تسجيل الدخول| นารา |
คนด้านหลังหยุดค้างเพราะความเสียว สองมือเหนี่ยวรั้งสะโพก แล้วค่อยๆ ขยับตัวพาแท่งร้อนนั้นกระแทกเข้าออกสั้นๆ ถี่ๆ บ้างก็ดึงจังหวะสาวเข้าออกยาวๆ สลับกันไป
หน้าอกของฉันถูกมือหนานุ่มที่ผละออกจากสะโพกสัมผัสเคล้นคลึง บวกกับความเสียวจากส่วนกลางกาย ทำให้ฉันเองก็แทบจะทนไม่ไหว ฉันกลั้นเสียงแห่งความเสียว พลางชำเลืองลอบมองดูใบหน้าของเขาจากเงาสะท้อนในกระจก เป็นฉันที่เขินแทบบ้า เพราะตอนนี้เขากำลังจ้องหน้าฉันตาแทบไม่กะพริบ พร้อมกับซี้ดปากทำหน้าเสียวซ่านเร้าอารมณ์สุดๆ
เขาที่กำลังจะไม่ไหว โน้มตัวลงอกแนบกับแผ่นหลังของฉัน แล้วกระซิบกระซาบด้วยเสียงแผ่วเบา
“ผมจะไม่ไหวแล้วนะนารา...อ๊า~”
“นาราก็จะไม่ไหวแล้ว...อื้อ...เหมือนกัน”
นาราน้อยถูกกระทำและกำลังจะระเบิดน้ำรักออกมารอมร่อ คนด้านหลังรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของตน คลี่สะบัด ดึงแท่งร้อนของเขาออก ก่อนเอาผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยนั้นอุดช่องทางรักเอาไว้ ด้วยกลัวฉันจะปล่อยน้ำแห่งความใคร่ออกมาจนเลอะเทอะ และเมื่อเสร็จกิจ น้ำรักสีขาวขุ่นที่อยู่ในมือเขา ถูกป้อนเข้าปากให้ฉันและเล็มเลียกินจนหมด
เราสองคนรีบใส่เสื้อผ้า ก่อนคุณเจ้านายจะโกยเอาเสื้อผ้าที่จะซื้อไปชำระเงินให้เคาน์เตอร์ ส่วนฉันเองพยายามจัดแจงเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติที่สุด
บ้าไปแล้ว!! นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ทำอะไรแบบนี้ ยิ่งคบกัน ยิ่งสนิทกัน คุณเจ้านายก็เริ่มเผยตัวตนอันสุดหื่นออกมาสินะ ฉันล่ะเหนื่อยใจจริงๆ แต่ลึกๆ ก็แอบชอบนะ ทั้งตื่นเต้น ทั้งเสียว ทั้งกลัวโดนจับได้ในคราวเดียวกัน ตอนนี้ใจก็ฉันยังสั่นอยู่เลย
.....
ออกมาจากห้างได้ก็เย็นย่ำ จนแสงเริ่มลาลับจากท้องฟ้า รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้ามายังคฤหาสน์หลังใหญ่ หน้าบ้านมีรถหลายคันจอดอยู่ น่าจะเป็นแขกของคุณพ่อคุณแม่คุณการันต์แน่นอน
หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว คุณการันต์หยิบถุงข้าวของที่ซื้อเมื่อครู่มาถือให้ เดินนำขึ้นไปยังห้องนอนห้องเดิม ก่อนช่วยจัดแจงแต่งตัวฉัน
ส่วนเขาเองก็ไม่แผ่ว จัดเต็มเหมือนกัน ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม หล่อมาก หล่อเหมือนพระเอกหลุดมาจากในหนังในซีรีส์อย่างงั้นแหละ และก่อนที่เราสองคนจะลงไปข้างล่าง คุณการันต์เปิดลิ้นชักตู้แล้วหยิบสายรัดเอวที่เสียบปืนออกมา ก่อนจะเอาปืนสั้นบีบีกันเสียบเอาไว้สองกระบอก
“ฟอด~ แฟนผมเซ็กซี่จัง คืนนี้นาราไม่รอดแน่”
“หืม!?”
“พร้อมรึยังครับ ลงไปที่งานกัน”
“คะ...ค่ะ” ฉันได้แต่ตอบไปแบบมึนๆ เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องงานวันนี้เท่าไรนัก เราสองคนเดินลงมายังส่วนสวนริมสระว่ายน้ำหลังบ้าน ที่ตอนนี้ถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้สดสวยเต็มไปทั่วบริเวณ พร้อมทั้งซุ้มอาหาร และชุดโต๊ะเก้าอี้อีกหลายชุด
แขกแต่ละคนจัดเต็ม แต่งเต็มกันทุกคน โดยเฉพาะเจ้าของวันเกิดและภรรยาของเขา ที่มาในยุควิกตอเรียจากหนังพีเรียดฝั่งตะวันตกสักเรื่อง ส่วนคนอีกกลุ่มที่อยู่ตรงโน้นเป็นใครไม่รู้ รู้แต่น่าจะมาจากเรื่องมินเนี่ยนกันทั้งครอบครัว
ไหนจะผู้ชายอีกสองสามคนตรงนั้นก็น่าจะมาจากเรื่องสามทหารเสือ และอีกหลายคนที่อยู่ในงานที่คอสตูมของพวกเขาดูจัดหนักจัดเต็มมาก จนฉันรู้สึกว่าชุดที่ฉันใส่อยู่นี่ดูแผ่วไปเลย
ฉันกับคุณการันต์เดินไปทักทายเจ้าของงาน พอทั้งคู่มองเห็นฉันเท่านั้นแหละ ทั้งพ่อและแม่ของเขาโผเข้ากอดฉันแทนลูกชายของตัวเอง จนฉันเริ่มงงแล้วว่าสรุปใครเป็นลูกพวกเขากันแน่
“โหย ป๊ากับม้ารักแต่นารา กอดแต่นารา ไม่เห็นกอดผมบ้างเลย”
“ฮ่าๆๆๆ ไอ้เสือน้อยของพ่อ อิจฉาไม่เข้าเรื่อง”
เราทั้งสามคนยกเว้นคุณการันต์พากันหัวเราะร่วน ขำคนขี้อิจฉาที่กำลังทำหน้ายู่ปากงุ้ยเหมือนจะงอน ก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้เจ้าของวันเกิด
“นี่ของผมกับนารา สุขสันต์วันเกิดนะครับป๊า รักป๊านะครับ”
“สุขสันต์วันเกิดเช่นกันนะคะคุณการุณ นาราขอให้คุณการุณมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงค่ะ”
“ขอบคุณมากนะทั้งสองคน แต่วันหลังเรียกป๊าว่าป๊า ตามเจ้าการันต์นั่นแหละ ไม่ต้องทางการหรอก ดูห่างเหินเกินไป”
“อะ...อ๋อ ค่ะ”
“แล้วนี่เราสองคนมาจากหนังเรื่องอะไรกันล่ะ หล่อเชียว”
“มิสเตอร์แอนด์มิสซิสสมิธ (Mr. & Mrs. Smith) ครับ” คนข้างๆ ฉันตอบด้วยสีหน้าภูมิใจสุดๆ
“เป็นผัวเมียสายลับอะเหรอ เหมือนเคยเห็นผ่านตา”
ลูกชายยิ้มกว้างให้พ่อกับแม่ของเขา เป็นฉันซะอีกที่กลัวโดนจับได้ กลัวจนใจแทบจะวูบลงไปถึงตาตุ่ม ไอ้เราก็นึกว่าเรามาสายลับสักเรื่องซะอีก
แปลกที่ทั้งพ่อและแม่ของคุณการันต์ไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ได้แต่ยิ้มให้เราทั้งคู่ จากนั้นฉันจึงสะกิดพลางกระซิบถามเจ้าของไอเดียชุดหนังสีดำฟิตเปรี๊ยะนี่
“นี่พ่อกับแม่คุณยังไม่รู้เรื่องเราใช่ไหม”
“ก็นี่ไง พยายามใบ้ให้รู้”
ฉันสตั๊นไปสามวิ...ความสัมพันธ์ที่สัญญากันเอาไว้ ไม่เปิด แต่ก็ไม่ปิด แต่นี่ดันไปบอกใบ้ให้คนอื่นรู้ไปอีก คุณการันต์...คุณจะเอาไงแน่คะเนี่ย!!
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







