تسجيل الدخول| นารา |
“เราไม่ใช่ปลากัดกันซะหน่อย เอ๊ะ...หรือว่าเราลองมาทำลูกกันดีไหม”
หืม...อึ้งรับประทานสิคะ ไม่คิดว่าคำนี้จะหลุดออกมา มันทำให้ฉันเขินซะจนเก็บทรงแทบไม่อยู่
“โอ๊ย~ คุณการันต์ เลิกหยอดนาราซะทีเถอะค่ะ นี่เขินจนหน้าร้อน หน้าแดงไปหมดแล้วเนี่ย”
“จะหน้าไหน นาราก็น่ารักสำหรับผมเสมอนะ”
โอ้...คุณพระคุณเจ้า ตายๆๆๆ ฉันกดตัดสายปิดวิดีโอคอลตอนนี้เลยได้ไหม หยอดเก่ง แซวเก่งเหลือเกินพ่อคุณทูนหัวหวานใจของยัยนารา
“ผมมีแฟน ก็ต้องหยอดแฟน แซวแฟนสิ มีกับเขาอยู่คนเดียว น่ารักด้วย คิดถึงมากด้วย” คนในหน้าจอพูดไปยิ้มไปตาก็มองฉันไป
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก...!! ใจฉันมันสั่นวูบวาบไปหมดเวลาโดนหยอดคำหวานๆ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ที่คนอย่างคุณการันต์จะกลายมาเป็นแมวน้อยขี้อ้อนแสนเชื่อง ชอบเล่นหูเล่นตา ฉันเริ่มจะทนความคลั่งรักแบบนี้แทบไม่ไหวแล้ว
“คุณการันต์...บอกว่าห้ามแซว นาราจะร้องไห้แล้วนะ”
“ฮ่าๆๆ พอแล้วๆ ไม่แกล้งแล้ว งั้นคืนนี้ฝันดีนะครับ พรุ่งนี้เช้าเจอกัน”
“ค่ะ ฝันดีเช่นกันค่ะ ฝันถึงนาราด้วยน้า~”
ระหว่างที่ฉันกำลังจะกดวาง คนในจอก็ยื่นปากเข้ามาที่กล้องแล้วทำเสียงจุ๊บเบาๆ ก่อนจะยิ้มหวานให้ ทำตาวิ้งใส่อีกหนึ่งที แล้วถึงกดปิดวิดีโอคอล
“ให้ตายเถอะ ทำไมคุณการันต์ถึงน่ารักแบบนี้ นาราจะอยู่ไม่ไหวแล้ว~” ฉันพึมพำกับตัวเอง จับตรงหน้าอก รู้สึกได้ถึงใจที่สั่นวูบวาบเต้นแรง
มิสชั่นคอมพลีท!! ได้คุยกันก่อนนอน ได้บอกฝันดี ฉันเอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่หัวเตียง พยายามข่มตานอน แม้ใจจะยังเต้นแรงอยู่ก็ตาม แต่สุดท้ายความง่วงก็ชนะเด็กอนามัยนอนเร็วแบบฉันไปจนได้
ฝันดีนะคะคุณเจ้านาย แล้วเจอกันในความฝันนะ...
.....
เช้าวันจันทร์ที่สดใส ฉันขับรถบุโรทั่งคันเก่าของแม่ คันที่มันเสียบ่อยๆ นั่นแหละ ขับมาจนถึงบริษัท วนหาที่จอดอยู่นานสองนาน จอดเสร็จก็รีบคว้ากระเป๋าวิ่งขึ้นลิฟต์เพราะตอนนี้เริ่มจะสายแล้ว เดาว่ามีงานกองพะเนินเทินทึกอยู่เต็มโต๊ะแน่ๆ ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่...
โอ้มายก็อด!! โอ้คุณพระช่วย!! โอ้ท่านอัลเลาะห์!! มันเยอะจริงๆ ประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ ก็น่าจะประมาณยี่สิบสามสิบแฟ้มที่กองอยู่บนโต๊ะ และหลายแฟ้มในกองก็มีโพสต์อิทแปะว่าด่วนเต็มไปหมด น้ำตาจะไหล ไหนจะเสียงไลน์ที่ดังสั่นครืดๆ ไม่หยุดนั่นอีก จนฉันต้องหยิบขึ้นมาดู ใครมันไลน์มารัวๆ แบบนี้
คุณการันต์ : ถึงออฟฟิศรึยังครับ
คุณการันต์ : ผมถึงแล้ว เข้ามาหาหน่อย คิดถึง
คุณการันต์ : อยู่ไหนแล้ว รีบๆ มานะ คิดถึง
คุณการันต์ : วันนี้มายังไงครับ ขับรถมาเหรอ
คุณการันต์ : ขับรถอยู่เหรอ ทำไมไม่ตอบ
คุณการันต์ : ขอมอร์นิ่งคิสหน่อยครับ
เฮ้อ...งานก็ต้องทำ แฟนก็ต้องเอาใจ แต่ตอนนี้งานเอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยทำต่อ เจ้านายเรียกมาในไลน์แล้ว...
ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นข้ออ้าง แถมเอาหน้าที่การงานมาบังหน้าอีก แต่ใจมันคิดถึงคนในห้องมากกว่าไง ฉันจึงเบือนหน้าหนีจากแฟ้มทั้งหลายแหล่ ถือวิสาสะเข้าห้องไปแบบไม่เคาะประตูใดๆ ก่อนทั้งสิ้น
พอประตูปิดลง ฉันล็อกห้อง รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปหาเจ้าตัวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารตัวใหญ่ ก่อนโน้มตัวลงมือค้ำพนักแขนทั้งสองข้าง และประทับริมฝีปากของฉันลงไปที่ปากหยักสวยของเขาเบาๆ ให้เราทั้งคู่ได้หายคิดถึง โดยตั้งใจว่าแค่ปากสัมผัสปากก็พอ ไม่ให้มีการล่วงล้ำใดๆ เกิดขึ้น
ฉันพยายามแล้วนะ แต่อีกคนไม่ให้ความร่วมมือเลย เขาดันปลายลิ้นอ่อนนุ่มเข้ามา ปากก็ดูดดึงริมฝีปากบนล่างของฉันอย่างร้อนแรงสุดๆ แอร์ที่ว่าเย็นจนหนาวนี่ยังสู้ความร้อนฉ่าของคนตรงหน้าไม่ได้เลย
อื้ม~ แล้วฉันก็ดันสมยอมเขาอีก ไปไหนไม่รอดเลยจริงๆ!!
มอร์นิ่งคิสที่เร่าร้อนบดเบียดกันอยู่พักใหญ่ จนฉันได้สติคืนมาตอนคนบนเก้าอี้เลื่อนมือมาจับสะโพกฉันนี่แหละ
ฉันรีบผละตัวออกมา ก่อนที่อะไรๆ มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เพราะฉันยังมีงานเป็นกองรอให้เคลียร์อยู่
“เดี๋ยวรอนาราเคลียร์งานเสร็จก่อนนะคะ ค่อยมาเล่นด้วยใหม่”
คนตรงหน้ายกยิ้มมุมปากพร้อมกับเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอ ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาต่อ รีบเดินออกมาก่อนจะห้ามใจไม่ไหว
สรุปแล้ววันนี้ทั้งวันจากเช้าถึงบ่าย ฉันเสียเวลาไปกับการสะสางแฟ้มบนโต๊ะทั้งหมด เพื่อส่งต่อให้คุณการันต์เซ็น รวมทั้งจัดคิวประชุมให้กับหลายๆ แผนกที่อีเมลขอคิวกันเข้ามาถล่มทลาย
แต่ที่หนักสุดก็คือการตบตีทำสงครามน้ำลายกับป้าหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อเกือบชั่วโมง เรื่องสเป็กกระดาษถ่ายเอกสารกับสเป็กถุงขยะ ที่แค่นี้ก็ต้องทำเรื่องขึ้นมาให้เซ็นอนุมัติ โอ๊ย...ฉันจะบ้าตาย!!
ดีที่ฉันเคยคุยเรื่องพวกนี้กับคุณการันต์มาแล้ว เพราะเจอเคสแบบนี้บ่อย ถ้าบางเรื่องที่ฉันจัดการเองได้ เขาก็ให้อำนาจฉันตัดสินใจเลย งานจะได้ไม่โหลดมาก
เมื่อจัดเรียงเอกสารเสร็จ ฉันเดินหอบแฟ้มทั้งหมดเข้าไปวางให้คุณเจ้านายเซ็น แต่พอกำลังจะเดินออกมาก็ได้ยินเสียงไล่ตามหลัง...
“นาราครับ วันนี้ม้าชวนไปกินข้าวที่บ้าน วันเกิดป๊าน่ะ”
“ฮะ...!?” ฉันหันหลังขวับ อาการตัวเกร็งไหลบ่าเข้ามาแทบจะทันทีที่ได้ยินคุณการันต์เอ่ยถึงคุณพ่อคุณแม่ของเขา
“วันนี้เลิกงานเร็วหน่อยดีไหม ไปซื้อของขวัญให้ป๊ากัน”
“อ๋อ...ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับก่อนเดินออกจากห้อง รีบเคลียร์งานที่เหลือให้เสร็จ
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







