เข้าสู่ระบบตอนที่ 73 ผู้ทรยศตัวจริง
เสียงนับถอยหลังยังคงดังอยู่ภายในฐานทดลองใต้ดิน
สี่นาที
ระบบทำลายตัวเองกำลังทำงาน
ไฟสีแดงกระพริบทั่วห้องทดลอง เสียงไซเรนดังสะท้อนผ่านทางเดินยาว ข้อมูลบนหน้าจอหายไปทีละส่วน รายชื่อเด็กทดลอง แผนการสร้างกองทัพ และหลักฐานทั้งหมดของสถาบันอรุณกำลังถูกลบ
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การทำลายข้อมูล
มันคือกองทัพเกราะดำที่กำลังเคลื่อนเข้ามา
ทหารหลายสิบคนเดินออกมาจากห้องเก็บรักษา พวกมันเคลื่อนไหวเหมือนมนุษย์ แต่ไม่มีความรู้สึก ไม่มีเสียงพูด ไม่มีความลังเล
พวกมันถูกสร้างมาเพื่อคำสั่งเดียว
ปกป้องโครงการราชันอสูร
ธันวายืนอยู่ด้านหน้า
แสงสีดำจากแก่นอนันต์ไหลออกมารอบตัว แต่เขาไม่ได้สูญเสียการควบคุมเหมือนที่ผ่านมา
ครั้งนี้เขารู้แล้วว่าอะไรอยู่ตรงหน้า
ไม่ใช่ศัตรูที่เกิดขึ้นเอง
แต่เป็นผลลัพธ์จากการทดลองของมนุษย์
กฤตภาสยกอาวุธขึ้น
"เรามีเวลาไม่ถึงสี่นาที"
เขากล่าว
"ถ้าจะสู้ ต้องรีบ"
ขุนเขาก้าวออกมา ร่างกายเริ่มปกคลุมด้วยเกราะหิน
"ข้าจะเปิดทาง"
รินรดายืนข้างธันวา
"ข้าจะช่วย"
ธันวาหันไปมอง
"เจ้าไม่จำเป็นต้องเสี่ยง"
รินรดาตอบทันที
"น้องชายข้าอยู่ที่นี่"
เธอมองทหารเกราะดำ
"ถ้าสิ่งเหล่านี้ถูกสร้างจากความทุกข์ของคนอย่างเขา ข้าจะไม่ปล่อยให้มันถูกใช้ต่อไป"
ทหารตัวแรกพุ่งเข้ามา
ความเร็วของมันสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า
ขุนเขาเป็นคนรับการโจมตี
หมัดของทหารเกราะดำกระแทกเข้ากับเกราะหินจนพื้นแตกร้าว
ขุนเขาถอยหลังหลายก้าว
"แรงกว่าที่คิด"
กฤตภาสยิงเข้าใส่จุดเชื่อมต่อของเกราะ
แต่กระสุนแทบไม่สร้างความเสียหาย
"เกราะมันรับพลังงานได้"
เขากล่าว
ธันวาก้าวเข้าไป
เขาไม่ได้ใช้พลังเต็มที่
เพียงแค่ปล่อยแรงกดดันจากแก่นอนันต์
ทหารเกราะดำหยุดชั่วขณะ
เหมือนระบบของมันกำลังสับสน
"ต้นแบบ"
เสียงจากระบบดังขึ้น
"ตรวจพบ"
"ยืนยันคำสั่ง"
"ปกป้องต้นแบบ"
ทุกคนหยุด
กฤตภาสมองธันวา
"มันไม่ได้โจมตีเจ้า"
ธันวาก็แปลกใจ
เพราะพวกมันไม่ได้มองเขาเป็นศัตรู
แต่เป็นสิ่งที่ต้องปกป้อง
ก่อนที่ใครจะเข้าใจ เสียงระเบิดดังจากด้านหลัง
ประตูอีกด้านเปิดออก
ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากเงามืด
ภาคย์
ทุกคนหันไปทันที
กฤตภาสยกอาวุธ
"ภาคย์"
ช่างเทคนิคที่หายตัวไปยกมือขึ้น
"ถ้าจะยิง ข้าอยากให้ฟังข้าก่อน"
ธันวาจ้องเขา
"เจ้ายังมีชีวิต"
ภาคย์หัวเราะเบา ๆ
"นั่นเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย"
กฤตภาสตอบ
"ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะอธิบายอย่างไร"
ภาคย์เดินเข้ามา พร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่อในมือ
"ข้าไม่ได้ทรยศ"
เขาพูด
"ข้ารู้"
ทุกคนเงียบ
ภาคย์มองธันวา
"มีคนพยายามใส่ร้ายข้า"
กฤตภาสขมวดคิ้ว
"แล้วทำไมต้องหนี"
"เพราะถ้าข้าอยู่ในห้องขัง"
ภาคย์ตอบ
"คนที่ใส่ร้ายข้าจะหยุดเคลื่อนไหว"
เขามองทุกคน
"ข้าต้องทำให้เขาคิดว่าแผนสำเร็จ"
รินรดาถาม
"เจ้าตามหาใคร"
ภาคย์หันไป
"คนที่วางเครื่องส่งสัญญาณ"
เขาเปิดข้อมูล
ภาพจากระบบรักษาความปลอดภัยปรากฏ
ไม่ใช่ภาพภาคย์
แต่เป็นชายอีกคน
ชายในชุดสมาชิกสภาเมือง
ทุกคนเงียบ
ดารินทร์ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ทุกคนจำเขาได้
วายุ
สมาชิกสภาเมือง
หนึ่งในคนที่เคยเรียกร้องให้ส่งตัวธันวาออกไป
กฤตภาสมองภาพ
"เป็นไปไม่ได้"
ภาคย์พูด
"เขาเข้าถึงระบบประตูระดับสูง"
ธันวานิ่ง
เขาจำวายุได้
ชายที่เคยพูดว่าชีวิตของคนหลายหมื่นสำคัญกว่าชีวิตเขา
ชายที่ไม่ได้แสดงความเกลียดชัง
แต่แสดงความเชื่อ
ความเชื่อว่าการกำจัดธันวาคือสิ่งถูกต้อง
"ทำไม"
ธันวาถามเบา ๆ
ภาคย์ถอนหายใจ
"เพราะเขาเชื่อว่าเขากำลังช่วยโลก"
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบ
ภาคย์เปิดข้อมูลเพิ่มเติม
ประวัติของวายุปรากฏ
เขาเคยเป็นพลเมืองธรรมดา
มีครอบครัว
มีลูก
แต่ในวันที่โลกเห็นนิมิต
เขาเห็นภาพอนาคต
ภาพเมืองล่มสลาย
ภาพผู้คนตาย
และตรงกลางภาพ
คือธันวา
ภาคย์พูด
"ครอบครัวของเขาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนิมิต"
รินรดาถาม
"หลังจากนิมิต"
"ใช่"
ภาคย์ตอบ
"คนจำนวนมากไม่ได้ตายเพราะราชันอสูร"
เขามองทุกคน
"แต่ตายเพราะความกลัวที่เกิดจากภาพนั้น"
ธันวาเงียบ
เพราะนี่คือสิ่งที่เขากลัวที่สุด
นิมิตไม่ได้เพียงสร้างศัตรู
มันสร้างเหตุผลให้คนทำสิ่งที่โหดร้าย
ภาคย์เปิดข้อมูลสุดท้าย
"วายุส่งตำแหน่งเมืองไปแล้ว"
ทุกคนหยุด
กฤตภาสถาม
"เมื่อไร"
"ก่อนที่ข้าจะจับเขาได้"
ภาคย์ตอบ
"ข้อมูลถูกส่งไปยังศูนย์บัญชาการโลก"
เสียงนับถอยหลังดังขึ้น
หนึ่งนาที
"กองกำลังจะมาถึงเมื่อไร"
ธันวาถาม
ภาคย์มองเวลา
"สิบสองชั่วโมง"
ไม่มีใครพูด
สิบสองชั่วโมง
สำหรับเมืองที่ถูกค้นพบ
สำหรับศัตรูที่กำลังเตรียมโจมตี
สำหรับคนที่ยังไม่พร้อม
กฤตภาสกำหมัด
"เราต้องหยุดวายุ"
ภาคย์ส่ายหน้า
"ไม่ทัน"
เขาชี้ไปยังข้อมูล
"เขาไม่ได้อยู่ในเมืองแล้ว"
ทุกคนเงียบ
"เขาออกไปก่อนที่พวกเราจะลงมา"
รินรดาถาม
"หนีไปกับกองกำลังภายนอก"
"ไม่"
ภาคย์ตอบ
"เขาอยู่ที่นี่"
ทุกคนหันไป
ภาคย์เปิดภาพสุดท้าย
ตำแหน่งสัญญาณของวายุ
อยู่ภายในนครไร้ธง
ธันวาเข้าใจทันที
"เขาไม่ได้หนี"
เขาพูด
"เขากำลังรอ"
ภาคย์พยักหน้า
"เขาต้องการเห็นเจ้าถูกจับ"
กฤตภาสมองข้อมูล
"หรือเห็นเมืองถูกทำลาย"
ความเงียบเกิดขึ้น
จากนั้นเสียงระบบดังขึ้น
ข้อมูลคัดลอกสำเร็จ
มาลีพูดผ่านเครื่องสื่อสาร
"ข้าได้ข้อมูลแล้ว"
ทุกคนถอนหายใจเล็กน้อย
แต่ไม่มีใครรู้สึกโล่งใจ
เพราะตอนนี้พวกเขาได้ความจริง
แต่ต้องแลกกับเวลา
และศัตรูรู้ตำแหน่งของพวกเขาแล้ว
ระบบทำลายตัวเองใกล้ถึงจุดสุดท้าย
ธันวาหันไปมองกองทัพเกราะดำ
"พาพวกมันออกไป"
ภาคย์มองเขา
"หมายถึง"
ธันวาพูด
"ถ้าพวกมันถูกสร้างเพื่อเป็นกองทัพของราชันอสูร"
เขามองชุดเกราะ
"ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกมันเป็นของใคร"
แก่นอนันต์ตอบสนอง
ทหารเกราะดำทั้งหมดหยุด
จากนั้นคุกเข่าลง
ทุกคนตกตะลึง
ธันวาไม่ได้สั่ง
เขาไม่ได้บังคับ
แต่พวกมันรับรู้บางอย่าง
บางสิ่งที่อยู่ลึกกว่าโปรแกรม
ต้นแบบ
เจ้าของแก่น
หรือบางที
ผู้ที่พวกมันรอคอย
เสียงระเบิดเริ่มดังจากทั่วฐาน
กฤตภาสตะโกน
"ต้องออกเดี๋ยวนี้"
ทีมทั้งหมดรีบเคลื่อนตัว
ภาคย์นำทางผ่านเส้นทางลับ
ก่อนออกจากฐาน ธันวาหันกลับไปมองสถานที่แห่งนี้
สถานที่ที่สร้างชีวิตเขา
สถานที่ที่สร้างความกลัวของโลก
สถานที่ที่สร้างกองทัพซึ่งทุกคนเชื่อว่าเป็นของเขา
แต่วันนี้เขารู้แล้ว
ราชันอสูรไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวเขา
มันคือสิ่งที่คนบางกลุ่มพยายามสร้าง
และตอนนี้
พวกเขากำลังใกล้ทำสำเร็จ
เมื่อทีมกลับขึ้นมาถึงนครไร้ธง
ข่าวร้ายก็รออยู่
ดารินทร์ยืนอยู่หน้าศูนย์บัญชาการ
ใบหน้าของเธอเคร่งเครียด
"เรามีปัญหาใหญ่"
ธันวาถาม
"วายุอยู่ที่ไหน"
ดารินทร์มองเขา
"เขาไม่ได้อยู่คนเดียว"
ทุกคนเงียบ
"เขาพาผู้สนับสนุนออกมา"
เธอพูด
"คนจำนวนมากในเมืองเชื่อว่าเจ้าคือภัยพิบัติ"
เสียงระฆังเตือนภัยดังขึ้น
นครไร้ธงกำลังเข้าสู่ภาวะสงคราม
สิบสองชั่วโมงก่อนกองกำลังโลกมาถึง
และภายในเมืองที่ควรเป็นบ้านของพวกเขา
ศัตรูตัวจริงกำลังยืนอยู่ท่ามกลางประชาชน
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







