธอคงไม

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   คิดเหมือนกัน NC

    ร่างเล็กอรชรนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง กระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูห้องโถงใหญ่ หญิงสาวคอยเงี่ยหูฟังว่าเอเมอร์จะเข้ามาที่ห้องเธอไหม รออยู่นานหลายนาที หากสุดท้ายก็ว่างเปล่า‘เขาคงเหนื่อยมั้ง’ถึงจะคิดในแง่ดีว่าชายหนุ่มคงมีเรื่องต้องจัดการ หากทว่าพอเอาเข้าจริง ภริตาก็อดรนทนไม

  • ข้ามเวลา เสน่หามาเฟีย   จบทุกอย่าง

    1เดือนผ่านไป…วาธินทร์ไปเข้าบ่อนพนันอย่างเคย จึงทำให้ไปรู้จักกับราเชน และพูดคุยกันถูกคอจนได้รู้ว่าภริตาเป็นผู้หญิงของเอเมอร์ที่เป็นศัตรูของราเชน วาธินทร์จึงเสนอตัวกับราเชนว่าจะช่วยกำจัดเอเมอร์แต่มีข้อแม้ว่าต้องกำจัดภริตาด้วยอีกคน วาธินทร์รู้ดีว่าหากเขาคนเดียวจะทำร้ายภริต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status