로그인ห้องนั่งเล่น คอนโด (เช้าวันต่อมา)
หลังจากพี่รัมเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใต้ตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆ พี่ทีออนที่นั่งจิบกาแฟอ่านข่าวในไอแพดด้วยมาดคุณชายผู้สดใส (เพราะเมื่อคืนได้เติมพลังรักมาเต็มเปี่ยม) “สภาพดูไม่ได้เลยนะมึง” พี่ทีออนเหลือบมองเพื่อนแล้วส่ายหัว “เมื่อคืนแดกหรืออาบ” “โอย... อย่าบ่น กูวิ้งๆ อยู่” พี่รัมนวดขมับตัวเอง “ปวดหัวชิบหาย... เอาน้ำให้กูหน่อยดิ” พี่ทีออนถอนหายใจ แต่ก็ยอมลุกไปหยิบน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบจากตู้เย็นมาโยนให้เพื่อน “ขอบใจ...” พี่รัมเปิดขวดกระดกอึกๆ จนหมด “เออ ไอ้ที... เมื่อคืนมึงพาน้องกูไปไหนมาวะในงาน กูจำได้ลางๆ ว่ามึงลากมันออกไปตอนเต้นรำกับไอ้ฮาวาย” พี่ทีออนชะงักมือนิดหนึ่ง ก่อนจะตีหน้านิ่งตอบกลับ “พาไปสูดอากาศ ข้างในคนมันเยอะ เหม็นเหงื่อ รินมันหายใจไม่ออก” “อ๋อ... เออดีละ กูเห็นไอ้ฮาวายมันมือไวชิบหาย จับเอวน้องกูอยู่นั่นแหละ” พี่รัมบ่นอย่างหงุดหงิด “มึงรู้ป่ะ กูเกือบจะพุ่งไปต่อยมันละ แต่มึงตัดหน้ากูไปก่อน” “กูจัดการให้แล้ว” พี่ทีออนยิ้มมุมปาก “รับรองว่ามันไม่กล้ายุ่งกับรินอีกพักใหญ่” “ดีมากเพื่อนรัก สมเป็นไม้กันหมาเบอร์หนึ่งของกู” พี่รัมตบไหล่พี่ทีออนฉาดใหญ่ โดยไม่รู้เลยว่า ‘ไม้กันหมา’ คนนี้แหละคือ ‘หมาป่า’ ตัวจริงที่แอบคาบน้องสาวตัวเองไปกินแล้ว “รัม...” พี่ทีออนวางแก้วกาแฟลง หันมาทำหน้าจริงจัง “กูถามไรหน่อย” “ว่า” “สมมตินะ... สมมติว่ารินมันมีแฟน มึงจะว่าไง” “แฟน?” พี่รัมขมวดคิ้วทันที “ใครวะ มันมีแล้วหรอ ไอ้ฮาวายหรอ” “กูบอกว่าสมมติ! มึงฟังภาษาคนรู้เรื่องมั้ยเนี่ย” พี่ทีออนดุ “ถ้ามันมีแฟน... มึงจะโอเคมั้ย” พี่รัมนั่งนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ สีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังแก้โจทย์คณิตศาสตร์โอลิมปิก “ก็... ต้องดูว่าเป็นใคร” พี่รัมตอบเสียงเข้ม “ถ้านิสัยรวยแต่เลว เจ้าชู้เหมือนไอ้เพลิง กูไม่เอา ถ้ามาแนวติ๋มๆ ดูแลน้องกูไม่ได้ กูก็ไม่เอา” “เรื่องมากนะมึง” “เอ้า น้องสาวคนเดียวนะเว้ย กูเลี้ยงมากับมือ (แม่เลี้ยงต่างหาก) กูต้องสแกนดิ” พี่รัมกอดอก “ต้องผ่านด่านกูก่อน ต้องรักจริง ห้ามเจ้าชู้ ห้ามทำน้องกูร้องไห้” “แล้วถ้า...” พี่ทีออนเว้นจังหวะ ลอบมองหน้าเพื่อน “ถ้าเป็นคนที่มึงรู้จักดีล่ะ” “รู้จักดี? ใครวะ” พี่รัมหรี่ตามอง “เพื่อนเราหรอ... ไอ้ไคโล? ไม่เอา รายนั้นโลกส่วนตัวสูง เดี๋ยวน้องกูเหงาตาย... หรือไอ้เพลิง? ตัดทิ้งไปเลยคนแรก กูยิงไส้แตกแน่” “กูไม่ได้หมายถึงพวกมัน...” พี่ทีออนสบตาเพื่อน “กูหมายถึง... คนใกล้ตัวมึงมากๆ” พี่รัมนิ่งไปอีกอึดใจ ก่อนจะเบิกตากว้างเหมือนนึกอะไรออก แล้วชี้หน้าพี่ทีออน “อย่าบอกนะว่า...” พี่ทีออนกลั้นหายใจ หัวใจเต้นตึกตัก ลุ้นว่าเพื่อนจะรู้ความจริงมั้ย “อย่าบอกนะว่าเป็น... ไอ้แว่น รุ่นน้องที่คณะมึง!” พี่รัมโพลงออกมา “ไอ้เด็กเนิร์ดนั่นที่เคยมาจีบรินตอนปี 1 อ่ะนะ! กูว่าแล้วเชียว เห็นมันมาป้วนเปี้ยนในเฟซบุ๊กน้องกู” พี่ทีออนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกือบจะหงายหลังตึงด้วยความเพลียจิตกับความซื่อบื้อของเพื่อน “ไม่ใช่เว้ย! ไอ้แว่นนั่นมันแต่งงานไปแล้ว!” พี่ทีออนตบกะโหลกเพื่อนไปหนึ่งทีแก้โมโห “กูหมายถึง... ถ้าเป็น กู ล่ะ” “...” ทั้งห้องเงียบกริบ พี่รัมจ้องหน้าพี่ทีออนตาค้าง พี่ทีออนก็นั่งนิ่งรอฟังคำตอบ “ฮ่าๆๆๆๆๆ!” จู่ๆ พี่รัมก็ระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง หัวเราะจนตัวงอ น้ำหูน้ำตาไหล “โอ๊ยยย ไอ้ที มึงเล่นมุกไรเนี่ย ฮ่าๆๆๆ มึงเนี่ยนะ!” “ขำเหี้ยไร” พี่ทีออนเริ่มหน้าตึง “ก็มึง... มึงเป็นเพื่อนกู เป็นพี่ชายมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย มึงเห็นมันใส่ผ้าอ้อมวิ่งเล่น มึงเห็นตอนมันฟันหลอ มึงจะไปชอบลงได้ไงวะ” พี่รัมเช็ดน้ำตา “อีกอย่าง... มึงดุมันยิ่งกว่ากูอีก น้องกูคงกลัวมึงหัวหด ไม่มีทางมองมึงเป็นแฟนหรอก เชื่อกู” พี่ทีออนกำหมัดแน่น คิ้วกระตุกยิกๆ... ‘น้องมึงนั่นแหละตัวดี เมื่อคืนยังนอนซุกอกกูอยู่เลย’ เขาเถียงในใจ “แล้วถ้า... ถ้ามันเป็นไปได้ล่ะ มึงจะโอเคมั้ย” พี่ทีออนถามย้ำเสียงแข็ง พี่รัมหยุดขำ พยายามปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนดูซีเรียส “อืม... ถ้าเป็นมึงจริงๆ” พี่รัมเกาคางใช้ความคิด “กูก็... คงสบายใจที่สุดมั้ง” “...” พี่ทีออนหูผึ่ง “เพราะกูรู้นิสัยมึง กูรู้ว่ามึงไม่เจ้าชู้ มึงดูแลคนเก่ง ถึงจะปากหมาไปหน่อย แต่กูรู้ว่ามึงรักน้องกู... ในแบบพี่ชายนะ” พี่รัมตบเข่าฉาด “แต่กูว่ายากว่ะ มึงกับน้องกูเนี่ยนะ เคมีไม่เข้ากันเลย เหมือนพ่อกับลูกมากกว่า” “สัสรัม” พี่ทีออนด่าเพื่อนเบาๆ แต่ในใจกลับยิ้มกริ่ม อย่างน้อย... ด่านแรกก็ผ่านฉลุย ‘สบายใจที่สุด’ แปลว่าถ้าเปิดตัวเมื่อไหร่ โอกาสรอด (จากการโดนกระทืบ) สูงเกิน 80% แกร๊ก! เสียงประตูห้องนอนฉันเปิดออก ฉันเดินออกมาด้วยชุดนอนชุดเดิม (ที่พี่ทีออนเพิ่งเห็นเมื่อเช้า) ทำท่าขยี้ตาเหมือนคนเพิ่งตื่น “คุยอะไรกันเสียงดังแต่เช้าคะ” ฉันถามเสียงงัวเงีย พยายามไม่มองหน้าพี่ทีออน “ตื่นแล้วหรอตัวแสบ” พี่รัมหันมาทัก “นี่ไง ไอ้ทีมันกำลังเพ้อเจ้อ ถามว่าถ้าแกมีแฟน พี่จะว่าไง” “อ๋อ...” ฉันใจกระตุกวูบ เหลือบมองพี่ทีออนแวบหนึ่ง เขาทำหน้านิ่งจิบกาแฟไม่รู้ไม่ชี้ “แล้ว... พี่รัมว่าไงคะ” “พี่ก็บอกว่าต้องผ่านด่านพี่ก่อน” พี่รัมยืดอก “แต่ถ้าเป็นไอ้ที... พี่คงคิดหนัก สงสารมัน ต้องมารับมือกับเด็กดื้อแบบแก” “พี่รัม!” ฉันหยิบหมอนอิงปาใส่พี่ชาย “ใครดื้อ! รินออกจะน่ารัก” “น่ารักตายล่ะ เมื่อวานยังใส่ชุดโป๊ไปอ่อยผู้ชายอยู่เลย” พี่รัมบ่น “ไม่ได้อ่อยนะ!” “พอๆ เลิกเถียงกัน” พี่ทีออนลุกขึ้นยืน ตัดบทสงครามพี่น้อง “ริน หิวรึยัง เดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กิน” “หิวค่ะ” ฉันตอบทันที “งั้นรอกูด้วยนะเพื่อนรัก ขอกะเพราหมูกรอบเหมือนเดิม” พี่รัมสั่ง “ของมึงมีมาม่าในตู้ ไปต้มกินเอง” พี่ทีออนตอบเสียงเรียบ เดินผ่านหน้าพี่รัมไปที่ครัว “กูจะทำข้าวต้มกุ้งให้น้อง รินมันไม่สบายคอ กินของร้อนๆ จะได้ดีขึ้น” “อ้าว... สองมาตรฐานนี่หว่า!” พี่รัมโวยวายไล่หลัง พี่ทีออนหันมามองฉันแล้วยักคิ้วให้ข้างหนึ่ง เป็นสัญญาณลับที่รู้กันแค่สองคนว่า... ‘ข้าวต้มกุ้งถ้วยนี้... ใส่ความรักลงไปเป็นพิเศษสำหรับแฟนครับ’ ฉันก้มหน้างุดซ่อนรอยยิ้ม เดินไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวอย่างมีความสุข... พี่ชายเพื่อนที่เลื่อนขั้นมาเป็นแฟนเนี่ย ดูแลดีที่หนึ่งจริงๆ!ณ เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของทีออน (ชั้นบนสุด)สายฝนที่ตกลงมากระทบกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า กลายเป็นฉากหลังที่ตัดขาดเราสองคนออกจากโลกภายนอก แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ ส่องเข้ามาสลัวๆ พอให้เห็นเงาสะท้อนของร่างสองร่างที่กำลังกอดก่ายกันแนบแน่นบนเตียงคิงไซส์สีเข้ม“พี่ที...”ฉันเรียกชื่อเขาเสียงพร่า เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของคนตัวสูงไล่พรมจูบไปทั่วลำคอระหง ลากไล้ลงมาถึงเนินอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ มือหนาที่เคยแสนดีและอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นมือของปีศาจร้ายที่เชี่ยวชาญในการปลุกเร้า เขาบีบเคล้นเอวฉันหนักหน่วง แสดงความเป็นเจ้าของในทุกตารางนิ้ว“บอกแล้วไง...” ทีออนเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน นัยน์ตาคมกริบที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ตอนนี้มันลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่ไม่มีวันมอดดับ “ว่าคืนนี้... พี่จะสอนวิชา ‘แฟน’ ให้เราจนเช้า”“ริน... รินหายใจไม่ทัน” ฉันประท้วงเสียงเครือ เมื่อเขาเริ่มรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ“หายใจทางปากสิเด็กดี...”เขากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงมาอย่างดูดดื่มและหิวกระหาย ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดควานหาความหวานอย่างช่ำชอง เขาต้อนให้ฉันจนมุมด้วยรสสัมผัสที่วาบหวาม จนสมองฉั
ห้องนั่งเล่น คอนโด (เช้าวันต่อมา)หลังจากพี่รัมเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใต้ตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆ พี่ทีออนที่นั่งจิบกาแฟอ่านข่าวในไอแพดด้วยมาดคุณชายผู้สดใส (เพราะเมื่อคืนได้เติมพลังรักมาเต็มเปี่ยม)“สภาพดูไม่ได้เลยนะมึง” พี่ทีออนเหลือบมองเพื่อนแล้วส่ายหัว “เมื่อคืนแดกหรืออาบ”“โอย... อย่าบ่น กูวิ้งๆ อยู่” พี่รัมนวดขมับตัวเอง “ปวดหัวชิบหาย... เอาน้ำให้กูหน่อยดิ”พี่ทีออนถอนหายใจ แต่ก็ยอมลุกไปหยิบน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบจากตู้เย็นมาโยนให้เพื่อน“ขอบใจ...” พี่รัมเปิดขวดกระดกอึกๆ จนหมด “เออ ไอ้ที... เมื่อคืนมึงพาน้องกูไปไหนมาวะในงาน กูจำได้ลางๆ ว่ามึงลากมันออกไปตอนเต้นรำกับไอ้ฮาวาย”พี่ทีออนชะงักมือนิดหนึ่ง ก่อนจะตีหน้านิ่งตอบกลับ “พาไปสูดอากาศ ข้างในคนมันเยอะ เหม็นเหงื่อ รินมันหายใจไม่ออก”“อ๋อ... เออดีละ กูเห็นไอ้ฮาวายมันมือไวชิบหาย จับเอวน้องกูอยู่นั่นแหละ” พี่รัมบ่นอย่างหงุดหงิด “มึงรู้ป่ะ กูเกือบจะพุ่งไปต่อยมันละ แต่มึงตัดหน้ากูไปก่อน”“กูจัดการให้แล้ว” พี่ทีออนยิ้มมุมปาก “รับรองว่ามันไม่กล้ายุ่งกับรินอีกพักใหญ่”“ดีมากเพื่อนรัก
ห้องนอนริน (เวลาต่อมา)พี่ทีออนวางฉันลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกจนใจเต้นแรง เขาไม่ได้ผละออกไปไหน แต่กลับนั่งลงข้างๆ แล้วใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างฉันไว้ สายตาคมกริบไล่มองใบหน้าฉันอย่างหลงใหล“พี่ที...” ฉันเรียกเขาเสียงเบา รู้สึกประหม่าเมื่อต้องมาอยู่ในห้องนอนกับเขาสองต่อสองแบบนี้“ครับ” เขาขานรับเสียงนุ่ม นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉันออก“ริน... รินจะไปเปลี่ยนชุด” ฉันบอกพร้อมกับพยายามดันอกเขาเบาๆ เพราะชุดราตรีรัดรูปนี่มันทำให้นอนลำบาก“เดี๋ยวพี่ช่วย”“คะ? ไม่ต้องค่ะ รินทำเองได้” ฉันรีบปฏิเสธ“ซิปมันอยู่ข้างหลัง รูดเองลำบาก” เขาไม่ฟังคำทัดทาน จับไหล่ฉันให้พลิกตัวหันหลังให้เขา “อยู่นิ่งๆ”ฉันนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาที่แตะลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าบริเวณเอว เสียงรูดซิปดัง ครืด เบาๆ ในความเงียบ พร้อมกับความรู้สึกหลวมโพรกที่ช่วงอกเมื่อชุดค่อยๆ คลายออกพี่ทีออนค่อยๆ รูดซิปลงช้าๆ... ช้ามากจนน่าหมั่นไส้ นิ้วของเขาลากผ่านผิวเนื้อฉันทุกตารางนิ้วที่ซิปเลื่อนผ่าน ลมหายใจอุ่นจัดของเขารินรดอยู่ตรงท้ายทอย ทำให้ขนอ่อ
คอนโด XX (ตี 2)สภาพของพวกเราตอนกลับมาถึงคอนโดทุลักทุเลพอสมควร ไม่ใช่เพราะฉันเมา แต่เป็นเพราะพี่ชายตัวดีอย่างพี่รัมที่เมาหัวราน้ำจนเดินไม่ตรงทาง“ไอ้รัม! มึงเดินดีๆ ดิวะ หนักชิบหาย” พี่ทีออนบ่นอุบขณะหิ้วปีกเพื่อนรักข้างหนึ่ง ส่วนฉันช่วยพยุงอีกข้าง“เออ... กูไหว... กูยังไม่เมา...” พี่รัมพึมพำเสียงอ้อแอ้ ขาพันกันจนเกือบจะพากันล้มทั้งแก๊ง“ไม่เมาบ้านแกสิ เดินชนขอบประตูลิฟต์เนี่ย” ฉันบ่นพี่ชายตัวเองกว่าจะลากพี่รัมเข้ามาในห้องนอนและโยนลงบนเตียงได้ เล่นเอาฉันเหงื่อตก พี่ทีออนจัดการถอดรองเท้าให้เพื่อนแล้วโยนผ้าห่มคลุมโปงให้เสร็จสรรพ ก่อนจะยืนเท้าเอวมองผลงานตัวเอง“หมดภาระสักที...” เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันมามองฉันที่ยืนหอบแฮ่กๆ อยู่ปลายเตียง “เหนื่อยมั้ย”“นิดหน่อยค่ะ พี่รัมตัวหนักจะตาย”“ไป... ออกไปข้างนอก ปล่อยมันนอนเน่าอยู่นี่แหละ”พี่ทีออนเดินมาจูงมือฉันออกจากห้องพี่รัม แล้วจัดการ ล็อกลูกบิดประตู ห้องพี่รัมจากด้านนอกหน้าตาเฉย!“เฮ้ย! พี่ที ล็อกทำไมคะ” ฉันร้องทัก“กันมารขัดความสุข” เขาตอบเสียงเรียบ “มันเมาขนาดนี้คงไม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำหรอก แต่กันไว้ก่อน... พี่ไม่อยากให้อารมณ์ค้างเหมื
After Party : ผับหรูย่านทองหล่อเสียงเพลง EDM จังหวะหนักหน่วงดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟเลเซอร์สาดส่องไปทั่วบริเวณที่อัดแน่นไปด้วยวัยรุ่นหน้าตาดี สมกับเป็นคลับระดับท็อปที่พวกพี่รัมจองโต๊ะ VIP ไว้ฉลองเรียนจบให้ฉัน“หมดแก้วววว! น้องกูเรียนจบแล้วโว้ยยย!”เสียงตะโกนของพี่รัมดังแข่งกับเสียงเพลง เขาชูแก้วเหล้าขึ้นฟ้าด้วยสภาพที่หน้าเริ่มแดงก่ำตั้งแต่หัววันฉันนั่งตัวลีบอยู่ตรงกลางโซฟากำมะหยี่สีแดงสด โดยมี ‘ผู้คุม’ นั่งขนาบข้าง ด้านซ้ายคือพี่รัมที่กำลังเมามันส์ ส่วนด้านขวา... คือพี่ทีออนที่นั่งไขว่ห้าง จิบวิสกี้ on the rock ด้วยมาดนิ่งขรึม แต่แขนข้างหนึ่งพาดพนักโซฟาด้านหลังฉันไว้... ราวกับจะกางอาณาเขต“พี่ที... รินร้อน ขอถอดสูทออกได้มั้ย” ฉันกระซิบถามเขา เพราะตอนนี้ฉันยังใส่สูทตัวนอกของพี่รัม (ที่พี่ทีออนบังคับให้ใส่) คลุมทับชุดราตรีเปิดหลังอยู่“ไม่ได้” เขาตอบทันควัน โดยไม่หันมามอง “ข้างในมันมืด เดี๋ยวพวกแมลงหวี่แมลงวันมันบินมาตอมหลังขาวๆ ของเรา”“แมลงวันบ้าอะไรในผับ” ฉันบ่นอุบอิบ “มีแต่คนมองรินแปลกๆ แล้วเนี่ย ใส่สูทตัวโคร่งในผับ”“ช่างหัวมัน” พี่ทีออนยักไหล่ “ใครมองมา เดี๋ยวพี่ควักลูกตามั
งานเลี้ยงจบการศึกษา คณะนิเทศศาสตร์บรรยากาศภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะของเหล่าบัณฑิตป้ายแดง แสงไฟสีนวลสาดส่องกระทบชุดราตรีหลากสีสันที่แข่งกันประชันโฉมวันนี้เป็นวันสำคัญของฉัน... วันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเป็นวันที่ฉันตั้งใจจะ ‘ฉีกกฎ’ ความเป็นเด็กน้อยของพี่ชายทั้งสองคน“ไอ้ริน! มึงไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้!”นั่นไง... เสียงสวรรค์มาแล้วพี่รัมยืนตาถลนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า มือไม้สั่นเหมือนคนจะเป็นลม ส่วนพี่ทีออนที่ยืนอยู่ข้างๆ... เขานิ่งสนิท นิ่งจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองฉันช้าๆ ราวกับจะสแกนทะลุเนื้อผ้าฉันอยู่ในชุดเดรสยาวผ้าซาตินสีแชมเปญเข้ารูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ด้านหน้าดูเรียบหรูมิดชิด แต่ไฮไลท์มันอยู่ที่ ‘ด้านหลัง’ ที่เว้าลึกโชว์แผ่นหลังขาวเนียนไปจนเกือบถึงเอว“เปลี่ยนทำไมคะ สวยออก” ฉันหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ จงใจยั่วโมโหพี่ชาย“สวยกะผี! หลังมึงหายไปไหนวะ ผ้าไม่พอรึไง!” พี่รัมโวยวาย ถอดสูทตัวนอกของตัวเองทำท่าจะเอามาคลุมให้ฉัน “ใส่เสื้อกูเดี๋ยวนี้!”“ไม่เอา! รินร้อน” ฉันเบี่ยงตัวหลบไปหลบหลังพี่ทีออน “พี่ทีดูสิคะ พี่รัมง







