เข้าสู่ระบบ“เดี๋ยว...” พี่ทีออนถอนคันเร่งลง ก่อนจะตีไฟเลี้ยวเข้าข้างทางกะทันหันอีกครั้ง
“มีอะไรคะ ลืมของหรอ” ฉันถามอย่างสงสัย เพราะเราเพิ่งขับออกมาจากจุดชมวิวได้ไม่ไกล “พี่ง่วง” เขาตอบสั้นๆ พลางยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง “ขับมาจากกรุงเทพฯ รวดเดียวไม่ได้พักเลย ขืนขับกลับตอนนี้คงหลับในพาเราลงข้างทางแน่” “อ้าว... งั้นทำไงดีคะ ให้รินขับให้มั้ย” พี่ทีออนหันมามองหน้าฉันแล้วเลิกคิ้ว “ใบขับขี่มีรึยังเราน่ะ” “มีแล้วน่า! ถึงจะไม่ค่อยได้ขับก็เถอะ” ฉันเถียงอุบอิบ “งั้นยิ่งไม่ให้นั่งหลังพวงมาลัยเด็ดขาด” เขาถอนหายใจ “คืนนี้พักที่นี่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยกลับ” “ฮะ! พักที่นี่?” ฉันตาโต “แต่เราไม่มีเสื้อผ้าเลยนะ แล้วจะพักที่ไหน โรงแรมเต็มหมดรึเปล่าก็ไม่รู้” “บ้านพักตากอากาศของแม่พี่อยู่แถวเขาตะเกียบ ปกติมีแม่บ้านคอยดูอยู่แล้ว เสื้อผ้าสำรองพี่ก็น่าจะมีทิ้งไว้ ส่วนของเรา...”เขากวาดตามองชุดกระโปรงพลิ้วๆ ของฉัน “...ใส่เสื้อพี่ไปก่อนแล้วกัน” ไม่รอให้ฉันปฏิเสธ พี่ทีออนหักพวงมาลัยกลับรถมุ่งหน้าไปทางโซนเขาตะเกียบทันที หัวใจฉันเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง การที่ต้องมาค้างคืนกับเขา... สองต่อสอง... ในบ้านพักตากอากาศเนี่ยนะ! บ้านพักตากอากาศของครอบครัวพี่ทีออนเป็นวิลล่าสีขาวหลังใหญ่ติดทะเล บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากจนน่าตกใจ มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังคลอเบาๆ “ลงมาสิ” พี่ทีออนเปิดประตูรถฝั่งฉัน กลิ่นไอทะเลพัดเข้ามาปะทะหน้า “พี่ที... พี่รัมจะไม่ว่าหรอ” ฉันถามเสียงอ่อย ยังกังวลเรื่องพี่ชายตัวดี “เดี๋ยวพี่จัดการเอง” เขาพาฉันเดินเข้ามาในตัวบ้านที่เปิดไฟสลัวๆ รอรับ แม่บ้านคงเตรียมไว้ให้แล้วหลังจากที่พี่ทีออนโทรบอกระหว่างทาง ภายในตกแต่งเรียบหรูสไตล์โมเดิร์น “หิวมั้ย” เขาถามขณะถอดสูทตัวนอกพาดไว้ที่โซฟา “นิดหน่อยค่ะ” “ในตู้เย็นน่าจะมีของสด เดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กินง่ายๆ” เขาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งและเส้นเลือดปูดโปนที่ดู... เท่ชะมัด “พี่ทีทำอาหารเป็นด้วยหรอคะ” ฉันเดินตามเขาเข้าไปในครัวเกาะเคาน์เตอร์บาร์ดู “อยู่เมืองนอกมาตั้งกี่ปี คิดว่าพี่กินแต่อาหารแช่แข็งรึไง” เขาหันมายิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็นอย่างคล่องแคล่ว “ไปอาบน้ำก่อนไป เดี๋ยวเหม็นเหงื่อ เหนียวตัวจะแย่” “ไม่มีชุด...” “อยู่ในห้องนอนขวามือ เสื้อยืดพี่น่าจะอยู่ในตู้ หยิบมาใส่ได้เลย ผ้าเช็ดตัวก็มี” ฉันเดินงงๆ เข้าไปในห้องนอนที่เขาบอก ห้องกว้างขวางมองเห็นวิวทะเลผ่านประตูกระจกบานใหญ่ ฉันเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งของเขามาดม... กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเขาติดอยู่จนฉันหน้าร้อนวูบ หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันเดินออกมาในสภาพเสื้อยืดตัวใหญ่ยาวคลุมเข่าเหมือนชุดเดรส กลิ่นหอมของข้าวผัดกุ้งลอยมาแตะจมูก “เสร็จพอดี มานั่งสิ” พี่ทีออนวางจานข้าวผัดร้อนๆ สองจานลงบนโต๊ะทานข้าวริมระเบียงที่เปิดรับลมทะเล “โห... น่ากินจัง” “กินเยอะๆ ผอมจนจะปลิวตามลมแล้ว” เขาตักกุ้งตัวใหญ่ใส่จานฉัน เรานั่งกินข้าวกันเงียบๆ ฟังเสียงคลื่นและลมทะเล บรรยากาศมันดีมาก... ดีจนฉันไม่อยากเชื่อว่าเมื่อกี้เรายังทะเลาะกันบ้านแตกอยู่เลย “พี่ที...” “หืม” “พี่... ไม่โกรธรินแล้วใช่มั้ยเรื่องหนีมา” พี่ทีออนวางช้อนลง ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะมองหน้าฉันนิ่งๆ แววตาเขาดูผ่อนคลายลงกว่าตอนเย็นมาก “โกรธ” “อ้าว...” ฉันหน้าจ๋อย “โกรธที่ดูแลตัวเองไม่ดี โกรธที่ทำให้เป็นห่วง” เขาพูดเสียงนุ่ม “แต่พอเห็นหน้าเราปลอดภัย พี่ก็หายโกรธแล้ว” ฉันก้มหน้างุดซ่อนรอยยิ้ม “รินขอโทษค่ะ” “รู้มั้ย... ตอนที่พี่เห็นรูปเรากับไอ้ฮาวาย พี่แทบจะพังโทรศัพท์ทิ้ง” เขาเล่าออกมาตรงๆ “มันเจ็บนะ เวลานึกว่าเรายิ้มให้คนอื่นที่ไม่ใช่พี่” “รินก็เจ็บเหมือนกัน...” ฉันพูดเสียงเบา “เวลาเห็นพี่ยิ้มให้พี่พริกแกง” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แต่เป็นความเงียบที่ไม่อึดอัด พี่ทีออนลุกจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เดินมาหยุดยืนข้างๆ เก้าอี้ฉัน “อิ่มรึยัง” “อิ่มแล้วค่ะ” “ไปเดินย่อยที่ชายหาดกัน” เขายื่นมือมาให้ฉัน ฉันลังเลนิดหน่อยก่อนจะวางมือเล็กลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขา มือเขาอุ่นและสากนิดๆ แบบผู้ชาย เขากระชับมือฉันแน่นแล้วจูงเดินลงไปที่หาดทรายหน้าบ้าน ลมทะเลตอนกลางคืนพัดแรงจนผมฉันปลิวปิดหน้าปิดตา พี่ทีออนหยุดเดินแล้วเอื้อมมือมาทัดผมให้ฉันอย่างเบามือ “หนาวมั้ย” “นิดหน่อยค่ะ” พรึ่บ! เขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกที่ใส่อยู่ออก เหลือแต่เสื้อกล้ามสีขาวข้างใน แล้วเอาเชิ้ตตัวนั้นมาคลุมไหล่ให้ฉัน “พี่ที! เดี๋ยวพี่ก็หนาวหรอก” ฉันจะถอดคืนให้ “ใส่ไปเถอะ พี่ขี้ร้อน” เขากดไหล่ฉันไว้ “อีกอย่าง... เสื้อตัวนี้ตัวโปรดพี่ ใส่แล้วห้ามทำเลอะนะ” “ค่า... ขี้งกจัง” เราเดินเคียงคู่กันไปบนหาดทราย แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำระยิบระยับ พี่ทีออนไม่ได้ปล่อยมือฉันเลย เขาจับจูงไว้ตลอดเหมือนกลัวฉันจะหายไปไหน “ริน” “คะ” “ถ้าวันหลังมีเรื่องไม่สบายใจ... ไม่ต้องหนีมาทะเลนะ” เขาหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าฉัน “แล้วจะให้รินไปไหน” “มาหาพี่” เขาตอบเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน หรือพี่จะยุ่งแค่ไหน ถ้าเป็นเรื่องของริน... พี่ว่างเสมอ” “พี่พูดแล้วนะ ถ้าพี่ผิดคำพูด รินจะฟ้องพี่รัม” ฉันแกล้งขู่ “หึ... พี่ไม่เคยผิดคำพูดกับเด็กดื้อ” เขาขยับเข้ามาใกล้จนปลายเท้าเราชนกัน ฉันต้องเงยหน้ามองเขาเพราะส่วนสูงที่ต่างกันพอสมควร แสงจันทร์ทำให้เห็นดวงตาเขาเป็นประกายวิบวับ “พี่ที...” “ครับ” “ทำไม... ทำไมถึงดีกับรินขนาดนี้” “อยากรู้หรอ” “อื้อ” พี่ทีออนก้มหน้าลงมา ใกล้จนฉันสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากตัวเขา เขายกมือขึ้นประคองแก้มฉันไว้ข้างหนึ่ง นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มเบาๆ สัมผัสนั้นมันนุ่มนวลชวนให้ใจสั่นระทวย “เพราะรินคือริน...” เขากระซิบเสียงแหบพร่า “เพราะรินคือน้องสาวของไอ้รัม... ที่พี่ไม่อยากให้เป็นแค่น้องสาวเพื่อนอีกต่อไป” ฉันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหยุดหายใจ คำพูดกำกวมของเขามันชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา “พี่รอเราโตอยู่นะ... รู้ตัวมั้ย” “ระ... รินโตแล้วนะ 20 แล้ว” ฉันเถียงเสียงสั่น “หึ...” เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะดีดหน้าผากฉันเบาๆ หนึ่งที “รอให้โตกว่านี้อีกหน่อย ให้มั่นใจกว่านี้อีกนิด... แล้วพี่จะเลิกเป็นแค่พี่ชายข้างบ้าน” พูดจบเขาก็ผละออก แล้วคว้ามือฉันไปกุมไว้แน่นกว่าเดิม “ป่ะ เข้าบ้านกัน ดึกแล้วน้ำค้างลง เดี๋ยวจะไม่สบาย” เขาจูงมือฉันเดินกลับเข้าบ้าน ทิ้งให้ฉันเดินตามต้อยๆ ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู คำพูดของเขายังดังก้องอยู่ในหัว รอให้โตกว่านี้อีกหน่อย... คนบ้า! แค่นี้ก็ทำให้ใจเต้นจะแย่อยู่แล้ว จะให้รอไปถึงไหนกัน! แต่ถึงจะบ่นในใจ มือของฉันก็กระชับตอบมือเขาแน่นไม่แพ้กัน... คืนนี้คงเป็นคืนที่ฉันฝันดีที่สุดในรอบปีแน่ๆณ เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของทีออน (ชั้นบนสุด)สายฝนที่ตกลงมากระทบกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า กลายเป็นฉากหลังที่ตัดขาดเราสองคนออกจากโลกภายนอก แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ ส่องเข้ามาสลัวๆ พอให้เห็นเงาสะท้อนของร่างสองร่างที่กำลังกอดก่ายกันแนบแน่นบนเตียงคิงไซส์สีเข้ม“พี่ที...”ฉันเรียกชื่อเขาเสียงพร่า เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของคนตัวสูงไล่พรมจูบไปทั่วลำคอระหง ลากไล้ลงมาถึงเนินอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ มือหนาที่เคยแสนดีและอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นมือของปีศาจร้ายที่เชี่ยวชาญในการปลุกเร้า เขาบีบเคล้นเอวฉันหนักหน่วง แสดงความเป็นเจ้าของในทุกตารางนิ้ว“บอกแล้วไง...” ทีออนเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน นัยน์ตาคมกริบที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ตอนนี้มันลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่ไม่มีวันมอดดับ “ว่าคืนนี้... พี่จะสอนวิชา ‘แฟน’ ให้เราจนเช้า”“ริน... รินหายใจไม่ทัน” ฉันประท้วงเสียงเครือ เมื่อเขาเริ่มรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ“หายใจทางปากสิเด็กดี...”เขากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงมาอย่างดูดดื่มและหิวกระหาย ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดควานหาความหวานอย่างช่ำชอง เขาต้อนให้ฉันจนมุมด้วยรสสัมผัสที่วาบหวาม จนสมองฉั
ห้องนั่งเล่น คอนโด (เช้าวันต่อมา)หลังจากพี่รัมเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใต้ตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆ พี่ทีออนที่นั่งจิบกาแฟอ่านข่าวในไอแพดด้วยมาดคุณชายผู้สดใส (เพราะเมื่อคืนได้เติมพลังรักมาเต็มเปี่ยม)“สภาพดูไม่ได้เลยนะมึง” พี่ทีออนเหลือบมองเพื่อนแล้วส่ายหัว “เมื่อคืนแดกหรืออาบ”“โอย... อย่าบ่น กูวิ้งๆ อยู่” พี่รัมนวดขมับตัวเอง “ปวดหัวชิบหาย... เอาน้ำให้กูหน่อยดิ”พี่ทีออนถอนหายใจ แต่ก็ยอมลุกไปหยิบน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบจากตู้เย็นมาโยนให้เพื่อน“ขอบใจ...” พี่รัมเปิดขวดกระดกอึกๆ จนหมด “เออ ไอ้ที... เมื่อคืนมึงพาน้องกูไปไหนมาวะในงาน กูจำได้ลางๆ ว่ามึงลากมันออกไปตอนเต้นรำกับไอ้ฮาวาย”พี่ทีออนชะงักมือนิดหนึ่ง ก่อนจะตีหน้านิ่งตอบกลับ “พาไปสูดอากาศ ข้างในคนมันเยอะ เหม็นเหงื่อ รินมันหายใจไม่ออก”“อ๋อ... เออดีละ กูเห็นไอ้ฮาวายมันมือไวชิบหาย จับเอวน้องกูอยู่นั่นแหละ” พี่รัมบ่นอย่างหงุดหงิด “มึงรู้ป่ะ กูเกือบจะพุ่งไปต่อยมันละ แต่มึงตัดหน้ากูไปก่อน”“กูจัดการให้แล้ว” พี่ทีออนยิ้มมุมปาก “รับรองว่ามันไม่กล้ายุ่งกับรินอีกพักใหญ่”“ดีมากเพื่อนรัก
ห้องนอนริน (เวลาต่อมา)พี่ทีออนวางฉันลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกจนใจเต้นแรง เขาไม่ได้ผละออกไปไหน แต่กลับนั่งลงข้างๆ แล้วใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างฉันไว้ สายตาคมกริบไล่มองใบหน้าฉันอย่างหลงใหล“พี่ที...” ฉันเรียกเขาเสียงเบา รู้สึกประหม่าเมื่อต้องมาอยู่ในห้องนอนกับเขาสองต่อสองแบบนี้“ครับ” เขาขานรับเสียงนุ่ม นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉันออก“ริน... รินจะไปเปลี่ยนชุด” ฉันบอกพร้อมกับพยายามดันอกเขาเบาๆ เพราะชุดราตรีรัดรูปนี่มันทำให้นอนลำบาก“เดี๋ยวพี่ช่วย”“คะ? ไม่ต้องค่ะ รินทำเองได้” ฉันรีบปฏิเสธ“ซิปมันอยู่ข้างหลัง รูดเองลำบาก” เขาไม่ฟังคำทัดทาน จับไหล่ฉันให้พลิกตัวหันหลังให้เขา “อยู่นิ่งๆ”ฉันนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาที่แตะลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าบริเวณเอว เสียงรูดซิปดัง ครืด เบาๆ ในความเงียบ พร้อมกับความรู้สึกหลวมโพรกที่ช่วงอกเมื่อชุดค่อยๆ คลายออกพี่ทีออนค่อยๆ รูดซิปลงช้าๆ... ช้ามากจนน่าหมั่นไส้ นิ้วของเขาลากผ่านผิวเนื้อฉันทุกตารางนิ้วที่ซิปเลื่อนผ่าน ลมหายใจอุ่นจัดของเขารินรดอยู่ตรงท้ายทอย ทำให้ขนอ่อ
คอนโด XX (ตี 2)สภาพของพวกเราตอนกลับมาถึงคอนโดทุลักทุเลพอสมควร ไม่ใช่เพราะฉันเมา แต่เป็นเพราะพี่ชายตัวดีอย่างพี่รัมที่เมาหัวราน้ำจนเดินไม่ตรงทาง“ไอ้รัม! มึงเดินดีๆ ดิวะ หนักชิบหาย” พี่ทีออนบ่นอุบขณะหิ้วปีกเพื่อนรักข้างหนึ่ง ส่วนฉันช่วยพยุงอีกข้าง“เออ... กูไหว... กูยังไม่เมา...” พี่รัมพึมพำเสียงอ้อแอ้ ขาพันกันจนเกือบจะพากันล้มทั้งแก๊ง“ไม่เมาบ้านแกสิ เดินชนขอบประตูลิฟต์เนี่ย” ฉันบ่นพี่ชายตัวเองกว่าจะลากพี่รัมเข้ามาในห้องนอนและโยนลงบนเตียงได้ เล่นเอาฉันเหงื่อตก พี่ทีออนจัดการถอดรองเท้าให้เพื่อนแล้วโยนผ้าห่มคลุมโปงให้เสร็จสรรพ ก่อนจะยืนเท้าเอวมองผลงานตัวเอง“หมดภาระสักที...” เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันมามองฉันที่ยืนหอบแฮ่กๆ อยู่ปลายเตียง “เหนื่อยมั้ย”“นิดหน่อยค่ะ พี่รัมตัวหนักจะตาย”“ไป... ออกไปข้างนอก ปล่อยมันนอนเน่าอยู่นี่แหละ”พี่ทีออนเดินมาจูงมือฉันออกจากห้องพี่รัม แล้วจัดการ ล็อกลูกบิดประตู ห้องพี่รัมจากด้านนอกหน้าตาเฉย!“เฮ้ย! พี่ที ล็อกทำไมคะ” ฉันร้องทัก“กันมารขัดความสุข” เขาตอบเสียงเรียบ “มันเมาขนาดนี้คงไม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำหรอก แต่กันไว้ก่อน... พี่ไม่อยากให้อารมณ์ค้างเหมื
After Party : ผับหรูย่านทองหล่อเสียงเพลง EDM จังหวะหนักหน่วงดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟเลเซอร์สาดส่องไปทั่วบริเวณที่อัดแน่นไปด้วยวัยรุ่นหน้าตาดี สมกับเป็นคลับระดับท็อปที่พวกพี่รัมจองโต๊ะ VIP ไว้ฉลองเรียนจบให้ฉัน“หมดแก้วววว! น้องกูเรียนจบแล้วโว้ยยย!”เสียงตะโกนของพี่รัมดังแข่งกับเสียงเพลง เขาชูแก้วเหล้าขึ้นฟ้าด้วยสภาพที่หน้าเริ่มแดงก่ำตั้งแต่หัววันฉันนั่งตัวลีบอยู่ตรงกลางโซฟากำมะหยี่สีแดงสด โดยมี ‘ผู้คุม’ นั่งขนาบข้าง ด้านซ้ายคือพี่รัมที่กำลังเมามันส์ ส่วนด้านขวา... คือพี่ทีออนที่นั่งไขว่ห้าง จิบวิสกี้ on the rock ด้วยมาดนิ่งขรึม แต่แขนข้างหนึ่งพาดพนักโซฟาด้านหลังฉันไว้... ราวกับจะกางอาณาเขต“พี่ที... รินร้อน ขอถอดสูทออกได้มั้ย” ฉันกระซิบถามเขา เพราะตอนนี้ฉันยังใส่สูทตัวนอกของพี่รัม (ที่พี่ทีออนบังคับให้ใส่) คลุมทับชุดราตรีเปิดหลังอยู่“ไม่ได้” เขาตอบทันควัน โดยไม่หันมามอง “ข้างในมันมืด เดี๋ยวพวกแมลงหวี่แมลงวันมันบินมาตอมหลังขาวๆ ของเรา”“แมลงวันบ้าอะไรในผับ” ฉันบ่นอุบอิบ “มีแต่คนมองรินแปลกๆ แล้วเนี่ย ใส่สูทตัวโคร่งในผับ”“ช่างหัวมัน” พี่ทีออนยักไหล่ “ใครมองมา เดี๋ยวพี่ควักลูกตามั
งานเลี้ยงจบการศึกษา คณะนิเทศศาสตร์บรรยากาศภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะของเหล่าบัณฑิตป้ายแดง แสงไฟสีนวลสาดส่องกระทบชุดราตรีหลากสีสันที่แข่งกันประชันโฉมวันนี้เป็นวันสำคัญของฉัน... วันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเป็นวันที่ฉันตั้งใจจะ ‘ฉีกกฎ’ ความเป็นเด็กน้อยของพี่ชายทั้งสองคน“ไอ้ริน! มึงไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้!”นั่นไง... เสียงสวรรค์มาแล้วพี่รัมยืนตาถลนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า มือไม้สั่นเหมือนคนจะเป็นลม ส่วนพี่ทีออนที่ยืนอยู่ข้างๆ... เขานิ่งสนิท นิ่งจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองฉันช้าๆ ราวกับจะสแกนทะลุเนื้อผ้าฉันอยู่ในชุดเดรสยาวผ้าซาตินสีแชมเปญเข้ารูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ด้านหน้าดูเรียบหรูมิดชิด แต่ไฮไลท์มันอยู่ที่ ‘ด้านหลัง’ ที่เว้าลึกโชว์แผ่นหลังขาวเนียนไปจนเกือบถึงเอว“เปลี่ยนทำไมคะ สวยออก” ฉันหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ จงใจยั่วโมโหพี่ชาย“สวยกะผี! หลังมึงหายไปไหนวะ ผ้าไม่พอรึไง!” พี่รัมโวยวาย ถอดสูทตัวนอกของตัวเองทำท่าจะเอามาคลุมให้ฉัน “ใส่เสื้อกูเดี๋ยวนี้!”“ไม่เอา! รินร้อน” ฉันเบี่ยงตัวหลบไปหลบหลังพี่ทีออน “พี่ทีดูสิคะ พี่รัมง







