تسجيل الدخولงานเลี้ยงจบการศึกษา คณะนิเทศศาสตร์
บรรยากาศภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะของเหล่าบัณฑิตป้ายแดง แสงไฟสีนวลสาดส่องกระทบชุดราตรีหลากสีสันที่แข่งกันประชันโฉม วันนี้เป็นวันสำคัญของฉัน... วันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเป็นวันที่ฉันตั้งใจจะ ‘ฉีกกฎ’ ความเป็นเด็กน้อยของพี่ชายทั้งสองคน “ไอ้ริน! มึงไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้!” นั่นไง... เสียงสวรรค์มาแล้ว พี่รัมยืนตาถลนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า มือไม้สั่นเหมือนคนจะเป็นลม ส่วนพี่ทีออนที่ยืนอยู่ข้างๆ... เขานิ่งสนิท นิ่งจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองฉันช้าๆ ราวกับจะสแกนทะลุเนื้อผ้า ฉันอยู่ในชุดเดรสยาวผ้าซาตินสีแชมเปญเข้ารูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ด้านหน้าดูเรียบหรูมิดชิด แต่ไฮไลท์มันอยู่ที่ ‘ด้านหลัง’ ที่เว้าลึกโชว์แผ่นหลังขาวเนียนไปจนเกือบถึงเอว “เปลี่ยนทำไมคะ สวยออก” ฉันหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ จงใจยั่วโมโหพี่ชาย “สวยกะผี! หลังมึงหายไปไหนวะ ผ้าไม่พอรึไง!” พี่รัมโวยวาย ถอดสูทตัวนอกของตัวเองทำท่าจะเอามาคลุมให้ฉัน “ใส่เสื้อกูเดี๋ยวนี้!” “ไม่เอา! รินร้อน” ฉันเบี่ยงตัวหลบไปหลบหลังพี่ทีออน “พี่ทีดูสิคะ พี่รัมงี่เง่าอีกแล้ว” พี่ทีออนก้มลงมองฉัน สายตาของเขาไม่ได้มีความขำขันเลยสักนิด มันเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เขาขยับตัวมาบังฉันจากสายตาคนอื่นในงานอย่างเนียนๆ “รัม... มึงใจเย็น คนเยอะแยะ อายเขา” พี่ทีออนพูดเสียงเรียบ แต่สายตายังจ้องแผ่นหลังฉันเขม็ง “มึงดูน้องกูแต่งตัวดิไอ้ที! มันกะจะให้ผู้ชายทั้งงานมองมันตาเป็นมันเลยรึไง!” “เดี๋ยวกูดูให้...” พี่ทีออนพูดเสียงต่ำ “มึงไปทักทายพวกอาจารย์ทางโน้นก่อนไป เดี๋ยวเสียมารยาท” พี่รัมฮึดฮัดอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมเดินเลี่ยงไปเพราะเห็นอาจารย์คณะเดินมาพอดี ทิ้งให้ฉันยืนอยู่กับ ‘เสือยิ้มยาก’ สองต่อสอง ทันทีที่พี่รัมลับสายตา พี่ทีออนก็คว้าเอวฉันแล้วดึงเข้าไปชิดตัว มือหนาของเขาวางทาบลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันโดยตรง... สัมผัสจากฝ่ามือที่ร้อนจัดทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “พี่ที...” “จงใจใช่มั้ย” เขากระซิบข้างหู เสียงแหบพร่าจนน่าขนลุก “จงใจใส่ชุดนี้มาฆ่าพี่ใช่มั้ยริน” “ริน... รินแค่เห็นว่ามันสวยดี” ฉันแก้ตัวเสียงสั่น สู้สายตาดุดันของเขาไม่ไหว “สวย...” เขาไล้นิ้วโป้งไปตามแนวกระดูกสันหลังฉันเบาๆ “สวยจนพี่อยากจะอุ้มเรากลับคอนโดเดี๋ยวนี้ แล้วฉีกชุดบ้านี่ทิ้งซะ” “พี่ที! คนเยอะแยะ” ฉันตีอกเขาเบาๆ หน้าแดงก่ำ “ก็เพราะคนเยอะไง พี่ถึงหงุดหงิด” เขาบีบเอวฉันแน่นขึ้น “อย่าให้ใครแตะ... แม้แต่ปลายเล็บ เข้าใจมั้ย” “ครับผม... รับทราบค่ะ” . . งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ฉันพยายามเดินเลี่ยงๆ ไม่ให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวตามคำสั่ง (และสายตาอำมหิต) ของพี่ทีออนที่คอยยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง เขาทำหน้าที่ ‘ผู้ปกครอง’ ได้ดีเยี่ยมจนไม่มีหนุ่มหน้าไหนกล้าเข้ามาจีบ ยกเว้น... “น้องริน! ยินดีด้วยนะครับ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้า พี่ฮาวาย! วันนี้เขามาในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มดูหล่อเนี้ยบไม่แพ้ใคร รอยยิ้มอบอุ่นของเขาทำเอาสาวๆ ในงานหันมองตามกันเป็นแถว “พี่ฮาวาย! ขอบคุณมากนะคะ” ฉันรับช่อดอกไม้มาด้วยความดีใจ “พี่ฮาวายมาได้ไงคะเนี่ย” “พี่ได้รับเชิญมาในฐานะศิษย์เก่าน่ะครับ” เขายิ้มหวาน “วันนี้เราสวยมาก... สวยจนพี่จำแทบไม่ได้เลย” “ขอบคุณค่ะ” “ขออนุญาต... เต้นรำด้วยกันสักเพลงได้มั้ยครับ” พี่ฮาวายยื่นมือมาตรงหน้าอย่างสุภาพบุรุษ ฉันลังเล เหลือบตามองหาพี่ทีออน... ซึ่งตอนนี้หายตัวไปไหนไม่รู้เมื่อกี้ยังยืนคุยกับเพื่อนอยู่เลย “เอ่อ... ได้ค่ะ” ฉันวางมือลงบนมือพี่ฮาวาย เราเดินออกไปที่ฟลอร์เต้นรำ เพลงช้าซึ้งๆ กำลังบรรเลง พี่ฮาวายวางมือบนเอวฉันอย่างสุภาพ (และระมัดระวัง เพราะชุดฉันมันเปิดหลัง) “เรียนจบแล้ว... ต่อไปก็เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วสินะ” พี่ฮาวายชวนคุยขณะที่เราขยับตัวไปตามจังหวะเพลง “ค่ะ... รินดีใจมากเลย จะได้เลิกโดนมองเป็นเด็กสักที” “สำหรับพี่... รินเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจเสมอ ไม่ใช่เด็กหรอกครับ” สายตาเขาหวานเชื่อมจนฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก “ขอบคุณค่ะ...” พรึ่บ! จู่ๆ แรงดึงจากด้านหลังก็กระชากตัวฉันออกจากอ้อมแขนพี่ฮาวายอย่างแรง จนฉันเซไปปะทะกับอกแกร่งของใครบางคน “ขอโทษทีครับ... เพลงนี้ผมจอง” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นเหนือหัวฉัน พี่ทีออนยืนหน้านิ่ง แววตาวาวโรจน์จ้องมองพี่ฮาวายเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ มือเขาโอบเอวฉันแน่นจนแทบหายใจไม่ออก “คุณทีออน...” พี่ฮาวายชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังยิ้มสู้ “รุนแรงจังนะครับ น้องรินเจ็บแย่” “รินไม่เจ็บหรอกครับ ถ้าอยู่กับผม” พี่ทีออนสวนกลับนิ่มๆ “แต่ถ้าอยู่กับคนอื่น... ไม่แน่” “พี่ที...” ฉันพยายามปราม “ไปกับพี่” ไม่รอฟังคำทัดทาน พี่ทีออนรวบเอวฉันแล้วพาเดินฝ่าผู้คนออกจากฟลอร์เต้นรำทันที ทิ้งให้พี่ฮาวายยืนมองตามด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก . . พี่ทีออนลากฉันออกมาที่ระเบียงด้านนอกของห้องจัดเลี้ยง ซึ่งเงียบสงบและไม่มีคน ลมแม่น้ำพัดแรงจนผมฉันปลิวไสว “พี่ที! ปล่อยก่อน รินเจ็บนะ” ฉันบิดข้อมือออก เขายอมปล่อยมือ แต่กลับใช้แขนทั้งสองข้างกั้นตัวฉันไว้กับราวระเบียง กักขังฉันไว้ในกรงขังที่มีชื่อว่า ‘ทีออน’ “ไปเต้นกับมันทำไม” เขาถามเสียงเข้ม หน้าตาบึ้งตึงสุดขีด “ก็พี่ฮาวายขอตามมารยาท... รินจะปฏิเสธได้ไงคะ” “ปฏิเสธได้สิ! บอกไปเลยว่าผัว... เอ้ย! ว่าพี่หวง!” เขาหลุดปากออกมาจนหน้าแดงเถือก ฉันหลุดขำออกมาทั้งที่สถานการณ์ตึงเครียด “เมื่อกี้พี่จะพูดว่าอะไรนะ” “ไม่ต้องมาขำ!” เขาเสยผมแก้เขิน หายใจฟัดฟัด “ชุดก็โป๊... ยังจะไปให้มันจับเอวอีก พี่เห็นแล้วประสาทจะกิน” “ก็แค่จับเอวเอง... พี่ทีก็จับอยู่นี่ไง” “มันไม่เหมือนกัน!” เขาเถียงข้างๆ คูๆ “มือพี่กับมือมัน คนละความหมายกัน” “ความหมายยังไงคะ” ฉันย้อนถาม แกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ พี่ทีออนชะงัก มองตาฉันที่พราวระยับล้อเลียนเขาอยู่ เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจลง ความโกรธเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เข้มข้นกว่า “ริน...” “คะ” “เรียนจบแล้วใช่มั้ย...” “ค่ะ” “แปลว่า... โตแล้วใช่มั้ย” “โตแล้วค่ะ” ฉันตอบอย่างมั่นใจ “งั้น...” พี่ทีออนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมา “รับผิดชอบความรู้สึกพี่ได้แล้วสินะ” เขาเปิดกล่องออก... ข้างในเป็นสร้อยคอทองคำขาว เส้นเล็กๆ จี้รูปตัว ‘T’ ที่ฝังเพชรเม็ดเล็กๆ วิบวับ “พี่ที...” ฉันยกมือปิดปากด้วยความตกใจ “ตัว T...” เขาหยิบสร้อยออกมา “ย่อมาจาก Teon (ทีออน)... หรือจะแปลว่า The Only One (คนเดียวของใจ) ก็ได้” เขาเดินอ้อมไปด้านหลังฉัน รวบผมฉันขึ้นอย่างเบามือ สัมผัสจากปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาแตะโดนต้นคอและแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉัน ทำให้ฉันขนลุกซู่ พี่ทีออนบรรจงสวมสร้อยคอให้ฉัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารินรดอยู่ที่หลังหู “จองแล้วนะ...” เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะกดจูบลงบนไหล่เปลือยของฉันหนักๆ หนึ่งที สัมผัสนั้นร้อนฉ่าจนเหมือนถูกประทับตรา ฉันยืนตัวแข็งทื่อ ขาสั่นพับๆ “ห้ามถอด...” เขาหมุนตัวฉันให้หันกลับมาหาเขา นิ้วมือไล้ไปตามจี้รูปตัว T ที่วางอยู่บนไหปลาร้าของฉัน “ใส่ไว้ตลอด... ให้รู้ว่ามีเจ้าของแล้ว” “แล้ว... พี่รัมล่ะคะ” ฉันถามเสียงเบา “ช่างหัวมัน” พี่ทีออนตอบหน้าตาย “เดี๋ยวพี่เคลียร์เอง... ตอนนี้ขอพี่รับรางวัลก่อน” “รางวัลอะไรคะ” “รางวัลของคนอดทน...” เขาไม่รอคำอนุญาต โน้มใบหน้าลงมาประกบปากฉันทันที จูบครั้งนี้ไม่ใช่การจูบแบบหยอกล้อเหมือนที่ผ่านมา แต่มันคือการเรียกร้อง ครอบครอง และแสดงความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ เขารุกเร้าจนฉันต้องเผยอปากรับลิ้นร้อนๆ ที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด มือหนาเลื่อนจากเอวขึ้นมาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันอย่างหลงใหล สัมผัสของเขาทำเอาฉันแทบละลายคาอก “อื้อ...” ฉันครางประท้วงเมื่อเริ่มหมดลมหายใจ พี่ทีออนยอมผละออกช้าๆ หน้าผากเราชนกัน จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่แก้มฉัน “เรียนจบแล้ว...” เขาพึมพำชิดริมฝีปากฉัน “เตรียมตัวเรียนวิชา ‘แฟน’ จากพี่ต่อได้เลย... รับรองว่าพี่จะสอนให้เก่งกว่าอาจารย์ที่มหาลัยแน่ๆ” ฉันหน้าแดงก่ำ ซุกหน้าลงกับอกกว้างของเขาด้วยความเขินอาย “คนบ้า... ใครเขาอยากเรียนกัน” “ไม่อยากเรียนก็ต้องเรียน... เพราะนักเรียนคนนี้ พี่รับสอนคนเดียวตลอดชีวิต” เขากอดฉันแน่นขึ้น ท่ามกลางแสงดาวและลมแม่น้ำที่พัดผ่าน... ฉันรู้แล้วว่า ต่อให้มีผู้ชายดีๆ อย่างพี่ฮาวายเข้ามาอีกกี่คน ก็คงไม่มีใครแทนที่ผู้ชายปากแข็ง ขี้หวง และเอาแต่ใจคนนี้ได้อีกแล้ว จบการศึกษาจากมหาลัย... และเริ่มต้นการศึกษา ‘ความรัก’ ฉบับทีออน อย่างเป็นทางการ!ณ เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของทีออน (ชั้นบนสุด)สายฝนที่ตกลงมากระทบกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า กลายเป็นฉากหลังที่ตัดขาดเราสองคนออกจากโลกภายนอก แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ ส่องเข้ามาสลัวๆ พอให้เห็นเงาสะท้อนของร่างสองร่างที่กำลังกอดก่ายกันแนบแน่นบนเตียงคิงไซส์สีเข้ม“พี่ที...”ฉันเรียกชื่อเขาเสียงพร่า เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของคนตัวสูงไล่พรมจูบไปทั่วลำคอระหง ลากไล้ลงมาถึงเนินอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ มือหนาที่เคยแสนดีและอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นมือของปีศาจร้ายที่เชี่ยวชาญในการปลุกเร้า เขาบีบเคล้นเอวฉันหนักหน่วง แสดงความเป็นเจ้าของในทุกตารางนิ้ว“บอกแล้วไง...” ทีออนเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน นัยน์ตาคมกริบที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ตอนนี้มันลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่ไม่มีวันมอดดับ “ว่าคืนนี้... พี่จะสอนวิชา ‘แฟน’ ให้เราจนเช้า”“ริน... รินหายใจไม่ทัน” ฉันประท้วงเสียงเครือ เมื่อเขาเริ่มรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ“หายใจทางปากสิเด็กดี...”เขากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงมาอย่างดูดดื่มและหิวกระหาย ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดควานหาความหวานอย่างช่ำชอง เขาต้อนให้ฉันจนมุมด้วยรสสัมผัสที่วาบหวาม จนสมองฉั
ห้องนั่งเล่น คอนโด (เช้าวันต่อมา)หลังจากพี่รัมเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใต้ตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆ พี่ทีออนที่นั่งจิบกาแฟอ่านข่าวในไอแพดด้วยมาดคุณชายผู้สดใส (เพราะเมื่อคืนได้เติมพลังรักมาเต็มเปี่ยม)“สภาพดูไม่ได้เลยนะมึง” พี่ทีออนเหลือบมองเพื่อนแล้วส่ายหัว “เมื่อคืนแดกหรืออาบ”“โอย... อย่าบ่น กูวิ้งๆ อยู่” พี่รัมนวดขมับตัวเอง “ปวดหัวชิบหาย... เอาน้ำให้กูหน่อยดิ”พี่ทีออนถอนหายใจ แต่ก็ยอมลุกไปหยิบน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบจากตู้เย็นมาโยนให้เพื่อน“ขอบใจ...” พี่รัมเปิดขวดกระดกอึกๆ จนหมด “เออ ไอ้ที... เมื่อคืนมึงพาน้องกูไปไหนมาวะในงาน กูจำได้ลางๆ ว่ามึงลากมันออกไปตอนเต้นรำกับไอ้ฮาวาย”พี่ทีออนชะงักมือนิดหนึ่ง ก่อนจะตีหน้านิ่งตอบกลับ “พาไปสูดอากาศ ข้างในคนมันเยอะ เหม็นเหงื่อ รินมันหายใจไม่ออก”“อ๋อ... เออดีละ กูเห็นไอ้ฮาวายมันมือไวชิบหาย จับเอวน้องกูอยู่นั่นแหละ” พี่รัมบ่นอย่างหงุดหงิด “มึงรู้ป่ะ กูเกือบจะพุ่งไปต่อยมันละ แต่มึงตัดหน้ากูไปก่อน”“กูจัดการให้แล้ว” พี่ทีออนยิ้มมุมปาก “รับรองว่ามันไม่กล้ายุ่งกับรินอีกพักใหญ่”“ดีมากเพื่อนรัก
ห้องนอนริน (เวลาต่อมา)พี่ทีออนวางฉันลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกจนใจเต้นแรง เขาไม่ได้ผละออกไปไหน แต่กลับนั่งลงข้างๆ แล้วใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างฉันไว้ สายตาคมกริบไล่มองใบหน้าฉันอย่างหลงใหล“พี่ที...” ฉันเรียกเขาเสียงเบา รู้สึกประหม่าเมื่อต้องมาอยู่ในห้องนอนกับเขาสองต่อสองแบบนี้“ครับ” เขาขานรับเสียงนุ่ม นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉันออก“ริน... รินจะไปเปลี่ยนชุด” ฉันบอกพร้อมกับพยายามดันอกเขาเบาๆ เพราะชุดราตรีรัดรูปนี่มันทำให้นอนลำบาก“เดี๋ยวพี่ช่วย”“คะ? ไม่ต้องค่ะ รินทำเองได้” ฉันรีบปฏิเสธ“ซิปมันอยู่ข้างหลัง รูดเองลำบาก” เขาไม่ฟังคำทัดทาน จับไหล่ฉันให้พลิกตัวหันหลังให้เขา “อยู่นิ่งๆ”ฉันนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาที่แตะลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าบริเวณเอว เสียงรูดซิปดัง ครืด เบาๆ ในความเงียบ พร้อมกับความรู้สึกหลวมโพรกที่ช่วงอกเมื่อชุดค่อยๆ คลายออกพี่ทีออนค่อยๆ รูดซิปลงช้าๆ... ช้ามากจนน่าหมั่นไส้ นิ้วของเขาลากผ่านผิวเนื้อฉันทุกตารางนิ้วที่ซิปเลื่อนผ่าน ลมหายใจอุ่นจัดของเขารินรดอยู่ตรงท้ายทอย ทำให้ขนอ่อ
คอนโด XX (ตี 2)สภาพของพวกเราตอนกลับมาถึงคอนโดทุลักทุเลพอสมควร ไม่ใช่เพราะฉันเมา แต่เป็นเพราะพี่ชายตัวดีอย่างพี่รัมที่เมาหัวราน้ำจนเดินไม่ตรงทาง“ไอ้รัม! มึงเดินดีๆ ดิวะ หนักชิบหาย” พี่ทีออนบ่นอุบขณะหิ้วปีกเพื่อนรักข้างหนึ่ง ส่วนฉันช่วยพยุงอีกข้าง“เออ... กูไหว... กูยังไม่เมา...” พี่รัมพึมพำเสียงอ้อแอ้ ขาพันกันจนเกือบจะพากันล้มทั้งแก๊ง“ไม่เมาบ้านแกสิ เดินชนขอบประตูลิฟต์เนี่ย” ฉันบ่นพี่ชายตัวเองกว่าจะลากพี่รัมเข้ามาในห้องนอนและโยนลงบนเตียงได้ เล่นเอาฉันเหงื่อตก พี่ทีออนจัดการถอดรองเท้าให้เพื่อนแล้วโยนผ้าห่มคลุมโปงให้เสร็จสรรพ ก่อนจะยืนเท้าเอวมองผลงานตัวเอง“หมดภาระสักที...” เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันมามองฉันที่ยืนหอบแฮ่กๆ อยู่ปลายเตียง “เหนื่อยมั้ย”“นิดหน่อยค่ะ พี่รัมตัวหนักจะตาย”“ไป... ออกไปข้างนอก ปล่อยมันนอนเน่าอยู่นี่แหละ”พี่ทีออนเดินมาจูงมือฉันออกจากห้องพี่รัม แล้วจัดการ ล็อกลูกบิดประตู ห้องพี่รัมจากด้านนอกหน้าตาเฉย!“เฮ้ย! พี่ที ล็อกทำไมคะ” ฉันร้องทัก“กันมารขัดความสุข” เขาตอบเสียงเรียบ “มันเมาขนาดนี้คงไม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำหรอก แต่กันไว้ก่อน... พี่ไม่อยากให้อารมณ์ค้างเหมื
After Party : ผับหรูย่านทองหล่อเสียงเพลง EDM จังหวะหนักหน่วงดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟเลเซอร์สาดส่องไปทั่วบริเวณที่อัดแน่นไปด้วยวัยรุ่นหน้าตาดี สมกับเป็นคลับระดับท็อปที่พวกพี่รัมจองโต๊ะ VIP ไว้ฉลองเรียนจบให้ฉัน“หมดแก้วววว! น้องกูเรียนจบแล้วโว้ยยย!”เสียงตะโกนของพี่รัมดังแข่งกับเสียงเพลง เขาชูแก้วเหล้าขึ้นฟ้าด้วยสภาพที่หน้าเริ่มแดงก่ำตั้งแต่หัววันฉันนั่งตัวลีบอยู่ตรงกลางโซฟากำมะหยี่สีแดงสด โดยมี ‘ผู้คุม’ นั่งขนาบข้าง ด้านซ้ายคือพี่รัมที่กำลังเมามันส์ ส่วนด้านขวา... คือพี่ทีออนที่นั่งไขว่ห้าง จิบวิสกี้ on the rock ด้วยมาดนิ่งขรึม แต่แขนข้างหนึ่งพาดพนักโซฟาด้านหลังฉันไว้... ราวกับจะกางอาณาเขต“พี่ที... รินร้อน ขอถอดสูทออกได้มั้ย” ฉันกระซิบถามเขา เพราะตอนนี้ฉันยังใส่สูทตัวนอกของพี่รัม (ที่พี่ทีออนบังคับให้ใส่) คลุมทับชุดราตรีเปิดหลังอยู่“ไม่ได้” เขาตอบทันควัน โดยไม่หันมามอง “ข้างในมันมืด เดี๋ยวพวกแมลงหวี่แมลงวันมันบินมาตอมหลังขาวๆ ของเรา”“แมลงวันบ้าอะไรในผับ” ฉันบ่นอุบอิบ “มีแต่คนมองรินแปลกๆ แล้วเนี่ย ใส่สูทตัวโคร่งในผับ”“ช่างหัวมัน” พี่ทีออนยักไหล่ “ใครมองมา เดี๋ยวพี่ควักลูกตามั
งานเลี้ยงจบการศึกษา คณะนิเทศศาสตร์บรรยากาศภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะของเหล่าบัณฑิตป้ายแดง แสงไฟสีนวลสาดส่องกระทบชุดราตรีหลากสีสันที่แข่งกันประชันโฉมวันนี้เป็นวันสำคัญของฉัน... วันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเป็นวันที่ฉันตั้งใจจะ ‘ฉีกกฎ’ ความเป็นเด็กน้อยของพี่ชายทั้งสองคน“ไอ้ริน! มึงไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้!”นั่นไง... เสียงสวรรค์มาแล้วพี่รัมยืนตาถลนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า มือไม้สั่นเหมือนคนจะเป็นลม ส่วนพี่ทีออนที่ยืนอยู่ข้างๆ... เขานิ่งสนิท นิ่งจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองฉันช้าๆ ราวกับจะสแกนทะลุเนื้อผ้าฉันอยู่ในชุดเดรสยาวผ้าซาตินสีแชมเปญเข้ารูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ด้านหน้าดูเรียบหรูมิดชิด แต่ไฮไลท์มันอยู่ที่ ‘ด้านหลัง’ ที่เว้าลึกโชว์แผ่นหลังขาวเนียนไปจนเกือบถึงเอว“เปลี่ยนทำไมคะ สวยออก” ฉันหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ จงใจยั่วโมโหพี่ชาย“สวยกะผี! หลังมึงหายไปไหนวะ ผ้าไม่พอรึไง!” พี่รัมโวยวาย ถอดสูทตัวนอกของตัวเองทำท่าจะเอามาคลุมให้ฉัน “ใส่เสื้อกูเดี๋ยวนี้!”“ไม่เอา! รินร้อน” ฉันเบี่ยงตัวหลบไปหลบหลังพี่ทีออน “พี่ทีดูสิคะ พี่รัมง







