Masukตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง
แรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ
"เปิดประตู"
ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พบพิมพ์ชนกครั้งแรก กลับจำได้เพียงใบหน้าของเธอโดยไม่มีเสียงหรือสถานที่ ความรู้สึกว่างเปล่าค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาแทนที่ความทรงจำทีละส่วน พิมพ์ชนกรีบวิ่งไปยังแผงควบคุม เธอพยายามเรียกข้อมูลจากระบบ แต่หน้าจอทุกจอกลับแสดงข้อความเดียวกัน
การเปิดประตูจากภายในเริ่มต้นแล้ว
"มันไม่ได้พยายามทำลายร่างกายของนาย"
พิมพ์ชนกพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก นิ้วของเธอเลื่อนผ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว
"มันกำลังลบตัวตนของนาย หากความทรงจำและจิตสำนึกถูกทำลายจนหมด นายจะเหลือเพียงร่างที่รองรับพลังได้ จากนั้นสิ่งที่อยู่หลังรอยแยกจะใช้ร่างของนายเป็นทางผ่าน"
มาลีรีบเข้ามาประคองธันวา แต่ทันทีที่มือของเธอสัมผัสแขนเขา พลังสีดำก็ผลักเธอกระเด็นออกไป ธันวายื่นมือหมายจะคว้าไว้ ทว่ากลับชะงัก เพราะในช่วงเวลาหนึ่งเขาจำไม่ได้ว่าหญิงตรงหน้าคือใคร ความตกใจทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง เขาจ้องมาลีราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า ก่อนความทรงจำจะค่อย ๆ กลับคืนมา เขาจำได้ว่านางคือคนที่เฝ้าดูเขามานาน จำได้ว่านางซ่อนความจริงหลายอย่าง และจำได้ว่าแม้ความจริงเหล่านั้นจะทำให้เขาเจ็บปวด แต่นางก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยมองเห็นเขาเป็นมนุษย์ก่อนมองเห็นพลังของเขา
"ธันวา มองฉัน"
มาลีพยายามลุกขึ้นทั้งที่มีเลือดไหลจากมุมปาก
"อย่าฟังเสียงพวกมัน นายต้องจำไว้ว่านายเป็นใคร"
"ถ้าผมจำไม่ได้แล้วล่ะ"
คำถามของเขาทำให้มาลีชะงัก ธันวาไม่ได้ถามเพราะสิ้นหวัง แต่เพราะเขารู้สึกได้จริง ๆ ว่าตัวตนของตนกำลังถูกดึงออกไป ทุกลมหายใจทำให้ความทรงจำบางส่วนจางลง เขายังรู้ว่าตนชื่อธันวา แต่ไม่แน่ใจว่าชื่อนี้มาจากไหน เขายังจำได้ว่าตนเคยถูกคนทั้งโลกเกลียด แต่ความเจ็บปวดจากวันเหล่านั้นกลับหายไป เหลือเพียงภาพซึ่งไร้ความรู้สึก หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานเขาอาจจำได้ทุกอย่างแต่ไม่รู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นชีวิตของตนเอง พิมพ์ชนกตรวจสอบเส้นทางการไหลของพลัง ก่อนพบว่าพลังงานทั้งหมดไม่ได้มาจากรอยแยกบนท้องฟ้าเพียงแห่งเดียว ส่วนหนึ่งกำลังส่งขึ้นมาจากใต้ห้องทดลอง ลึกลงไปในบริเวณซึ่งไม่มีปรากฏอยู่ในแผนผังของเกาะอรุณ
"มีแหล่งพลังงานอีกจุดอยู่ใต้พวกเรา"
เธอหันหน้าจอให้ทุกคนดู
"แต่มันถูกซ่อนออกจากระบบหลัก ไม่มีทางลง ไม่มีประตู และไม่มีรหัสสำหรับเปิด"
มาลีมองตำแหน่งนั้น สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเพียงชั่วขณะ แต่ธันวาสังเกตเห็น
"คุณรู้ว่าข้างล่างมีอะไร"
มาลีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า
"ฉันรู้เพียงว่าอธิปสร้างพื้นที่ซึ่งไม่มีชื่อเอาไว้ เขาไม่ยอมบอกสมาชิกคนอื่นของโครงการว่ามันใช้ทำอะไร แม้แต่ฉันก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไป"
ธันวาจ้องนาง เขารู้ว่ามาลียังพูดไม่หมด แต่ไม่มีเวลาบีบบังคับให้ยอมรับความจริง เสียงเตือนดังถี่ขึ้น ค่าการเชื่อมต่อบนหน้าจอเพิ่มจากสิบสองเปอร์เซ็นต์เป็นยี่สิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์อย่างรวดเร็ว พิมพ์ชนกพยายามหยุดการทำงานของระบบ แต่ทุกคำสั่งถูกปฏิเสธ รหัสควบคุมของรัฐบาลและรหัสเดิมของสถาบันอรุณไม่สามารถแทรกแซงได้ ราวกับระบบนี้ไม่เคยถูกสร้างขึ้นมาให้มนุษย์ทั่วไปควบคุมตั้งแต่แรก มาลีมองไปยังแกนพลังงานกลางห้อง ก่อนตัดสินใจหยิบอาวุธขึ้นมา
"ถ้าเราทำลายแกนหลัก การเชื่อมต่ออาจหยุดลง"
พิมพ์ชนกหันกลับมา
"อาจหยุด หรืออาจทำให้พลังทั้งหมดระเบิดออกมาในทันที ธันวาเชื่อมต่อกับแกนนี้อยู่ ถ้ามันถูกทำลาย เขาอาจตาย"
"แต่ถ้าไม่ทำอะไร เขาจะไม่เหลือตัวตนให้ช่วยอีก"
มาลียกอาวุธขึ้น สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นางรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจหมายถึงการฆ่าคนที่นางพยายามปกป้องมาตลอด ธันวาฝืนลุกขึ้น เขาก้าวไปยืนระหว่างมาลีกับแกนพลังงาน แม้ขาทั้งสองข้างกำลังสั่น
"วางอาวุธลง"
"ธันวา ถ้าการเชื่อมต่อสมบูรณ์ นายจะกลายเป็นประตูให้พวกมัน"
"ผมรู้"
"แล้วนายจะให้ฉันยืนดูพวกมันเอาตัวนายไปหรือ"
"ผมจะไม่ให้คุณเลือกว่าผมควรตายอีกแล้ว"
น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่ทำให้มาลีลดอาวุธลงเล็กน้อย ธันวาจ้องนางโดยไม่หลบสายตา ตลอดชีวิตของเขามีคนมากมายตัดสินแทนเขา นักวิทยาศาสตร์สร้างร่างกายนี้ขึ้นมาเพราะเชื่อว่าโลกต้องการภาชนะ รัฐบาลไล่ล่าเขาเพราะเชื่อว่าเขาจะกลายเป็นราชันอสูร ผู้คนหวาดกลัวเขาเพราะภาพอนาคตซึ่งยังไม่เกิดขึ้น แม้แต่มาลีก็ปิดบังความจริงเพราะเชื่อว่าการไม่รู้จะทำให้เขาปลอดภัย หากครั้งนี้นางทำลายแกนพลังงานเพื่อหยุดทุกอย่าง ชีวิตของเขาก็ยังคงจบลงด้วยการเลือกของคนอื่น
"ผมไม่ได้บอกว่าจะยอมให้มันควบคุม"
ธันวาหันไปมองพิมพ์ชนก
"ถ้าผมคือประตู ระบบนี้ก็ควรตอบสนองกับผมมากกว่ามัน"
พิมพ์ชนกเข้าใจสิ่งที่เขากำลังคิด สีหน้าของเธอซีดลงทันที
"นายจะเชื่อมต่อกับมันโดยตรงหรือ"
"ตอนนี้มันกำลังพยายามเปิดประตูโดยลบตัวตนของผม ถ้าผมเปิดการเชื่อมต่อด้วยตัวเอง ผมอาจควบคุมทิศทางของพลังได้"
"หรืออาจทำให้มันเข้ามาในร่างนายเร็วขึ้น"
"ผมรู้"
"นี่ไม่ใช่การทดลองที่เราสามารถเริ่มใหม่ได้ ถ้านายพลาดเพียงครั้งเดียว นายอาจไม่กลับมาอีก"
ธันวาก้มมองมือของตน เส้นพลังสีดำกำลังขยายขึ้นเรื่อย ๆ แต่ท่ามกลางความเจ็บปวด เขายังรู้สึกได้ถึงหัวใจที่กำลังเต้น เขายังกลัวตาย ยังลังเล และยังไม่อยากสูญเสียตัวเอง ความกลัวเหล่านี้ไม่ใช่ความอ่อนแอ มันคือหลักฐานว่าเขายังเป็นมนุษย์
"ถ้าผมถูกสร้างมาให้เป็นประตู สิ่งแรกที่ผมจะเลือกก็คือ ใครมีสิทธิ์เปิดมัน"
ธันวาเดินไปยืนหน้าแกนพลังงาน พิมพ์ชนกพยายามค้นหาวิธีช่วยควบคุมค่าการเชื่อมต่อ ขณะที่มาลียังคงกำอาวุธแน่น นางอยากห้ามเขา แต่รู้ดีว่าการห้ามในเวลานี้ก็ไม่ต่างจากการตัดสินใจแทนเขาอีกครั้ง ในที่สุดนางจึงวางอาวุธลง ก่อนเดินเข้ามายืนข้างหลังเขา
"ถ้านายจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ฉันจะเตือนนาย"
ธันวาหันกลับมาเล็กน้อย
"ต่อให้ผมจำคุณไม่ได้หรือ"
"ต่อให้นายเกลียดฉัน ฉันก็จะพูดจนกว่านายจะจำได้"
ธันวาไม่ตอบ เขาวางฝ่ามือลงบนแกนพลังงาน ความเย็นจัดแล่นเข้าสู่ร่าง ก่อนถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุนแรง รอยแยกบนท้องฟ้าสั่นสะเทือนพร้อมกับพื้นเกาะ พลังสีดำไหลทะลักเข้ามาในจิตใจของเขา ภาพจำนวนมากปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา เขาเห็นเมืองทุกแห่งบนโลกถูกปกคลุมด้วยความมืด เห็นผู้คนคุกเข่าต่อหน้าเขา ไม่มีใครเกลียด ไม่มีใครหวาดกลัว และไม่มีใครกล้าทำร้ายเขาอีก เขานั่งอยู่บนบัลลังก์สีดำท่ามกลางโลกซึ่งสงบอย่างสมบูรณ์ เสียงจากอีกมิติกระซิบว่าความโดดเดี่ยวทั้งหมดจะจบลง หากเขายอมปล่อยให้ประตูเปิด
"เจ้าไม่จำเป็นต้องต่อสู้อีก"
ธันวาจ้องภาพตนเองบนบัลลังก์ ใบหน้านั้นเหมือนเขาทุกประการ แต่ดวงตากลับว่างเปล่า ไม่มีความโกรธ ไม่มีความเศร้า และไม่มีความเมตตา
"มนุษย์ทำร้ายเจ้า"
เสียงนั้นดังขึ้นรอบตัว
"พวกเขาเห็นอนาคตและตัดสินว่าเจ้าคือปีศาจ ทั้งที่เจ้ายังไม่ได้ทำสิ่งใด เหตุใดเจ้าจึงต้องปกป้องพวกเขา"
ธันวาไม่สามารถตอบได้ทันที เพราะคำถามนั้นสัมผัสกับบาดแผลที่ลึกที่สุด เขาเคยถูกไล่ล่าเพียงเพราะคนทั้งโลกเห็นสิ่งที่เขาอาจกลายเป็น เคยถูกเกลียดก่อนมีโอกาสเลือก และเคยคิดว่าหากโลกเชื่อว่าเขาเป็นปีศาจ เขาก็ควรเป็นสิ่งนั้นให้พวกเขาเห็น แต่ในเวลานี้ เขากลับนึกถึงมือของคนธรรมดาซึ่งยื่นมาหาเขาในวันที่ทุกคนถอยหนี นึกถึงพิมพ์ชนกที่ยอมเสี่ยงชีวิตค้นหาความจริง นึกถึงมาลีที่ทำผิดพลาดมากมายแต่ยังยืนอยู่ตรงนี้ และนึกถึงตนเองในวันที่ยังมีความฝันเล็ก ๆ ก่อนภาพอนาคตจะพรากทุกอย่างไป
"เพราะผมไม่ได้ช่วยโลกเพื่อตอบแทนสิ่งที่โลกทำกับผม"
เขาพูดขึ้นท่ามกลางความมืด
"แล้วเจ้าทำเพื่อสิ่งใด"
"เพราะนี่คือสิ่งที่ผมเลือกจะทำ"
ภาพบัลลังก์ดำแตกร้าว เสียงจากอีกมิติเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นเกรี้ยวกราด พลังจำนวนมหาศาลพยายามแทรกเข้าไปในความทรงจำของธันวา ภาพใบหน้าของพิมพ์ชนกเลือนหาย ชื่อของมาลีหายไป และแม้แต่คำว่าธันวาก็เริ่มไม่มีความหมาย เขารู้สึกเหมือนกำลังจมลงในทะเลซึ่งไม่มีพื้น มือของเขายังสัมผัสแกนพลังงานอยู่ แต่ไม่รู้แล้วว่าทำไมตนจึงต้องต่อต้าน
เสียงของมาลีดังผ่านความมืดเข้ามา
"นายชื่อธันวา"
เขาได้ยิน แต่ไม่เข้าใจ
"นายไม่ใช่หมายเลขศูนย์ ไม่ใช่ภาชนะ และไม่ใช่ประตู นายคือเด็กที่เคยถามฉันว่าทำไมท้องฟ้าจึงเปลี่ยนสีในตอนเย็น นายคือคนที่กลัวการถูกทิ้ง แต่ยังยอมเดินกลับไปช่วยคนที่เคยทิ้งนาย"
เสียงของพิมพ์ชนกดังตามมา
"นายคือคนที่เถียงกับฉันทุกครั้งที่ฉันสั่งให้นายพัก นายเป็นคนดื้อ ชอบตัดสินใจเสี่ยงชีวิตคนเดียว และไม่เคยยอมรับว่าตัวเองกลัว"
ความทรงจำเล็ก ๆ ค่อย ๆ กลับคืนมา มันไม่ใช่ภาพยิ่งใหญ่หรือเหตุการณ์ซึ่งเปลี่ยนโลก แต่เป็นช่วงเวลาธรรมดาซึ่งไม่มีระบบใดบันทึกเอาไว้ เสียงหัวเราะระหว่างการเดินทาง ความเหนื่อยล้าหลังการต่อสู้ อาหารที่ไม่มีรสชาติในฐานหลบภัย และคืนที่เขานอนไม่หลับเพราะกลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะพบว่าทุกคนหายไป สิ่งเหล่านี้รวมกันเป็นตัวตนของเขา ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่แก่นอนันต์ และไม่ใช่จุดประสงค์ที่นักวิทยาศาสตร์สร้างขึ้น
"ผมชื่อธันวา"
เขาพูดช้า ๆ
เส้นพลังสีดำบนร่างหยุดขยาย
"ผมอาจถูกสร้างขึ้นจากพลังของพวกคุณ"
ธันวากำแกนพลังงานแน่น ก่อนใช้จิตใจบังคับทิศทางการไหลย้อนกลับ
"แต่ชีวิตของผมไม่ใช่ของพวกคุณ"
พลังสีดำระเบิดออกจากร่างของเขา แทนที่จะพุ่งเข้าสู่รอยแยก มันกลับไหลลงสู่ส่วนลึกของเกาะ เสียงจากอีกมิติกรีดร้อง ระบบทุกส่วนทำงานพร้อมกัน ค่าการเชื่อมต่อลดจากแปดสิบสามเปอร์เซ็นต์เหลือห้าสิบ สี่สิบ และสิบสอง ก่อนหยุดลงที่ศูนย์ รอยแยกเหนือเกาะอรุณยังไม่ปิด แต่กระแสพลังซึ่งพยายามใช้ร่างธันวาเป็นทางผ่านถูกตัดขาด ธันวาถอยออกจากแกนพลังงาน เขาเกือบล้มลง แต่มาลีเข้ามารับร่างเอาไว้ได้ทัน คราวนี้พลังไม่ได้ผลักนางออกไป
ห้องทดลองกลับเข้าสู่ความเงียบ เสียงเตือนทั้งหมดหยุดลง ก่อนระบบเก่าจะประกาศข้อความใหม่
"ยืนยันตัวตน ภาชนะหมายเลขศูนย์"
ธันวาฝืนเงยหน้าขึ้น
"ตรวจพบเจตจำนงอิสระ"
ผนังด้านหลังแคปซูลหมายเลขศูนย์สั่นสะเทือน ฝุ่นจำนวนมากร่วงลงมา ก่อนส่วนหนึ่งของผนังจะเลื่อนแยกออกจากกัน เผยให้เห็นทางเดินแคบซึ่งทอดลงสู่ความมืด พิมพ์ชนกตรวจสอบแผนผังอีกครั้ง แต่ทางเดินนี้ยังคงไม่ปรากฏอยู่ในข้อมูลของเกาะ
"นี่คงเป็นพื้นที่ซึ่งถูกซ่อนออกจากระบบ"
เธอหยิบอุปกรณ์ตรวจจับขึ้นมา
"พลังที่นายส่งกลับลงไปเปิดกลไกของมัน"
มาลีมองทางเดินด้วยสีหน้าซับซ้อน ธันวาสังเกตเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของนาง มันไม่ใช่ความกลัวต่อสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ แต่เป็นความกลัวต่อความจริงซึ่งรออยู่ข้างล่าง เขาไม่ได้ถาม เพราะรู้ว่าต่อให้มาลียอมตอบ เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเชื่อคำพูดของนางได้ทั้งหมดอีกหรือไม่ ความจริงในสถานที่แห่งนี้ถูกปิดบังมานานเกินไป และครั้งนี้เขาต้องเห็นมันด้วยตาตนเอง
ทั้งสามเดินลงไปตามทาง บันไดทอดลึกกว่าที่คาด อากาศด้านล่างเย็นจัด ผนังสองข้างไม่มีสัญลักษณ์ของสถาบันอรุณ ไม่มีหมายเลขห้อง และไม่มีรหัสโครงการ มีเพียงแผ่นโลหะเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงปลายทาง ข้อความบนแผ่นนั้นถูกเขียนด้วยลายมือแทนการพิมพ์จากเครื่องจักร
สถานที่เก็บสิ่งที่ไม่ควรถูกลืม
เมื่อธันวาเดินเข้าใกล้ ประตูทรงกลมก็เปิดออกโดยไม่ต้องใช้รหัส ภายในเป็นห้องขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์บันทึกข้อมูลทรงกระบอกนับร้อย แต่ละเครื่องมีหมายเลขของตัวทดลองกำกับอยู่ หมายเลขหนึ่ง หมายเลขสอง หมายเลขสาม ต่อเนื่องไปจนถึงตัวเลขซึ่งไม่มีใครรู้ว่าโครงการนี้เคยสร้างชีวิตขึ้นมามากมายเพียงใด บางเครื่องยังมีแสงสว่าง บางเครื่องดับสนิท และบางเครื่องถูกทำลายเหมือนมีใครพยายามลบสิ่งที่อยู่ภายใน
พิมพ์ชนกเดินไปตรวจสอบเครื่องใกล้ที่สุด เมื่อพบประเภทของข้อมูล สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป
"นี่ไม่ใช่แค่ผลการทดลอง"
"แล้วมันคืออะไร"
ธันวาถาม
"ความทรงจำ"
เธอเลื่อนข้อมูลขึ้นบนหน้าจอ
"ภาพที่พวกเขาเคยเห็น เสียงที่พวกเขาเคยได้ยิน รวมถึงความรู้สึกก่อนตาย ทุกอย่างถูกบันทึกเอาไว้ที่นี่"
ธันวามองเครื่องบันทึกนับร้อย ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับกลางอก ตัวทดลองที่อยู่ในแคปซูลด้านบนอาจถูกเรียกว่าความล้มเหลว แต่ในห้องนี้มีหลักฐานว่าพวกเขาเคยกลัว เคยเจ็บปวด และเคยพยายามรักษาตัวตนเอาไว้เช่นเดียวกับเขา พวกเขาไม่ใช่เพียงร่างทดลองที่เสียหาย แต่เป็นมนุษย์ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่มีโอกาสเลือกจุดหมายของชีวิต
ตรงกลางห้องมีเครื่องบันทึกสีขาวเพียงเครื่องเดียว ไม่มีร่องรอยความเสียหาย และไม่มีฝุ่นเกาะอยู่บนพื้นผิว เมื่อธันวาเข้าใกล้ ข้อความก็ปรากฏขึ้น
ภาชนะหมายเลขศูนย์
สถานะข้อมูลสมบูรณ์
เขายื่นมือแตะหน้าจอ ข้อมูลส่วนแรกเปิดออกทันที สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ผลการทดสอบพลัง แต่เป็นวันที่สองวัน วันแรกระบุว่าเป็นวันที่เริ่มสร้างร่างภาชนะหมายเลขศูนย์ ส่วนวันที่สองระบุว่าเป็นวันถือกำเนิดของธันวา วันที่ทั้งสองไม่ได้ตรงกัน และห่างกันนานกว่าที่ควรจะเป็น
"ทำไมผมถึงมีวันเกิดสองวัน"
ไม่มีใครตอบ พิมพ์ชนกตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ข้อมูลทั้งหมดถูกล็อกด้วยคำสั่งระดับสูงสุด เธอจึงเปิดประวัติผู้เคยเข้าถึงแฟ้มแทน รายชื่อแรกคือศาสตราจารย์อธิป ส่วนรายชื่อที่สองทำให้มือของเธอหยุดนิ่ง
"มาลี"
ธันวาหันกลับไปมองหญิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง มาลีไม่ได้แสดงความประหลาดใจ นางเพียงหลับตาลงเหมือนรู้ว่าช่วงเวลานี้ต้องมาถึงในที่สุด
"คุณบอกว่าไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้ามา"
"ฉันไม่ได้รับอนุญาต"
"แต่ชื่อของคุณอยู่ในประวัติ"
"เพราะครั้งนั้นฉันไม่ได้เข้ามาด้วยการอนุญาต"
คำตอบยิ่งทำให้ธันวาสงสัย เขาก้าวเข้าไปใกล้นาง
"คุณทำอะไรกับข้อมูลของผม"
มาลีมองเขา น้ำตาเริ่มคลออยู่ในดวงตา แต่ครั้งนี้นางไม่พยายามหลบหนีคำถาม
"ฉันอยากให้นายดูบันทึกก่อน"
"แล้วหลังจากนั้นคุณจะบอกความจริงทั้งหมดหรือ"
"ใช่"
"ไม่มีการปิดบังอีก"
มาลีพยักหน้า
"ไม่มีอีกแล้ว"
ธันวาหันกลับไปยังเครื่องบันทึก ระบบตรวจพบว่าเจ้าของข้อมูลยืนยันการเข้าถึง แสงทั่วห้องค่อย ๆ ดับลง เหลือเพียงหน้าจอตรงหน้าเขา คำเตือนปรากฏขึ้นว่าบันทึกนี้อาจเปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับกำเนิดและตัวตนของผู้รับชม ผู้สร้างข้อมูลได้กำหนดไว้ว่า ไม่มีผู้ใดสามารถเปิดมันแทนภาชนะหมายเลขศูนย์ได้ ธันวาต้องเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะรับรู้ความจริงหรือปล่อยให้มันถูกฝังอยู่ที่นี่ตลอดไป
ระบบถามเป็นครั้งสุดท้าย
"ต้องการเปิดบันทึกวันที่ภาชนะหมายเลขศูนย์ถือกำเนิดหรือไม่"
ธันวานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ว่าหลังจากตอบตกลง ชีวิตที่เคยเชื่อว่าเป็นของตนอาจเปลี่ยนไปทั้งหมด เขาอาจพบว่าความทรงจำในอดีตเป็นเรื่องโกหก อาจพบว่ามาลีทำสิ่งที่ไม่สามารถให้อภัย และอาจพบว่าตนไม่ได้มีความเป็นมนุษย์อย่างที่พยายามเชื่อมาตลอด แต่หากถอยกลับในตอนนี้ เขาจะต้องใช้ชีวิตต่อไปภายใต้เงาของคำถามซึ่งไม่มีวันหายไป
เขาจึงวางฝ่ามือลงบนหน้าจอ
"เปิดบันทึก"
เครื่องจักรกลางห้องเริ่มทำงาน ภาพสีขาวปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมข้อความซึ่งทำให้ทุกคนหยุดหายใจ
บันทึกการกำเนิดภาชนะหมายเลขศูนย์
วันที่ธันวาเกิด
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







