تسجيل الدخول| นารา |
เมื่อถึงเวลาตามที่คุณการันต์บอกไว้ เราสองคนเดินลงลิฟต์ไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่หน้าตึก ทันทีที่คุณการันต์กดรีโมทเปิดรถ เขารีบเดินไปเปิดประตูให้ ยกมือขึ้นมากันหัวฉันไว้ ระวังไม่ให้ชนขอบโครงประตูด้านบน คนอะไรช่างแสนดีน่าประทับใจเช่นนี้
ฉันจัดแจงเก็บกระเป๋าไปไว้ที่เบาะหลัง ส่วนคุณการันต์กำลังสั่งงานพี่สุเมธอยู่หน้าประตู พลันฉันรู้สึกได้ถึงมือถือที่สั่นครืดๆ อยู่ในกระเป๋าเหมือนมีใครสักคนส่งข้อความมา
ปวิน : นารา แก อะไรยังไง!! ทำไมคุณการันต์ถึงเปิดประตูรถให้แกด้วยวะ อย่าคิดนะว่าไม่มีใครเห็น ฉันอยู่ตรงมุมตึก เห็นเต็มสองตา
นั่นไงล่ะ!! ฉันได้แต่เลิ่กลั่ก เหงื่อเริ่มผุดขึ้นเต็มหน้า กลัวโดนจับได้สุดๆ หัวสมองเริ่มประมวลผลคิดคำแก้ตัว แล้วรีบพิมพ์ตอบกลับไป
นารา : เขาก็สุภาพบุรุษตามสไตล์เขาแหละ แกอะคิดมาก
ปวิน : นารา สีข้างแกถลอกจนไส้ไหลออกมาข้างนอกจนหมดแล้วมั้งน่ะ ไม่ต้องมาแถ!! ไม่ต้องกระดี๊กระด๊าทำหน้าระรื่นขนาดนั้น
ปวิน : แกมีไรรีบเล่ามา ก่อนที่คนอื่นจะจับโป๊ะได้นะเว้ย
นารา : เดี๋ยวเจอกันค่อยเล่า แค่นี้ก่อน คุณการันต์จะขึ้นรถละ
ปวิน : โอเค
โป๊ะแล้วหนึ่ง แล้วคนที่ทำโป๊ะก็ไม่ใช่ใคร คุณการันต์คนดีคนเดิมนั่นแหละ!! คุณเจ้านายขา คุณไม่ต้องทำตัวมาดแมนแฮนด์ซั่มเป็นพระเอกละครช่องดังหลังข่าวขนาดนั้นก็ได้ ฉันยังไม่อยากให้ใครรู้ ฉันใจบาง กลัวคนจะเอาเรื่องของเราไปนินทา เข้าใจว่าคลั่งรักฉันมาก แต่ขอเถอะ เพลาๆ ลงหน่อยได้ม้าย พ่อคุณทูนหัวของนารา!!
.....
คุณเจ้านายขับรถพาฉันมาถึงห้างหรูใจกลางเมือง วันจันทร์ช่วงบ่ายแก่ๆ แบบนี้แทบไม่มีคน ได้ทีคุณการันต์เดินโอบเอวฉันตลอดเวลาที่อยู่ในห้างโดยไม่แคร์สายตาใครเลย ฉันล่ะเขินเหลือเกิน ปัดมือออกกี่รอบๆ สักพักก็ยกมาโอบเอวโอบไหล่เหมือนเดิม เฮ้อ~
คุณการันต์บอกกับฉันว่าวันเกิดคุณการุณปีนี้ เขาจัดงานเลี้ยงกันในธีมหนังดังข้ามเวลา และค่ำคืนนี้เราสองคนจะแต่งชุดสายลับกัน ตอนแรกฉันกะจะขอตัวกลับบ้านไปเอาชุดที่บ้านมาใส่ เพราะมีชุดแนวนี้อยู่ เคยใส่ทีเดียวตอนอยู่มหาลัย แต่หลังจากนั้นก็เก็บแขวนไว้ในตู้ ไม่เคยได้เอาออกมาใส่อีกเลย
แต่ด้วยเวลาที่ค่อนข้างกระชั้น คุณการันต์จึงพาฉันมายังร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่งในห้างเดียวกันนี่แหละ บรรจงเลือกชุดหนังที่ฟิตเปรี๊ยะ ทั้งกางเกง เสื้อ และพร้อพอีกสองสามอย่าง ก่อนยื่นทั้งหมดให้ฉันเอาไปลองใส่
ฉันลองชุดที่เขายื่นให้แล้วมองดูตัวเองในกระจก แหม...เรานี่ก็สวยไม่หยอกเหมือนกันนะเนี่ย ฉันบิดตัวซ้ายทีขวาที เช็กความเรียบร้อยของชุดที่ใส่ ก่อนเดินออกไปให้เขาเชยชม
“นะ...น่ารัก”
“ใครเขาใส่ชุดนี้แล้วน่ารัก ต้องบอกว่าเท่สิคะถึงจะถูก” ฉันเถียงคนตรงหน้า แต่ไม่ทันจะได้เถียงจบ เขาคนนั้นคว้าข้อมือฉันได้ก็ดึงฉันเข้าไปในห้องลองชุดห้องเดิม จากนั้นก็รีบล็อกประตูทันที
“คุณ...จะทำอะไรคะเนี่ย” ฉันกระซิบถามเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน เขาไม่ตอบอะไรได้แต่ยกยิ้มตรงมุมปากเหมือนเสือผยองกำลังจะขย้ำกินกระต่ายน้อย
คุณการันต์ไม่พูดพร่ำทำเพลง จับฉันกดจูบลากลิ้นไปทั่วทั้งซอกคอ จากนั้นก็ค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าฉันออกจนหมด จนตอนนี้ร่างฉันเปลือยเปล่าอยู่หน้ากระจก
เขาจับฉันหันหลังโก้งโค้ง และจัดท่าให้มือฉันยันกระจกด้านหน้าไว้ ก่อนเจ้าตัวจะถอดกางเกงออกกองแหมะอยู่ปลายเท้า แล้วคุกเข่าลงกับพื้น ละเลงลิ้นลงกับช่องทางรักของฉันสลับกับดูดดึงรอบๆ ปากช่องทางรักนั่น ส่วนมืออีกข้างก็รูดรั้งตัวตนของเขาที่แข็งขืนเต็มที่
ใจจะขาด เขาทำให้ฉันอ่อนระทวย จนแทบจะทรุดตัวลงกองกับพื้น!!
ฉันทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากกลั้นเสียงแห่งความเสียวไว้กับตัวเอง ดีที่ร้านเปิดเพลงเสียงดัง ไม่อย่างนั้นนะ...คนที่อยู่ด้านนอกต้องได้ยินเสียงลมหายใจเหนื่อยหอบจากความเสียวของฉันแน่ๆ
ตอนนี้ฉันรู้สึกได้ถึงความชื้นแฉะตรงช่องทางรัก และรู้สึกได้ถึงแท่งร้อนปลายหยุ่นๆ นุ่มๆ ที่ถูกจับจ่อและถูไถขึ้นลงวนไปมาตรงส่วนนั้น
ไวกว่าความคิด...ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ แท่งอุ่นร้อนแท่งนั้นก็ค่อยๆ ดุนดันเข้ามาในตัวฉันจนมิดแท่ง
อ๊า~ ทั้งลึกทั้งเสียว!!
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







