로그인๑
รับงาน
นาเดียคือหนึ่งในนักศึกษาสาวกลุ่มนั้น กิ่งเทียนเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังล้างมือหลังจากออกมาจากห้องน้ำหญิงภายในคณะ
หญิงสาวสังเกตคนข้างๆ ตนด้วยความสนใจ นาเดียสวย น่ารักเซ็กซี่ใครเห็นก็ชอบ คิดแบบนั้นแล้วหันมามองตัวเองในกระจก ต่างจากหล่อนโดยสิ้นเชิง
“พี่ชื่อนาเดียใช่ไหมคะ” กิ่งเทียนเอ่ยถามเมื่อนาเดียกำลังจะก้าวออกจากห้องน้ำ ฝ่ายนั้นทำท่าชะงักแล้วเลิกคิ้วสวยขึ้นอย่างแปลกใจ
“ใช่ เธอรู้จักฉันเหรอ”
กิ่งเทียนยิ้มน้อยๆ
“ฉันมีเรื่องอยากถามพี่น่ะ”
นาเดียหรี่ตามอง หล่อนไม่ได้รู้จักคนตรงหน้ามาก่อน อาจเคยเห็นอยู่บ้างเพราะเรียนคณะเดียวกัน หล่อนอยู่ปีสี่ ส่วนเด็กคนนี้อยู่ปีสอง
จากนั้นเป็นต้นมา กิ่งเทียนก็ติดต่อกับนาเดียเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครรู้แม้แต่เพื่อนสนิท
“เทียนต้องการใช้เงินค่ะ ใช้เงินมากด้วย ป้าของเทียนป่วยหนัก ต้องใช้เงินเยอะ” หญิงสาวเล่าทุกอย่างที่จำเป็นให้คนตรงหน้าฟังในวันหนึ่ง
นาเดียยอมคุยกับเด็กสาวตรงหน้าเพราะดวงตาเศร้าสร้อยแต่ก็แฝงความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวทำให้ดูน่าสนใจไม่น้อย
ทั้งสองนั่งอยู่ในร้านกาแฟ เลือกมุมปลอดคนเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกยิ่งขึ้น
“น่าเห็นใจจริง เธออยากได้แบบไหนล่ะ เจ้ามือเลี้ยงไปนานๆ แบบผูกปิ่นโต มีเงินเดือนให้ หรือหรือแค่ครั้งคราว”
คำถามนั้นทำให้หญิงสาวคิดคำตอบได้ไม่ยากเลย
“ครั้งคราวค่ะ”
นาเดียพยักหน้า ริมฝีปากสีสดแย้มเล็กน้อย ดวงตาพราวกระจ่างวูบวาบ
“เคยมีแฟนมาก่อนไหม หมายถึงเคยผ่านเรื่องอย่างว่ามามั่งหรือเปล่า”
ผิวแก้มของคนถูกถามร้อนวูบวาบขึ้น แต่สีหน้ากลับเรียบเฉย ริมฝีปากถูกขบเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้า
นักศึกษารุ่นพี่ยิ้มน้อยๆ ดวงตาเป็นประกายขึ้นราวกับเจอขุมทรัพย์ กับบางคนไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับสาวใสไร้เดียงสา เพราะกลัวเจอปัญหายุ่งยาก แต่บางคนยิ่งซิงยิ่งแพง เช่นพวกเสี่ยกระเป๋าหนัก
“ตกลง พี่จะลองดูๆ ให้แล้วกัน ถ้าเจอคนกระเป๋าหนักจะติดต่อให้”
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ขณะที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด หญิงสาวได้รับข้อความจากนาเดีย
‘เทียน พี่มีงานส่งต่อให้เธอ ตอนแรกตั้งใจจะเฟ้นหาที่ดีกว่านี้ แต่เธอบอกว่าต้องการเงินเร่งด่วน พอดีคนนี้ติดต่อมาก่อน พี่เลยคิดถึงเทียน อาจไม่ค่อยถูกใจเทียนเท่าไรเพราะเขาไม่ใช่คนหล่อ แต่เป็นคนมีอารมณ์ขัน สาวๆ กลุ่มพี่ชอบกันทั้งนั้น ที่สำคัญให้เงินดี ยิ่งถ้าถูกใจจะทิปหนักเลยแหละ สนใจไหม’
กิ่งเทียนใจเต้นรัว ริมฝีปากบอบบางขบเม้ม สองจิตสองใจอย่างบอกไม่ถูก หล่อนไม่กลัวอะไรเท่ากับกลัวว่าตัวเองจะวิ่งหนีกลางคันนี่น่ะสิ ทว่าเมื่อคิดถึงป้าหญิงสาวก็ตัดความกลัวทั้งหลายแล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันที
‘เขาให้เท่าไร’
เมื่อได้ยินราคาค่าตัวหญิงสาวก็อึ้ง ไม่ใช่ว่ามากจนตกใจ ทว่ามันน้อยเกินไปต่างหาก ก็ไหนว่ารวยมากไง
‘ขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหมคะ’
หญิงสาวรอคำตอบสักพักใหญ่ จึงได้คำตอบที่น่าพอใจ
สองวันต่อมา หนุ่มใหญ่ที่นาเดียติดต่อให้นั้นกิ่งเทียนกำลังนั่งคุยธุระอยู่กับรุ่นน้องซึ่งคบหากันมานาน แม้เขาจะหัวล้านนิดๆ พุงพลุ้ยหน่อยๆ แต่กลับคารมดีมีสาวน้อยสาวใหญ่แย่งกันเอาใจไม่ซ้ำหน้า เฟื่อนฝูงทุกคนรู้ว่ากรณ์เลี้ยงเด็กเอาไว้เกินครึ่งโหล
“ตายห่า”
จู่ๆ กรณ์ก็ร้องออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวลชัดเจน ทำให้หนุ่มหล่อตาเรียวคิ้วเข้มต้องมองรุ่นพี่ด้วยสายตากังขา
“อะไรวะพี่”
“ลูกกูไม่สบายว่ะ แม่มันก็เพิ่งเดินทางไปนอกเมื่อเช้านี้เอง”
เนื่องจากกรณ์หย่าร้างกับอดีตภรรยามาได้ปีเศษ ทำให้เขากับฝ่ายนั้นตกลงกันว่าจะแบ่งลูกกันเลี้ยง ช่วงนี้เป็นช่วงที่อดีตภรรยาต้องเดินทางไปทำงาน จึงเอาลูกมาให้เขาดูแลแทน
“เออ งั้นพี่ก็ไปเหอะ เอาไว้เราค่อยมาคุยกันใหม่” เขาบอกอย่างไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่กับงานที่คุยค้างกันไว้ เพราะเรื่องของครอบครัวย่อมมาก่อน
“ขอบใจ” กรณ์บอก แต่คิ้วจางของอีกฝ่ายยังคงมุ่นเข้าหากัน เขาพิมพ์อะไรสักพักก่อนหันมามองหน้าเพื่อนรุ่นน้องด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“เฮ้ยบูม”
“ครับ” บุรินทร์เงยหน้ามองคนเรียก
“กูมีเด็กใหม่ว่ะ เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ เอาปะ”
บุรินทร์ที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามาเกือบสองเดือนเพราะต้องลุยโปรเจกต์ใหญ่เกี่ยวกับบริษัทใหม่ที่เขาร่วมทุนกับหุ้นส่วนอีกสองคนถึงกับยิ้ม
“เด็กใหม่...”
สีหน้าแฝงคำถามของเพื่อนรุ่นน้องเรียกรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจากกรณ์
“เออ น้องที่กูติดต่อไว้ป่วย ทางโน้นเลยส่งคนใหม่มาแทน ไอ้ห่า เห็นหน้าแล้วกูซู่ซ่า แต่ลูกกูดันมาป่วยซะได้ มึงสนไหม ถ้าไม่สนกูจะได้แคนเซิลน้องมันไป แม่งโคตรเสียดาย นี่ถ้าไม่ใช่มึงกูไม่ถามนะเว้ย”
ปกติเขาไม่ค่อยชอบแชร์ผู้หญิงกับเพื่อนนัก แต่พออีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาเขาก็รู้สึกว่าห่างเรื่องอย่างว่ามานานจริงๆ ที่สำคัญ ไอ้พี่กรณ์มันบอกว่าคนนี้ยังไม่เคยลอง เขาเลยนึกสนใจขึ้นมา
“ลองดูก็ได้”
เสียงคลื่นดังซัดซ่า ปลุกคนที่นอนหลับรวดเดียวจนถึงเช้าให้ตื่นขึ้นมา กิ่งเทียนมองหาสามีหมาดๆ ที่นอนเคียงกายมาตลอดคืนไม่เจอ จึงผุดนั่งอยู่อย่างนั้นพร้อมกับมองออกไปนอกกระจกที่ปรากฏภาพน้ำทะเลสีเขียวสดอยู่ไม่ไกล จึงยิ้มออกมาบางๆ ด้วยความรู้สึกสุขใจเหลือเกิน “ตื่นแล้วเหรอ” คนที่ออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดเสื้อคลุมสีขาวสะอาดเอ่ยถาม ภรรยาคนสวยที่หัวฟูนิดหน่อยหันหน้าเบลอๆ มายิ้มหวานให้สามี“เพิ่งตื่นค่ะ กี่โมงแล้วคะ”“แปดโมงครึ่ง”พอเขาบอกแบบนั้นอาการงัวเงียก็หายเป็นปลิดทิ้ง หญิงสาวปัดผ้าห่มจนพ้นทางแล้วลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว“ตายแล้ว สายโด่ง ป่านนี้คุณพ่อคุณพ่อแม่รอแย่แล้วนะคะ” ร่างเล็กที่สวมเสื้อยืดของเขาเพียงตัวเดียววิ่งปรู๊ดตรงไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบเอาเสื้อคลุมแล้ววิ่งตรงไปยังห้องน้ำ“ไม่ต้องรีบก็ได้ พ่อกับแม่รู้น่าว่าวันนี้เราต้องตื่นสายอยู่แล้ว”คำพูดของเขาทำเอาหญิงสาวแก้มแดงเรื่อ ขว้างค้อนไปทีหนึ่งก่อนจะหายลับเข้าไปในห้องน้ำ แต่ยังทันได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆ ของสามีดังไล่หลังหญิงสาวมองคนในกระจกแล้วยิ้มเขิน เมื่อเช้ามืดหล่อนหลับของหล่อนอยู่ดีๆ ก็มีคนมือไม่อยู่สุขทำหล่อนตื่นขึ้นมา จากนั้นก็ไม่ไ
บทส่งท้ายคลื่นลมที่พัดเข้าหาฝั่งแม้ร้อนอบอ้าวเป็นพักๆ ทว่าคนที่เป็นเจ้าสาวกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายเมื่อมองสถานที่ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อหล่อนและคนรักห้าปีที่กิ่งเทียนและบุรินทร์คบหากันมา ตอนนั้นเขาเพิ่งจะแค่สามสิบสอง ตอนนี้ปาไปสามสิบหกส่วนหล่อนเพียงแค่ยี่สิบห้าเท่านั้น แต่ถ้าหากไม่ยอมแต่งหล่อนคงต้องท้องป่องก่อนแน่ๆ“เจ้าสาวพร้อมหรือยังจ๊ะ” วันนี้มะปรางในฐานะเพื่อนเจ้าสาวสวมเดรสสีชมพู แต่งหน้าอ่อนๆ เดินเข้ามาหาเพื่อนรักที่อยู่ในชุดราตรีสีขาวกึ่งหรูกึ่งเรียบง่าย แต่งดงามราวเทพธิดาก็ไม่ปานหญิงสาวหันมาทางเพื่อนแล้วยิ้มกว้าง มะปรางเองตอนที่ได้เห็นกิ่งเทียนครั้งแรกยังแทบไม่เชื่อสายตาว่าเพื่อนของหล่อนจะงดงามหยดย้อยปานนี้ ถ้าบุรินทร์มาเห็นจะต้องมองตาค้างแน่ๆ“นี่เพื่อนฉันหรือว่านางฟ้า”กิ่งเทียนหัวเราะคิก“วันนี้แกก็สวยเหมือนกัน”มะปรางหัวเราะขันเมื่อเห็นเพื่อนเขินจนหน้าแดง“เตรียมตัวล่ะ ตอนนี้แขกเริ่มมากันเยอะแล้ว อีกสักพักคุณบูมคงจะเข้ามารับแก”เนื่องจากไฮไลต์ของงานอยู่ที่งานเลี้ยงฉลองช่วงเย็น แขกเหรื่อจึงตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างกระตือรือร้นในครั้งที่เพื่อนร่วมงาน
บุรินทร์พาหญิงสาวออกมาจากบ้าน กิ่งเทียนนั่งเงียบมาตลอดทาง หล่อนมองออกไปข้างนอกคล้ายจมอยู่ในภวังค์ กระทั่งมาถึงเพนต์เฮาส์จึงรู้ตัวตอนที่เขาสะกิด“ถึงแล้ว”หญิงสาวยิ้มให้ชายหนุ่มแล้วลงจากรถ เงียบมาจนถึงห้อง“คิดอะไรอยู่” เขาเอ่ยถามเมื่อหญิงสาวเดินมานั่งลงข้างๆ พร้อมกับน้ำสองแก้ว“คิดถึงเรื่องของพ่อกับน้องๆ ค่ะ”หญิงสาวหันมองเขาเต็มตาพลางเอ่ยถามความเห็น“คุณคิดว่ายังไง นอกจากดูแลค่าใช้จ่ายของพ่อแล้ว เทียนอยากจะดูแลค่าใช้จ่ายของน้องๆ ด้วย”ชายหนุ่มลูบผมของหญิงสาว แล้วสอดมือเข้าไปลูบไล้ต้นคอระหงก่อนรั้งหล่อนเข้ามากอดเอาไว้ เขารู้ว่ากิ่งเทียนกำลังยืนอยู่บนทางแยก ทางหนึ่งรับภาระกลับมาไว้บนบ่าบอบบางของหล่อนอีกครั้ง อีกทางคือสละเรือแล้วเร้นกายหนีมาอยู่กับเขาเพียงสองคน ไม่กลับไม่สนใจอะไรอีกนี่คือสิ่งที่กิ่งเทียนกำลังสับสน และตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาอย่างไรดีกับคนที่ไม่เคยเห็นหล่อนอยู่ในสายตา มิหนำซ้ำยังเคยทำร้ายจิตใจกันเรื่อยมา หากจะเลือกหนทางที่สอง เขาก็ไม่คิดว่าหญิงสาวจะทำได้ลง ดังนั้นชายหนุ่มจึงคิดว่าคนในอ้อมแขนของเขากำลังเอนเอียงไปยังหนทางแรกมากกว่า“ช่วยน่ะช่วยได้ ให้เปล่าๆ เลยยังได้ แต่สุด
หลายเดือนที่ผ่านมาทุกอย่างดูเหมือนเป็นใจให้คู่รักอย่างบุรินทร์และกิ่งเทียนประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่เลือกเดิน แต่แล้ววันหนึ่งความราบรื่นกลับต้องสะดุดลงเมื่อจู่ๆ กชพรที่เดินอย่างไร้จุดหมายอยู่ในห้างสรรพสินค้าเหลือบเห็นหนุ่มสาวหน้าคุ้นยืนแนบชิดกันในแผนกขายเสื้อผ้าบุรุษ นั่นใช่พี่สาวที่หายหน้าหายตาไปตั้งแต่ถูกบิดาตัดขาดใช่หรือไม่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้อีกนิดก็ต้องหยุดนิ่งเพราะคนที่ถูกชายหนุ่มร่างสูงโอบกอดเอาไว้หลวมๆ นั้นคือพี่สาวของหล่อนเอง ส่วนผู้ชายก็คือคนที่อยู่กับกิ่งเทียนตลอดงานศพของนางอำภา“พี่เทียน”เสียงทักจากด้านหลังทำให้บุรินทร์และกิ่งเทียนหันไปมอง หญิงสาวสบตาคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจแกมยินดีที่ได้พบกัน“กช สบายดีเหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามน้องสาว ฝ่ายนั้นมองผู้ชายตรงหน้าที่กำลังมองตรงมายังหล่อนเช่นกัน ก่อนจะสบตาพี่สาวแล้วยิ้มให้“สบายดีค่ะ แต่ว่า”การเงียบลงไปของกชพรทำให้กิ่งเทียนรู้สึกถึงความผิดปกติ“มีอะไรหรือเปล่า”กชพรขยับปากคล้ายจะบอก แต่ทุกครั้งที่คิดจะบอก คำประกาศตัดขาดความเป็นพ่อลูกกลายเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้หล่อนเอ่ยเรื่องนี้แกคนตรงหน้าทุกคราไป ไหนจะคำพูดเฉียบขาดของชายตรงหน้าที่เคย
๒๗คนโปรดของบุรินทร์หนึ่งอาทิตย์ต่อมา กิ่งเทียนวางสายด้วยดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า ดีใจจนอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ หญิงสาววิ่งออกไปหาคนสำคัญที่นั่งทำงานอยู่อีกห้องหนึ่ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก“เข้ามาสิ”กิ่งเทียนยิ้มกระมิดกระเมี้ยนเข้าไปหาเขา ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นคำถามเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นอาการดีใจบนสีหน้าและแววตาแม้เจ้าตัวจะพยายามเก็บงำก็ตาม“มีอะไรเหรอ...”คนที่ยืนเอามือไพล่หลังยิ้มกว้างขึ้นขณะสบตาคมที่มองด้วยแววตาสงสัย“ทายหน่อย”ชายหนุ่มแสร้งทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหรี่ตามองตรงมายังหญิงสาว“ท่าทางดีใจแบบนี้ ฉันว่า” เขายื่นหน้าเข้าไปหาคนที่พยายามเก็บซ่อนความดีใจ จ้องนิ่งเข้าไปในดวงตาสุกใสระยิบระยับ “ได้งานทำแล้วใช่ไหม”รอยยิ้มงามผลิกว้างขึ้นไปอีกระดับพร้อมเสียงใสที่ร้องตะโกนออกมา“ใช่แล้วค่ะ! บริษัทรับฉันเข้าทำงานแล้ว” พูดจบร่างบางก็โถมเข้าไปกอดคนตัวโตที่นั่งบนเก้าอี้ด้วยความดีใจสุดขีด ชายหนุ่มอ้าแขนรับร่างนุ่มเข้าไปกอดพร้อมกับหัวเราะออกมาด้วยความยินดีไปกับหล่อน“ดีใจด้วย ฉันบอกแล้วว่าเธอต้องทำได้ เก่งมาก” บุรินทร์ยิ้มให้กับสาวน้อยของเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคอยดูแลหล่อนไม่ว่าจะเรื่องกินอยู่ไปจนถึ
หัวใจดวงน้อยกระตุกโลด ราวกับโลกใบน้อยของกิ่งเทียนถูกเขย่า เมื่อจู่ๆ เขาก็บอกรัก ทั้งที่หล่อนไม่คาดหวังว่าจะได้ยินในเร็วๆ นี้ด้วยซ้ำไป ดวงตาที่มองเขาสั่นไหว ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ“เธอรักฉันไหม”หัวใจของหญิงสาวกราวรูดลงแทบเท้าอีกหน ก่อนจะค่อยๆ กระเสือกระสนขึ้นมาอยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่ด้วยอาการไม่ปกตินัก“ฉัน”ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาของเขายังจับนิ่งที่ริมฝีปากสีหวาน แววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจอย่างที่กิ่งเทียนไม่เคยได้รับจากผู้ชายคนไหนมาก่อน ทุกการกระทำได้พิสูจน์ตัวตนของบุรินทร์ เขาเป็นทั้งเพื่อน พี่ คู่นอนและตอนนี้เขาก็กำลังเป็นคนรักของหล่อน คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้วดวงตาคู่งามกระจ่างขึ้นในวินาทีต่อมา ราวกับผู้ที่บรรลุในธรรมก็ไม่ปาน“รักค่ะ”รอยยิ้มกว้างขวางปรากฏบนดวงหน้าคม นัยน์ตาเรียวทอประกายสุกใสแจ่มจ้า“ถ้างั้นเราจะเข้าไปเผชิญหน้ากับทุกคนที่อยู่ในบ้านพร้อมกัน”หญิงสาวน้ำตาคลอ ไม่มีใครเข้าใจหล่อนมากเท่าผู้ชายตรงหน้าอีกแล้ว ในวันที่หล่อนไม่เหลือใคร กลับมีเขายืนเคียงข้างไม่เคยทอดทิ้ง เมื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้บางส่วนหญิงสาวจึงก้าวลงจากรถ ก่อนหยุดมองความยิ่งใหญ่ข







