LOGIN“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะ” เจียงซุนเจ๋อไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เขารอให้พระสนมกับคนอื่น ๆ เดินจากไปก่อนจึงลุกขึ้นลากตัวเจียงหว่านออกจากวังไปอย่างรวดเร็ว เจียงม่านหรูที่แอบดูอยู่ห่าง ๆ เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามหลังออกไปเช่นเดียวกัน นางได้แต่คิดในใจว่าโชคดีนักที่ไม่มีใครเห็นตอนนางลงมือกับเจียงหว่าน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่ได้กลับออกไปง่าย ๆ แบบนี้
ด้านจิ้งอ๋องที่ยังไม่รู้ว่าตนเองก่อเรื่องใหญ่แค่ไหน พอเปลี่ยนฉลองพระองค์เสร็จก็ไม่มีอารมณ์เข้าร่วมงานเลี้ยงต่อจึงเลือกที่จะกลับจวนของพระองค์เองไปไม่ต่างจากพวกคนตระกูลเจียง
พระสนมหรงกลับถึงตำหนักก็ได้แต่สอบถามกับหมัวมัวคนสนิทเรื่องที่ต้องจัดการเรื่องราววุ่นวายในวันนี้อย่างหนักพระทัย
“เฮ้อ เจ้าว่าเราควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี” พระสนมหรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เสร็จก็มานั่งทอดถอนพระทัยอยู่บนพระแท่นบรรทม
“หม่อมฉันคิดว่าควรให้แม่นางน้อยคนนั้นเข้ามาเป็นอนุของจิ้งอ๋องก็น่าจะไม่มีอะไรแล้วนะเพคะ อย่างไรเสียนางก็เป็นแค่ลูกขุนนางขั้นห้าเท่านั้น” หมัวมัวคิดว่าตำแหน่งพระชายานั้นไม่คู่ควรกับเจียงหว่าน ถึงแม้นางจะเห็นอยู่ว่าเจียงหว่านหน้าตาสะสวยมากกว่าบุตรีขุนนางคนอื่นก็ตามที
“ข้าว่าท่าจะยาก เจ้าก็รู้ว่าจิ้งอ๋องไม่อยากให้ใครเข้าไปวุ่นวายในจวนของเขา หากให้รับนางเป็นอนุ จิ้งอ๋องต้องไม่ยินยอมแน่” พระสนมหรงส่ายพระพักตร์ว่าพระนางนั้นรู้นิสัยของลูกชายคนนี้ดีแค่ไหน
“แล้วพระนางจะทำอย่างไรเล่าเพคะ” หมัวมัวไม่กล้าเอ่ยเสนอแนะอีก
“เราคงต้องขอพระราชทานสมรสให้นางเข้ามาเป็นพระชายาจิ้งอ๋องแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของจิ้งอ๋องจะเสียหายได้” พระสนมหรงตัดสินใจจัดการขั้นเด็ดขาดเพื่อลบข่าวลือของลูกชายคนเดียว
ทั้งสองยังคงสนทนากันต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่พระสนมหรงจะบรรทมหลับไปในช่วงกลางดึก พรุ่งนี้พระนางยังต้องไปขอพระราชโองการจากฝ่าบาทเพื่อจัดการเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันนี้อีก
สามวันต่อมา
เจียงหว่านที่หลังจากจบเรื่องงานเลี้ยงก็ไม่ได้ถูกเจียงซุนเจ๋อทำร้ายตามรับสั่งของพระสนมหรงจริง ๆ นางอดดีใจไม่ได้ที่ไม่ต้องทนรองมือรองเท้าคนในบ้านเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา เจียงหว่านเป็นเด็กขี้ขลาดมาแต่ไหนแต่ไร นางหวาดกลัวแม่เลี้ยงอย่างอนุหวังมานานแล้ว สองแม่ลูกนั่นยังแอบกลั่นแกล้งรังแกนางมาตลอดตั้งแต่แม่ของนางตายไปเมื่อหลายปีก่อน ยังดีที่แม่นมลู่ซึ่งเป็นคนสนิทของแม่นางคอยปกป้องเอาไว้จึงอยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้
“ตระกูลเจียงรับราชโองการ!!!” เสียงขันทีในวังที่ทำหน้าที่ประกาศราชโองการวันนี้ส่งเสียงดังตั้งแต่หน้าประตูจวนเล็ก ๆ ของตระกูลเจียง
เจียงซุนเจ๋อที่เพิ่งกลับจากที่ทำงานรีบสั่งคนไปเรียกทุกคนในจวนมารวมตัวกันที่ลานด้านหน้าอย่างตื่นเต้น เขานึกว่าตนเองทำงานดีจนได้รับพระเมตตาให้เลื่อนตำแหน่งจึงอดที่จะโอ้อวดจวนใกล้ ๆ ขึ้นมาไม่ได้ เขาอุตส่าห์เจียดเงินของฮูหยินคนเก่าอย่างมู่หรงจิวมาซื้อจวนละแวกนี้ที่มีขุนนางอาศัยอยู่ด้วยเงินจำนวนมาก เมื่อก่อนเจียงซุนเจ๋อเป็นแค่บัณฑิตยากจนที่สอบติดขุนนางได้อย่างฉิวเฉียดก็เท่านั้น หากไม่มีมู่หรงจิว เขาก็คงไม่สามารถแม้แต่จะเข้ามาสอบต่อในเมืองหลวงได้นานแล้ว แต่หลังจากเขาสอบได้เป็นขุนนาง เจียงซุนเจ๋อกลับออกไปเที่ยวเตร่จนรับหวังซินอวี่ซึ่งเคยเป็นนางโลมมาก่อนเข้าจวนจนทำให้มู่หรงจิวเสียใจจนล้มป่วยออด ๆ แอด ๆ หลายปีกระทั่งตายไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ สินเดิมของมู่หรงจิวนั้นถูกเขาใช้ไปไม่น้อยจนตอนนี้เหลืออยู่ไม่มากสักเท่าไหร่แล้ว เป็นเพราะหวังซินอวี่ไม่รู้เรื่องค้าขาย ทำให้ร้านค้าหลายร้านของมู่หรงจิวนั้นไม่สามารถทำเงินได้เหมือนเมื่อก่อน
บรรดาคนในจวนที่ถูกตามมารีบคุกเข่ารอรับราชโองการอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาที่ลานด้านหน้าเรือนหลักตระกูลเจียง
“ด้วยโองการแห่งฟ้า คุณหนูเจียงหว่านมีกิริยามารยาทเรียบร้อย หน้าตาสะสวย เหมาะสมกับจิ้งอ๋องราวกิ่งทองใบหยก เราจึงประทานสมรสให้ทั้งสอง พิธีอภิเษกจะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จบราชโองการ” ขันทีที่มากล่าวจบก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ ให้เจียงหว่านลุกขึ้นมารับราชโองการ เขามองดูสาวงามท่าทางใสซื่อตรงหน้าอย่างเวทนา ใครไม่รู้บ้างเล่าว่าจิ้งอ๋องนั้นเกลียดผู้หญิงมากแค่ไหน ขนาดคนในจวนของพระองค์ยังมีผู้หญิงน้อยจนนับนิ้วได้เลยทีเดียว ทุกคนจึงกังวลว่าเจียงหว่านจะลำบากหากอยู่ในจวนจิ้งอ๋อง
“เจียงหว่านรับราชโองการ ขอบพระทัยฝ่าบาท” เจียงหว่านค้อมหัวคำนับเสร็จก็ลุกขึ้นไปรับราชโองการมากอดเอาไว้ นางมองแม่นมลู่ที่กำลังมอบเงินให้กับขันทีตามธรรมเนียมด้วยแววตาสับสน
“ยินดีกับคุณหนูด้วยขอรับ อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันอภิเษกแล้ว คุณหนูอย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมด้วยเล่า ส่วนพิธีต่าง ๆ ทางกรมวังจะเป็นผู้ดำเนินการเองขอรับ ขอคุณหนูอย่าได้กังวลไป” ขันทีอดเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านขันทีมากที่มาส่งข่าว” เจียงหว่านได้สติขึ้นมาก็รีบกล่าวขอบคุณขันทีตรงหน้าอย่างนอบน้อม
เจียงม่านหรูพอรู้ว่าเจียงหว่านกำลังจะได้เป็นพระชายาจิ้งอ๋องก็อดที่จะไม่พอใจขึ้นมาไม่ได้ เหตุใดนางจึงไม่ได้แต่งงานกับคนสูงศักดิ์เช่นนั้นเล่า ถ้าไม่เพราะตอนนี้ยังมีคนจากวังหลวงยืนอยู่ นางคงอาละวาดออกมานานแล้ว
“ข้าขอตัวกลับไปรายงานฝ่าบาทก่อนนะขอรับ” ขันทีรีบบอกลาเพื่อกลับไปแจ้งเรื่องภารกิจในวันนี้กับฮ่องเต้ทันที
“ท่านพ่อ!! ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ ทำไมนางถึงได้แต่งกับจิ้งอ๋องเล่า ข้าเองก็ไม่ได้ด้อยกว่านางสักหน่อย เหตุใดฝ่าบาทจึงไม่เลือกข้า” เจียงม่านหรูเดินไปเขย่าแขนเจียงซุนเจ๋ออย่างคนเอาแต่ใจ
“หุบปากเสีย! เจ้าอยากตายหรือยังไงจึงได้พูดถึงฝ่าบาท” เจียงซุนเจ๋อสะบัดเจียงม่านหรูออกไปทันที เขาเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเจียงหว่านจึงได้รับพระเมตตามากขนาดนี้ แผนการยึดสินเดิมของมู่หรงจิวของเขาตอนนี้คงไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้ว ไม่อย่างนั้นหากจิ้งอ๋องรู้เข้า เขาคงต้องหัวหลุดจากบ่า
“ท่านพี่ ที่ลูกพูดก็ถูกนะเจ้าคะ ม่านหรูเก่งกว่าเจียงหว่านอีก เหตุใดจึงไม่ได้รับเลือกให้เป็นพระชายาเล่าเจ้าคะ” หวังซินอวี่ทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อนเจียงซุนเจ๋ออย่างที่เคยทำมาตลอด
“เงียบไปเลย! นี่เป็นราชโองการ เจ้าอยากให้ข้าถูกลงโทษประหารทั้งตระกูลหรือยังไงถึงได้กล้าขัดราชโองการ” เจียงซุนเจ๋อสะบัดเมียรักออกไม่ต่างจากลูกสาวของนางเช่นกัน เขาเป็นคนกลัวตายมาก หากสองแม่ลูกนี่ทำให้เขาต้องตายไป เจียงซุนเจ๋อคงไม่มีเวลาแม้แต่จะนึกเสียใจ
“คุณหนู เรากลับเรือนกันเถิดเจ้าค่ะ” แม่นมลู่เอ่ยขึ้นอย่างไม่คิดจะสนใจพ่อแม่ลูกทั้งสามคนนั้นแม้แต่น้อย นางเองก็คิดไม่ถึงว่าคุณหนูจะมีวาสนามากถึงขนาดได้เป็นพระชายาจิ้งอ๋อง ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของจิ้งอ๋องไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับเรื่องการรังเกียจสตรี แต่ในเมื่อนี่เป็นราชโองการ นางก็มั่นใจว่าจิ้งอ๋องจะต้องไม่กล้าขัดราชโองการอย่างแน่นอน
ทางด้านจวนจิ้งอ๋องตอนนี้วุ่นวายไม่น้อยเช่นกัน พอพระองค์ได้รับพระราชโองการสมรสโดยไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้นั้นเป็นใครก็ฟาดงวงฟาดงาใส่บ่าวรับใช้ในจวนจนพวกเขาวิ่งหนีกันแทบไม่ทัน
“บัดซบ!!! เจ้าไปสืบมาสิว่านางเป็นใครกันแน่ เหตุใดเราต้องแต่งกับนางด้วย เราเคยบอกเสด็จพ่อไปหลายครั้งแล้วแท้ ๆ เรื่องแต่งงาน” จิ้งอ๋องบันดาลโทสะจนตะโกนสั่งองครักษ์คนสนิทเสียงดังอย่างไม่พอใจ
“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะ” เต๋อเป่ารีบรับคำและหายวับไปทันที เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าหญิงสาวนางนั้นเป็นใคร แต่ในราชโองการก็ระบุชัดเจนว่าเพราะจิ้งอ๋องช่วยสาวงามจนนางเสื่อมเสียชื่อเสียงจนพระองค์ต้องรับผิดชอบแต่งงานกับนาง วันนั้นเขามัวแต่ทำภารกิจจึงไม่ได้ร่วมทางกับจิ้งอ๋องเข้าวังไปด้วย อีกทั้งจิ้งอ๋องก็ไม่ได้สนใจเรื่องช่วยคนเลยแม้แต่น้อยจึงไม่เคยพูดถึง
“ฮึ่ม! อยากแต่งกับข้านักใช่ไหม ได้! ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ก็เหมือนตายเลยทีเดียวเชียว บังอาจวางแผนใส่ข้าจนข้าต้องรับผิดชอบ น่ารังเกียจนัก” จิ้งอ๋องคิดว่าพระองค์ถูกเจียงหว่านวางแผนใส่จนต้องตกที่นั่งลำบากเช่นนี้ หากไม่เพราะพระองค์ใจอ่อนเกินไปจนช่วยนางขึ้นมา เรื่องก็คงไม่มาถึงขั้นนี้
“ท่านอ๋องจะให้จัดเรือนไว้ให้พระชายาหรือไม่พะย่ะค่ะ” พ่อบ้านกัดฟันถาม
“ท่านนายอำเภอจะทำอย่างไรดีขอรับ ชาวบ้านเริ่มทนไม่ไหวแล้ว” ผู้ช่วยนายอำเภอถามเจ้านายด้วยสีหน้ากังวล“ฎีกาถูกส่งไปนานแล้ว ข้าก็ได้แต่หวังว่าฝ่าบาทจะส่งคนมาช่วยเหลือราษฎรในเมืองและชาวบ้านรอบ ๆ โดยเร็วเท่านั้น น้ำในจวนของเราใกล้หมดแล้วหรือ ยังสามารถนำไปแจกจ่ายชาวบ้านอยู่ได้หรือไม่” นายอำเภอเองก็กังวลไม่น้อยไปกว่าผู้ช่วยของเขาเช่นกัน“น้ำในบ่อตอนนี้ใกล้หมดเต็มทีแล้วขอรับ ข้าคิดว่าไม่น่าจะนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้อีกแล้วขอรับ ไม่เช่นนั้นในจวนนี้คงอดตายกันเป็นแน่” ผู้ช่วยนายอำเภอบอกด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เขากับนายอำเภอพยายามทุกวิถีทางในการช่วยเหลือชาวบ้าน น่าเสียดายที่ทำได้แค่ประทังชีวิตให้พวกเขาไปวัน ๆ“เฮ้อ เหตุใดฝนที่เคยตกต้องตามฤดูกาลมาตลอด พอมาปีนี้จึงได้ไม่มีวี่แววเอาเสียเลยนะ” นายอำเภอได้แต่ทอดถอนห
“ก็ได้เพคะ” เจียงหว่านไม่อยากเถียงกับจิ้งอ๋องอีก นางเลยเลือกจะโบกมือให้องครักษ์ที่มาส่งข่าวออกไปจากเรือนแทนที่จวนองค์ชายใหญ่ บรรดาสตรีในจวนต่างทราบข่าวจากบ่าวไพร่แล้วว่าหลังจากนี้พวกนางไม่สามารถเข้าไปใกล้ชิดกับองค์ชายได้จนกว่าพระองค์จะรักษาตัวจนหายดีแล้วตามคำสั่งของฮองเฮา ซึ่งคราแรกสตรีหลายคนที่เพิ่งได้รับความโปรดปรานต่างโวยวายกันยกใหญ่ แต่พอองครักษ์ของฮองเฮาตามไปส่งข่าวด้วยตัวเองถึงเรือนของแต่ละคน พวกนางก็พากันซุกหัวหดหางด้วยความกลัวว่าจะถูกฮองเฮาไล่ออกจากจวนองค์ชายใหญ่ที่สุขสบายแห่งนี้หมอหลวงที่เข้ามารักษาองค์ชายใหญ่คอยเฝ้าอาการบาดเจ็บอยู่จนกระทั่งองค์ชายใหญ่ฟื้นตื่นขึ้นมาในอีกหนึ่งชั่วยามต่อมา“องค์ชายยังคิดจะขัดคำสั่งของฮองเฮาอยู่หรือไม่พะย่ะค่ะ” หัวหน้าองครักษ์กล่าวถามด้วยสายตาเย็นชา หากไม่ใช่คำสั่งของฮองเฮา ตัว
สองวันต่อมาหมอหลวงเดินทางไปยังจวนองค์ชายใหญ่พร้อมกับผู้ช่วยและทหารองครักษ์ที่ฮองเฮาส่งมาคอยควบคุมองค์ชายใหญ่มากถึงยี่สิบคน พอองค์ชายใหญ่รู้ว่าตนเองจะต้องหยุดดื่มเหล้าและเข้าหอกับสตรีในจวนก็ไม่พอพระทัย“พวกเจ้าไสหัวออกไปให้พ้น!” องค์ชายใหญ่ชี้นิ้วไปยังคนมากมายในห้องนอนซึ่งพวกเขาถือวิสาสะเข้ามาตั้งแต่องค์ชายยังไม่ตื่นบรรทม“ขออภัยองค์ชายด้วย พวกกระหม่อมได้รับพระบัญชาจากฮองเฮาให้มาคอยดูแลองค์ชายระหว่างการรักษาพะย่ะค่ะ ฮองเฮาตรัสว่าหากองค์ชายใหญ่ไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา พวกกระหม่อมสามารถลงโทษโบยได้ตามที่เห็นสมควร กระหม่อมหวังว่าองค์ชายจะเข้าพระทัย” หัวหน้าองครักษ์ในครานี้รีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่มีทางใจอ่อนกับองค์ชายใหญ่แน่นอน ไม่เช่นนั้นคนที่
“เจ้าลองให้หมอหลวงตรวจร่างกายองค์ชายใหญ่ดูหรือยัง” ฮองเฮาตรัสถามขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ พระนางรู้ดีว่าผู้ชายส่วนใหญ่ย่อมไม่ยอมรับว่าตนเองไร้สมรรถภาพเป็นแน่ เพียงแต่อย่างไรพระนางก็อยากตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเหตุใดลูกชายที่มีสตรีมากมายจึงไม่มีบุตรเลยสักคนเดียว“ยังเพคะ หม่อมฉันจะไปบอกคนให้ส่งหมอหลวงไปจวนองค์ชายใหญ่เพคะ ฮองเฮาโปรดรอข่าวสักครู่นะเพคะ” หมัวมัวเห็นสีพระพักตร์ฮองเฮาเข้าก็ไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย นางรีบเดินเร็ว ๆ ออกไปสั่งการองครักษ์ให้พาหมอหลวงเดินทางไปตรวจร่างกายองค์ชายใหญ่ที่จวนจิ้งอ๋อง พระสนมหรงเสวยมื้อเที่ยงกับลูกชายและลูกสะใภ้จนกระทั่งจบมื้ออาหาร เจียงหว่านนั่งสนทนากับพระสนมหรงได้ไม่นานก็เริ่มง่วงนอนขึ้นมา พระสนมหรงเห็นเช่นนั้นก็ปล่อยให้จิ้งอ๋องพาเจียงหว่านเข้าไปนอนพักผ่อน ก่อนที่พระสนมจะเสด็จกลับเข้าวังหลวงในเวลาต่อมา เรื่องข่าวของฮองเฮาถูกคนมารายงานให้พระสนมหรงทราบทันที
“เรารู้แล้วน่าน้องหญิง เจ้าตั้งครรภ์แบบนี้เราจะกล้าหรือ” จิ้งอ๋องได้แต่ต้องอดทนอดกลั้นต่อไปเท่านั้น ใครใช้ให้พระชายาของพระองค์ท้องเร็วนักเล่า“จำคำของพระองค์เอาไว้นะเพคะ” เจียงหว่านยังคงไม่ไว้ใจจิ้งอ๋องนัก“โธ่ เราสัญญา ตกลงไหม” จิ้งอ๋องรีบพยักหน้ารับคำ พระองค์เคยได้ยินว่าคนท้องจะต้องอารมณ์ดี บุตรที่ออกมาจึงจะอารมณ์ดีตามไปด้วยจิ้งอ๋องพาเจียงหว่านเดินเล่นอยู่นานเกือบสองเค่อ ก่อนที่พระองค์จะเห็นท่าทางง่วงนอนของนางจึงพาเจียงหว่านกลับเข้าเรือน จิ้งอ๋องปล่อยให้นางกำนัลทั้งสองช่วยอาบน้ำให้เจียงหว่านตามที่นางต้องการ ส่วนจิ้งอ๋องต้องให้คนนำอ่างอาบน้ำไปวางเอาไว้ให้ที่ห้องข้างซึ่งว่างอยู่แทนขณะที่เจียงหว่านกำลังถูกนางกำนัลปรนนิบัติอยู่นั้น เสียงระบบก็ดัง
จิ้งอ๋องทำได้แค่ลุกขึ้นวิ่งตามไปช่วยลูบหลังให้เจียงหว่าน พระองค์ยิ่งเห็นอาการของนางก็ยิ่งเป็นห่วงจนอดตวาดเรียกคนอีกครั้งไม่ได้“หมอยังไม่มาอีกหรือ! พวกเจ้าจะให้พระชายาทรมานไปถึงเมื่อใด!!” จิ้งอ๋องตรัสเสียงดังพร้อมสายตาดุร้ายที่มองบ่าวไพร่อย่างเอาเรื่อง“มาแล้วพะย่ะค่ะท่านอ๋อง!!!” เต๋อเป่าที่ใช้วิชาตัวเบาไปหิ้วตัวหมอหลวงในจวนมารีบวางร่างผอมบางของหมอลงพร้อมเสียงเหนื่อยหอบ เขามัวแต่รีบพาหมอมาจนลืมกล่องยา ทำให้ต้องเสียเวลาพาตัวหมอกลับไปเอาใหม่“รีบตรวจพระชายาเร็วเข้า นางถูกพิษอะไรหรือเปล่า” จิ้งอ๋องประคองร่างของเจียงหว่านที่อาเจียนออกมาจนแทบหมดไส้หมดพุงไปเมื
“น้อมส่งท่านอ๋องเพคะ/พะย่ะค่ะ” บ่าวไพร่ในเรือนรีบน้อมกายคารวะจิ้งอ๋องที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟออกไปจากเรือน แต่ละคนต่างปาดเหงื่อไม่ต่างกันนัก พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันแรกที่จิ้งอ๋องกับพระชายาพบก
หลังกินข้าวกินยาเสร็จ เจียงหว่านก็ให้แม่นมลู่พยุงกลับไปนอนบนเตียงตามเดิม อาการปวดหัวของนางดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้กินข้าวและยาไปก่อนหน้านี้ นางไม่กล้าลูบคลำบาดแผลบนหัวของตนเองให้เจ็บเพิ่มขึ้นไปอีกจึงได้แต่ค่อย ๆ หามุมนอนเพื่อหลบหลีกบาดแผล
“ฮึ่ย! หากเราลงโทษเจ้าจนลุกไม่ขึ้นแล้วใครจะทำงานให้เรากัน ตัดเบี้ยหวัดเจ้าสามเดือนเป็นการลงโทษ เจ้าไปหานางกำนัลกับขันทีที่มีวรยุทธมาคอยดูแลพระชายาของเจ้าให้ดี เราจะเข้าวัง” จิ้งอ๋องไม่อาจรีร
“จัดเรือนที่ไกลที่สุดให้นางเสีย ข้าไม่อยากเห็นหน้านาง” จิ้งอ๋องเลือกที่จะไม่สนใจว่าที่พระชายาของพระองค์เลยแม้แต่น้อย การอยู่ห่างกันนับว่าเป็นเรื่องที่พระองค์คิดว่าดีที่สุดแล้ว ไม่อย่างนั้นพระองค์คงพลั้งมือฆ่านางตายในสักวัน







