Home / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 41 คำเชิญจากศัตรู

Share

ตอนที่ 41 คำเชิญจากศัตรู

last update publish date: 2026-07-30 06:58:05

ตอนที่ 41 คำเชิญจากศัตรู

เสียงระฆังครั้งที่สามดังสะเทือนไปทั่วเมืองไร้ธง ขณะที่ธันวายืนอยู่หน้าทางเข้าอาคารสีขาวซึ่งไม่ควรมีอยู่ในปัจจุบัน ความทรงจำใหม่ไหลเข้ามาในหัวเป็นระยะ เขาจำได้ว่าตนเคยวิ่งผ่านทางเดินนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักสถานที่แห่งนี้มาก่อน เขาจำประตูเหล็กด้านซ้ายได้ จำรอยไหม้บนผนัง และจำเสียงเตือนซึ่งดังซ้ำในคืนหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน แต่ทุกครั้งที่พยายามมองให้ชัด ภาพเหล่านั้นกลับเปลี่ยนไป บางครั้งเขาเห็นตนเองในวัยเด็ก บางครั้งเห็นตนเองในวัยปัจจุบัน และบางครั้งเห็นเพียงห้องว่างซึ่งมีเงาสีดำยืนอยู่กลางรอยแยก พิมพ์ชนกยืนข้างเขา มือยังจับแขนไว้แน่นเพราะความทรงจำของนางกำลังเปลี่ยนเช่นกัน อาเสือ อิงดาว เมธา และขวัญข้าวตามมาอยู่ด้านหลัง ส่วนครามนำผู้ป้องกันเมืองกระจายกำลังล้อมอาคารเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด ไม่มีใครรู้ว่าภายในมีคนจริงหรือเป็นเพียงเศษอดีตซึ่งซ้อนทับกับปัจจุบัน แต่ทุกคนเห็นเงาคนยืนอยู่ปลายทางเดินอย่างชัดเจน เงานั้นไม่ขยับ ไม่ก้าวออกมา และไม่แสดงท่าทีโจมตี มันเพียงยกมือขึ้นช้า ๆ ก่อนผนังทั้งสองด้านจะสว่างขึ้นพร้อมกัน จอภาพเก่าซึ่งควรดับมานานปรากฏสัญลักษณ์พระอาทิตย์ขึ้นของสถาบันอรุณ

อิงดาวพูด

"ถอยออกจากประตู"

ธันวาไม่ถอย เขาจ้องสัญลักษณ์บนจอ ความรู้สึกเย็นไหลผ่านหน้าอกเมื่อแก่นอนันต์ในตัวตอบสนองต่อคลื่นบางอย่างจากอาคาร เสียงกระซิบจำนวนมากดังขึ้นในหัว แต่ไม่มีถ้อยคำใดชัดเจนพอให้เข้าใจ จากนั้นเงาปลายทางเดินสลายไป เหลือเพียงแท่นส่งสารทรงสูงซึ่งค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากพื้น จอภาพตรงกลางเปิดสว่าง เผยใบหน้าชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาว ดวงตาซีดและรอยยิ้มสงบนั้นทำให้ธันวากำหมัดแน่นทันที แม้ภาพจะพร่าและมีสัญญาณรบกวน แต่เขาจำได้ว่าเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถาบันอรุณ ชายซึ่งเคยยืนข้างศาสตราจารย์อคินในบันทึกการทดลองหมายเลขศูนย์

ชายในจอพูด

"หมายเลขศูนย์ หากเจ้าได้เห็นข้อความนี้ แสดงว่าเส้นเวลาชั้นนอกเริ่มซ้อนเข้ากับจุดกำเนิดแล้ว"

อาเสือยกปืนขึ้นเล็งจอ

"บันทึกไว้หรือถ่ายทอดสด"

เมธายกเครื่องตรวจสัญญาณ

"ยังบอกไม่ได้ คลื่นมันไม่ได้มาจากตำแหน่งเดียว"

ชายในจอยังคงพูดต่อ ราวกับรู้ว่าผู้ชมจะถามอะไร

"อย่าพยายามตามหาต้นทาง ข้อความนี้ถูกส่งผ่านหลายช่วงเวลา ไม่มีตำแหน่งเดียวให้เจาะกลับ"

เมธาหน้าตึง

"มันตอบล่วงหน้า"

พิมพ์ชนกพูด

"หรือมันเคยเห็นเหตุการณ์นี้แล้ว"

ธันวาจ้องชายในจอ

"พวกแกต้องการอะไร"

ชายคนนั้นไม่ตอบคำถามโดยตรง

"สถาบันอรุณขอเชิญหมายเลขศูนย์กลับสู่สถานที่ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้น เรามีสิ่งหนึ่งซึ่งเจ้าต้องการมากกว่าความจริง มากกว่าเสรีภาพ และมากกว่าชีวิตของตนเอง"

ภาพบนจอกระตุกก่อนเปลี่ยนเป็นห้องสีเทา ภายในมีเตียงผู้ป่วยหนึ่งเตียง หญิงคนหนึ่งนอนอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาว ข้อมือทั้งสองถูกผูกกับโครงเหล็กด้วยสายรัดบาง ผมของนางยาวและยุ่ง ใบหน้าซูบซีดกว่าที่ธันวาจำได้ แต่เขารู้ว่าเป็นใครทันที ลมหายใจของเขาหยุดไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเงียบลง เหลือเพียงภาพหญิงบนเตียงซึ่งค่อย ๆ ขยับเปลือกตา

ธันวาพูด

"แม่"

มาลีลืมตาขึ้นช้า ๆ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความอ่อนล้า ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนและความเจ็บปวด แต่เมื่อเห็นกล้อง นางพยายามขยับตัวลุก

มาลีพูด

"ธันวา"

เสียงของนางเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้ธันวาก้าวเข้าใกล้จอโดยไม่รู้ตัว พิมพ์ชนกรีบจับแขนเขาไว้

ธันวาถาม

"แม่ได้ยินผมหรือ"

มาลีมองตรงมาที่กล้อง

"อย่ามา"

ธันวาชะงัก

"แม่"

มาลีพยายามพูดต่อ แต่ชายในชุดขาวเดินเข้ามาในภาพ วางมือบนไหล่นางและกดให้นอนลงอย่างไม่รุนแรงแต่ไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืน

ชายในจอพูด

"นางยังมีชีวิต อย่างน้อยก็ในตอนนี้"

ธันวากำหมัดจนเล็บจิกฝ่ามือ

"ปล่อยแม่ผม"

"ได้"

คำตอบง่ายเกินไปจนทุกคนรอบตัวเงียบ

ชายคนนั้นยิ้มบาง

"มาคนเดียว"

จอภาพเปลี่ยนเป็นแผนที่ซึ่งแสดงภูเขาหิมะทางเหนือ เส้นทางหนึ่งถูกทำเครื่องหมายสีแดงไปยังจุดซึ่งไม่มีชื่อเมือง ไม่มีฐานทัพ และไม่มีสัญญาณจากระบบทั่วไป

ชายในจอพูด

"ภายในสองวัน ให้หมายเลขศูนย์เดินทางไปยังหอสังเกตการณ์หมายเลขเจ็ด ไม่มีผู้ติดตาม ไม่มีอาวุธจากเมืองไร้ธง ไม่มีผู้มองอนาคต และไม่มีผู้ถือกุญแจพลัง"

พิมพ์ชนกขมวดคิ้ว

"มันระบุฉัน"

อิงดาวพูด

"ผู้ถือกุญแจพลังอาจหมายถึงข้า"

ชายในจอยังคงพูดต่อ

"หากตรวจพบผู้ติดตามเพียงคนเดียว มาลีจะถูกย้ายไปยังชั้นลึก หากพบการแทรกแซงสัญญาณ ระบบรักษาชีวิตของนางจะหยุดทำงาน หากหมายเลขศูนย์ไม่มาถึงตามเวลา การแลกเปลี่ยนจะสิ้นสุด"

ธันวาถาม

"พวกแกต้องการตัวผมเพื่ออะไร"

ภาพเปลี่ยนกลับไปยังใบหน้าชายในชุดขาว

"เพื่อแก้ไขความผิดพลาด"

"ความผิดพลาดอะไร"

"การที่เจ้ามีชีวิตอยู่โดยไม่มีพวกเรา"

แก่นอนันต์ในตัวธันวาสั่นไหวแรงขึ้น คำพูดนั้นเหมือนกระตุ้นความทรงจำบางส่วนให้ตื่น เขาเห็นภาพตนเองอยู่ในถังแก้ว เห็นมาลีกำลังทุบแผงควบคุม และเห็นชายในชุดขาวคนเดียวกันยืนอยู่หลังประตูพร้อมเลือดเปื้อนเสื้อ แต่ภาพเหล่านั้นซ้อนกันหลายแบบ ในบางภาพมาลีพาเขาหนีสำเร็จ ในบางภาพถูกยิง และในบางภาพธันวาเป็นคนเปิดประตูจากด้านในเอง

อาเสือถาม

"ชื่อของแก"

ชายในจอหันมองราวกับได้ยินคำถามผ่านเวลา

"ผู้คนเคยเรียกข้าว่าหมอวายุ"

อิงดาวหน้าตึง

"วายุยังไม่ตาย"

เมธาถาม

"รู้จักหรือ"

"เขาเป็นผู้ออกแบบระบบฝังแก่นอนันต์ในเด็กทดลอง เขาหายไปพร้อมศูนย์สีขาวเมื่อสิบปีก่อน"

หมอวายุพูดต่อ

"ธันวา เจ้าคงมีคำถามมากมาย เหตุใดเด็กหญิงจึงจำเจ้าได้ เหตุใดพิมพ์ชนกจึงเห็นตนเองอยู่ในอดีต เหตุใดรอยแยกจึงเรียกเจ้าว่าหมายเลขศูนย์ และเหตุใดความทรงจำของเมืองจึงเริ่มเปลี่ยน คำตอบทั้งหมดอยู่ที่หอสังเกตการณ์หมายเลขเจ็ด"

ธันวาถาม

"แม่ผมอยู่ที่นั่นหรือ"

มุมปากของหมอวายุยกขึ้นเล็กน้อย

"นางอยู่ในที่ซึ่งเจ้าไปถึงได้ หากทำตามเงื่อนไข"

ธันวาพูด

"ผมต้องเห็นแม่แบบไม่มีการตัดต่อ"

หมอวายุหันไปทางมาลี เขาปลดสายรัดมือข้างหนึ่งของนางแล้ววางของสิ่งหนึ่งลงบนฝ่ามือ เป็นจี้โลหะรูปใบไม้ซึ่งธันวาจำได้ดี มันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่มาลีเคยมอบให้ก่อนเขาต้องหนีออกจากบ้าน จี้นั้นมีรอยบุบเล็กตรงมุมซ้ายจากวันที่เขาทำตกตอนอายุเก้าขวบ ไม่มีใครภายนอกควรรู้รายละเอียดนี้

มาลีกำจี้ไว้และมองกล้อง

"ธันวา ฟังแม่นะ"

หมอวายุไม่ได้ห้ามทันที

มาลีพูด

"อย่ามาคนเดียว"

หมอวายุเอื้อมมือปิดเสียง แต่ก่อนเสียงจะหาย มาลีตะโกนสุดแรง

"หมายเลขหนึ่งไม่ใช่ศัตรู"

ภาพดับวูบ จอกลับเป็นสัญลักษณ์สถาบันอรุณ ธันวาจ้องหน้าจอด้วยหัวใจเต้นแรง คำพูดสุดท้ายของแม่กระแทกความคิดทั้งหมด หมายเลขหนึ่งคือเด็กทดลองที่ตื่นขึ้นก่อน และจากข้อมูลก่อนหน้า มาลีอยู่กับหมายเลขหนึ่ง หากนางบอกว่าเขาไม่ใช่ศัตรู แปลว่าความจริงอาจตรงข้ามกับสิ่งที่ทุกคนเชื่อมาโดยตลอด

หมอวายุกลับมาปรากฏบนจอ สีหน้ายังสงบแต่ดวงตาเย็นลง

"คำแนะนำจากผู้เป็นแม่มักมีอารมณ์มากกว่าเหตุผล"

ธันวาตอบ

"ผมเชื่อแม่มากกว่าพวกแก"

"เช่นนั้นก็มาพิสูจน์"

"ถ้าผมไป พวกแกจะปล่อยนางจริงหรือ"

"ถ้าเจ้ามาถึงคนเดียว"

อาเสือพูด

"คำพูดของสถาบันไม่มีค่า"

หมอวายุหันมองกล้องตรง

"อดีตตำรวจผู้สร้างเมืองไร้ธง เจ้าควรรู้ดีว่าการเจรจาไม่ต้องอาศัยความไว้ใจ ต้องอาศัยสิ่งที่อีกฝ่ายไม่มีทางปฏิเสธ"

อาเสือกำปืนแน่น

หมอวายุพูดต่อ

"เราไม่ได้ขอให้ธันวาเชื่อ เราเพียงเสนอทางเลือก แม่ของเขา หรือเมืองนี้"

ทันใดนั้นภาพบนจอแบ่งเป็นสองส่วน ด้านหนึ่งคือมาลีบนเตียง อีกด้านคือภาพเมืองไร้ธงจากมุมสูง เส้นสีแดงหลายเส้นกำลังเคลื่อนเข้าหากำแพงจากทุกทิศ เครื่องบินโจมตี กองกำลังภาคพื้น และอาวุธพลังงานถูกจัดวางพร้อมใช้ บางหน่วยไม่ใช่ของรัฐบาลทั่วไป แต่มีตราอรุณบนเกราะ

หมอวายุพูด

"กองกำลังภายนอกจะเริ่มโจมตีเต็มรูปแบบเมื่อครบสองวัน หากหมายเลขศูนย์เดินทางมา การโจมตีจะถูกยกเลิก หากเขาปฏิเสธ เมืองไร้ธงจะถูกลบออกจากแผนที่ พร้อมกับมาลีซึ่งจะถูกส่งเข้าสู่การทดลองขั้นสุดท้าย"

ครามสบถ

"มันใช้ทั้งเมืองเป็นตัวประกัน"

อาเสือถาม

"พวกแกควบคุมกองกำลังรัฐได้ถึงขนาดนี้หรือ"

หมอวายุยิ้ม

"รัฐบาลจำนวนมากไม่จำเป็นต้องถูกควบคุม แค่ให้สิ่งที่พวกเขากลัว"

ธันวารู้ทันทีว่าหมายถึงภาพอนาคต สถาบันอรุณไม่จำเป็นต้องสั่งรัฐบาลโดยตรง เพียงสร้างหลักฐานว่าราชันอสูรอยู่ในเมือง ปล่อยข่าวว่าเขาเรียกสัตว์ประหลาด และเสนอการโจมตีเป็นทางรอด รัฐบาลก็จะเดินตามแผนเอง

พิมพ์ชนกถาม

"ศาสตราจารย์อคินอยู่ที่ไหน"

หมอวายุเงียบไปชั่วครู่

"คำถามนั้นไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข"

พิมพ์ชนกก้าวเข้าใกล้จอ

"เขาเป็นคนส่งนิมิตใช่ไหม"

"เมื่อเจ้ามาถึงหอสังเกตการณ์ บางทีเจ้าจะได้ถามเขาด้วยตนเอง"

พิมพ์ชนกชะงัก หมอวายุเพิ่งพูดราวกับคาดว่านางจะไปด้วย ทั้งที่เงื่อนไขระบุให้ธันวาไปคนเดียว

ธันวาสังเกตเห็นเช่นกัน

"คุณบอกให้ผมไปคนเดียว แต่กลับพูดเหมือนพิมพ์ชนกจะไปถึงที่นั่น"

หมอวายุยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย

"เส้นเวลาไม่เคยเชื่อฟังคำสั่งทั้งหมด"

ภาพเริ่มสั่น สัญญาณใกล้สิ้นสุด

หมอวายุพูด

"สองวัน หมายเลขศูนย์ เจ้ารู้ดีว่ามาลีเคยเสียทุกอย่างเพื่อให้เจ้ามีชีวิต ถึงเวลาตัดสินใจแล้วว่าเจ้าจะเสียอะไรเพื่อช่วยนาง"

จอดับลงพร้อมกันทุกด้าน แสงในอาคารสีขาวหายไป ประตูเหล็กด้านในปิดเอง เสียงกลไกดังลึกเข้าไป ก่อนอาคารทั้งหลังเริ่มจางลงเหมือนภาพสะท้อนในน้ำ เมธารีบวิ่งเข้าไปวางเครื่องตรวจ แต่พื้นหน้าประตูกลับกลายเป็นกำแพงเก่าของโกดังร้าง ภายในไม่เหลือทางเดิน ไม่มีแท่นส่งสาร และไม่มีร่องรอยว่าศูนย์สีขาวเคยปรากฏอยู่ตรงนี้

ขวัญข้าวพูด

"บ้านหายไปแล้ว"

อิงดาวตรวจผนัง

"คลื่นซ้อนเวลาลดลงทันทีหลังข้อความจบ"

อาเสือถามเมธา

"พิกัดที่มันให้มาเป็นของจริงหรือ"

เมธาเปิดแผนที่

"มีหอสังเกตการณ์ร้างอยู่ทางเหนือจริง แต่ไม่มีข้อมูลว่าเป็นของสถาบัน การเดินทางใช้เวลาประมาณวันครึ่ง ถ้าไม่ถูกตามล่า"

ครามพูด

"กับดักชัด ๆ"

ธันวาตอบ

"ผมรู้"

พิมพ์ชนกมองเขา

"นายจะไป"

ธันวาไม่ตอบทันที เขามองจี้ใบไม้ในภาพซึ่งยังติดอยู่ในความทรงจำ มาลีมีชีวิตอยู่ นางถูกจับและอ่อนแอ แต่ยังพยายามเตือนเขา หากไม่ไป นางอาจตาย หากไป เขาอาจถูกสถาบันจับกลับไปทดลอง และเมืองไร้ธงก็อาจยังถูกโจมตีอยู่ดี ไม่มีหลักประกันว่าหมอวายุจะรักษาคำพูด

อาเสือพูด

"กลับห้องบัญชาการก่อน"

ธันวาถาม

"เพื่อวางแผนส่งผมไปหรือ"

"เพื่อวางแผนไม่ให้เจ้าเดินเข้ากับดักอย่างโง่ ๆ"

ทุกคนเดินกลับกลางเมือง ระหว่างทางผู้คนมองธันวาด้วยความสงสัย ข่าวเรื่องสารจากสถาบันยังไม่แพร่ แต่หลายคนเห็นสัญลักษณ์อรุณบนอาคารและรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น อาเสือสั่งปิดพื้นที่เขตใต้ชั่วคราว อิงดาวกับเมธาเริ่มตรวจเส้นทางไปหอสังเกตการณ์ พิมพ์ชนกยังเงียบ นางพยายามมองอนาคตแต่เห็นเพียงหิมะ เลือด และประตูสีดำซึ่งเปิดซ้ำหลายครั้ง

เมื่อถึงห้องบัญชาการ อาเสือปิดประตูและวางแผนที่บนโต๊ะ

อาเสือพูด

"ข้าจะพูดตรง ๆ มันต้องการแยกเจ้าออกจากคนอื่น"

ธันวาตอบ

"เพราะตอนผมอยู่คนเดียว ผมควบคุมง่ายกว่า"

อิงดาวพูด

"และอาจต้องการใช้แก่นอนันต์ในตัวเจ้าเปิดบางอย่าง"

เมธาเสริม

"หอสังเกตการณ์หมายเลขเจ็ดอาจเป็นจุดเชื่อมเส้นเวลาหรือประตูมิติ"

พิมพ์ชนกพูด

"ฉันเห็นนายเข้าไป"

ธันวาหันมอง

"แล้วเกิดอะไรขึ้น"

นางส่ายหน้า

"ทุกครั้งที่พยายามดู ภาพจบตรงประตู"

อาเสือถาม

"เห็นแม่เขาหรือไม่"

"บางเส้นเห็น บางเส้นไม่เห็น บางเส้นมาลีตายก่อนธันวาไปถึง และบางเส้นคนที่อยู่บนเตียงไม่ใช่มาลี"

ธันวากำขอบโต๊ะ

"หมายความว่าภาพอาจปลอม"

อิงดาวตอบ

"อาจเป็นภาพจากอีกเส้นเวลา แต่จี้ที่นางถือยืนยันว่าอย่างน้อยสถาบันเคยมีตัวนางหรือมีข้อมูลใกล้ชิดมาก"

อาเสือมองธันวา

"เจ้าคิดอย่างไร"

"ผมต้องไป"

ครามทุบกำปั้นลงโต๊ะ

"ไปคนเดียวเท่ากับยอมมอบตัว"

ธันวาตอบ

"ถ้าผมไม่ไป เมืองจะถูกโจมตี และแม่ผมจะถูกฆ่า"

อาเสือพูด

"พวกมันอาจโจมตีแม้เจ้าไป"

"ผมรู้"

"งั้นเหตุผลไม่พอ"

ธันวาเงยหน้ามองเขา

"ถ้าเป็นคนในเมืองถูกจับ คุณจะไม่ไปหรือ"

อาเสือเงียบ

ธันวาพูดต่อ

"แม่เป็นคนเดียวที่ปกป้องผมก่อนโลกจะเห็นนิมิต นางพาผมหนีจากสถาบัน เลี้ยงผมทั้งที่ตัวเองป่วย และยังเตือนผมไม่ให้ไปทั้งที่ถูกจับ ถ้าผมปล่อยให้นางตายเพราะกลัวกับดัก ผมจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง"

อาเสือมองเขานิ่ง ก่อนตอบ

"ข้าไม่ได้ห้ามเจ้าไป"

ครามหันมองทันที

อาเสือพูดต่อ

"ข้าห้ามเจ้าไปตามแผนของศัตรู"

ธันวาขมวดคิ้ว

เมธาเริ่มยิ้ม

"แปลว่าเราจะทำให้มันเชื่อว่าเขาไปคนเดียว"

อิงดาวพูด

"แต่ข้อความระบุว่าตรวจพบผู้ติดตามได้"

เมธาตอบ

"ถ้าตรวจพบคนจากเส้นเวลานี้"

ทุกคนหันมองเขา

เมธาชี้ข้อมูลอาคารสีขาว

"สัญญาณของมันเดินทางผ่านเส้นเวลาซ้อน หากเราหาทางใช้ความผิดปกตินั้นซ่อนร่องรอย อาจมีคนตามธันวาไปโดยไม่ปรากฏในช่วงเวลาที่ระบบกำลังตรวจ"

พิมพ์ชนกถาม

"เหมือนเดินคนละชั้นเวลา"

"ใช่"

อิงดาวพูด

"อันตรายมาก หากจังหวะคลาด ทุกคนอาจหลุดไปอีกเส้นและกลับไม่ได้"

อาเสือตอบ

"ยังดีกว่าส่งเด็กคนหนึ่งเข้าปากเสือ"

ครามหัวเราะ

"ประโยคนี้ฟังแปลกจากคนชื่อเสือ"

อาเสือปรายตามอง

"อยากถูกส่งไปก่อนหรือ"

ครามเงียบทันที

ธันวายังคงมองแผนที่

"ผมยอมให้พวกคุณช่วย แต่คนภายนอกต้องไม่รู้"

อาเสือถาม

"กลัวเมืองเดือดร้อนหรือ"

"ผมไม่ยอมให้เมืองนี้ถูกทำลายเพราะผม"

อาเสือวางมือบนโต๊ะ

"เมืองนี้ถูกล้อมก่อนเจ้ามาถึงหลายปี เพียงแต่วันนี้ศัตรูมีข้ออ้างชัดกว่าเดิม อย่าคิดว่าทุกอย่างเกิดเพราะเจ้า"

พิมพ์ชนกพูด

"ฉันต้องไป"

ธันวาหันมอง

"ไม่ได้"

"หมอวายุรู้ว่าฉันจะไปถึง"

"นั่นอาจเป็นกับดักสำหรับคุณ"

"หรือฉันเป็นคนเดียวที่มองเห็นจังหวะเส้นเวลาซ้อน"

ธันวาไม่ตอบ เพราะรู้ว่านางพูดถูก หากไม่มีพิมพ์ชนก พวกเขาอาจหาทางซ่อนการติดตามไม่ได้

อิงดาวพูด

"ข้าจะสร้างอุปกรณ์ตัดคลื่นตรวจจับให้"

เมธาพูด

"ผมจะเจาะระบบหอสังเกตการณ์จากระยะไกล"

ครามยกค้อน

"ข้าไปด้วย"

อาเสือตอบ

"เจ้าอยู่ป้องกันเมือง"

"ทำไม"

"เพราะถ้าทุกคนเก่งออกไปหมด เมืองจะเหลือใคร"

ครามไม่พอใจแต่ยอมเงียบ

อาเสือหันมาหาธันวา

"เจ้าออกเดินทางคืนนี้ พวกมันคงคาดว่าเจ้าจะใช้เส้นทางตรง เราจะให้ขบวนปลอมออกทางเหนือ ส่วนเจ้ากับพิมพ์ชนกใช้ทางระบายน้ำเก่าไปฝั่งตะวันตก แล้วอ้อมขึ้นเขา"

ธันวาถาม

"แล้วเงื่อนไขมาคนเดียว"

อาเสือตอบ

"ในสายตาศัตรู เจ้าจะมาคนเดียว"

พิมพ์ชนกมองแผนที่ ก่อนสีหน้าของนางเปลี่ยนเล็กน้อย

ธันวาถาม

"เห็นอะไร"

นางตอบช้า ๆ

"ฉันเห็นหอสังเกตการณ์"

"แล้วแม่ผมอยู่ที่นั่นไหม"

พิมพ์ชนกหลับตา ภาพหนึ่งปรากฏขึ้น มาลียืนอยู่หลังประตูกระจก ข้างนางมีชายหนุ่มรูปร่างสูง ดวงตาสีทองและหมายเลขหนึ่งสลักบนลำคอ เขาไม่ได้จับมาลีเป็นตัวประกัน กลับยืนปกป้องนางจากคนในชุดขาว

พิมพ์ชนกลืมตา

"แม่ของนายไม่ได้อยู่กับสถาบันเพียงฝ่ายเดียว"

ธันวาชะงัก

"หมายเลขหนึ่งอยู่กับนาง"

"ใช่"

"แม่บอกว่าเขาไม่ใช่ศัตรู"

พิมพ์ชนกพยักหน้า

อาเสือพูด

"แปลว่าคำเชิญนี้อาจไม่ได้มีแค่สถาบันเป็นคนส่ง"

อิงดาวถาม

"หมายเลขหนึ่งอาจจงใจให้มาลีปรากฏในภาพเพื่อเรียกธันวาไปหรือ"

เมธาตอบ

"หรือเขากำลังแทรกแซงข้อความของสถาบัน"

ธันวานึกถึงจังหวะที่มาลีสามารถพูดเตือนได้ก่อนหมอวายุปิดเสียง มันอาจไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็นช่องที่ใครบางคนเปิดให้จงใจ

ทันใดนั้นเครื่องรับสัญญาณบนโต๊ะดังขึ้นหนึ่งครั้ง ข้อความใหม่ปรากฏ ไม่มีภาพ ไม่มีตราสถาบัน และไม่มีพิกัด มีเพียงตัวอักษรสั้น ๆ

"อย่าเชื่อหอสังเกตการณ์"

ใต้ข้อความมีสัญลักษณ์หมายเลขหนึ่ง

เมธารีบตรวจสัญญาณ

"มาจากนอกเมือง แต่หาต้นทางไม่ได้"

ธันวาจ้องข้อความ

ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความที่สองปรากฏ

"แม่อยู่ใต้หอ"

จากนั้นข้อความสุดท้ายขึ้นมา

"มาคนเดียวจริง ๆ มิฉะนั้นพวกมันจะรู้ว่าเราร่วมมือกัน"

ทุกคนในห้องเงียบลง คำเตือนจากหมายเลขหนึ่งขัดกับแผนทั้งหมด หากเขาเป็นมิตร การพาคนตามไปอาจทำให้แผนช่วยมาลีพัง แต่หากเขาเป็นศัตรู ข้อความนี้ก็เพียงต้องการแยกธันวาออกไปเช่นเดียวกับสถาบัน

อาเสือถาม

"เจ้าจะเชื่อใคร"

ธันวามองข้อความทั้งสาม มองแผนที่ และมองใบหน้าแม่ซึ่งยังติดอยู่ในความทรงจำ

"ผมไม่เชื่อใครทั้งหมด"

พิมพ์ชนกถาม

"แล้วจะทำอย่างไร"

ธันวาหยิบแผนที่ขึ้นมา

"ผมจะไปคนเดียวตามที่พวกมันต้องการ"

ครามกำลังจะคัดค้าน แต่ธันวาพูดต่อ

"แต่ผมจะไม่ไปตามทางที่พวกมันวางไว้"

อาเสือมองเขาอย่างพิจารณา

ธันวาชี้จุดใต้หอสังเกตการณ์

"ถ้าแม่อยู่ใต้หอ ทางเข้าจริงอาจไม่ใช่ด้านบน ผมจะให้ขบวนปลอมกับสัญญาณของพิมพ์ชนกเดินทางตามแผนเดิม แต่ตัวผมจะเข้าจากเส้นทางใต้ดิน"

เมธาถาม

"คุณจะหาทางใต้ดินได้อย่างไร"

ธันวาหันมองขวัญข้าวซึ่งนั่งเงียบอยู่มุมห้อง เด็กหญิงกำลังวาดภาพวงกลมสามชั้นบนพื้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เพิ่มเส้นหนึ่งลากจากเมืองไร้ธงไปยังภูเขาทางเหนือ

ขวัญข้าวเงยหน้า

"บ้านสีขาวมีทางลงไปถึงประตู"

ธันวาถาม

"หนูรู้ทางหรือ"

เด็กหญิงพยักหน้า

"หนูจำได้"

พิมพ์ชนกมองภาพบนพื้นแล้วสีหน้าตึงขึ้น

"เส้นนี้ไม่ใช่ถนน"

ขวัญข้าวตอบ

"เป็นทางของเวลา"

อาเสือถอนหายใจยาว

"ข้าเริ่มคิดถึงวันที่ศัตรูของเมืองมีแค่ทหารกับปืน"

ธันวาก้มมองภาพ เด็กหญิงกำลังชี้เส้นทางซึ่งไม่มีอยู่บนแผนที่ ไม่มีในปัจจุบัน และอาจไม่มีอยู่ในอดีตเส้นเดียว มันเป็นเส้นทางผ่านช่วงเวลาซ้อนซึ่งอาจพาเขาไปถึงใต้หอสังเกตการณ์เร็วกว่าการเดินทางธรรมดา

แต่การใช้มันหมายถึงก้าวเข้าไปในสถานที่ซึ่งอดีตเริ่มเปลี่ยน และทุกความทรงจำอาจไม่ใช่ของเขาเอง

ธันวาพับแผนที่เก็บ

"ผมจะไปคืนนี้"

อาเสือถาม

"แน่ใจหรือ"

ธันวาตอบ

"แม่รอมานานพอแล้ว"

นอกห้องบัญชาการ เสียงสัญญาณเตือนจากกำแพงดังขึ้นอีกครั้ง กองกำลังภายนอกเริ่มขยับแนวเข้ามาใกล้ เมืองไร้ธงเหลือเวลาสองวันก่อนถูกโจมตีเต็มรูปแบบ ส่วนธันวาเหลือเวลาเท่ากันในการเดินเข้าไปหาศัตรูซึ่งรู้จักอดีต อนาคต และความกลัวของเขาดีกว่าใคร

คำเชิญถูกส่งมาแล้ว

เงื่อนไขมีเพียงประโยคเดียว

"มาคนเดียว"

แต่ธันวารู้ดีว่าสิ่งที่รออยู่ปลายทางอาจไม่ได้ต้องการเพียงตัวเขา

มันอาจต้องการให้หมายเลขศูนย์กลับไปยังสถานที่ซึ่งสร้างเขาขึ้นมา

และทำให้เส้นเวลาที่กำลังเปลี่ยน เลือกอนาคตของราชันอสูรอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status