LOGIN“มันเป็นคนทำลายชีวิตฉัน มันเป็นคนที่ทำให้คนไข้ของฉันตาย! ได้ยินไหมคนโปรด..ลูกของเธอมันทำให้ฉันไม่อยากเป็นหมอ ซะใจเธอแล้วหรือยังที่เธอกับมันได้ทำร้ายชีวิตฉันพังลงไปหมดแล้ว!!”
View Moreรวมเรื่องสั้นสุดแซ่บ
นิยายเซตนี้ประกอบด้วย
1 ลุงคนสวนบ้านคุณหนู
2 แม่ลูกอ่อนกับลุงนิโกร
3 หลงลีลาชู้
4 ทุเรียนพูใหญ่
5 แผนลับจับคู่สวาท
6 ขย่มลำลุงหรั่งฝังมุก(คุณลุงลีลาร้าย)
7 แผนลับจับชู้
ลุ-ง-ค-น -ส -ว -น
บ้านคุณหนู
ผู้เขียน
กาสะลอง
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว*
ลุ-ง-ค-น -ส -ว -น
บ้านคุณหนู
อัมพวา
เดือนกันยายน พุทธศักราช 2565
สายตาคมกริบของลุงคนสวนวัยสี่สิบปีมีนามว่า ‘ลุงโทน’ จับจ้องมองเรือนร่างระหงของ ‘ชมจันทร์’ คุณหนูลูกสาวเจ้าของบ้านเดี่ยวสามชั้นหลังใหญ่มหึมาที่ตัวเองถูกจ้างให้มาตัดหญ้า
อันที่จริง…
ลุงโทนไม่ได้เป็นคนสวนที่ทำงานประจำอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่จะมาตัดหญ้าที่บ้านหลังนี้สัปดาห์ละครั้งและดูแลไม่ให้ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นรกตามสัญญาว่าจ้างระยะสั้นที่เสี่ย ‘พิชัย’ บิดาของชมจันทร์จ้างต่อมาจากบริษัทรับดูแลทำความสะอาดบ้านแห่งหนึ่ง
ลุงโทนมักจะแอบมองหญิงสาววัยสิบเก้าปีที่กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้าน อยู่ติดกับลำคลองอัมพวา รอบๆ บ้านโอบล้อมไว้ด้วยต้นไม้ร่มรื่นเขียวขจี
“สวัสดีครับคุณหนู… ”
ลุงโทนกล่าวทักทายสาวน้อยเมื่อเดินเข้ามาใกล้ บนบ่าบึกบึนสะพายเครื่องตัดหญ้า เพราะวันนี้ตั้งใจว่าจะมาตัดหญ้าที่ริมคลองหลังบ้าน โดยที่ไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อนว่าวันนี้คุณหนูชมจันทร์จะมานอนอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้
ช่างบังเอิญ…
“สวัสดีค่ะลุงโทนมาตัดหญ้าหรือคะ… ”
หญิงสาวละสายตาจากหน้าหนังสือที่กำลังอ่าน เหลียวหลังกลับมายังที่มาของเสียง
พลันสายตาปะทะเข้ากับร่างเรือนร่างสูงใหญ่กำยำไปด้วยมัดกล้ามของลุงโทนและแผงอกนูนแน่นไปด้วยมัดเนื้อ มีเส้นขนสีดำเป็นแพแผ่กระจายไปทั่วอกทั้งสองข้าง
ที่เห็นชัดก็เพราะว่าลุงโทนเปลือยอกไม่สวมเสื้อ ช่วงล่างสวมเอาไว้แค่เพียงกางเกงผ้าร่มขาสั้นบางๆ
“ครับผมกำลังจะมาตัดหญ้า… ”
ลุงโทนตอบ…
ตอนนั้นกางเกงขาสั้นของลุงโทนชื้นเหงื่อทำให้ผ้าบางแนบไปกับกึ่งกลางกายและต้นขากำยำ เน้นให้เห็นบางอย่างซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชายตุงแน่นเป็นลำยาวอยู่ใต้ร่มผ้า
สิ่งที่เห็น…
ยิ่งเขาห้าม น้ำตาเธอก็ไหลออกมาจนเขาโผล่เข้าไปกอดเธอ เพื่อปลอบใจพลางคิดว่าเขาทำอะไรผิดร้ายแรงต่อเธอหรือเปล่าพอคิดแบบนั้นเขาเองก็รู้สึกเจ็บหัวใจขึ้นมา เธอปาดน้ำตาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “หนูอยากมั่นใจในตัวพี่หมอกว่านี้อีกหน่อยได้ไหมคะ หนูแค่อยากลองสัมผัสกับความรักที่ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ ไม่ใช่การเริ่มต้นความที่รวบรัดเหมือนเมื่อก่อน” “แน่นอนค่ะ ขอแค่คนคนนั้นเป็นพี่ พี่ก็จะให้หนูได้สัมผัสความรักเต็มที่ไปเลยค่ะ” เขาลูบหัวเธอเบา ๆ ก่อนจะจับมือเธอสอดเข้าไปข้างในเสื้อเพื่อให้เธอได้สัมผัสกับหน้าท้องแกร่งของตัวเอง จนเธอต้องชักมือออกจากเสื้อของเขาก่อนจะถลึงตาใส่เขาก่อนจะกลั้นขำ “พี่หมอ!” “จะว่าไปพี่มีความลับอีกอย่างที่ยังไม่ได้บอกหนูเลยนะ คือพี่..ชอบรสชาติบนเตียงของหนูทุกครั้งพี่แทบจะคลั่งอยู่แล้วนะคะ รู้ไหมว่าที่พี่ไม่ยอมกลับบ้านพี่ต้องพยายามที่จะข่มอารมณ์ความต้องการของตัวเองเพื่อแกล้งทำเป็นไม่สนใจหนู พอเอาเข้าจริงมันไม่ง่ายเลยนะคะ” เขาโน้มใบหน้าเขามาใกล้ ๆ ต้นคอก่อนจะลากสันจมูกโด่งมาที่ติ่งหูลมหายใจที่ร้อนผ่าวและน้ำเสียงกระเส่าของเขามันก็ยิ่งทำให้เธอขน
สันจมูกโด่งถูไถกับปลายจมูกของเธออย่างหยอกเย้าเขาพูดด้วยน้ำเสียงกระเซ่าทำเอาเธอขนลุกซู่รู้สึกหัวใจวาบหวิวตื่นเต้นขึ้นมาจนเขาจับได้ นิ้วเรียวยามจึงสอดนิ้วเข้าไปในเสื้อคลุมสัมผัสกับผิวเนียนลูบไลไปทั่วแผ่นหลังของเธอ จนเธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากลมหายใจของทั้งคู่ก็เริ่มติดขัดหายใจแรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ “น้องโปรดให้โอกาสพี่ได้ไหมครับ พี่รักหนูนะ” เธอรู้สึกเขินจนเลือกที่จะไม่ตอบเอาแต่กับเอาแต่ก้มหน้าจนเขาเชยคางเธอขึ้นมาก่อนที่ทั้งคู่จะสบตากันแววตาที่ดูอ่อนโยนของเธอทำให้เขาฉีกยิ้มก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ริมฝีปากหนาประกบริมฝีปากบางซึ่งการขบเม้มของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรงและความปรารถนา ริมฝีปากของเขาขบริมฝีปากของเธออย่างแนบแน่นขณะที่ลิ้นสากสัมผัสกับลิ้นของเธออย่างโหยหาทั้งคู่ค่อย ๆ เพิ่มระดับความร้อนแรงมากขึ้น ทันใดนั้นเสียงเรียกลูกชายก็ดังขึ้นขัดจังหวะทั้งคู่ อาจ้า..จ้ะ “ทะเล/ทะเล” ทั้งคู่ผละออกจากกันก่อนที่เขาจะใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำลายข้างริมฝีปากบาง จนเธอก้มหน้าด้วยความเขินอายและไม่กล้าสบตากับเขา เขาจึงจับมือเธอเดินไปหาลูกชายและแม่ของเขา “หนูโปรดเปลี่ยนใจยังทันนะลูก ผู้ชายไม่ได
“มองน้องขนาดนี้ ระวังตาจะบอดนะอัยเน่” เขาหลุดหัวเราะก่อนจะส่งยิ้มและตอบผู้เป็นแม่โดยที่ตายังคงจ้องมองไปที่เธอ ที่วันนี้สวมชุดทูพีช สีน้ำตาลเข้มโดยที่เสื้อคลุมซีทูสีขาวบาง ๆ คลุมไว้อีกชั้นแต่นั่นมันก็ทำให้เขาคลั่งเธอจะตายอยู่แล้ว “สวยขนาดนี้ก็ต้องมองสิครับแม่” “จ้ะ ตอนมีไม่เห็นค่า แม่นี่สมน้ำหน้าลูกจริง ๆ นะอัยเน่” “แม่..” กรี๊ดดด “อร้ายยย…ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” “เสียงใครคะเหมือนจะขอความช่วยเหลือเลยค่ะ” พวกเขาที่ได้ยินต่างก็ชะเง้อมองไปทางต้นเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเสียงโว้ยวายกรีดร้องที่ห้องพักหลังหนึ่งก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเท่าไรนัก “พวกลูกเดินไปดูหน่อย เพื่อลูก ๆ จะช่วยอะไรพวกเขาได้ เดี๋ยวแม่ดูทะเลให้เอง” “งั้นแม่พาทะเลเข้าไปในบ้านพักก่อนนะครับ” แม่พยักหน้าและอุ้มหลานเข้าไปในบ้านพัก ทั้งสองคนก็มองหน้ากันก่อนที่เธอจะเดินจับมือเขาเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น “เราไปดูกันเถอะค่ะ” เขาที่เห็นว่าเธอเดินจับมือใจก็เต้นถี่รัว ๆ ก่อนจะเดินไปทางต้นเสียง ซึ่งพอเขาเห็นภาพว่ามีผู้ใหญ่หลายคนยืนล้อมวงรอบตัวเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 4 ขวบนอนแน่นิ่ง หน้าเริ่มถอดสีดูซีดเซียว
“เสียงอะไร..ดึกดื่นขนาดนี้แล้วใครทำอะไรอยู่อีกนะ” เธอที่นอนไม่หลับเพราะได้ยินเสียงด้านนอกเหมือนมีใครทำอะไรอยู่บางอย่าง ด้วยความหงุดหงิดและอยากรู้เธอจึงแอบไปเปิดม่านส่องหน้าต่างมองดูซึ่งภาพที่เห็นคือเขากำลังว่ายน้ำอยู่ที่สระ เธอจึงพึมพำออกมาก “เกิดคึกอะไรของพี่เนี่ย! มันจะห้าทุ่มแล้วยังไปว่ายน้ำตากหมอกอีก” หลังจากนั้นเธอก็เดินกลับไปนอนที่เตียงนอนก่อนจะถอนหายใจพลิกตัวไปมาเพราะเป็นห่วงกลัวว่าเขาจะป่วย จนสุดท้ายเธอก็อดไม่ได้จึงเดินไปหาเขาที่สระว่ายน้ำ ตึก ตึก “พี่อัยเน่!” “อ้าว..หนูยังไม่นอนอีกเหรอคะ” เขากระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนแกล้งทำเป็นเพิ่งเห็นเธอ ซึ่งเธอก็ยืดกอดอกทำหน้าหงุดหงิดใส่เขา “รีบขึ้นมาได้แล้วค่ะ พี่จะมาว่ายน้ำอะไรตอนนี้คะ” “พี่แค่เหนื่อย ๆ น่ะอยากผ่อนคลาย ขอว่ายต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอคะหรือว่าพี่เสียงดังจนไปรบกวนหนู” “แต่พี่ว่ายมาเกือบยี่สิบนาทีแล้วนะคะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกขึ้นมาได้แล้วค่ะ” เขาว่ายน้ำมาฝั่งเธอก่อนจะใช้คางเกยขอบสระ และยิ้มแป้นทำตาละห้อย ส่วนเธอก็เปลี่ยนท่ามาเป็นยืนเท้าสะเอว “จะขึ้นหรือไม่ขึ้นคะ!” “ขึ้นครับ พี่ขอผ้าขนหนูหน่อยได้ไหมครับ”
พอเขาพูดจบเขาก็ประคองใบหน้าก่อนจูบเธอปากเธออย่างคนโหยหารสชาติจูบที่แสนหอมหวาน เธอที่ยังหงุดหงิดและย้อนคิดถึงอดีตอยู่ก็ไม่ทันตั้งตัวเมื่อถูกลิ้นสากซุกซนสำรวจโพรงปาก รสชาติที่น่าหลงใหลนี้แม้เธอเองจะรู้สึกดีไม่ต่างจากเขาแต่เธอก็พยายามข่มความต้องการของตัวเองและคิดว่าสถานที่มันไม่เหมาะสมและเขาก็ไม่ควร
(มารหัวใจกูจริง ๆ นะมึง) หลังจากที่เขาวางสายวิทย์ไปแล้วนั้นเขาก็เหมือนคิดอะไรได้ จึงหยิบมือถือตัวเองมาขึ้นมาถ่ายรูปแม่ลูก ก่อนจะเซลฟี่ตัวเองพร้อมคนโปรดและทะเล เข้าโน้มตัวเข้าไปนอนใกล้ ๆ เธอ ก่อนที่ใบหน้าของทั้งสองคนจะแนบชิดกันมาก ๆ เขาฟังเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเธอจากนั้นก็เอาใบหน้าเข้าไปแนบช
“สวัสดีค่ะแม่” พอเธอยื่นทะเลให้แม่เขาอุ้มเธอก็ยักคิ้วให้เขาก่อนจะอมยิ้มด้วยความดีใจที่ง้อแม่ได้สำเร็จแต่ก็ยังรู้สึกเขินเธออยู่ดี เขาที่กำลังจะเดินมาหาเธอก็ต้องชะงักฝีเท้า “หนูคนโปรดมานั่งกับแม่ก่อนลูก ตาอัยเน่ไปเอาน้ำให้น้องสิ” “ครับ” “เอ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ พี่อัยเน่ไม่ต้องก็ได้ค่ะ” เธอที่
พอเขาได้ยินแม่ของเธอพูดแบบนั้นเขาก็นิ่งไปก่อนจะยิ้มกว้างทำอะไรไม่ถูกแต่ก็รีบเดินตามแม่ของเธอเข้าบ้านไป “จะพาน้องไปเที่ยวแถวไหนเหรอ” “แถวสัตหีบครับ พอดีผมจองบ้านพักตากอากาศไว้แล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงน้องกับทะเลนะครับ ผมสัญญาว่าจะช่วยดูแลเป็นอย่างดี” “อืม โปรดน่าจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ อีกหน่อยคงลง