تسجيل الدخول“ระหว่างเรา ขอเป็นสถานะอย่างอื่นที่ไม่ใช่เจ้านายกับเลขาได้ไหม”
ตึกตัก ตึกตัก…หัวใจนาราสั่นรัวและเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอกอกอยู่แล้ว
“อยากให้นาราอยู่ในสถานะอะไรล่ะคะ”
“แล้วนาราอยากให้ผมเป็นใครในชีวิตนาราล่ะ”
“คุณการันต์...อย่าถามกลับแบบนี้สิ” นาราก้มหน้างุดกัดปากตัวเอง เธอรู้อยู่ในใจว่าคำตอบที่แท้จริงของเธอคืออะไร แต่...
“นารามีสิทธิ์เลือกได้ด้วยเหรอคะ”
นารายังคงก้มหน้านิ่ง พร้อมแววตาที่ฉาบด้วยประกายจากหยดน้ำที่ค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมา ความรู้สึกในใจของนาราตอนนี้เริ่มเปลี่ยนจากสุขเป็นเศร้า อย่างที่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน
“นารา...เป็นอะไรไป ผมพูดอะไรผิดไปรึเปล่า ผมขอโทษ” การันต์ที่กำลังจ้องมองหน้าคนตรงหน้ารู้สึกตกใจอย่างมาก ที่เห็นนัยน์ตาอีกคนเศร้าและเหมือนกำลังจะร้องไห้ เขารีบลุกขึ้นไปนั่งข้างๆ นารา โอบไหล่เธอไว้ พลางสลับกับลูบหัวหญิงสาวขึ้นลงเพื่อปลอบประโลม
“โธ่...นาราของผม โตแล้วร้องไห้ขี้แยเป็นเด็กไปได้ คุณคิดไปไกลแล้ว คนดีของผม” ยิ่งปลอบ ดูเหมือนว่าน้ำตาอีกคนยิ่งร่วงผล็อยไหลลงมาอาบสองแก้ม
“นาราไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนั้นหรอกค่ะ เราสองคนแทบไม่มีอะไรที่เทียบเคียงกันได้เลยนะ”
“นารา…มองหน้าผม” การันต์เอ่ยขึ้นพร้อมใช้สองมือจับใบหน้าของคุณเลขาสาวไว้ ทำให้นาราต้องเงยหน้าขึ้นไปตามแรงมือเพื่อสบตากับคุณเจ้านายของเธอ
“ผมคิดว่าผมชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่เจอ”
“แต่วันนั้น คุณยังโกรธ ยังเกลียดนาราอยู่เลย แถมฉันยังซุ่มซ่ามทำสูทคุณเปื้อนอีก”
“นั่นน่ะสิ คุณจำวันที่ผมพาคุณไปนอนที่บ้านได้ไหม ทุกวันนี้ผมยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลยว่าทำไมผมถึงทำแบบนั้น คุณทำให้ผมคลั่งคุณขึ้นทุกวันจนผมแทบจะบ้า” ประโยคสารภาพความในใจประโยคนี้ทำนาราตาโต หัวใจของเธอเริ่มกลับมาเต้นแรงอีกรอบ
“คุณการันต์คิดกับนาราแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ”
“ครับ ผมคิดแบบที่ผมพูด ทีนี้…เราเปลี่ยนสถานะกันได้หรือยังครับ” การันต์เอ่ยถามอีกครั้ง
“จากเจ้านายลูกน้อง เป็นพี่ชายน้องสาวเหรอคะ” นาราเองยังคงจำกัดสถานะของเธอเอาไว้ไม่ให้เกินเลยไปกว่าที่ควรจะเป็น แม้ใจจะอยากแค่ไหนก็ตาม
“เฮ้อ...เหนื่อยใจจัง” การันต์ถอนหายใจยาว สองมือประคองใบหน้าสวยหวาน ก่อนโน้มตัวไปจูบประทับที่หน้าผากนาราเบาๆ
“ถ้านาราให้ผมเป็นแค่พี่ชาย คิดเหรอว่าผมจะยอม”
“มันไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอคะ”
“ผมรีบครับ เราสองคนลองมาคบกันในสถานะคนรักดีไหม เป็นคู่ชีวิต เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน ผมรู้ว่านาราคิดยังไงกับผม ไม่งั้นนาราคงไม่ยอมมอบความเวอร์จิ้นให้ผมหรอก...ใช่ไหมล่ะ”
“คุณการันต์…พอแล้วค่ะ นาราเขิน!!”
“ตกลงคบไหมครับ?”
“อื้อ...คบก็คบค่ะ”
“คบแล้วห้ามเลิกกับผมนะ”
“คุณนั่นแหละ จะทิ้งนาราไปซะก่อน”
นาราที่ตอนแรกนิ่งเงียบ ตอนนี้ตาเริ่มเป็นประกายและค่อยๆ ยิ้มหวานส่งไปให้ชายหนุ่ม ก่อนเขาจะดึงเธอเข้ามากอด ลูบหัว แล้วจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากอีกครั้ง
“ทำผมคลั่งขนาดนี้ จะให้ผมทิ้งนาราได้ยังไงล่ะ” การันต์พูดไปก็จูบก็หอมอีกคนไป ก่อนผละตัวออกมาจ้องมองใบหน้าที่งดงามเกลี้ยงเกลาของเลขาสาวที่เพิ่งขยับสถานะเป็นคนรัก จนคนถูกมองแทบละลายอยู่ตรงนั้น
ในระหว่างที่อีกคนกำลังบิดตัวเขิน การันต์ก็หยิบของบางอย่างที่เตรียมไว้ในกระเป๋าด้านในสูทออกมา แล้วค่อยๆ เปิดกล่องหยิบของสิ่งนั้นยื่นให้กับคนรัก
“สร้อยข้อมืออันนี้ เป็นสร้อยคู่ไว้แทนใจผมกับนารานะ ถ้าเป็นไปได้ ใส่ไว้ทุกวันนะครับ ผมตั้งใจซื้อมาให้เลยนะ” นารานิ่งเงียบระหว่างที่การันต์สวมสร้อยข้อมือให้
“ขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นนี้นะคะ แต่...พ่อแม่ของคุณจะยอมรับนาราเหรอคะ อย่างที่บอก ฐานะของเราสองคนต่างกันมากนะคะ พ่อแม่ของคุณน่าจะอยากให้คุณได้แต่งงานกับผู้หญิงที่มีหน้ามีตาในสังคม มีฐานะเทียบเท่ากันมากกว่า”
“อย่าคิดเองเออเองแบบนั้นสิครับ ของแบบนี้คงต้องค่อยๆ หาวิธีบอกแหละ แล้วพ่อแม่ผมก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำขนาดนั้น ดูจากที่ผ่านมาสิ พวกเขารักคุณนะนารา”
เมื่อสวมสร้อยเสร็จ การันต์ดึงมือนาราขึ้นมาจูบซับเบาๆ พร้อมกับมองหน้าเธอด้วยนัยน์ตาหวานฉ่ำ
คำอธิษฐานที่วัดพระใหญ่เมื่อบ่าย มันช่างสัมฤทธิ์ผลเร็วกว่าที่ทั้งคู่คาดคิดไว้เสียอีก...
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







