ANMELDEN“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะ” เจียงซุนเจ๋อไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เขารอให้พระสนมกับคนอื่น ๆ เดินจากไปก่อนจึงลุกขึ้นลากตัวเจียงหว่านออกจากวังไปอย่างรวดเร็ว เจียงม่านหรูที่แอบดูอยู่ห่าง ๆ เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามหลังออกไปเช่นเดียวกัน นางได้แต่คิดในใจว่าโชคดีนักที่ไม่มีใครเห็นตอนนางลงมือกับเจียงหว่าน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่ได้กลับออกไปง่าย ๆ แบบนี้
ด้านจิ้งอ๋องที่ยังไม่รู้ว่าตนเองก่อเรื่องใหญ่แค่ไหน พอเปลี่ยนฉลองพระองค์เสร็จก็ไม่มีอารมณ์เข้าร่วมงานเลี้ยงต่อจึงเลือกที่จะกลับจวนของพระองค์เองไปไม่ต่างจากพวกคนตระกูลเจียง
พระสนมหรงกลับถึงตำหนักก็ได้แต่สอบถามกับหมัวมัวคนสนิทเรื่องที่ต้องจัดการเรื่องราววุ่นวายในวันนี้อย่างหนักพระทัย
“เฮ้อ เจ้าว่าเราควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี” พระสนมหรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เสร็จก็มานั่งทอดถอนพระทัยอยู่บนพระแท่นบรรทม
“หม่อมฉันคิดว่าควรให้แม่นางน้อยคนนั้นเข้ามาเป็นอนุของจิ้งอ๋องก็น่าจะไม่มีอะไรแล้วนะเพคะ อย่างไรเสียนางก็เป็นแค่ลูกขุนนางขั้นห้าเท่านั้น” หมัวมัวคิดว่าตำแหน่งพระชายานั้นไม่คู่ควรกับเจียงหว่าน ถึงแม้นางจะเห็นอยู่ว่าเจียงหว่านหน้าตาสะสวยมากกว่าบุตรีขุนนางคนอื่นก็ตามที
“ข้าว่าท่าจะยาก เจ้าก็รู้ว่าจิ้งอ๋องไม่อยากให้ใครเข้าไปวุ่นวายในจวนของเขา หากให้รับนางเป็นอนุ จิ้งอ๋องต้องไม่ยินยอมแน่” พระสนมหรงส่ายพระพักตร์ว่าพระนางนั้นรู้นิสัยของลูกชายคนนี้ดีแค่ไหน
“แล้วพระนางจะทำอย่างไรเล่าเพคะ” หมัวมัวไม่กล้าเอ่ยเสนอแนะอีก
“เราคงต้องขอพระราชทานสมรสให้นางเข้ามาเป็นพระชายาจิ้งอ๋องแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของจิ้งอ๋องจะเสียหายได้” พระสนมหรงตัดสินใจจัดการขั้นเด็ดขาดเพื่อลบข่าวลือของลูกชายคนเดียว
ทั้งสองยังคงสนทนากันต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่พระสนมหรงจะบรรทมหลับไปในช่วงกลางดึก พรุ่งนี้พระนางยังต้องไปขอพระราชโองการจากฝ่าบาทเพื่อจัดการเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันนี้อีก
สามวันต่อมา
เจียงหว่านที่หลังจากจบเรื่องงานเลี้ยงก็ไม่ได้ถูกเจียงซุนเจ๋อทำร้ายตามรับสั่งของพระสนมหรงจริง ๆ นางอดดีใจไม่ได้ที่ไม่ต้องทนรองมือรองเท้าคนในบ้านเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา เจียงหว่านเป็นเด็กขี้ขลาดมาแต่ไหนแต่ไร นางหวาดกลัวแม่เลี้ยงอย่างอนุหวังมานานแล้ว สองแม่ลูกนั่นยังแอบกลั่นแกล้งรังแกนางมาตลอดตั้งแต่แม่ของนางตายไปเมื่อหลายปีก่อน ยังดีที่แม่นมลู่ซึ่งเป็นคนสนิทของแม่นางคอยปกป้องเอาไว้จึงอยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้
“ตระกูลเจียงรับราชโองการ!!!” เสียงขันทีในวังที่ทำหน้าที่ประกาศราชโองการวันนี้ส่งเสียงดังตั้งแต่หน้าประตูจวนเล็ก ๆ ของตระกูลเจียง
เจียงซุนเจ๋อที่เพิ่งกลับจากที่ทำงานรีบสั่งคนไปเรียกทุกคนในจวนมารวมตัวกันที่ลานด้านหน้าอย่างตื่นเต้น เขานึกว่าตนเองทำงานดีจนได้รับพระเมตตาให้เลื่อนตำแหน่งจึงอดที่จะโอ้อวดจวนใกล้ ๆ ขึ้นมาไม่ได้ เขาอุตส่าห์เจียดเงินของฮูหยินคนเก่าอย่างมู่หรงจิวมาซื้อจวนละแวกนี้ที่มีขุนนางอาศัยอยู่ด้วยเงินจำนวนมาก เมื่อก่อนเจียงซุนเจ๋อเป็นแค่บัณฑิตยากจนที่สอบติดขุนนางได้อย่างฉิวเฉียดก็เท่านั้น หากไม่มีมู่หรงจิว เขาก็คงไม่สามารถแม้แต่จะเข้ามาสอบต่อในเมืองหลวงได้นานแล้ว แต่หลังจากเขาสอบได้เป็นขุนนาง เจียงซุนเจ๋อกลับออกไปเที่ยวเตร่จนรับหวังซินอวี่ซึ่งเคยเป็นนางโลมมาก่อนเข้าจวนจนทำให้มู่หรงจิวเสียใจจนล้มป่วยออด ๆ แอด ๆ หลายปีกระทั่งตายไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ สินเดิมของมู่หรงจิวนั้นถูกเขาใช้ไปไม่น้อยจนตอนนี้เหลืออยู่ไม่มากสักเท่าไหร่แล้ว เป็นเพราะหวังซินอวี่ไม่รู้เรื่องค้าขาย ทำให้ร้านค้าหลายร้านของมู่หรงจิวนั้นไม่สามารถทำเงินได้เหมือนเมื่อก่อน
บรรดาคนในจวนที่ถูกตามมารีบคุกเข่ารอรับราชโองการอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาที่ลานด้านหน้าเรือนหลักตระกูลเจียง
“ด้วยโองการแห่งฟ้า คุณหนูเจียงหว่านมีกิริยามารยาทเรียบร้อย หน้าตาสะสวย เหมาะสมกับจิ้งอ๋องราวกิ่งทองใบหยก เราจึงประทานสมรสให้ทั้งสอง พิธีอภิเษกจะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จบราชโองการ” ขันทีที่มากล่าวจบก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ ให้เจียงหว่านลุกขึ้นมารับราชโองการ เขามองดูสาวงามท่าทางใสซื่อตรงหน้าอย่างเวทนา ใครไม่รู้บ้างเล่าว่าจิ้งอ๋องนั้นเกลียดผู้หญิงมากแค่ไหน ขนาดคนในจวนของพระองค์ยังมีผู้หญิงน้อยจนนับนิ้วได้เลยทีเดียว ทุกคนจึงกังวลว่าเจียงหว่านจะลำบากหากอยู่ในจวนจิ้งอ๋อง
“เจียงหว่านรับราชโองการ ขอบพระทัยฝ่าบาท” เจียงหว่านค้อมหัวคำนับเสร็จก็ลุกขึ้นไปรับราชโองการมากอดเอาไว้ นางมองแม่นมลู่ที่กำลังมอบเงินให้กับขันทีตามธรรมเนียมด้วยแววตาสับสน
“ยินดีกับคุณหนูด้วยขอรับ อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันอภิเษกแล้ว คุณหนูอย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมด้วยเล่า ส่วนพิธีต่าง ๆ ทางกรมวังจะเป็นผู้ดำเนินการเองขอรับ ขอคุณหนูอย่าได้กังวลไป” ขันทีอดเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านขันทีมากที่มาส่งข่าว” เจียงหว่านได้สติขึ้นมาก็รีบกล่าวขอบคุณขันทีตรงหน้าอย่างนอบน้อม
เจียงม่านหรูพอรู้ว่าเจียงหว่านกำลังจะได้เป็นพระชายาจิ้งอ๋องก็อดที่จะไม่พอใจขึ้นมาไม่ได้ เหตุใดนางจึงไม่ได้แต่งงานกับคนสูงศักดิ์เช่นนั้นเล่า ถ้าไม่เพราะตอนนี้ยังมีคนจากวังหลวงยืนอยู่ นางคงอาละวาดออกมานานแล้ว
“ข้าขอตัวกลับไปรายงานฝ่าบาทก่อนนะขอรับ” ขันทีรีบบอกลาเพื่อกลับไปแจ้งเรื่องภารกิจในวันนี้กับฮ่องเต้ทันที
“ท่านพ่อ!! ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ ทำไมนางถึงได้แต่งกับจิ้งอ๋องเล่า ข้าเองก็ไม่ได้ด้อยกว่านางสักหน่อย เหตุใดฝ่าบาทจึงไม่เลือกข้า” เจียงม่านหรูเดินไปเขย่าแขนเจียงซุนเจ๋ออย่างคนเอาแต่ใจ
“หุบปากเสีย! เจ้าอยากตายหรือยังไงจึงได้พูดถึงฝ่าบาท” เจียงซุนเจ๋อสะบัดเจียงม่านหรูออกไปทันที เขาเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเจียงหว่านจึงได้รับพระเมตตามากขนาดนี้ แผนการยึดสินเดิมของมู่หรงจิวของเขาตอนนี้คงไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้ว ไม่อย่างนั้นหากจิ้งอ๋องรู้เข้า เขาคงต้องหัวหลุดจากบ่า
“ท่านพี่ ที่ลูกพูดก็ถูกนะเจ้าคะ ม่านหรูเก่งกว่าเจียงหว่านอีก เหตุใดจึงไม่ได้รับเลือกให้เป็นพระชายาเล่าเจ้าคะ” หวังซินอวี่ทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อนเจียงซุนเจ๋ออย่างที่เคยทำมาตลอด
“เงียบไปเลย! นี่เป็นราชโองการ เจ้าอยากให้ข้าถูกลงโทษประหารทั้งตระกูลหรือยังไงถึงได้กล้าขัดราชโองการ” เจียงซุนเจ๋อสะบัดเมียรักออกไม่ต่างจากลูกสาวของนางเช่นกัน เขาเป็นคนกลัวตายมาก หากสองแม่ลูกนี่ทำให้เขาต้องตายไป เจียงซุนเจ๋อคงไม่มีเวลาแม้แต่จะนึกเสียใจ
“คุณหนู เรากลับเรือนกันเถิดเจ้าค่ะ” แม่นมลู่เอ่ยขึ้นอย่างไม่คิดจะสนใจพ่อแม่ลูกทั้งสามคนนั้นแม้แต่น้อย นางเองก็คิดไม่ถึงว่าคุณหนูจะมีวาสนามากถึงขนาดได้เป็นพระชายาจิ้งอ๋อง ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของจิ้งอ๋องไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับเรื่องการรังเกียจสตรี แต่ในเมื่อนี่เป็นราชโองการ นางก็มั่นใจว่าจิ้งอ๋องจะต้องไม่กล้าขัดราชโองการอย่างแน่นอน
ทางด้านจวนจิ้งอ๋องตอนนี้วุ่นวายไม่น้อยเช่นกัน พอพระองค์ได้รับพระราชโองการสมรสโดยไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้นั้นเป็นใครก็ฟาดงวงฟาดงาใส่บ่าวรับใช้ในจวนจนพวกเขาวิ่งหนีกันแทบไม่ทัน
“บัดซบ!!! เจ้าไปสืบมาสิว่านางเป็นใครกันแน่ เหตุใดเราต้องแต่งกับนางด้วย เราเคยบอกเสด็จพ่อไปหลายครั้งแล้วแท้ ๆ เรื่องแต่งงาน” จิ้งอ๋องบันดาลโทสะจนตะโกนสั่งองครักษ์คนสนิทเสียงดังอย่างไม่พอใจ
“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะ” เต๋อเป่ารีบรับคำและหายวับไปทันที เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าหญิงสาวนางนั้นเป็นใคร แต่ในราชโองการก็ระบุชัดเจนว่าเพราะจิ้งอ๋องช่วยสาวงามจนนางเสื่อมเสียชื่อเสียงจนพระองค์ต้องรับผิดชอบแต่งงานกับนาง วันนั้นเขามัวแต่ทำภารกิจจึงไม่ได้ร่วมทางกับจิ้งอ๋องเข้าวังไปด้วย อีกทั้งจิ้งอ๋องก็ไม่ได้สนใจเรื่องช่วยคนเลยแม้แต่น้อยจึงไม่เคยพูดถึง
“ฮึ่ม! อยากแต่งกับข้านักใช่ไหม ได้! ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ก็เหมือนตายเลยทีเดียวเชียว บังอาจวางแผนใส่ข้าจนข้าต้องรับผิดชอบ น่ารังเกียจนัก” จิ้งอ๋องคิดว่าพระองค์ถูกเจียงหว่านวางแผนใส่จนต้องตกที่นั่งลำบากเช่นนี้ หากไม่เพราะพระองค์ใจอ่อนเกินไปจนช่วยนางขึ้นมา เรื่องก็คงไม่มาถึงขั้นนี้
“ท่านอ๋องจะให้จัดเรือนไว้ให้พระชายาหรือไม่พะย่ะค่ะ” พ่อบ้านกัดฟันถาม
“กระหม่อมกลัวว่าน้ำบ่อเล็ก ๆ จะไม่เพียงพอให้ชาวบ้านใช้พะย่ะค่ะ พวกเราเลยขุดกว้างขึ้นกว่าบ่อก่อนหน้านี้” เต๋อเป่าเป็นคนอธิบาย“เฮ้อ เช่นนั้นอีกนานไหมกว่าพวกเจ้าจะขุดเสร็จ เราค้นพบตาน้ำอีกแห่งหนึ่งที่ด้านโน้นน่ะ” จิ้งอ๋องชี้นิ้วไปยังทิศทางที่พระองค์เพิ่งจากมา“น่าจะไม่เกินครึ่งชั่วยามพะย่ะค่ะ แค่ขยายปากตาน้ำให้กว้างเท่านั้น” เต๋อเป่ามองดูขนาดบ่อน้ำที่พวกเขากำลังขุดอยู่ ก่อนจะคาดเดาออกมา“เช่นนั้นพวกเจ้าห้าคนไปกับเราก็แล้วกัน ส่วนเต๋อเป่าทำงานเสร็จค่อยพาคนตามไปทีหลัง” จิ้งอ๋องกลัวว่าจะกลับค่ำจนทำให้พระชายาเป็นห่วงอีก“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะ” เต๋อเป่ากับพวกรีบรับคำเสียงดัง
จิ้งอ๋องทำตามวิธีการเดิม พระองค์เดินวนเป็นวงกลมรอบต้นไม้ใหญ่และค่อย ๆ ขยายพื้นที่ออกไปเรื่อย ๆ ไม่ต่างจากเมื่อวานนี้ เวลากว่าสามเค่อผ่านพ้นไป ในที่สุดก็มีสัญญาณเสียงเตือนให้ทราบว่าด้านล่างมีตาน้ำอยู่ จิ้งอ๋องแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ จากนั้นพระองค์ทรงร้องเรียกคนให้รีบมาขุดลึกลงไปในตำแหน่งที่เครื่องสแกนยังส่งเสียงร้องดังไปทั่วบริเวณ“รีบขุดให้เราเร็วเข้า ขุดลึกลงไปเลยจนกว่าจะพบตาน้ำ” จิ้งอ๋องไม่มั่นใจนักว่าตาน้ำตรงนี้ลึกสักเท่าใด เพราะระบบการวัดของเครื่องเป็นเมตรภาษาอังกฤษซึ่งจิ้งอ๋องไม่เคยเรียนรู้สัญลักษณ์แปลก ๆ นี่มาก่อน“พะย่ะค่ะ ท่านอ๋องถอยไปก่อนเพื่อความปลอดภัย” เต๋อเป่ารีบรับคำและบอกให้จิ้งอ๋องถอยไปอยู่ไกลสักหน่อย พวกเขาจะต้องช่วยกันขุดให้เร็วที่สุด“ได้ ได้ พวกเจ้าขุดไปเรื่อย ๆ เลยนะ เราจะสำรวจหาตาน้ำเพ
หนึ่งชั่วยามต่อมา จิ้งอ๋องเหงื่อไหลไคลย้อยไปทั่วร่างเพราะเดินสำรวจด้วยเครื่องมือที่เจียงหว่านให้มานานแล้วก็ยังไม่พบตาน้ำที่พระองค์ต้องการ“ท่านอ๋อง พวกเรากลับกันก่อนดีไหมพะย่ะค่ะ นี่ใกล้จะมืดแล้ว” เต๋อเป่าเดินไปบอกจิ้งอ๋องด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก พวกเขาเห็นท่านอ๋องเดินไปทั่วอยู่นานจนอดเป็นห่วงไม่ได้เลยจริง ๆ“เฮ้อ เช่นนั้นก็กลับกันก่อน พรุ่งนี้เช้าตรู่ค่อยเปลี่ยนที่ใหม่” จิ้งอ๋องยังมุ่งมั่นที่จะตามหาตาน้ำให้พบสักแห่ง พระองค์ไม่อยากให้เจียงหว่านต้องสิ้นเปลืองเงินทองในการซื้อน้ำและเสบียงอีก“ให้กระหม่อมถือให้เองพะย่ะค่ะ” เต๋อเป่ารีบยื่นมือเข้าไปเพื่อช่วยเหลือ“ไม่ต้อง ไม่ต้อง เครื่องมือนี่เราจะดูแลเอง เจ้าไปจูงม้ามาเถอะ” จิ้งอ๋องเดินไปมาจ
“ตอนนี้มีชาวเมืองรวมทั้งหมดกี่คน เจ้าได้ให้คนไปตรวจสอบตามหมู่บ้านด้านนอกเมืองฝูเซิงแล้วหรือยัง” เจียงหว่านเอ่ยถามนายอำเภอที่น้ำตาคลอเบ้าอยู่“กระหม่อมให้คนไปตรวจสอบมาแล้วพะย่ะค่ะพระชายา คนที่ยังรอดชีวิตรวมทั้งหมดมีอยู่ประมาณสามพันคนพะย่ะค่ะ” นายอำเภอบอกตามตรง เขาไม่กล้าปิดบังท่านอ๋องกับพระชายา เพราะกลัวว่าหากทั้งสองพระองค์ส่งคนไปตรวจสอบแล้วพบว่าเขาโกหก เขาจะต้องถูกลงโทษ ในแคว้นนี้ใครจะไม่รู้จักชื่อเสียงจิ้งอ๋องที่เป็นถึงมัจจุราชเดินดินกันเล่า“เสด็จพี่ เสบียงกับน้ำที่นำมาจะพอให้อยู่ได้สักกี่วันเพคะ” เจียงหว่านไม่แน่ใจเรื่องการแจกจ่ายเสบียงว่าทหารจะแจกกันอย่างไร“ถ้าแจกเสบียงให้วันละมื้อก็คงอยู่ได้ไม่เกินสิบวัน” จิ้งอ๋องคาดเดาตามที่เคยประหยัดเสบียงตอนออกรบในสมัยก่อน พระองค์เองก็เคยอดเพื่อให้ทหารไ
“เกิดอะไรขึ้นเพคะ” เจียงหว่านสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงปืนดังไปทั่วบริเวณที่ขบวนของพวกนางพักแรมอยู่“ไม่มีอะไรหรอก น้องหญิงนอนต่ออีกหน่อยนะ เดี๋ยวพี่จะออกไปดู” จิ้งอ๋องไม่อยากทำให้เจียงหว่านต้องกังวล พระองค์ยังไม่ได้รับรายงานจากเต๋อเป่า“เสด็จพี่ระวังตัวด้วยนะเพคะ” เจียงหว่านอดกังวลไม่ได้ เพราะตอนนี้ภายนอกนั้นไม่ได้จุดตะเกียงเหมือนตอนกินข้าวแล้ว มีเพียงกองไฟไม่กี่กองที่จุดเอาไว้ไล่สัตว์ป่าและยุงยามค่ำคืนเท่านั้น“พี่จะระวัง” จิ้งอ๋องลุกขึ้นและปล่อยร่างของเจียงหว่านให้นอนดี ๆ จากนั้นพระองค์ก็เสด็จออกจากรถม้าไปด้านนอก“กราบทูลท่านอ๋อง มีคนร้ายจำนวนมากกำลังฝ่าทหารเข้ามาทางนี้พะย่ะค่ะ ขอท่านอ๋องโปรดกลับเข้าไปในรถม้าก่อน คนของ
“อ่า...เช่นนั้นหม่อมฉันก็วางใจแล้วเพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ นางรู้สึกโล่งอกขึ้นมากเมื่อรู้ว่าพวกเขาเป็นทหารม้าหลังจากจิ้งอ๋องกับเจียงหว่านกินมื้อเช้าและทำธุระส่วนตัวเสร็จ พวกเขาก็พากันขึ้นรถม้าคันใหญ่นำขบวนรถม้าของบ่าวไพร่และเกวียนเสบียงอีกสามเกวียนออกเดินทางจากจวนจิ้งอ๋องทันทีข่าวการเดินทางของจิ้งอ๋องกับพระชายารับรู้ไปถึงหูฮองเฮากับองค์หญิงเป่ยโม่ ทั้งสองพระองค์ต่างส่งคนของตนเองออกเดินทางไปดักซุ่มโจมตีจิ้งอ๋องและพระชายาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว โดยทั้งสองยังหวังว่าการคุ้มกันของจิ้งอ๋องคงไม่แน่นหนานัก เพราะไม่มีข่าวเล็ดรอดออกมาเรื่องทหารหนึ่งพันนายก่อนหน้าที่ฮองเฮากับองค์หญิงเป่ยโม่จะส่งคนออกไปด้านฮ่องเต้ที่ทราบความเคลื่อนไหวทั้งหมดของฮองเฮากับองค์หญิงเป่ยโม่ก็ไม่ได้สนใจพวกนา
“เพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ นางเห็นสภาพสามพ่อแม่ลูกตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดว่ากงกรรมกงเกวียน พวกเขาเคยรังแกร่างเดิมมาอย่างไร ตอนนี้ก็ถูกจิ้งอ๋องจัดการไม่ต่างกันสองเค่อต
“เชิญท่านอ๋องเสวยชาก่อนพะย่ะค่ะ บ้านกระหม่อมมีเพียงชาธรรมดาเท่านั้น หวังว่าท่านอ๋องจะไม่ทรงถือสา” เจียงซุนเจ๋อรีบเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างพร้อมกับอนุหวัง“
“น้อมส่งท่านอ๋องเพคะ/พะย่ะค่ะ” บ่าวไพร่ในเรือนรีบน้อมกายคารวะจิ้งอ๋องที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟออกไปจากเรือน แต่ละคนต่างปาดเหงื่อไม่ต่างกันนัก พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันแรกที่จิ้งอ๋องกับพระชายาพบก
หลังกินข้าวกินยาเสร็จ เจียงหว่านก็ให้แม่นมลู่พยุงกลับไปนอนบนเตียงตามเดิม อาการปวดหัวของนางดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้กินข้าวและยาไปก่อนหน้านี้ นางไม่กล้าลูบคลำบาดแผลบนหัวของตนเองให้เจ็บเพิ่มขึ้นไปอีกจึงได้แต่ค่อย ๆ หามุมนอนเพื่อหลบหลีกบาดแผล







