تسجيل الدخول| นารา |
ระหว่างที่อยู่ในงาน ทุกคนในงานเหมือนจะรู้จักกันหมด จะมีก็แต่ฉันที่นั่งแกร่วอยู่คนเดียว เพราะแทบไม่รู้จักใครเลย
แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับฉันเท่าไรหรอก เพราะฉันเป็นพวกที่เข้ากับคนอื่นง่าย ทำความรู้จักคนโน้นคนนี้แป๊บๆ ก็คุยกันได้ยาวแล้ว
“นารา ม้านั่งด้วยได้ไหมลูก”
ฉันแหงนหน้าขึ้นมองคุณสุนทรี คุณแม่คนสวยหุ่นดีของคุณเจ้านายที่อยู่ในชุดวิกตอเรียหรูหรา
“เชิญเลยค่ะม้า ตรงนี้ว่างค่ะ”
“เป็นยังไงช่วงนี้ ฮ่องกงเป็นไงบ้างล่ะ การันต์เขาดื้อรึเปล่า”
“โหย...ม้าถามรัวแบบนี้ นาราไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี เอาเป็นว่านาราสบายดีค่ะ งานที่ฮ่องกงเรียบร้อยดี ส่วนคุณการันต์ก็มีดื้อบ้าง แต่นาราเอาอยู่ค่ะ”
“จริงๆ ม้าก็พอจะรู้เรื่องของเราสองคนนะ”
O_O
“หา...!! ม้าก็รู้เรื่องที่เราคบกันแล้วเหรอคะ”
“หืม!?”
“อ้าว...แล้วม้ารู้เรื่องอะไรคะ”
“ม้าหมายถึงรู้เรื่องที่หนูนารากับเจ้าการันต์ไปเซ็นสัญญา แล้วงานก็ราบรื่นดีไงลูก แต่ไม่คิดว่าหนูสองคนจะคบกันเป็นแฟนแล้ว”
ตอนนี้คนที่ดูตกใจกว่าน่าจะเป็นคุณแม่คุณการันต์นี่แหละ ยัยนาราเอ๊ย!! อยากตบปากตัวเองสักร้อยรอบ พูดอะไรออกไปเนี่ย ปากพาซวยแท้ๆ
คุณสุนทรีทำหน้านิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มกว้างดีใจ มือตบหน้าอกตัวเองแปะๆ ปฏิกิริยาแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันงงเป็นไก่ตาแตก
“ในที่สุด...ในที่สุด...” คุณสุนทรีรีบตะโกนพร้อมกวักมือเรียกคุณการุณที่ยืนอยู่ไม่ห่างมากให้รีบเดินมาหา พลางกระซิบกระซาบบางอย่างให้อีกคนฟัง
“ฮะ จริงเหรอ!!” เสียงอุทานอย่างดีอกดีใจถูกเปล่งออกมา พร้อมกับมือหนาที่ตบเข้ากับไหล่ฉันเบาๆ ทั้งคู่โผเข้ากอดฉันแน่น หนักหน่อยก็ม้าคุณการันต์นี่แหละที่ถึงกับน้ำตาซึม
“ป๊า...ในที่สุดลูกเราก็มีแฟนกับเขาสักที แล้วม้าก็ดีใจนะ ที่คนนั้นเป็นหนูนาราด้วย ถ้าวันไหนพร้อม บอกมาเลยนะ เดี๋ยวม้าจะจัดขบวนขันหมากไปสู่ขอถึงบ้านเลย”
ระหว่างการกอดกันกลม ฉันเห็นสายตาคู่คมกริบมองมาที่เราสามคนจากอีกฝั่งของสระว่ายน้ำ พร้อมกับเดินจ้ำอ้าวก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว
“น้อยๆ หน่อยครับป๊าม้า ดีใจอะไรกันนักหนา”
“อ๋อ...เปล่าๆ ไม่มีไรลูก ป๊าดีใจกับนาราน่ะ”
“เรื่อง?”
“เอ่อ...เรื่องที่นาราลดน้ำหนักลงได้สองโลอะค่ะ” ฉันแถไป สีข้างถลอกจนเลือดออกซิบๆ แล้วมั้งเนี่ย
“ฮะ...!? ไม่น่าใช่”
“เอาหน่า แค่คุยเล่นกันขำๆ น่ะ ไปสนุกกันต่อดีกว่าทุกคน”
โชคดีที่คุณการุณเปลี่ยนเรื่องและเฉไฉพาไปเรื่องอื่นได้ แต่สายตาคนข้างๆ ก็ยังมองฉันไม่กะพริบนี่สิ อีกนิดนี่คงจับหัวฉันกินไปแล้วแน่ๆ
.....
งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างสนุกสนานพร้อมกิจกรรมจับฉลาก ประกวดชุดแฟนซี ไหนจะพิธีการเป่าเค้กอีก กว่าจะเลิกก็เกือบตีหนึ่ง ฉันคงต้องเรียกแท็กซี่กลับแล้วแหละ เพราะพี่สุเมธต้องรับส่งแขกอีกหลายกลุ่มกลับบ้าน ส่วนแขกบางคนก็นอนค้างที่ห้องนอนสำรองของบ้านหลังนี้เพราะเมาแอ๋ ขับรถกลับเองไม่ไหว
“คุณการันต์ งั้นนาราเรียกแกร็บหรือแท็กซี่กลับบ้านดีกว่า”
“จะกลับไปทำไม ดึกแล้ว นอนนี่แหละ”
“นารานอนนี่แหละลูก แต่แย่หน่อยนะ วันนี้ห้องนอนแขกเต็มทุกห้องเลย การันต์ให้น้องนอนด้วย แล้วเราไปนอนโซฟาแทนได้ไหม”
แหม...ม้าคะ ไม่รู้เลยเนอะว่าแอบช่วยลูกชายตัวเองอยู่ ฉันตอนนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ได้แต่ยิ้มเจื่อนให้กับม้าและลูกชายของเขา ที่ตอนนี้ทั้งคู่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่แล้วมั้ง
“คะ...ค่ะ” ฉันตอบรับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนโดนมือหนาของคนข้างๆ จับจูงเข้าห้องไปอย่างไม่รีรอ
“สรุปเมื่อกี้คุยอะไรกับป๊ากับม้า...บอกผมมา”
ฉันเริ่มเหงื่อผุด เลิ่กลั่ก แต่ด้วยสกิลการแถที่มีอยู่น้อยนิด จึงพยายามหาข้อแก้ตัวไปให้สีข้างถลอกน้อยที่สุด
“ก็ท่านเอ็นดูนารา แล้วก็ดีใจที่นาราช่วยดูแลคุณ ก็แค่นั้นเอง”
“…”
“จริงๆ” ฉันย้ำประโยคเพื่อให้ดูมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากขึ้น
“งั้นก็แล้วไป”
“ถ้าไม่มีอะไรนาราไปอาบน้ำก่อนนะ เหนียวตัวแล้ว” ฉันรีบเดินหนีสายตาคมกริบของเขาเข้าห้องน้ำไป...สายน้ำเย็นที่ไหลรดลงมาบนตัว มักจะช่วยทำให้สดชื่นขึ้นได้เสมอ ระหว่างอาบน้ำฉันฮัมเพลงไปเรื่อยเปื่อยตามประสา จนรู้สึกได้ถึงสองแขนที่สอดกระชับมาจากด้านหลัง
“คุณการันต์...ตกใจหมดเลย”
“ขออาบน้ำด้วยคนนะครับ”
เฮ้อ...ฉันปฏิเสธได้ซะที่ไหนล่ะ คนด้านหลังกระซิบเบาๆ ข้างหู แต่ไม่ใช่แค่กระซิบแหละ เขาใช้ปลายลิ้นเลียไล้ไปทั่วทั้งซอกคอ แถมท่าทางการขบติ่งหูเบาๆ นั่นอีก
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม






![ทะลุมิติมาเป็นทาสรักคุณหมอสาย S [NC20+/SM]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
