Home / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 29 ห้องนิรภัยหมายเลขศูนย์

Share

ตอนที่ 29 ห้องนิรภัยหมายเลขศูนย์

last update publish date: 2026-07-26 07:20:49

ตอนที่ 29 ห้องนิรภัยหมายเลขศูนย์

ภูเขาที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่าภายในซ่อนฐานวิจัยขนาดใหญ่เอาไว้ พื้นผิวด้านนอกเต็มไปด้วยหินสีเทา ต้นสน และร่องรอยดินถล่ม หอส่งสัญญาณเก่าบนยอดเอียงจนดูเหมือนถูกทิ้งมาหลายสิบปี แต่เครื่องตรวจพลังงานของเมธายืนยันว่ามีกระแสไฟไหลอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน ระบบบางส่วนของฐานยังทำงาน และมีสัญญาณชีวภาพเคลื่อนไหวอยู่ภายในอย่างน้อยสิบสองจุด พวกเขาเฝ้าดูพื้นที่จากหน้าผาฝั่งตรงข้ามจนพระอาทิตย์ลับหลังแนวเขา ก่อนกฤตภาสจะเปิดแผนที่ซึ่งจำลองขึ้นจากความทรงจำ เขาใช้ก้อนหินวางแทนตำแหน่งประตูหลัก อุโมงค์ขนส่ง และปล่องบริการด้านตะวันออก เส้นทางทุกสายมีความเสี่ยง ประตูหลักเชื่อมกับระบบตรวจจับของสถาบัน อุโมงค์ขนส่งอาจมีหน่วยไล่ล่ารออยู่ ส่วนปล่องบริการต้องปีนผ่านหน้าผาสูงและเข้าสู่ฐานโดยไม่รู้ว่าสภาพภายในเป็นอย่างไร อาการบาดเจ็บของกฤตภาสแย่ลงตลอดวัน แม้เขาไม่ยอมพูด แต่ทุกคนเห็นเลือดซึมออกจากผ้าพันแผล และการเดินขึ้นทางชันทำให้ลมหายใจของเขาหนักกว่าปกติ เมธาจึงเสนอให้กฤตภาสอยู่ด้านนอก คอยเฝ้าทางหนีและสกัดกำลังเสริม ส่วนธันวา พิมพ์ชนก และเมธาจะเข้าไปค้นข้อมูลภายใน กฤตภาสไม่ยอมรับในตอนแรก เขายืนยันว่าตนเป็นคนเดียวซึ่งรู้โครงสร้างฐานเก่าของสถาบัน แต่เมื่อพยายามลุกขึ้นจากก้อนหินแล้วเกือบล้ม ธันวาก็ยื่นมือรับและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"คุณเข้าไปในสภาพนี้จะกลายเป็นภาระ"

กฤตภาสมองเขาอย่างไม่พอใจ

"พูดตรงดี"

"คุณเป็นคนสอนเองว่าอย่าให้ความรู้สึกผิดตัดสินใจแทน"

คำพูดนั้นทำให้กฤตภาสเงียบ เมธาก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม ส่วนพิมพ์ชนกมองธันวาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้คำสอนของกฤตภาสย้อนกลับไปยังเจ้าตัว

กฤตภาสถาม

"ถ้าข้างในมีหน่วยติดอาวุธ นายจะทำอย่างไร"

ธันวาตอบ

"หลีกเลี่ยงการต่อสู้ ถ้าหลีกไม่ได้ก็ทำให้หมดสติ"

"ถ้าเสียงในหัวสั่งให้นายฆ่า"

ธันวาหันไปมองพิมพ์ชนก

"เรามีคำสัญญาณ"

พิมพ์ชนกพูดเบา ๆ

"รถบัส"

กฤตภาสยังไม่พอใจ แต่ในที่สุดก็ยอมมอบตราหน่วยรหัสเก้าให้เมธา พร้อมอธิบายเส้นทางจากปล่องบริการไปยังชั้นเก็บข้อมูล เขาเตือนว่าฐานแห่งนี้สร้างขึ้นก่อนระบบอรุณรุ่นปัจจุบัน โครงสร้างจึงมีทั้งส่วนที่ถูกบันทึกในแผนและส่วนที่ไม่ได้อยู่ในเอกสาร หากพบประตูซึ่งไม่มีหมายเลข ห้ามเปิดโดยไม่ตรวจสอบ เพราะสถาบันนิยมสร้างห้องทดลองลับไว้หลังผนังปลอม และบางห้องอาจยังมีระบบป้องกันอัตโนมัติทำงานอยู่

ก่อนทั้งสามออกเดิน กฤตภาสเรียกธันวาไว้

"อย่าเข้าไปเพราะอยากรู้เพียงอย่างเดียว"

ธันวาถาม

"หมายความว่าอะไร"

"สถานที่แบบนี้สร้างขึ้นเพื่อทำให้คนที่เข้าไปลืมเป้าหมาย นายอาจพบสิ่งที่เกี่ยวกับอดีต พบชื่อของแม่ หรือพบความจริงที่ทำให้โกรธ แต่เป้าหมายของคืนนี้คือเอาข้อมูลออกมา ไม่ใช่ทำลายฐานทั้งแห่ง"

เสียงในหัวธันวาหัวเราะ

"มันกลัวว่าเจ้าจะพบว่าแท้จริงแล้วตัวเองคืออะไร"

ธันวาไม่สนใจเสียงนั้น เขาพยักหน้าให้กฤตภาส แล้วออกเดินตามเมธากับพิมพ์ชนกไปยังหน้าผาด้านตะวันออก ท้องฟ้ามืดสนิทและลมหนาวพัดแรง เส้นทางลงสู่หุบเขาเต็มไปด้วยหินลื่น พิมพ์ชนกยังเจ็บแขนจากกระสุนเฉียด แต่ปฏิเสธจะอยู่ด้านนอก เพราะพลังของเธออาจมองเห็นกับดักก่อนเกิดขึ้น ส่วนเมธาพกเครื่องมือเจาะระบบไว้เต็มกระเป๋า เขาบอกว่าฐานเก่าอาจใช้รหัสล้าสมัยและเข้าถึงง่ายกว่าศูนย์ใต้สะพาน แต่สีหน้ากลับไม่ได้มั่นใจอย่างที่พูด

ทั้งสามมาถึงเชิงหน้าผาหลังใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ปล่องบริการถูกซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนา ปากปล่องปิดด้วยแผ่นเหล็กขึ้นสนิมและมีตราสถาบันอรุณจางจนแทบมองไม่เห็น เมธาใช้เครื่องตรวจดูวงจร พบว่าระบบล็อกยังเชื่อมกับพลังงานภายในฐาน

"ถ้าเปิดผิดวิธี สัญญาณจะส่งไปห้องควบคุม"

ธันวาถาม

"ใช้ตราของกฤตภาสได้ไหม"

เมธาสอดตราหน่วยเก้าเข้าช่องอ่าน ขอบเครื่องสว่างขึ้นชั่วขณะ ก่อนหน้าจอแสดงข้อความว่ารหัสผู้ใช้งานถูกยกเลิกแล้ว

พิมพ์ชนกพูด

"พวกเขารู้ว่ากฤตภาสทรยศ"

เมธาพยักหน้า

"และอาจตั้งระบบรอจับคนที่ใช้รหัสนี้"

ทันใดนั้นไฟสีแดงกะพริบขึ้นเหนือประตู เมธารีบดึงตราออก แต่เสียงกลไกด้านในเริ่มทำงาน ธันวาสัมผัสได้ถึงเงาหลายจุดเคลื่อนไหวอยู่ลึกลงไปในปล่อง

"มีบางอย่างกำลังขึ้นมา"

เมธาถาม

"คนหรือเครื่องจักร"

"ไม่แน่ใจ"

เสียงโลหะกระแทกดังขึ้นใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ พิมพ์ชนกหลับตา ภาพอนาคตหลายเส้นวาบผ่านศีรษะ นางรีบลืมตาและชี้ไปที่สลักมุมล่าง

"เปิดแผงนั้น"

เมธาใช้เครื่องมืองัดแผ่นโลหะออก ภายในมีสายไฟจำนวนมาก พิมพ์ชนกบอกให้ตัดสายสีขาวสองเส้นพร้อมกัน เมธาทำตาม ระบบไฟแดงดับลงในทันที เสียงกลไกด้านในหยุดห่างจากประตูไม่ถึงสิบเมตร

"เห็นอะไร"

ธันวาถาม

พิมพ์ชนกตอบ

"ป้อมปืนอัตโนมัติ ถ้าช้ากว่านี้ไม่กี่วินาที ประตูจะเปิดแล้วมันจะยิงทุกคน"

เมธาถอนหายใจ

"ฉันเริ่มชอบคนมองอนาคตขึ้นมาแล้ว"

พิมพ์ชนกตอบ

"อย่าเพิ่งชอบ ฉันเห็นอีกภาพหนึ่งว่าปล่องจะถล่ม"

สิ้นเสียง พื้นดินใต้เท้าสั่น ก้อนหินด้านบนร่วงลงมา ธันวาปล่อยเงารับแผ่นเหล็กและเศษหินไว้ เขากัดฟันควบคุมพลังไม่ให้ขยายเกินจำเป็น เมธารีบเปิดประตูด้วยมือ ทั้งสามแทรกตัวเข้าไปในปล่องก่อนปากทางจะถูกดินและหินปิดทับ ธันวาดึงเงากลับในวินาทีสุดท้าย เสียงถล่มดังสนั่นอยู่ด้านหลัง ความมืดกลืนทุกอย่างลงทันที

เมธาเปิดไฟฉายขนาดเล็ก ทางเดินเบื้องหน้าแคบจนต้องก้มตัว ผนังเต็มไปด้วยท่อและสายไฟ บางจุดมีไอน้ำรั่วออกมา กลิ่นสนิมผสมกลิ่นยาฆ่าเชื้อเก่าทำให้ธันวารู้สึกคลื่นไส้อย่างไม่มีเหตุผล เขาไม่เคยมาที่นี่ตามความทรงจำ แต่ร่างกายกลับตอบสนองเหมือนรู้จักสถานที่ ทุกครั้งที่มือสัมผัสผนัง ภาพสั้น ๆ จะวาบขึ้นมา เด็กคนหนึ่งถูกอุ้มผ่านทางเดิน เสียงผู้หญิงร้องขอให้หยุด เสียงเครื่องตรวจชีพจร และเสียงชายคนหนึ่งพูดว่าหมายเลขศูนย์ยังไม่พร้อมรับแก่นอนันต์

ธันวาหยุดเดิน

พิมพ์ชนกถาม

"เสียงมาอีกแล้วหรือ"

"ไม่ใช่เสียง เป็นภาพ"

"ความทรงจำหรือ"

"ผมไม่รู้"

เสียงในหัวกระซิบ

"เจ้ากลับบ้านแล้ว"

ธันวากำมือ แต่ยังเดินต่อ หลังคลานผ่านปล่องอยู่เกือบยี่สิบนาที พวกเขาพบช่องตะแกรงซึ่งมองลงไปยังทางเดินชั้นล่าง แสงสีขาวสลัวเปิดอยู่เป็นช่วง ไม่มีเจ้าหน้าที่เดินผ่าน แต่พื้นสะอาดเกินกว่าจะเป็นฐานร้าง เมธาใช้กล้องขนาดเล็กตรวจสองทิศ ก่อนเปิดตะแกรงและหย่อนเชือกลงไป ทั้งสามลงสู่ทางเดินโดยไม่ส่งเสียง

ป้ายบนผนังเขียนว่าชั้นสนับสนุนทางการแพทย์ ใต้ตัวอักษรมีรอยขีดทับด้วยของมีคม ธันวาส่องไฟดูและพบข้อความซึ่งถูกเขียนไว้ซ้ำหลายครั้ง

อย่าปลุกศูนย์

พิมพ์ชนกแตะรอยเขียน

"เป็นลายมือเด็ก"

ธันวาถาม

"รู้ได้ยังไง"

"ในนิมิต ฉันเห็นมือเล็กกำเศษแก้วเขียนบนผนัง"

เมธารีบพูด

"อย่ามองต่อมากเกินไป เราต้องหาห้องข้อมูล"

พวกเขาเดินตามแผนของกฤตภาสไปยังบันไดชั้นล่าง แต่เมื่อถึงทางแยกกลับพบว่าผนังส่วนหนึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ ปิดเส้นทางเดิมอย่างสมบูรณ์ เมธาตรวจแผงวงจรแล้วพบประตูลับหลังผนัง เขาใช้เวลาหลายนาทีเจาะระบบ กระทั่งหน้าจอปรากฏคำถามยืนยันตัวตน

ระบุผู้ดูแลต้นแบบ

เมธาลองใช้ชื่อศาสตราจารย์อคิน แต่ระบบปฏิเสธ พิมพ์ชนกเสนอชื่อศศิ นักวิจัยหญิงซึ่งกฤตภาสเคยเล่า ทว่าระบบยังไม่ยอมเปิด ธันวาจ้องข้อความและรู้สึกถึงความทรงจำอีกภาพ ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอุ้มทารก นางร้องไห้และพูดชื่อซ้ำหลายครั้ง

มาลี

ธันวาพูด

"ลองชื่อแม่"

เมธาหันมอง

"มาลี วัฒนเมธาหรือ"

"ลอง"

เมื่อกรอกชื่อลงไป ระบบเงียบไปชั่วครู่ ก่อนแสดงคำถามใหม่

ระบุความสัมพันธ์กับหมายเลขศูนย์

ธันวาตอบโดยไม่ลังเล

"แม่"

เมธากรอกคำตอบ ประตูลับส่งเสียงปลดล็อก ผนังเลื่อนออกช้า ๆ เผยทางเดินมืดซึ่งทอดลึกลงไป

พิมพ์ชนกหันมองธันวา

"ที่นี่คือฐานเก่าของแม่จริง ๆ"

ธันวารู้สึกหัวใจหนักขึ้น มาลีเคยบอกเพียงว่าเขาเกิดในโรงพยาบาลเล็กนอกเมืองและพ่อเสียชีวิตก่อนเขาจำความได้ นางไม่เคยพูดถึงสถาบันอรุณ ไม่เคยพูดถึงฐานใต้ภูเขา และไม่เคยบอกว่าชื่อของนางยังเปิดประตูลับได้หลังผ่านไปสิบแปดปี

เสียงในหัวพูด

"นางโกหกเจ้ามาตลอด"

ธันวาตอบในใจ

"แม่มีเหตุผล"

"มนุษย์ทุกคนมีเหตุผลสำหรับคำทรยศ"

ทางเดินหลังผนังเก่ากว่าส่วนอื่น พื้นเต็มไปด้วยฝุ่น แต่มีรอยรองเท้าใหม่ผ่านไปไม่นาน เมธาคุกเข่าตรวจ

"อย่างน้อยสี่คน เดินเข้าไปเมื่อไม่เกินหนึ่งวัน"

พิมพ์ชนกถาม

"หน่วยไล่ล่าหรือ"

"อาจเป็นเจ้าหน้าที่สถาบัน"

ธันวาสัมผัสเงารอบตัว

"ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ใกล้"

พวกเขาเดินต่อจนถึงห้องขนาดใหญ่ ประตูกระจกแตกไปครึ่งหนึ่ง ด้านในมีเตียงเด็กเรียงอยู่สิบสองหลัง ทุกเตียงมีสายรัดข้อมือและเครื่องฉีดยาอัตโนมัติ ผนังฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยรูปวาด ดวงอาทิตย์ บ้าน ต้นไม้ และคนในครอบครัว แต่ภาพเกือบทั้งหมดถูกทาสีดำทับใบหน้าของเด็ก เมธาเปิดตู้เอกสาร พบแฟ้มซึ่งถูกเผาทำลายไปบางส่วน พิมพ์ชนกหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งจากพื้น เป็นภาพเด็กชายอายุประมาณห้าขวบยืนอยู่หน้าผนังวัดส่วนสูง ใต้ภาพเขียนหมายเลขสิบสาม

เด็กคนนั้นมีใบหน้าเหมือนธันวา

ไม่ใช่เพียงคล้าย แต่เหมือนทุกส่วน ตั้งแต่ดวงตา รูปจมูก ไปจนถึงรอยเล็กข้างคิ้วซ้าย

พิมพ์ชนกส่งภาพให้ธันวา

"นี่นายหรือเปล่า"

ธันวาจ้องอยู่พักใหญ่

"ผมไม่รู้"

เมธาค้นแฟ้มอื่นอย่างรวดเร็ว เขาดึงรูปถ่ายออกมาอีกหลายใบ เด็กในภาพมีอายุต่างกัน บางคนเป็นทารก บางคนเจ็ดขวบ บางคนเกือบสิบปี ทุกคนสวมเสื้อผู้ป่วยสีขาว และทุกคนมีใบหน้าเหมือนธันวา บางภาพมีหมายเลขต่างกัน บางภาพไม่มีชื่อ บางภาพถูกประทับคำว่ายุติการทดลอง

พิมพ์ชนกวางภาพลงทีละใบ สีหน้าซีดลง

"เป็นไปไม่ได้"

เมธากล่าว

"อาจเป็นโคลน"

ธันวาถาม

"โคลนของใคร"

ไม่มีใครตอบ

เสียงในหัวหัวเราะ

"ของเจ้า หรือเจ้าเป็นของพวกมัน"

เงาใต้เท้าธันวากระเพื่อม เมธาเห็นจึงรีบเตือน

"อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ เราต้องหาข้อมูลทั้งหมดก่อน"

ธันวาหายใจลึก นึกถึงรถบัส และบังคับเงาให้สงบ พิมพ์ชนกมองเขาอย่างระวัง แต่ไม่ได้ถอยหนี นางเก็บรูปทั้งหมดลงกระเป๋าหลักฐาน

ด้านหลังห้องมีประตูโลหะทรงกลม ป้ายด้านบนเขียนว่าห้องนิรภัยหมายเลขศูนย์ ไม่มีช่องกุญแจ ไม่มีแผงรหัส มีเพียงช่องรูปฝ่ามือ เมธาตรวจพบว่าระบบยังทำงานและเชื่อมกับเครื่องอ่านชีวภาพ

"ประตูนี้ต้องใช้ข้อมูลของหมายเลขศูนย์"

ธันวายกมือ

พิมพ์ชนกรีบจับข้อมือเขา

"เดี๋ยว"

ธันวามองมือของเธอ นางชะงักเพราะเพิ่งรู้ว่าตนแตะตัวเขา แต่ไม่ได้ปล่อย

"เราไม่รู้ว่ามันจะทำอะไร"

พิมพ์ชนกพูด

"อาจส่งสัญญาณไปหาแก่นอนันต์"

เมธาเสริม

"หรือดูดเลือดเพื่อยืนยันตัวตน"

ธันวาตอบ

"ถ้าไม่เปิด เราก็ไม่มีคำตอบ"

พิมพ์ชนกพูด

"กฤตภาสบอกว่าเป้าหมายคือเอาข้อมูลออกมา ไม่ใช่เปิดทุกประตู"

"แต่ชื่อแม่เปิดทางมาถึงห้องนี้ และรูปเด็กทุกคนหน้าตาเหมือนผม สิ่งที่อยู่ข้างในอาจบอกว่าแม่ถูกพาไปไหน"

เหตุผลนั้นทำให้พิมพ์ชนกไม่อาจห้ามต่อ นางปล่อยข้อมือช้า ๆ

"ถ้าเสียงเริ่มควบคุมนาย ฉันจะพูดคำสัญญาณ"

ธันวาพยักหน้า ก่อนวางฝ่ามือลงบนเครื่องอ่าน

เข็มเล็กแทงเข้ากลางฝ่ามือ เลือดถูกดูดเข้าไปในช่อง ระบบสว่างขึ้นพร้อมเสียงชีพจรดังจากผนัง ประตูโลหะเริ่มหมุน แต่ในเวลาเดียวกันธันวารู้สึกเหมือนมีบางอย่างตื่นอยู่ลึกในอก ความร้อนแล่นตามเส้นเลือด ดวงตาพร่ามัว และเสียงในแก่นอนันต์หัวเราะดังขึ้น

"ในที่สุด"

ภาพจำนวนมากถาโถมเข้ามา เด็กทารกในหลอดแก้ว ผู้หญิงสวมชุดนักวิจัยซึ่งมีใบหน้าเหมือนมาลี นักวิทยาศาสตร์กำลังฉีดสารสีดำเข้าไปในร่างเด็ก เสียงประกาศว่าต้นแบบล้มเหลวอีกครั้ง และภาพศพเด็กหลายคนถูกนำออกจากห้องทดลอง

ธันวากระชากมือออก แต่ประตูยังคงเปิดต่อ เสียงระบบประกาศ

"ยืนยันตัวตน หมายเลขศูนย์กลับสู่ห้องนิรภัย"

เมธามองหน้าจอ

"ระบบไม่ได้บอกว่านายเป็นผู้ได้รับอนุญาต มันบอกว่านายกลับมา"

พิมพ์ชนกกล่าว

"เหมือนธันวาเคยอยู่ที่นี่"

ประตูเปิดออกจนสุด กลิ่นเย็นจัดไหลออกมาจากภายใน ห้องนิรภัยไม่ได้เต็มไปด้วยทองหรืออาวุธ แต่เต็มไปด้วยตู้เอกสารและเครื่องเก็บข้อมูลจำนวนมาก ตรงกลางมีแท่นฉายภาพทรงกลม รอบผนังแขวนรูปถ่ายเด็กนับร้อยใบ ทุกใบมีใบหน้าเหมือนธันวา บางคนยิ้ม บางคนร้องไห้ บางคนหลับตา และบางคนมีผ้าขาวปิดร่าง ใต้รูปแต่ละใบมีหมายเลขตั้งแต่หนึ่งไปจนถึงเก้าสิบเก้า ทว่าไม่มีหมายเลขศูนย์

ธันวาเดินเข้าไปช้า ๆ รู้สึกเหมือนทุกสายตาในภาพกำลังมองตนเอง ภาพของเด็กเหล่านั้นไม่ได้เหมือนเพียงรูปลักษณ์ แต่มีบางอย่างในแววตาซึ่งทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างน่ากลัว ราวกับเป็นความทรงจำที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายร่าง

เมธารีบเชื่อมอุปกรณ์เข้ากับระบบหลัก หน้าจอแสดงแฟ้มจำนวนมหาศาล มีทั้งบันทึกการทดลอง รายงานความเข้ากันได้ ประวัติการเสียชีวิต และข้อมูลการย้ายตัวอย่าง เมธาคัดลอกทุกอย่างลงเครื่องเก็บข้อมูล แต่หลายแฟ้มถูกล็อกด้วยรหัสระดับสูง

พิมพ์ชนกเปิดตู้เอกสารใกล้ผนังและหยิบแฟ้มหนาออกมา หน้าปกเขียนว่าโครงการจำลองภาชนะต้นแบบ นางเปิดอ่านเพียงหน้าแรกก็ชะงัก

"ธันวา"

เขาเดินเข้าไปหา

ในเอกสารระบุว่าสถาบันอรุณพยายามสร้างภาชนะที่มีโครงสร้างชีวภาพเหมือนกันหลายรุ่น เพื่อรองรับแก่นอนันต์ เด็กทุกคนถูกสร้างจากต้นกำเนิดพันธุกรรมชุดเดียวกัน แต่มีอัตราความเข้ากันได้ต่างกัน หมายเลขส่วนใหญ่เสียชีวิตก่อนอายุสิบปี บางคนเสียสติ บางคนกลายพันธุ์ และบางคนถูกยุติเมื่อแสดงพลังไม่ตรงตามเป้าหมาย

เมธาถาม

"ต้นกำเนิดพันธุกรรมคือใคร"

พิมพ์ชนกพลิกหน้า

"ข้อมูลถูกปิด แต่มีรหัสผู้ให้กำเนิดสองคน"

ธันวาถาม

"ชื่ออะไร"

"ผู้ให้กำเนิดฝ่ายหญิงชื่อมาลี วัฒนเมธา"

ธันวารู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าหายไป

เมธารีบมารับแฟ้ม

"แล้วฝ่ายชาย"

พิมพ์ชนกมองบรรทัดถัดไป

"ไม่มีชื่อ มีเพียงคำว่าแก่นต้นกำเนิด"

เสียงในหัวหัวเราะอย่างพึงพอใจ

"เจ้าคิดว่าตนมีพ่อเป็นมนุษย์หรือ"

ธันวากำขอบโต๊ะจนโลหะบิดงอ เงาทั่วห้องเริ่มไหลออกจากมุมมืด รูปถ่ายบนผนังสั่นพร้อมกัน พิมพ์ชนกรีบพูด

"รถบัส"

พลังยังไม่หยุด

"ธันวา มองฉัน"

เขาหันไปหา ดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ พิมพ์ชนกไม่ถอย แม้ความกลัวชัดเจนบนใบหน้า

"รูปเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของนาย"

ธันวาพูดเสียงสั่น

"แม่รู้เรื่องนี้"

"อาจรู้บางส่วน"

"ชื่อแม่อยู่ในเอกสาร"

"แต่นายยังไม่รู้ว่านางถูกบังคับหรือไม่"

เสียงในหัวกระซิบ

"นางสร้างเจ้าแล้วพาเพียงเจ้าหนี"

ธันวาหันไปมองภาพเด็กทั้งห้อง

"ถ้าแม่พาผมหนี แล้วเด็กพวกนี้ล่ะ"

พิมพ์ชนกตอบไม่ได้

เมธายังคงค้นระบบ เขาพบวิดีโอบันทึกหลายไฟล์ หนึ่งในนั้นมีชื่อว่าการหลบหนีของศูนย์ เขาเปิดโดยไม่รอ ภาพบนจอเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวน ก่อนปรากฏห้องทดลองซึ่งตรงกับสถานที่ที่พวกเขายืนอยู่ มาลีในวัยสาวกว่านี้กำลังอุ้มทารกคนหนึ่งไว้ในอ้อมแขน เสื้อของนางเต็มไปด้วยเลือด เสียงเตือนดังทั่วฐาน ข้างกายนางมีหญิงนักวิจัยอีกคนกำลังเปิดประตูฉุกเฉิน

เสียงจากวิดีโอดังขึ้น

"พาเขาไป มาลี"

มาลีตอบ

"แล้วเด็กคนอื่นล่ะ"

นักวิจัยหญิงส่ายหน้า

"ระบบกำลังปิดผนึก เราพาออกได้เพียงคนเดียว"

มาลีร้องไห้และมองหลอดทดลองหลายใบ

"ฉันทิ้งพวกเขาไม่ได้"

"ถ้าศูนย์ยังอยู่ที่นี่ อคินจะเปิดแก่นอนันต์สำเร็จ เด็กทุกคนจะตายอยู่ดี"

มาลีก้มมองทารกในอ้อมแขน ก่อนพูด

"เขาไม่ใช่ศูนย์ เขาชื่อธันวา"

ภาพหยุดลงกะทันหัน แฟ้มส่วนที่เหลือเสียหาย ธันวายืนมองหน้าจอโดยไม่ขยับ คำพูดของแม่ทำให้บางอย่างในใจซึ่งกำลังแตกสลายหยุดลงชั่วขณะ นางอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ แต่ในคืนนั้นนางเลือกพาเขาหนีและตั้งชื่อให้ ไม่ได้มองเขาเป็นหมายเลข

พิมพ์ชนกพูด

"แม่ของนายช่วยนายออกจากที่นี่"

ธันวาตอบ

"แต่เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น"

เมธากล่าว

"เอกสารยังมีอีกมาก เราจะรู้เมื่อคัดลอกเสร็จ"

ทันใดนั้นระบบทั้งห้องสว่างเป็นสีแดง เสียงประกาศดังขึ้น

"ตรวจพบการเข้าถึงห้องนิรภัยหมายเลขศูนย์ เริ่มขั้นตอนกู้คืนทรัพย์สิน"

เมธาสบถ

"ระบบส่งสัญญาณออกไปแล้ว"

ธันวาถาม

"ใช้เวลาอีกเท่าไร"

"อย่างน้อยห้านาที"

เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านนอก หลายจุดและเคลื่อนที่เร็ว ธันวาสัมผัสเงาได้อย่างน้อยแปดคน พร้อมสิ่งที่ไม่มีเงาอีกสองสิ่ง

พิมพ์ชนกหลับตา ก่อนรีบลืม

"พวกมันไม่ใช่ทหารธรรมดา"

เมธาถาม

"แล้วเป็นอะไร"

"เด็ก"

ธันวาหันไปทางประตู

ร่างเล็กสองร่างปรากฏปลายทางเดิน ทั้งคู่สวมชุดสีขาวและปลอกคอโลหะ เด็กชายคนหนึ่งมีผิวซีดจนเห็นเส้นเลือด อีกคนมีดวงตาสีแดง ทั้งสองถืออาวุธไม่ได้ แต่พลังรอบตัวทำให้ผนังสั่น

เจ้าหน้าที่ด้านหลังประกาศ

"หมายเลขศูนย์ จงยอมกลับสู่การควบคุม เด็กทดลองจะไม่ได้รับอันตราย"

เสียงในหัวธันวาคำรามด้วยความโกรธ

"พวกมันใช้เด็กเป็นโล่อีกแล้ว"

เงารอบตัวเขาพุ่งออกเล็กน้อย พิมพ์ชนกรีบจับแขน

"อย่าฆ่าพวกเขา"

"ผมรู้"

"เสียงว่าอะไร"

ธันวาจ้องเจ้าหน้าที่ด้านหลังเด็กทั้งสอง

"มันบอกให้ฆ่าทุกคน"

พิมพ์ชนกพูด

"แล้วนายจะทำอะไร"

ธันวาสูดหายใจลึก ก่อนปล่อยเงาแผ่ออกตามพื้นอย่างละเอียด เขาไม่ส่งมันเข้าหาศัตรู แต่ใช้คลุมกล้อง เซ็นเซอร์ และไฟทั้งหมด ทางเดินดับลงในชั่วพริบตา เมธาถอดเครื่องเก็บข้อมูลจากระบบ พิมพ์ชนกจับมือเขา ทั้งสามถอยไปยังประตูด้านหลังห้องนิรภัยซึ่งเพิ่งเปิดจากระบบฉุกเฉิน

เจ้าหน้าที่ตะโกน

"หยุดพวกมัน"

เด็กทดลองทั้งสองปล่อยพลังพร้อมกัน คลื่นความเย็นและแรงกระแทกพุ่งเข้าหาห้อง ธันวาสร้างกำแพงเงารับไว้ แต่แรงมหาศาลทำให้เขาถอยไปหลายก้าว เลือดไหลจากจมูก พลังของเด็กเหล่านั้นรุนแรงกว่าที่คาด ทว่าไม่มีความตั้งใจฆ่า มีเพียงความหวาดกลัวและคำสั่งจากปลอกคอ

ธันวาตะโกน

"ผมไม่ใช่ศัตรูของพวกเธอ"

เด็กตาแดงตอบด้วยเสียงว่างเปล่า

"หมายเลขศูนย์ต้องกลับบ้าน"

"ที่นี่ไม่ใช่บ้าน"

"หมายเลขศูนย์ต้องกลับบ้าน"

ธันวาเห็นกระแสไฟแล่นผ่านปลอกคอ เด็กทั้งสองร้องด้วยความเจ็บปวดและเตรียมโจมตีอีกครั้ง เขาปล่อยเงาพุ่งผ่านพื้น แยกออกเป็นเส้นเล็กสองเส้น ตัดปลอกคอออกจากคอเด็กโดยไม่แตะผิว กระแสไฟดับ เด็กทั้งสองล้มลงหมดสติ เจ้าหน้าที่ด้านหลังยกปืนขึ้น ธันวาใช้เงากระแทกอาวุธหลุดจากมือ ก่อนปิดประตูนิรภัยลงระหว่างพวกเขา

เมธาชี้ทาง

"อุโมงค์ฉุกเฉินเชื่อมไปชั้นระบายน้ำ"

ทั้งสามวิ่งเข้าไป ธันวาหันกลับมามองห้องนิรภัยเป็นครั้งสุดท้าย ภาพเด็กนับร้อยยังแขวนอยู่บนผนัง เอกสารจำนวนมากยังไม่ได้อ่าน และความจริงอีกมากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่เครื่องเก็บข้อมูลในมือเมธามีหลักฐานเพียงพอจะเริ่มเปิดเผยสิ่งที่สถาบันทำ

พวกเขาวิ่งผ่านอุโมงค์แคบ เสียงระเบิดดังตามหลัง เจ้าหน้าที่กำลังพังประตูนิรภัย เมธาส่งสัญญาณหากฤตภาสและบอกให้ย้ายจุดนัดพบ ทว่าไม่มีเสียงตอบ มีเพียงคลื่นรบกวน

พิมพ์ชนกถาม

"กฤตภาสเป็นอะไรหรือเปล่า"

เมธาตอบ

"ไม่รู้ อาจถูกตัดสัญญาณ"

ธันวารู้สึกถึงเงาด้านนอกฐานจำนวนมาก มีทั้งหน่วยไล่ล่าและกำลังของสถาบัน พวกเขาไม่ได้เพียงมาปิดฐาน แต่กำลังล้อมภูเขาทั้งลูก

เสียงในแก่นอนันต์หัวเราะ

"เจ้าพบพี่น้องแล้ว แต่จะพาพวกมันออกไปได้กี่คน"

ธันวาไม่ตอบ เขายังเห็นใบหน้าของเด็กทุกคนในรูป และไม่อาจหยุดคิดว่าตนเป็นเพียงหนึ่งในพวกเขา บางทีหมายเลขศูนย์ไม่ได้หมายถึงคนแรก แต่อาจหมายถึงต้นแบบซึ่งถูกสร้างขึ้นจากความตายของเด็กจำนวนมาก

เมื่อทั้งสามมาถึงประตูปลายอุโมงค์ เมธาใช้แรงกระแทกเปิดออก อากาศหนาวจากด้านนอกพุ่งเข้ามา เบื้องหน้าคือช่องระบายน้ำซึ่งทอดลงสู่หุบเขา แต่ไกลออกไปมีแสงค้นหาหลายสายกวาดผ่านป่า เสียงเฮลิคอปเตอร์ดังใกล้เข้ามา ศูนย์ไล่ล่าระดับโลกมาถึงแล้ว

ธันวาหันไปมองเมธา

"ข้อมูลอยู่ครบไหม"

เมธากอดเครื่องเก็บข้อมูลไว้แน่น

"ได้มาประมาณเจ็ดสิบส่วน ที่เหลือถูกตัดก่อนเสร็จ"

พิมพ์ชนกถาม

"พอรู้ว่าแม่อยู่ไหนหรือเปล่า"

"ยังไม่รู้ ต้องถอดรหัสก่อน"

ธันวาพยักหน้า แม้ผิดหวัง แต่ไม่ได้ปล่อยอารมณ์ควบคุม เขามองป่าด้านล่างและปล่อยเงาแผ่ออกเพื่อค้นหาทางซึ่งไม่มีทหาร

เสียงในหัวกระซิบ

"พวกมันล้อมหมดแล้ว"

ธันวาตอบในใจ

"งั้นเราจะสร้างทางเอง"

เขาไม่ได้หมายถึงการฆ่า แต่หมายถึงการพาทุกคนออกไปพร้อมหลักฐาน ห้องนิรภัยหมายเลขศูนย์ทำให้เขารู้แล้วว่าตนไม่ได้เกิดมาอย่างธรรมดา มาลีเคยอยู่ในโครงการ เด็กจำนวนมากถูกสร้างให้มีใบหน้าเหมือนเขา และแก่นอนันต์อาจไม่ใช่เพียงพลัง แต่เป็นต้นกำเนิดบางอย่างซึ่งสถาบันพยายามส่งต่อผ่านร่างมนุษย์

ความจริงเหล่านี้หนักเกินกว่าจะยอมรับในคืนเดียว

แต่ธันวาไม่มีสิทธิ์หยุด

เพราะทุกใบหน้าในห้องนิรภัยกำลังรอให้ใครสักคนบอกโลกว่าพวกเขาเคยมีชีวิต เคยหวาดกลัว และไม่ใช่เพียงหมายเลขในบันทึกการทดลอง

ธันวาก้าวลงสู่ช่องระบายน้ำ พิมพ์ชนกกับเมธาตามหลัง เสียงปืนเริ่มดังมาจากแนวป่า ขณะที่ประตูฐานด้านหลังถูกระเบิดเปิด

ในมือของพวกเขามีเอกสารลับ บันทึกการทดลอง และรูปถ่ายเด็กหลายร้อยใบ

เด็กทุกคนมีใบหน้าเหมือนธันวา

และหนึ่งในแฟ้มซึ่งเมธายังไม่ได้เปิด มีชื่อเขียนอยู่บนปกด้วยตัวอักษรสีแดง

มาลี วัฒนเมธา ผู้สร้างหมายเลขศูนย์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status