Accueil / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 58 กฎสามข้อของเมืองไร้ธง

Partager

ตอนที่ 58 กฎสามข้อของเมืองไร้ธง

last update Date de publication: 2026-08-05 06:16:53

ตอนที่ 58 กฎสามข้อของเมืองไร้ธง

เช้าวันแรกของธันวาในนครไร้ธงเริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีแสงอาทิตย์จริง มีเพียงหลอดพลังงานขนาดใหญ่บนเพดานถ้ำซึ่งค่อย ๆ เพิ่มความสว่างตามเวลาที่กำหนด แสงสีทองอ่อนแผ่ลงมาตามอาคารเก่า สะพานเหล็ก และรางรถไฟที่ถูกดัดแปลงเป็นถนน ผู้คนเริ่มเปิดร้าน เสียงเครื่องจักรจากเขตช่างดังขึ้นทีละแห่ง กลิ่นขนมปังกับซุปร้อนลอยมาตามทางเดิน ขณะที่เสียงประกาศประจำวันแจ้งระดับน้ำ ปริมาณอาหาร และเขตที่ต้องซ่อมแซม ธันวาตื่นขึ้นบนเตียงเหล็กในห้องพักชั่วคราวของสถานีเจ็ด เขาหลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะวงแหวนควบคุมพลังรอบคอส่งคลื่นเย็นผ่านเส้นประสาททุกครั้งที่แก่นอนันต์เคลื่อนไหว แม้เพียงความฝันก็ทำให้ระบบเข้าใจว่าเขากำลังพยายามเรียกพลัง ระหว่างกลางคืนเขาจึงสะดุ้งตื่นหลายครั้งพร้อมอาการชาในแขนและความรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ พิมพ์ชนกนอนอยู่ห้องข้างกัน ส่วนกฤตภาสกับมาลีพักอยู่คนละฝั่งของทางเดิน เจ้าหน้าที่รักษาการณ์สองคนยืนเฝ้าหน้าห้องตลอดคืน พวกเขาไม่พูด ไม่หลับ และไม่เคยลดมือออกจากอาวุธ ธันวาเข้าใจเหตุผล แต่การตื่นขึ้นมาแล้วเห็นคนพร้อมยิงตนเองเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเรียกว่าคุ้นชินได้จริง

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ก่อนเจ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคนจะเปิดเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต เธอสวมชุดทำงานสีเทา มีสายรัดข้อมือสีดำและป้ายชื่อว่าเมษา

"ลุกได้แล้ว ผู้นำดารินทร์เรียกประชุม"

ธันวาลุกจากเตียงอย่างช้า ๆ

"ทุกคนหรือเฉพาะข้า"

"เจ้ากับคนที่เดินทางมาด้วย"

"ข้ามีเวลาล้างหน้าหรือไม่"

เมษามองใบหน้าเขาอย่างไร้อารมณ์

"ราชันอสูรก็ต้องล้างหน้าด้วยหรือ"

ธันวาหัวเราะเบา ๆ

"อย่างน้อยก่อนทำลายโลก ข้าควรดูสะอาดหน่อย"

เมษาชะงักไปเล็กน้อย คล้ายไม่คิดว่าเขาจะตอบเช่นนั้น ก่อนโยนผ้าผืนหนึ่งให้

"ห้านาที"

เมื่อธันวาออกจากห้อง พิมพ์ชนก กฤตภาส มาลี พงศกร และรจนารออยู่แล้ว ดารินทร์ให้เรียกตัวแทนผู้ลี้ภัยจากเขตนอกเข้าร่วมด้วย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกฎของนครอย่างเท่าเทียม พวกเขาถูกนำผ่านสถานีเจ็ดไปยังอาคารสถานีหลักซึ่งเคยเป็นศูนย์ควบคุมรถไฟมาก่อน ผนังยังมีแผนที่รางเก่าแขวนอยู่ แต่เส้นทางส่วนใหญ่ถูกแก้ไขให้เป็นเขตที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล เขตเกษตร และทางหนีฉุกเฉิน ห้องประชุมตั้งอยู่บนชั้นสอง มีโต๊ะยาวทำจากไม้หลายชนิดต่อกัน ราวกับสร้างจากสิ่งที่คนในเมืองรวบรวมได้ โต๊ะไม่สมมาตร เก้าอี้แต่ละตัวไม่เหมือนกัน และไม่มีที่นั่งใดสูงกว่าที่อื่น แม้แต่ดารินทร์ก็นั่งอยู่ระดับเดียวกับทุกคน

ผู้เข้าร่วมประชุมอีกหลายคนเป็นตัวแทนเขตต่าง ๆ ชายชราร่างผอมจากฝ่ายเสบียง หญิงผิวคล้ำซึ่งควบคุมกระแสไฟจากเขตพลังงาน นักวิทยาศาสตร์หนุ่มจากฝ่ายแพทย์ และชายผู้เฝ้าประตูซึ่งยังไม่เคยบอกชื่อของตนเอง ธันวาถูกจัดให้นั่งตรงกลางห้องโดยมีเจ้าหน้าที่รักษาการณ์อยู่ด้านหลังสองคน วงแหวนรอบคอของเขาถูกเชื่อมกับเครื่องตรวจบนโต๊ะ เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของพลังตลอดการประชุม

ดารินทร์เปิดสมุดเล่มเล็ก ก่อนกวาดตามองทุกคน

"ผู้มาใหม่ทุกคนต้องรู้กฎพื้นฐานของนครไร้ธง เมืองนี้ไม่มีธงเพราะเราไม่ยอมขึ้นกับประเทศใด แต่การไม่มีประเทศไม่ได้หมายถึงการไม่มีกฎ"

พงศกรพยักหน้า

"เราพร้อมฟัง"

ดารินทร์ยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว

"กฎข้อหนึ่ง ห้ามฆ่ากันภายในเมือง"

ห้องทั้งห้องเงียบ ดารินทร์วางสายตาที่ธันวาเพียงชั่วครู่ ก่อนมองคนอื่นต่อ

"ไม่ว่าจะมีเหตุผลใด ไม่ว่าจะเคยเป็นศัตรูกันจากภายนอก หรือมีความแค้นกันมากเพียงใด เมื่อผ่านประตูเข้ามาแล้ว การฆ่าคนในเมืองถือเป็นความผิดร้ายแรงที่สุด ผู้ใดลงมือโดยเจตนา จะถูกพิจารณาโดยสภาและอาจถูกเนรเทศทันที"

ชายจากเขตเสบียงถาม

"แล้วการป้องกันตัวเล่า"

"อนุญาตให้ใช้กำลังเท่าที่จำเป็นเพื่อหยุดอันตราย แต่หากจงใจฆ่าหลังอีกฝ่ายหมดทางต่อสู้ จะถือว่าเป็นการฆ่า"

ดารินทร์ยกนิ้วที่สอง

"กฎข้อสอง ห้ามเปิดเผยตำแหน่งเมืองแก่โลกภายนอก"

มาลีถาม

"รวมถึงการติดต่อกับครอบครัวหรือไม่"

"รวมทั้งหมด"

ดารินทร์ตอบ

"ห้ามส่งสัญญาณ ห้ามทิ้งข้อมูล ห้ามนำคนภายนอกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต และห้ามพาอุปกรณ์ติดตามผ่านประตู ผู้ฝ่าฝืนจะถูกกักตัวเพื่อสอบสวนทันที"

มาลีเหลือบมองธันวาอย่างกังวล เพราะแก่นอนันต์ในร่างเขาอาจทำหน้าที่เหมือนสัญญาณโดยไม่ตั้งใจ ดารินทร์สังเกตเห็นสายตานั้น

"กรณีที่ร่างกายหรือพลังส่งสัญญาณโดยเจ้าตัวไม่รู้ จะไม่ถือว่าเจตนาฝ่าฝืน แต่ผู้นั้นต้องยอมรับมาตรการควบคุม"

ธันวายกมือแตะวงแหวนรอบคอ

"เช่นสิ่งนี้"

"ใช่"

ดารินทร์ตอบอย่างตรงไปตรงมา

จากนั้นเธอยกนิ้วที่สาม

"กฎข้อสาม ทุกคนต้องทำงานตอบแทนส่วนรวม"

รจนาถาม

"ผู้บาดเจ็บกับเด็กเล่าคะ"

"ผู้บาดเจ็บพักรักษาตัว เด็กเรียนและช่วยงานตามวัย คนชราทำหน้าที่ให้ความรู้หรือดูแลเด็ก ไม่มีใครถูกบังคับให้ทำสิ่งที่เกินกำลัง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้อาศัยทรัพยากรของเมืองโดยไม่ช่วยสิ่งใดกลับคืน"

พงศกรมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินผ่านรางเก่าพร้อมรถเข็นอาหาร

"ที่นี่ไม่มีเงินหรือ"

"มีระบบแลกเปลี่ยนภายใน แต่สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานแจกตามจำนวนคนและปริมาณสำรอง"

ดารินทร์กล่าว

"เมืองนี้รอดมาได้เพราะทุกคนทำงาน ไม่ใช่เพราะมีผู้ปกครองใจดี"

ธันวาพิงพนักเก้าอี้

"ฟังดูยุติธรรม"

ตัวแทนเขตพลังงานหัวเราะเบา ๆ

"เจ้าพูดได้ตอนยังไม่รู้ว่าจะถูกส่งไปทำอะไร"

ดารินทร์ปิดสมุด

"นอกจากนี้ ธันวาจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในนครเป็นเวลาเจ็ดวัน"

พิมพ์ชนกหันมาทันที

"เพียงเจ็ดวันหรือ"

"ใช่"

"หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น"

"สภาจะลงคะแนนว่าจะขยายเวลา กักตัว หรือขอให้เขาออกจากเมือง"

กฤตภาสขมวดคิ้ว

"เจ็ดวันไม่พอประเมินคน"

ดารินทร์ตอบอย่างสงบ

"แต่พอประเมินว่าการอยู่ของเขาทำให้เมืองเสี่ยงหรือไม่"

ธันวาถาม

"ระหว่างเจ็ดวัน ข้าต้องถูกเฝ้าตลอดเวลา"

"ตลอดเวลา"

"แม้ตอนนอน"

"แม้ตอนนอน"

ธันวาพยักหน้า

"เข้าใจแล้ว"

พิมพ์ชนกมองเขาอย่างไม่พอใจ

"นายยอมง่ายเกินไป"

ธันวาตอบโดยไม่หัน

"เราไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากนัก"

ดารินทร์เริ่มแจกงาน ผู้ลี้ภัยที่มีความรู้ด้านการรักษาถูกส่งไปโรงพยาบาล คนที่มีทักษะช่างถูกส่งไปเขตซ่อมบำรุง ผู้เคยทำเกษตรไปเขตปลูกอาหาร ส่วนผู้ที่ยังไม่มีทักษะจะเข้าฝึกงานพื้นฐาน รจนาได้รับหน้าที่ช่วยโรงครัวกลางเพราะเคยทำอาหารขาย พงศกรถูกมอบหมายให้ช่วยจัดระเบียบเขตพักพิงและฝึกผู้ลี้ภัยให้ปฏิบัติตามแผนอพยพ

จากนั้นดารินทร์หันมาทางกฤตภาส

"เจ้ามีประสบการณ์ต่อสู้และคุมกำลัง"

กฤตภาสพยักหน้า

"พอมี"

ชายผู้เฝ้าประตูส่งแฟ้มบางให้เขา

"หน่วยรักษาการณ์ของเรารู้จักอุโมงค์ แต่ขาดประสบการณ์ต่อสู้กับกองทัพสมัยใหม่ เจ้าจะช่วยฝึกพวกเขา"

กฤตภาสเปิดแฟ้มดู

"ข้ามีสิทธิ์ปรับรูปแบบการฝึกหรือไม่"

"ภายใต้การอนุมัติของผู้บัญชาการ"

ดารินทร์ตอบ

"และห้ามฝึกสิ่งที่มุ่งโจมตีพลเรือน"

กฤตภาสปิดแฟ้ม

"ตกลง"

ดารินทร์หันมาทางพิมพ์ชนก

"พลังของเจ้าสามารถมองเห็นความเป็นไปได้ในอนาคต"

พิมพ์ชนกมีสีหน้าระแวง

"บางครั้ง และข้าไม่ควบคุมมันได้ทั้งหมด"

"ฝ่ายข้อมูลต้องการให้เจ้าช่วยตรวจจับภัย"

"ต้องทำอย่างไร"

หญิงจากเขตพลังงานเลื่อนแผ่นข้อมูลมาตรงหน้าเธอ

"เรามีระบบวิเคราะห์สัญญาณจากอุโมงค์รอบเมือง แต่บางครั้งศัตรูเข้ามาโดยไม่ทิ้งร่องรอย หากพลังของเจ้าตอบสนองก่อนเกิดเหตุ อาจช่วยเตือนภัยได้"

พิมพ์ชนกมองดารินทร์

"ข้าไม่ยอมให้ใครใช้ข้าเป็นเครื่องมือ"

"ไม่มีใครบังคับเจ้าให้เข้าสู่ภาวะนิมิต"

ดารินทร์ตอบ

"เจ้าจะช่วยเท่าที่ปลอดภัย และหยุดได้ทุกเมื่อ"

พิมพ์ชนกยังไม่เชื่อทั้งหมด แต่พยักหน้ารับ

"ข้าจะลอง"

มาลีถูกส่งไปฝ่ายวิจัยระบบกักพลังและช่วยตรวจวงแหวนของธันวา เธอต้องรายงานอาการทุกวัน พร้อมตรวจว่าสัญญาณจากเกาะอรุณยังตามรอยมาถึงเมืองหรือไม่ เมื่อแจกงานเกือบครบแล้ว ทุกคนจึงหันมามองธันวา

ธันวายกคิ้ว

"ดูเหมือนเหลือข้าคนเดียว"

ดารินทร์เปิดเอกสารอีกแผ่น

"ถูกต้อง"

"ข้าต้องทำอะไร"

ตัวแทนเขตเสบียงซ่อนรอยยิ้มไม่สำเร็จ

"งานที่ไม่มีใครอยากทำ"

ธันวาไม่ได้แสดงท่าที

"บอกมาเถอะ"

ดารินทร์ตอบ

"ขนของเสียจากเขตพักอาศัยไปยังโรงแยก และช่วยซ่อมระบบน้ำชั้นล่าง"

ห้องเงียบไปหนึ่งจังหวะ ก่อนเจ้าหน้าที่บางคนจะหลุดหัวเราะ กฤตภาสมองดารินทร์อย่างไม่แน่ใจว่าเธอตั้งใจดูหมิ่นหรือไม่ พิมพ์ชนกขมวดคิ้วทันที

"ทำไมต้องเป็นงานนั้น"

ดารินทร์ตอบอย่างสงบ

"เพราะตำแหน่งขาดคน และเพราะเขายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้คลังอาวุธ ฝ่ายข้อมูล หรือระบบหลักของเมือง"

ธันวาถาม

"ขนของเสียหมายถึงอะไรบ้าง"

ตัวแทนเขตเสบียงยิ้มกว้างขึ้น

"เศษอาหาร น้ำเสีย ตะกอนจากท่อ ขยะจากโรงพยาบาล และสิ่งที่คนทั้งเมืองทิ้ง"

"ส่วนซ่อมระบบน้ำ"

"ลงไปชั้นล่างสุด ตรวจท่อที่อุดตัน เปลี่ยนแผ่นกรอง และกำจัดเชื้อรา"

ธันวาพยักหน้า

"เริ่มเมื่อใด"

ทุกคนชะงักเล็กน้อย เพราะคาดว่าเขาจะโกรธหรือปฏิเสธ

ดารินทร์ตอบ

"ทันทีหลังประชุม"

"ตกลง"

พิมพ์ชนกหันมองเขา

"นายไม่ต้องรับทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง"

ธันวายิ้มบาง

"เมืองกำลังให้อาหารกับที่พัก ถ้ากฎบอกว่าทุกคนต้องทำงาน ข้าก็ต้องทำ"

ตัวแทนเขตเสบียงถามอย่างประชด

"ราชันอสูรไม่รังเกียจกลิ่นหรือ"

ธันวามองชายคนนั้น

"ถ้าข้าจะทำลายโลกในอีกสิบปี กลิ่นน้ำเสียวันนี้คงไม่ใช่เรื่องใหญ่"

คราวนี้มีเสียงหัวเราะดังขึ้นจริง แม้แต่ดารินทร์ก็เหมือนจะยิ้มเล็กน้อย แต่รอยนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว

หลังประชุม ธันวาถูกพาไปยังเขตล่างของเมืองพร้อมเจ้าหน้าที่ติดตามสองคนและชายชราผู้ดูแลงานระบบน้ำชื่อโกเมน เขามีหลังค่อม มือเต็มไปด้วยรอยไหม้จากสารเคมี และอารมณ์ร้ายตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกัน โกเมนโยนชุดยางหนากับรองเท้าบูตให้ธันวา ก่อนชี้ไปยังรถเข็นเหล็กซึ่งเต็มไปด้วยถังของเสีย

"เข็นไปโรงแยก"

ธันวาสวมถุงมือ

"ทางไหน"

"ตามกลิ่น"

"ข้าคิดว่าทุกทางมีกลิ่นเหมือนกัน"

โกเมนจ้องเขา

"ถ้าพูดมาก ข้าจะให้ล้างบ่อหมักด้วยมือ"

ธันวาหุบปากและเริ่มเข็นรถ ทางลงเขตของเสียอยู่ลึกกว่าพื้นที่พักอาศัยหลายระดับ อากาศร้อนและชื้น ผนังเต็มไปด้วยท่อขนาดใหญ่ซึ่งส่งน้ำสะอาดขึ้นไปยังเมือง ข้างทางมีถังแยกขยะเรียงเป็นแถว คนงานสวมหน้ากากและชุดยางเดินไปมา ไม่มีใครสนใจว่าเขาเป็นใครในตอนแรก จนเจ้าหน้าที่ติดตามสองคนทำให้ทุกคนเริ่มสงสัย

หญิงคนงานคนหนึ่งถอดหน้ากากออกเมื่อธันวาเดินผ่าน

"นั่นเขาหรือ"

ชายข้างเธอมองวงแหวนรอบคอ

"ราชันอสูร"

"ผู้นำส่งเขามาขนขยะหรือ"

"คงต้องดูว่าเขาจะทำได้นานแค่ไหน"

ธันวาได้ยินทุกคำ แต่ยังคงเข็นรถต่อ ถังแรกหนักจนล้อฝืด เขาพยายามเรียกแรงจากแก่นอนันต์โดยสัญชาตญาณ วงแหวนจึงปล่อยคลื่นตัดประสาททันที ความเจ็บปวดแล่นจากคอลงไปถึงหน้าอก เขาทรุดเข่ากระแทกพื้น รถเข็นเกือบไหลย้อนกลับ โกเมนใช้เท้าหยุดล้อไว้

"อย่าใช้พลัง"

ธันวากัดฟัน

"ข้ารู้แล้ว"

"รู้หลังล้มถือว่าสาย"

โกเมนยื่นมือให้

"ลุก ใช้แรงของตัวเอง"

ธันวาจับมือชายชราและลุกขึ้น เขาเริ่มเข็นใหม่ คราวนี้ใช้แรงจากแขนกับขาโดยไม่พึ่งพลัง รถเคลื่อนช้ามาก เหงื่อไหลเต็มหลัง และกลิ่นจากถังทำให้แทบอาเจียน แต่เขาไม่หยุด เมื่อถึงโรงแยก เขาต้องยกถังลงทีละใบ เทเศษอาหารลงบ่อหมัก แยกโลหะ เศษผ้า และของมีคม จากนั้นล้างถังด้วยน้ำแรงดันต่ำเพื่อประหยัดทรัพยากร

ช่วงบ่าย โกเมนพาเขาไปยังระบบน้ำชั้นล่าง ท่อหลักสายหนึ่งมีแรงดันลดลงเพราะตะกอนอุดตัน คนงานหลายคนปฏิเสธลงไปเนื่องจากช่องซ่อมแคบและเต็มไปด้วยน้ำเสีย ธันวาถูกผูกเชือกกับเอว สวมหน้ากาก แล้วคลานเข้าไปในท่อมืดเพียงลำพัง เจ้าหน้าที่ติดตามยืนรอด้านนอกพร้อมเครื่องตรวจพลัง

เสียงโกเมนดังผ่านสายสื่อสาร

"คลานไปอีกสิบเมตร จะเจอวาล์วแดง"

ธันวาคลานผ่านน้ำเย็นซึ่งสูงถึงอก

"ข้าเห็นแต่ความมืด"

"ใช้มือคลำ"

"ในน้ำนี้มีอะไรบ้าง"

"อย่าถามจะดีกว่า"

ธันวาคลำไปตามผนัง จนพบวาล์วที่เต็มไปด้วยเมือก เขาออกแรงหมุนแต่ไม่ขยับ วงแหวนเริ่มอุ่นขึ้นเพราะแก่นอนันต์ตอบสนองต่อความหงุดหงิด

โกเมนพูดทันที

"ห้ามใช้พลัง"

"ข้าไม่ได้ใช้"

"แต่อุปกรณ์บอกว่าเจ้ากำลังคิดจะใช้"

"มันอ่านใจด้วยหรือ"

"มันอ่านความโง่ได้"

ธันวาสบถเบา ๆ ก่อนใช้ประแจงัดวาล์ว เขาออกแรงจนกล้ามเนื้อแขนสั่น ในที่สุดโลหะก็ขยับ ตะกอนสีดำจำนวนมากพุ่งออกมาจากช่องข้างหน้า กระแทกร่างเขาจนล้มจมน้ำ เสียงจากภายนอกดังขึ้นอย่างตกใจ

"ธันวา ตอบด้วย"

พิมพ์ชนกเป็นคนพูด เธอแอบตามมาดูหลังเสร็จการทดสอบกับฝ่ายข้อมูล

ธันวาดันตัวขึ้นเหนือผิวน้ำและไอแรง

"ยังไม่ตาย"

"ออกมาเดี๋ยวนี้"

โกเมนแทรกขึ้น

"ยังไม่ได้เปลี่ยนแผ่นกรอง"

พิมพ์ชนกตะโกน

"เขาเกือบจมน้ำ"

"คนซ่อมท่อทุกคนเคยเกือบจม"

ธันวาหัวเราะทั้งที่ยังไอ

"ข้าทำต่อได้"

เขาคลานลึกเข้าไปอีกจนพบแผ่นกรองเก่าซึ่งเต็มไปด้วยตะกอน เขาถอดมันออกด้วยมือ เปลี่ยนแผ่นใหม่ และปิดวาล์วกลับตามคำสั่ง เมื่อคลานออกมา ร่างของเขาเปียกโชก เต็มไปด้วยโคลนสีดำและกลิ่นรุนแรงจนเจ้าหน้าที่ติดตามต้องถอยห่าง พิมพ์ชนกรีบเข้ามา แต่หยุดก่อนแตะตัวเพราะกลิ่น

ธันวาเลิกคิ้ว

"เมื่อเช้ายังบอกว่าจะอยู่ข้างข้า"

พิมพ์ชนกยกมือปิดจมูก

"ข้าอยู่ข้างนายได้ แต่ตอนนี้ขอยืนห่างสองก้าว"

โกเมนหัวเราะเป็นครั้งแรก

"อย่างน้อยเจ้าก็ไม่หนีงาน"

ธันวาถอดหน้ากาก

"มีอะไรอีก"

โกเมนชี้ไปยังท่อหลายเส้น

"อีกห้าจุด"

พิมพ์ชนกมองเขาอย่างไม่เชื่อ

"วันนี้พอแล้ว"

โกเมนตอบ

"น้ำของคนสามเขตไหลอ่อน ถ้าไม่ซ่อม เด็กกับคนป่วยจะไม่มีน้ำใช้คืนนี้"

ธันวาหยิบแผ่นกรองใหม่ขึ้นมา

"ไปกันเถอะ"

ข่าวว่าธันวายอมลงไปซ่อมระบบน้ำแพร่ไปทั่วเมืองเร็วกว่าที่เขาคิด ตอนแรกคนจำนวนมากเชื่อว่าเป็นการแสดงเพื่อให้สภายอมรับ บางคนเดินมาดูด้วยตนเอง บางคนยืนบนสะพานชั้นล่างและมองเขาเข็นถังของเสียผ่านไป เด็กกลุ่มหนึ่งตามหลังพร้อมล้อเลียนว่า ราชันอสูรแห่งบ่อขยะ คนงานบางคนหัวเราะ แต่ธันวาไม่โกรธ เขายังยกมือไล่เด็กไม่ให้เข้าใกล้เขตอันตรายด้วยซ้ำ

วันที่สอง เขาตื่นก่อนเสียงประกาศและลงไปช่วยโกเมนโดยไม่ต้องเรียก วันที่สาม เขาเรียนรู้วิธีแยกของเสียอันตรายจากของที่นำกลับมาใช้ใหม่ วันที่สี่ เขาช่วยซ่อมท่อแตกในเขตพักพิงจนผู้ลี้ภัยมีน้ำอุ่นอาบเป็นครั้งแรก หลังงานเสร็จ เด็กชายกล้ายื่นผ้าสะอาดให้เขา พร้อมบอกว่าต้นเมล็ดพันธุ์ของอาเสือเริ่มงอกแล้ว

"พี่ธันวาไปดูหรือไม่"

"หลังเลิกงาน"

"พี่มีกลิ่นหรือไม่"

ธันวาก้มดมแขนตัวเอง

"วันนี้น้อยกว่าเมื่อวาน"

กล้าส่ายหน้า

"ยังมากอยู่"

คนงานรอบข้างหัวเราะพร้อมกัน ธันวาก็หัวเราะด้วย ไม่มีใครเรียกเขาว่าราชันอสูรในวินาทีนั้น เขาเป็นเพียงคนงานใหม่ซึ่งยังล้างกลิ่นจากเสื้อไม่หมด

ผู้คนในเมืองเริ่มเปลี่ยนท่าทีทีละน้อย หญิงชราที่เคยดึงหลานหนีเริ่มวางน้ำดื่มไว้ให้เขาข้างทาง ชายขายขนมปังยื่นก้อนที่เหลือจากตอนเช้าให้โดยไม่รับสิ่งแลกเปลี่ยน คนงานเขตน้ำเลิกหยุดพูดเมื่อเขาเดินผ่าน แม้บางคนยังกลัวและบางคนยังสาปแช่ง แต่ภาพของชายในนิมิตผู้ยืนเหนือซากโลกเริ่มซ้อนทับกับภาพชายหนุ่มซึ่งก้มหน้าล้างถังขยะจนมือแตก

วันที่ห้า ดารินทร์ยืนมองจากสะพานชั้นบน เธอเห็นธันวาช่วยคนงานชรายกท่อโดยไม่ใช้พลัง เห็นเขายอมให้เด็กหัวเราะใส่ และเห็นเจ้าหน้าที่ติดตามต้องเดินตามจนเหนื่อยกว่าเจ้าตัว ชายผู้เฝ้าประตูยืนอยู่ข้างเธอ

"เขากำลังสร้างภาพ"

ชายคนนั้นกล่าว

ดารินทร์ถาม

"เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ"

"คนที่รู้ว่ากำลังถูกประเมิน ย่อมแสดงด้านที่ดีที่สุด"

"จริง"

ดารินทร์มองธันวาซึ่งกำลังล้างโคลนออกจากพื้น

"แต่คนที่แสดงย่อมหยุดเมื่อไม่มีใครมอง"

ชายผู้เฝ้าประตูไม่ตอบ เพราะพวกเขาต่างรู้ว่าหลายคืนที่ผ่านมา ธันวายังช่วยโกเมนตรวจท่อหลังคนอื่นกลับไปหมดแล้ว เขาไม่รู้ว่ากล้องของเมืองบันทึกทุกอย่าง และไม่รู้ว่าดารินทร์ได้รับรายงานทั้งหมด

ในคืนวันที่ห้า ธันวากลับถึงสถานีเจ็ดด้วยร่างกายเหนื่อยล้า เขานั่งลงหน้าห้องพักและถอดรองเท้าบูตซึ่งเต็มไปด้วยคราบโคลน พิมพ์ชนกกลับมาจากฝ่ายข้อมูลพร้อมเอกสารจำนวนหนึ่ง กฤตภาสเพิ่งเสร็จการฝึกหน่วยรักษาการณ์ ส่วนมาลีถือเครื่องตรวจวงแหวนเข้ามาหา

"อาการเป็นอย่างไร"

มาลีถาม

"ปวดคอ ชาแขน และเหนื่อย"

"แก่นพยายามต่อต้านน้อยลง"

"เพราะข้าไม่มีแรงเหลือให้มันต่อต้าน"

กฤตภาสนั่งลงข้างเขา

"หน่วยรักษาการณ์พูดถึงนายทั้งวัน"

ธันวาถอนหายใจ

"พวกเขาอยากให้ข้าออกไปหรือ"

"ครึ่งหนึ่งยังอยาก อีกครึ่งหนึ่งพนันว่านายจะทนงานนี้ได้กี่วัน"

พิมพ์ชนกถาม

"นายพนันข้างไหน"

กฤตภาสยิ้ม

"ข้าพนันว่าโกเมนจะเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน"

ทุกคนหัวเราะเบา ๆ ธันวาพิงกำแพง มองแสงจากตลาดซึ่งยังไม่ดับ ผู้คนเดินผ่านไปมา บางคนยกมือทักเขา บางคนยังหลบสายตา แต่ไม่มีใครตะโกนขับไล่เหมือนวันแรก

ธันวาพูด

"เหลืออีกสองวัน"

พิมพ์ชนกนั่งลงข้างเขา

"กังวลเรื่องการตัดสินหรือ"

"ข้าไม่รู้"

"นายอยากอยู่หรือไม่"

คำถามนั้นทำให้ธันวาเงียบ เขามองมือของตนเองซึ่งเต็มไปด้วยรอยแตกจากงานหนัก มือนี้เคยดูดกลืนพลัง เคยเกือบฆ่าคน และถูกโลกกล่าวหาว่าจะทำลายอารยธรรม แต่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเพียงยกถัง เปลี่ยนแผ่นกรอง และซ่อมท่อน้ำให้คนที่ยังไม่เชื่อใจเขา

"ที่นี่มีคนเกลียดข้า"

เขากล่าว

พิมพ์ชนกตอบ

"ทุกที่ก็มี"

"มีคนกลัวข้า"

"ทุกที่ก็มีเช่นกัน"

"และข้ายังถูกล่ามคอเหมือนสัตว์"

พิมพ์ชนกมองวงแหวน

"เรื่องนั้นข้าไม่ชอบ"

ธันวายิ้มบาง

"แต่ที่นี่อย่างน้อย ข้าได้ทำสิ่งธรรมดา"

กฤตภาสมองเขา

"การขนของเสียทำให้เจ้ามีความสุขหรือ"

"ไม่"

ธันวาตอบ

"แต่มันทำให้ข้ารู้ว่าข้ายังทำอะไรได้มากกว่าหนีหรือฆ่า"

ไม่มีใครพูดต่ออยู่ครู่หนึ่ง เสียงน้ำไหลผ่านท่อที่ธันวาซ่อมดังอยู่หลังผนัง น้ำสายนั้นกำลังเดินทางขึ้นไปยังบ้านหลายร้อยหลัง ไปยังเด็ก คนแก่ และผู้ป่วยซึ่งอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนแก้ระบบให้กลับมาทำงาน

ในวันเดียวกัน ข่าวจากโลกภายนอกแพร่ผ่านช่องสัญญาณลับ รัฐบาลหลายประเทศประกาศว่านครไร้ธงเป็นฐานบัญชาการของราชันอสูร รายงานกล่าวว่าธันวากำลังรวบรวมผู้มีพลังผิดกฎหมายเพื่อสร้างกองทัพ และดารินทร์ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้พิพากษาทรยศซึ่งมอบเมืองให้เขา ภาพจำลองจากสื่อภายนอกแสดงธันวานั่งบนบัลลังก์เหนือกองกำลังนับพัน ทั้งที่ความจริงในเวลานั้น เขากำลังใช้แปรงขัดคราบตะกอนออกจากรองเท้าบูตอยู่หน้าห้องพัก

ผู้คนในเมืองเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างคำโกหกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาอาจยังไม่เชื่อว่าธันวาเป็นผู้บริสุทธิ์ อาจยังไม่ลืมนิมิต และอาจยังกลัววันที่พลังของเขาหลุดจากการควบคุม แต่ทุกครั้งที่เปิดก๊อกแล้วมีน้ำไหล ทุกครั้งที่รถของเสียถูกนำออกตรงเวลา และทุกครั้งที่เห็นชายหนุ่มผู้ถูกโลกเรียกว่าราชันอสูรก้มหน้าทำงานเหมือนคนธรรมดา รอยร้าวเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นในความเชื่อที่โลกภายนอกยัดเยียดให้พวกเขา

ธันวายังไม่รู้ว่าเมื่อครบเจ็ดวัน สภาจะให้เขาอยู่ต่อหรือไม่ แต่ในเมืองที่ไม่ลงโทษใครจากสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ เขากำลังใช้การกระทำเล็กที่สุดพิสูจน์สิ่งหนึ่งต่อผู้คนรอบตัว

ก่อนจะถูกเรียกว่าราชันอสูร เขายังเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

และมนุษย์คนนั้นกำลังพยายามสร้างที่ของตนเองขึ้นมาด้วยสองมือที่เปื้อนโคลน.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status