Home / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 40 เส้นเวลาซ้อน

Share

ตอนที่ 40 เส้นเวลาซ้อน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-30 06:56:05

ตอนที่ 40 เส้นเวลาซ้อน

พิมพ์ชนกยืนตัวแข็งอยู่ข้างโต๊ะยา ใบหน้าซีดจนแทบไม่มีสี มือข้างหนึ่งจับขอบโต๊ะไว้แน่นราวกับหากปล่อยเมื่อใด ร่างทั้งร่างจะทรุดลงทันที ภาพที่เพิ่งพุ่งเข้ามาในหัวไม่ได้เลือนหายเหมือนนิมิตทั่วไป มันยังคงชัดเจนทุกส่วน ทั้งห้องสีขาว กระจกหนาซึ่งเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว แสงสีม่วงจากรอยแยก และธันวาในวัยปัจจุบันที่ยืนอยู่ภายในสถานที่ซึ่งควรหายไปเมื่อสิบปีก่อน สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ นางเห็นตัวเองยืนอยู่ข้างเขา ใบหน้าของนางไม่ได้อ่อนวัยลง ไม่มีความแตกต่างจากตอนนี้แม้แต่น้อย ราวกับทั้งสองคนจากปัจจุบันเคยปรากฏอยู่ในอดีตมาแล้วจริง ๆ ขวัญข้าวยังคงยืนกอดตุ๊กตาผ้า มองผู้ใหญ่รอบตัวด้วยความสับสน เด็กหญิงไม่รู้ว่าคำพูดของตนเพิ่งทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา ชะตา และนิมิตทั้งหมดเริ่มพังทลายลง

ธันวาจับแขนพิมพ์ชนกไว้

"คุณเห็นพวกเราที่ไหน"

พิมพ์ชนกหายใจเข้าช้า ๆ แต่เสียงยังสั่น

"ในศูนย์สีขาว"

อิงดาวขมวดคิ้ว

"ศูนย์วิจัยโครงการห้วงกำเนิดหรือ"

"ฉันไม่รู้ชื่อ แต่มีสัญลักษณ์เดียวกับที่ขวัญข้าววาด"

เมธารีบหยิบเครื่องบันทึกขึ้นมา

"คุณเห็นเป็นอดีตแน่หรือ ไม่ใช่อนาคตที่มีฉากเหมือนอดีต"

พิมพ์ชนกส่ายหน้า

"ฉันเคยเห็นอนาคตมาหลายแบบ ฉันรู้ความรู้สึกของมัน ภาพเมื่อกี้ไม่ใช่วันข้างหน้า มันมีแรงกดแบบความทรงจำ เหมือนบางสิ่งเคยเกิดขึ้นแล้ว"

อาเสือถาม

"ความทรงจำของใคร"

พิมพ์ชนกตอบไม่ได้ นางหลับตาและพยายามเรียกภาพกลับมา แต่ทันทีที่สัมผัสมัน ศีรษะก็เจ็บแปลบจนต้องยกมือกุมขมับ เสียงนับไม่ถ้วนดังซ้อนกันในหัว บางเสียงเป็นเสียงธันวา บางเสียงเป็นเสียงขวัญข้าว บางเสียงเป็นเสียงของคนที่นางไม่รู้จัก และบางเสียงพูดประโยคเดียวกันแต่ใช้ถ้อยคำต่างกันเล็กน้อย เหมือนเหตุการณ์หนึ่งเคยเกิดขึ้นหลายครั้งในรูปแบบที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด

"อย่าฝืน"

แก้วตาพูดพร้อมเข้ามาประคอง

"เส้นเลือดในตาเจ้าแตกไปแล้ว"

พิมพ์ชนกยกมือห้าม

"ฉันต้องดูอีก"

ธันวาพูด

"ไม่ต้องตอนนี้"

พิมพ์ชนกหันมองเขา

"ถ้าภาพนั้นเป็นจริง แปลว่านายเคยอยู่ในอดีต"

"หรือมีใครทำให้คุณเห็นภาพปลอม"

"ไม่ใช่"

น้ำเสียงของนางหนักแน่นกว่าก่อน

"ฉันเห็นตัวเองอยู่ที่นั่น ฉันรู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ฉันกลัว ฉันกำลังร้องไห้ และฉันจับมือใครบางคนไว้"

ธันวาถาม

"มือผมหรือ"

พิมพ์ชนกเงียบไปชั่วครู่

"ไม่ใช่"

ทุกคนรอฟังต่อ แต่นางกลับไม่พูด เพราะส่วนหนึ่งของภาพยังเลือนราง มีเงาของคนที่สามยืนอยู่ข้างรอยแยก เสื้อคลุมสีดำปลิวท่ามกลางแรงบิดของอากาศ ใบหน้าไม่ชัด ร่างนั้นถือวัตถุทรงกลมซึ่งมีแสงคล้ายแก่นอนันต์ และกำลังพูดบางอย่างกับธันวา พิมพ์ชนกจำถ้อยคำไม่ได้ แต่ความรู้สึกที่ติดอยู่ในอกคือความสิ้นหวังจากการตัดสินใจที่ไม่มีทางเลือก

อิงดาวพาทุกคนย้ายจากจุดรักษาไปยังห้องควบคุมใต้ดิน เพื่อไม่ให้ข่าวเรื่องศูนย์สีขาวแพร่ไปทั่วเมืองก่อนตรวจสอบ ขวัญข้าวถูกพามาด้วย อาเสือสั่งให้คนสนิทปิดทางเข้าและกำชับว่าไม่มีใครรบกวน ห้องควบคุมเต็มไปด้วยจอซึ่งแสดงภาพรอยแยก กำแพง และกองกำลังภายนอก เมืองยังอยู่ในภาวะอันตราย แต่ชั่วคราวไม่มีสัตว์ประหลาดตัวใหม่ขึ้นมา ส่วนกองกำลังด้านนอกถอยไปตั้งแนวหลังจากการโจมตีล้มเหลว เมธาเชื่อมข้อมูลทั้งหมดจากฐานเก่าเข้ากับระบบและค้นคำว่า ศูนย์สีขาว โครงการห้วงกำเนิด และหมายเลขศูนย์ ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ถูกลบ แต่มีบางแฟ้มซ่อนอยู่ในชั้นข้อมูลที่แม้แต่อิงดาวไม่เคยเห็น

เมธาพูด

"มีบันทึกการทดลองย้อนหลังสิบสองปี แต่เวลาในแฟ้มไม่เรียงกัน"

อิงดาวถาม

"หมายความว่าอย่างไร"

"เอกสารบางฉบับสร้างก่อนเหตุการณ์ แต่มีข้อมูลที่ควรเกิดทีหลัง บางแฟ้มลงวันที่เมื่อสิบปีก่อน แต่ใช้รหัสที่สถาบันอรุณเพิ่งคิดเมื่อหกปีก่อน"

อาเสือพูด

"มีคนแก้เวลาในเอกสาร"

เมธาส่ายหน้า

"ไม่ใช่แค่แก้วันสร้าง ข้อมูลบางอย่างอ้างถึงคนที่ยังไม่เกิดในตอนนั้น"

ธันวาถาม

"ใคร"

เมธาเลื่อนหน้าจอและหยุดที่บรรทัดหนึ่ง ชื่อผู้เข้าร่วมทดลองไม่ปรากฏ แต่มีข้อความว่า ผู้สังเกตการณ์หญิงสายตาอนาคตระดับไม่เสถียร อายุสิบเก้าปี พิมพ์ชนกอ่านแล้วร่างแข็ง

"ฉันอายุสิบเก้า"

อิงดาวมองข้อมูลซ้ำ

"แฟ้มนี้สร้างเมื่อสิบปีก่อน"

พิมพ์ชนกถาม

"ตอนนั้นฉันอายุเก้าขวบ"

เมธาพูด

"แต่คำอธิบายตรงกับคุณตอนนี้"

อาเสือกอดอก

"แปลว่ามีใครรู้ว่าพิมพ์ชนกในอีกสิบปีจะเป็นอย่างไร"

อิงดาวตอบ

"หรือพิมพ์ชนกตอนอายุสิบเก้าเคยไปอยู่ที่นั่นจริง"

ความเงียบปกคลุมห้อง ธันวาจ้องข้อความบนจอ ใจหนึ่งปฏิเสธ แต่เหตุผลอีกด้านบอกว่านิมิตทั่วโลกเองก็เป็นหลักฐานว่ามนุษย์สามารถเห็นอนาคตได้ หากมีสิ่งใดส่งภาพจากอนาคตกลับมาได้ การส่งคนหรือข้อมูลย้อนเวลาก็อาจไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้อย่างที่เคยคิด

ขวัญข้าวเดินเข้าใกล้จอ

"บ้านสีขาวมีเสียงแบบนี้"

เด็กหญิงชี้ไปยังคลื่นพลังซึ่งเมธาเปิดจำลอง

เมธาถาม

"หนูจำเสียงได้หรือ"

ขวัญข้าวพยักหน้า

"มันดังในหัว ไม่ได้ดังในหู"

ธันวาคุกเข่าลงตรงหน้าเด็ก

"ตอนเห็นพี่ในบ้านสีขาว พี่ทำอะไร"

ขวัญข้าวกอดตุ๊กตาแน่น

"พี่กำลังห้ามใครบางคน"

"ห้ามเรื่องอะไร"

"ห้ามเปิดประตูอีกบาน"

พิมพ์ชนกถามทันที

"ประตูไหน"

เด็กหญิงหลับตา

"ประตูที่ไม่มีแสง"

อิงดาวค้นข้อมูลแล้วเปิดภาพแบบจำลองโครงการห้วงกำเนิด บนจอมีวงกลมสามชั้นซ้อนกัน แต่ละชั้นแทนช่องว่างต่างมิติ ชั้นแรกเชื่อมกับแหล่งพลัง ชั้นที่สองเชื่อมกับสิ่งมีชีวิต และชั้นที่สามไม่มีคำอธิบาย มีเพียงคำว่า เขตย้อนกลับ

เมธาพูด

"เขตย้อนกลับอาจเกี่ยวกับเวลา"

อิงดาวพยักหน้าอย่างช้า ๆ

"โครงการห้วงกำเนิดไม่ได้พยายามเปิดประตูมิติอย่างเดียว พวกเขาอาจพยายามเชื่อมช่วงเวลาสองจุดเข้าด้วยกัน"

ธันวาถาม

"เหมือนสร้างทางจากอนาคตกลับสู่อดีตหรือ"

"อาจเป็นมากกว่านั้น"

อิงดาวขยายแผนภาพ

"หากประตูเปิดไม่สมบูรณ์ เวลาอาจไม่ได้ไหลเป็นเส้นเดียว แต่อาจเกิดการทับซ้อน หลายช่วงเวลาวางอยู่ในสถานที่เดียวกัน คนจากช่วงหนึ่งอาจเห็นหรือแตะต้องอีกช่วงหนึ่งได้"

พิมพ์ชนกเดินเข้าใกล้จอ

"เส้นเวลาซ้อน"

อิงดาวหันมอง

"ใช่"

พิมพ์ชนกพึมพำคำนี้ซ้ำ เหมือนมันช่วยจัดรูปภาพในหัวให้ชัดขึ้น นางนึกถึงนิมิตที่เคยเห็น บางครั้งธันวาตายก่อนสิบปี บางครั้งกลายเป็นราชันอสูร บางครั้งยืนอยู่เหนือซากโลก และบางครั้งหายไปโดยไม่มีใครจำได้ นางเคยคิดว่านั่นคืออนาคตหลายทาง แต่บางภาพอาจไม่ใช่อนาคตที่แยกจากกัน อาจเป็นช่วงเวลาซึ่งเกิดทับกันและส่งผลย้อนกลับไปยังอดีต

พิมพ์ชนกพูด

"นิมิตของฉันไม่ได้มองไปข้างหน้าอย่างเดียว"

ธันวาถาม

"หมายความว่าอย่างไร"

"ฉันอาจเห็นผลจากอนาคตที่ย้อนกลับมาเปลี่ยนอดีต"

เมธาขมวดคิ้ว

"ถ้าอดีตถูกเปลี่ยน ปัจจุบันควรเปลี่ยนตาม แล้วทำไมเรายังจำแบบเดิม"

พิมพ์ชนกมองขวัญข้าว

"อาจไม่ใช่ทุกคนที่จำ"

ขวัญข้าวเงยหน้า

"หนูจำหลายแบบ"

ทุกคนหันมองพร้อมกัน

อาเสือถาม

"หลายแบบอย่างไร"

เด็กหญิงชี้ตุ๊กตาในมือ

"บางทีตุ๊กตาตัวนี้สีแดง บางทีมันสีฟ้า บางทีหนูไม่มีตุ๊กตา"

แก้วตาพูด

"เด็กอาจจำฝันปนกัน"

ขวัญข้าวส่ายหน้า

"ไม่ใช่ฝัน"

นางมองธันวา

"บางครั้งพี่ตายในบ้านสีขาว"

ธันวานิ่ง

"แล้วบางครั้งล่ะ"

"พี่เดินออกมา"

พิมพ์ชนกถาม

"กับใคร"

ขวัญข้าวชี้ไปที่นาง

"กับพี่"

พิมพ์ชนกถอยหลังเล็กน้อย ภาพในหัวกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดกว่าเดิม นางเห็นตัวเองจับมือธันวาและวิ่งผ่านทางเดินสีขาว เสียงเตือนดังรอบอาคาร รอยแยกสีดำไล่กลืนห้องด้านหลัง พวกเขาวิ่งผ่านกระจกที่ภายในมีเด็กหลายคนลอยอยู่ในของเหลว หนึ่งในนั้นคือธันวาในวัยเด็ก ขณะที่ธันวาในวัยสิบแปดกำลังวิ่งอยู่ข้างนาง

ความเป็นไปไม่ได้สองอย่างอยู่ในฉากเดียวกัน

ธันวาเด็กอยู่ในถัง

ธันวาโตวิ่งอยู่ด้านนอก

พิมพ์ชนกยกมือกุมหน้า

"ฉันเห็นนายสองคน"

ธันวาถาม

"อะไรนะ"

"นายตอนเด็กอยู่ในห้องทดลอง ส่วนนายตอนนี้อยู่กับฉัน"

อิงดาวพูดทันที

"ถ้าเป็นจริง แปลว่าอนาคตกลับไปแตะอดีต ไม่ได้แค่ส่งภาพ"

เมธาถาม

"แล้วธันวาโตกลับไปทำอะไร"

พิมพ์ชนกพยายามนึก ภาพสั่นและเปลี่ยนหลายครั้ง ในภาพหนึ่งธันวาทำลายถังช่วยเด็กออกมา ในอีกภาพเขายืนดูโดยไม่แตะต้อง ในอีกภาพถังว่างเปล่า และในอีกภาพเด็กในถังลืมตาขึ้นก่อนเวลา

"ฉันไม่รู้"

นางตอบ

"ทุกครั้งที่พยายามดู เหตุการณ์เปลี่ยน"

อาเสือถาม

"เปลี่ยนเพราะเจ้ามองหรือ"

คำถามนั้นทำให้พิมพ์ชนกชะงัก

เมธาพูด

"เป็นไปได้ การสังเกตเส้นเวลาซ้อนอาจทำให้มันเลือกทางหนึ่ง"

อิงดาวส่ายหน้า

"เราไม่มีหลักฐาน"

ทันใดนั้นสัญญาณเตือนดังขึ้นบนจอ แผนที่เมืองส่วนหนึ่งกระพริบสีแดง เมธารีบตรวจและพบว่าอาคารเก่าทางเขตใต้ปรากฏขึ้นในฐานข้อมูลทั้งที่ไม่มีอยู่ในแผนผังเดิม กล้องวงจรปิดซึ่งหันไปทางพื้นที่นั้นแสดงภาพกำแพงสีขาวสูงสามชั้นตั้งอยู่กลางย่านพักอาศัย อาคารดูเก่า มีเถาวัลย์คลุม และไม่มีใครในเมืองจำได้ว่ามันเคยอยู่ตรงนั้น

อาเสือถาม

"อาคารนั้นมาจากไหน"

อิงดาวตอบ

"ไม่มีในแบบเมือง"

ครามส่งเสียงเข้ามาทางเครื่องสื่อสาร

"อาเสือ ทางเขตใต้มีตึกโผล่มาจากไหนไม่รู้ คนแถวนั้นบอกว่ามันอยู่มานานแล้ว แต่ข้าจำไม่ได้ว่าเคยเห็น"

อาเสือมองทุกคน

"ใครจำได้บ้าง"

ไม่มีใครตอบ ขวัญข้าวเพียงคนเดียวพยักหน้า

"บ้านสีขาว"

ธันวาจ้องภาพบนจอ

"ศูนย์วิจัยมาอยู่ในเมืองได้อย่างไร"

พิมพ์ชนกตอบด้วยเสียงเบา

"มันอาจไม่ได้มา"

"แล้วคืออะไร"

"อดีตกำลังเปลี่ยน"

คำพูดนั้นทำให้ห้องเย็นเยียบ เมธาตรวจข้อมูลเมืองย้อนหลังและพบว่าฐานทะเบียนบางส่วนเริ่มเปลี่ยนเอง เอกสารเมื่อห้าปีก่อนมีชื่ออาคารสีขาวเพิ่มเข้ามา บันทึกการซ่อมถนนระบุว่าคนงานเคยหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้นเพราะเป็นเขตอันตราย รายชื่อประชาชนบางคนมีที่อยู่ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน และภาพถ่ายเก่าของตลาดเขตใต้เริ่มปรากฏเงาอาคารสีขาวอยู่ด้านหลัง ทั้งที่ทุกคนจำได้ชัดว่าเมื่อเช้ายังไม่มีสิ่งนั้น

เมธาพูด

"ข้อมูลกำลังเขียนตัวเองใหม่"

อิงดาวถาม

"สำรองเก่าล่ะ"

"เปลี่ยนเหมือนกัน แม้แต่แฟ้มที่ตัดระบบออก"

อาเสือหยิบภาพถ่ายกระดาษจากกระเป๋า มันเป็นภาพเมืองไร้ธงในวันก่อตั้ง ผู้คนกลุ่มแรกยืนอยู่หน้าพื้นที่ว่าง แต่ขณะทุกคนมอง อาคารสีขาวค่อย ๆ ปรากฏบนกระดาษทีละส่วน ราวกับหมึกซึมขึ้นจากด้านหลัง

อาเสือกำภาพแน่น

"ข้าจำได้ว่าตรงนั้นเป็นโกดังร้าง"

อิงดาวพูด

"อีกไม่นานคุณอาจจำว่าอาคารสีขาวอยู่ตรงนั้นมาตลอด"

ธันวาถาม

"ทำไมขวัญข้าวยังจำแบบเดิม"

พิมพ์ชนกมองเด็กหญิง

"เพราะนางเกิดใกล้จุดที่เส้นเวลาทับกัน หรืออาจได้รับผลจากประตูก่อนเกิด"

ขวัญข้าวจับแขนธันวา

"พี่ต้องไปที่บ้าน"

ธันวาก้มมอง

"ทำไม"

"เพราะมีคนรอ"

อาเสือถาม

"ใคร"

เด็กหญิงส่ายหน้า

"หนูจำหน้าไม่ได้ แต่เขาเรียกพี่ว่า ผู้กลับมา"

เสียงสัญญาณอีกชุดดังขึ้น เมธาเปิดกล้องหน้าอาคารสีขาว ประตูหลักซึ่งปิดสนิทเริ่มเปิดเองช้า ๆ ภายในมืดสนิท ไม่มีคนออกมา แต่มีแสงสีม่วงเป็นจังหวะคล้ายหัวใจเต้น จากนั้นลำโพงเก่าหน้าประตูก็มีเสียงแตกพร่า ก่อนเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นทั่วเขตใต้

"หมายเลขศูนย์"

ธันวากำหมัด

เสียงนั้นพูดต่อ

"ในที่สุดอดีตก็จำเจ้าได้"

พิมพ์ชนกหน้าซีดลงอีกครั้ง นางเห็นภาพใหม่พุ่งเข้ามา คราวนี้ไม่ใช่เพียงฉากหนึ่ง แต่เป็นทั้งเมืองไร้ธงในหลายรูปแบบ บางเส้นมีอาคารสีขาว บางเส้นไม่มี บางเส้นอาเสือตายไปเมื่อสามปีก่อน บางเส้นครามไม่เคยเข้ามาอยู่ในเมือง บางเส้นขวัญข้าวไม่เคยเกิด และบางเส้นธันวาเป็นผู้นำเมืองนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง

นางทรุดลงกับพื้น

ธันวารีบรับตัวไว้

"พิมพ์ชนก"

นางจับเสื้อเขาแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"มันไม่ได้มีแค่สองเส้น"

"อะไร"

"มีหลายร้อย หลายพันเส้น กำลังทับกันอยู่ตรงนี้"

อิงดาวถาม

"จุดศูนย์กลางอยู่ที่อาคารหรือ"

พิมพ์ชนกส่ายหน้า แล้วมองธันวา

"ไม่ใช่"

ธันวาชะงัก

"แล้วอยู่ที่ไหน"

พิมพ์ชนกยกมือแตะกลางอกเขา ตรงตำแหน่งซึ่งแก่นอนันต์หลับอยู่

"อยู่ในตัวนาย"

เสียงในหัวธันวาหัวเราะเบา ๆ ราวกับรอให้ทุกคนค้นพบความจริงนี้มานาน

"ในที่สุดพวกเขาก็เห็น"

ธันวาถามในใจ

"เจ้าเป็นคนทำหรือ"

แก่นอนันต์ไม่ตอบตรง ๆ

"อดีตไม่เคยมั่นคงเท่าที่มนุษย์เชื่อ"

ธันวากำหมัดแน่น

"หยุดมัน"

เสียงนั้นหัวเราะอีกครั้ง

"ข้าไม่ได้เป็นคนเริ่ม"

ทันใดนั้นภาพบนจอทุกจอกระตุกพร้อมกัน เมืองไร้ธงในกล้องเปลี่ยนรูปร่างชั่วครู่ ถนนบางสายหายไป อาคารบางหลังกลับมาใหม่ และผู้คนหลายคนยืนงงอยู่กลางทาง เพราะความทรงจำของพวกเขาเปลี่ยนไม่พร้อมกัน อำนาจส่งเสียงผ่านเครื่องสื่อสาร บอกว่ามีเด็กบางคนจำครอบครัวอีกแบบได้ แก้วตารายงานว่าคนไข้คนหนึ่งซึ่งควรเสียแขนกลับมีแขนครบ แต่จำได้ว่าตนเคยเสียขา ครามตะโกนว่ากำแพงใต้มีตราตำรวจเก่าของอาเสือติดอยู่ ทั้งที่ไม่มีใครเคยสร้าง

อาเสือมองภาพเมืองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ถ้าปล่อยต่อไป ทุกอย่างจะเปลี่ยนจนไม่มีใครรู้ว่าอะไรจริง"

เมธาพูด

"เราต้องหาจุดที่เส้นเวลาซ้อนกันและปิดมัน"

อิงดาวมองอาคารสีขาว

"คำตอบอยู่ข้างใน"

ธันวาหันไปทางประตู

"ผมจะไป"

อาเสือพูด

"ไม่ไปคนเดียว"

พิมพ์ชนกพยายามลุก

"ฉันต้องไปด้วย"

ธันวาส่ายหน้า

"คุณแทบยืนไม่ไหว"

"ภาพนั้นมีฉันอยู่ ถ้าฉันไม่ไป เราอาจทำให้สิ่งที่เคยเกิดเปลี่ยนไปอีก"

เมธาถาม

"แล้วถ้าการไปของเราคือสิ่งทำให้อดีตเปลี่ยนตั้งแต่แรก"

ไม่มีใครตอบ เพราะนั่นคือปัญหาที่น่ากลัวที่สุด ทุกการตัดสินใจอาจเป็นทั้งผลของอดีตและสาเหตุของอดีตในเวลาเดียวกัน พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังแก้ไขเส้นเวลา หรือกำลังสร้างเส้นเวลาที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น

ขวัญข้าวเดินไปยืนข้างประตูห้องควบคุม

"ต้องไปก่อนระฆังดังครั้งที่สาม"

อาเสือถาม

"ระฆังอะไร"

ทันใดนั้นเสียงระฆังจากหอคอยกลางเมืองดังขึ้นหนึ่งครั้ง ทั้งที่ไม่มีใครอยู่บนหอ

ขวัญข้าวกอดตุ๊กตาแน่น

"ครั้งแรกแล้ว"

ทุกคนหันมองกัน อาเสือหยิบอาวุธ อิงดาวรวบรวมเครื่องตรวจพลัง เมธาถอดระบบพกพาออกจากโต๊ะ ส่วนพิมพ์ชนกฝืนยืนขึ้น ธันวาเดินนำออกจากห้องใต้ดิน ขณะก้าวขึ้นสู่ถนน เขาเห็นเมืองไร้ธงกำลังเปลี่ยนต่อหน้าต่อตา ร้านหนึ่งกลายเป็นบ้านพัก โรงพยาบาลมีอาคารเพิ่มขึ้นหนึ่งปีก และรูปวาดบนกำแพงซึ่งเคยเป็นมือเปิดกลับกลายเป็นรูปชายสวมมงกุฎสีดำ

ผู้คนตามถนนเริ่มเรียกธันวาด้วยชื่อที่ต่างกัน บางคนเรียกเขาว่าผู้ลี้ภัย บางคนเรียกฮีโร่ บางคนเรียกหมายเลขศูนย์ และบางคนคุกเข่าพร้อมเรียกว่าเจ้าเมือง

ธันวาเร่งฝีเท้า

เสียงระฆังครั้งที่สองดังขึ้น

อาคารสีขาวอยู่ไม่ไกล ประตูเปิดกว้างกว่าเดิม ภายในมีเงาคนยืนรออยู่ตรงปลายทางเดิน

พิมพ์ชนกมองเงานั้นและหยุดเดินทันที

"ฉันจำเขาได้"

ธันวาถาม

"ใคร"

นางไม่ตอบทันที เพราะความทรงจำในหัวกำลังเปลี่ยน นางเคยไม่รู้จักชายคนนั้น แต่ตอนนี้กลับจำได้ว่าเคยพบเขาหลายครั้ง เคยพูดคุย เคยต่อสู้ และเคยเห็นเขาฆ่าธันวาในห้องสีขาว

พิมพ์ชนกจับแขนธันวาแน่น

"อดีตกำลังเขียนความทรงจำใหม่"

เสียงระฆังครั้งที่สามเริ่มสั่นสะเทือนจากหอคอย

เงาภายในอาคารสีขาวยกมือขึ้น

และในวินาทีนั้น ธันวาจำได้ว่าตนเคยมาที่นี่แล้ว

ทั้งที่เมื่อครู่เขายังไม่เคยจำอะไรเลย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status