Share

Chapter 5

last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 15:27:10

ตัดภาพมาที่ห้องประชุม นาราเปิดประตูให้การันต์เดินเข้าไปก่อน และตัวเองเดินตามหลัง คนเป็นเจ้านายเดินไปนั่งที่เก้าอี้ใหญ่หัวโต๊ะ ส่วนตัวเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้เสริมรอบนอก ก่อนหยิบสมุดออกมาเตรียมจดบันทึกการประชุมตามที่ได้รับมอบหมาย

ณ ตอนนี้ มิสเตอร์ เบนจามิน เฉิน ผู้บริหารสาขาสิงคโปร์ และพนักงานคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมานั่งรอการันต์เรียบร้อยแล้ว คนหัวโต๊ะกล่าวทักทายทุกคนในห้องประชุม ก่อนที่เบนจามินจะเอ่ยปากแนะนำพาร์ทเนอร์ธุรกิจคนใหม่จากจีนให้การันต์รู้จัก

ลิ่วหยาง นักธุรกิจคนดังของเอเชียที่ตอนนี้บริษัทไหนๆ ก็อยากจีบให้เขามาเป็นคู่ค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจ เพราะเขาถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการสื่อคนหนึ่งของจีน ลิ่วหยางเป็นชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงอายุที่ดูเพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบ ขาดอยู่อย่างเดียวคือ พูดภาษาอังกฤษไม่เป็น

ดังนั้นในห้องประชุมจึงมีแต่เบนจามินที่สื่อสารกับลิ่วหยางเป็นภาษาจีนได้เพียงคนเดียว และยังเป็นล่ามจำเป็นที่คอยแปลสิ่งที่ลิ่วหยางพูดออกมา เปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษให้ทุกคนเข้าใจ

การประชุมครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบเรียบ พนักงานแต่ละคนผลัดเปลี่ยนกันออกมาพรีเซนต์แต่ละส่วนของโปรเจกต์ จนกระทั่งถึงพาร์ทต่อรองเรื่องราคาของโปรเจกต์นี้

เบนจามินหันไปคุยกับลิ่วหยางสักพัก การันต์สังเกตเห็นลิ่วหยางทำคิ้วขมวด สีหน้าแสดงความงุนงงเล็กน้อยพลางใช้ความคิด ก่อนที่เบนจามินจะพูดอะไรบางอย่างออกไป และสุดท้ายเบนจามินก็แจ้งราคา พร้อมทั้งยื่นเอกสารใบเสนอราคาและรายละเอียดงานทั้งหมดให้กับการันต์ เพื่อให้นำกลับไปพิจารณา

.....

การประชุมในวันนี้ผ่านพ้นและเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี การันต์กลับมาทำงานต่อที่ห้องทำงานของเขา เพื่อเตรียมโปรเจกต์สำหรับสาขาที่กำลังจะเปิดใหม่ในเยอรมนี

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

“เข้ามา” เสียงคนในห้องตอบรับ เลขาคนใหม่ของเขาจึงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูกังวลจนผิดสังเกต

“มีอะไรรึเปล่า”

“เอ่อ คุณการันต์คะ จากที่ประชุมเมื่อกี้ ดิฉันมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ เรื่องราคาที่คุณลิ่วหยางเสนอมา คือ...” นาราตะกุกตะกักไม่กล้าพูดต่อ

“เอ้า...มีอะไรก็รีบๆ พูดมาสิ มัวแต่อมพะนำอยู่นั่นแหละ นี่คุณจะทำให้ผมหงุดหงิดตลอดทั้งวันเลยหรือไง” การันต์ตอบกลับด้วยหน้าตาที่ดูผ่อนคลายขึ้นกว่าตอนเช้า แต่ก็ยังคงน้ำเสียงที่ฟังดูดุดันเช่นเดิม

“คือ...จริงๆ คุณลิ่วหยางเสนอราคามาห้าสิบล้านบาทถ้วน แต่ในเอกสารที่คุณเบนจามินให้มา มันเป็นราคาหกสิบล้านบาทค่ะ เมื่อครู่ดิฉันโทรไปยืนยันตัวเลขกับเลขาคุณเบนจามินแล้ว ทางโน้นก็ยืนยันมาที่ราคาหกสิบล้านบาท” นาราพูดพร้อมยื่นเอกสารที่ได้รับมาเมื่อตอนประชุมให้กับการันต์ดู

“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าลิ่วหยางเสนอมาห้าสิบล้าน”

“ดิฉันพูด ฟัง อ่าน เขียนภาษาจีนได้ค่ะ เอ่อ...ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ นะคะ ดิฉันว่าคุณเบนจามินกำลังโกงบริษัทอยู่แน่ๆ เลย มันดูแปลกๆ ชอบกล แต่ถ้าไม่ใช่ ดิฉันก็ขออภัยด้วยค่ะ ดิฉันอาจคิดเองเออเอง” นาราตอบคำถามการันต์อย่างระมัดระวังคำพูด

“อืม...ผมรู้”

“ฮะ! คุณรู้ได้ยังไง ไหนคุณบอกว่าไม่รู้ภาษาจีนไงคะ” นาราทำท่าตกใจเชิงฉงนเล็กน้อย

“ผมพอจะระแคะระคายเรื่องที่เขาโกงบริษัทมาสักพักละ...ยังไงเรื่องนี้ก็ขอบใจคุณมากที่มาเตือน” การันต์ทำหน้านิ่งเรียบเหมือนจะใช้ความคิด ก่อนบอกให้นาราออกไปทำงานของตัวเองต่อ

“อ้อ...คุณนารา เรื่องที่คุณรู้ภาษาจีน อย่าเพิ่งไปบอกใครนะ รวมถึงเรื่องเบนจามินด้วย ช่วยเก็บไว้เป็นความลับก่อน” การันต์พูดตามหลัง ก่อนที่นาราจะหันกลับมาโค้งรับและเดินออกไป

การันต์ขมวดคิ้ว มือกุมขมับใช้ความคิด เขากำลังคิดว่าจะจัดการกับเบนจามินอย่างไรดี เพราะเบนจามินถือเป็นคนเก่าคนแก่ของบริษัท แต่เขายังไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปบอกกับพ่อและแม่ของเขา การันต์ทำงานไปพลาง ขบคิดเรื่องนี้ไปพลาง รู้ตัวอีกที เขาก็หาวหวอดใหญ่ซะแล้ว

ด้วยความเย็นเฉียบของแอร์ในห้อง รวมถึงความล้าจากการประชุมทั้งเช้าและบ่าย จึงทำให้เขารู้สึกง่วงขึ้นมาเสียอย่างนั้น และเมื่อต้านทานต่อความง่วงไม่ไหว การันต์ลุกจากเก้าอี้ทำงาน เปลี่ยนไปนอนเหยียดยาวบนโซฟาที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องแทน และไม่นานจากนั้นเขาก็ผล็อยหลับไป

ส่วนคนหน้าห้อง หลังจากยืดแขนบิดขี้เกียจไปมา ก็ก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้คือเวลาหนึ่งทุ่ม ถึงเวลาที่เธอจะต้องกลับบ้านแล้ว หลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน

นาราเดินไปเคาะประตู เพื่อจะเข้าไปถามเจ้านายว่ายังมีอะไรจะให้เธอทำอีกไหม แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากคนด้านใน เธอจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา เห็นการันต์นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา เธอไม่กล้าเข้าไปปลุกการันต์ในตอนนี้ และคิดว่าสักพักการันต์คงจะตื่นและกลับบ้านไปเอง แต่ด้วยความเป็นเลขา นาราเลยเขียนโน้ตใส่กระดาษแปะทิ้งไว้ตรงหน้าจอแล็ปท็อปของเจ้าของห้อง

‘คุณการันต์คะ ดิฉันเข้ามาเห็นคุณหลับอยู่ ไม่อยากปลุก วันนี้ดิฉันกลับก่อนนะคะ...นารา’

สองทุ่มกว่าๆ ตามเวลาของประเทศไทย นาราขับรถคันเก่ากลับถึงที่บ้าน ทำกิจวัตรเหมือนเดิมที่คุ้นเคย กินข้าวกับแม่ ช่วยเก็บจาน ล้างจาน หลังจากนั้นก็ขึ้นไปอาบน้ำให้สดชื่น แล้วจึงนั่งลงที่โต๊ะทำงานในห้องนอน เปิดแล็ปท็อป และหยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมาตรวจเช็กเพื่อทำสรุปการประชุมให้กับผู้บริหาร

แต่เอ๊ะ! เอกสารไม่อยู่ในกระเป๋า หาสองสามรอบก็ไม่เจอ เธอนั่งนึกอยู่นาน จนสุดท้ายก็จำได้ว่าเอกสารนั่นอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานที่บริษัทนี่นา

“นาราเอ๊ย...ทำไมแกขี้ลืมแบบนี้วะ!!” นาราสบถกับตัวเอง พลางทำมือมะเหงกเขกหัวตัวเองไปหลายที เธอเหลือบมองนาฬิกา คิดในใจว่าต้องกลับไปเอาเอกสารที่บริษัท ยังไงก็ต้องกลับไป เพราะงานนี้เป็นงานแรกที่เธอต้องรับผิดชอบ เธอไม่อยากพลาดกับเรื่องโง่ๆ แบบนี้

หญิงสาวลุกจากเก้าอี้ เดินไปเปลี่ยนชุดจากชุดนอนเป็นกางเกงวอร์มกับเสื้อยืดตัวหลวมๆ ใส่สบายๆ เธอคิดว่าตอนนี้ที่บริษัทคงไม่มีคนแล้ว ถ้าจะมีก็คงมีแต่พี่ๆ พนักงานรักษาความปลอดภัยเท่านั้น

นาราไม่รอช้า วิ่งลงไปชั้นล่าง หยิบกุญแจรถ ตะโกนบอกแม่ไปสองสามประโยค แล้วรีบออกเดินทางไปยังบริษัท

ตามคาด...ไฟทุกชั้นดับเกือบหมด จะเหลือก็แต่พนักงานบางคนบางแผนก ที่ยังคงนั่งทำงานที่ค้างไว้ในชั้นที่มีไฟเปิดอยู่

ให้มันได้แบบนี้สิยัยนารา เธอเบื่อความขี้ลืมของตัวเองเสียจริงๆ ทำไมถึงสะเพร่าได้ขนาดนี้นะ!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 7

    ทั้งคู่เดินลงลิฟต์มาด้วยกัน ระหว่างอยู่ในลิฟต์ การันต์ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นแป้งเด็ก เขาจึงหันไปมองคนข้างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้าอืม...ที่นาราบอกว่าลืมเอกสารคงจะจริง เพราะคนข้างๆ อาบน้ำประแป้งมาเสียหอมฉุย คนปกติที่ไหนจะกล้ามาออฟฟิศสภาพนี้ เขานึกขำในใจแต่แปลกที่ความไม่ชอบหน้านารากลับลดลง และความรู้สึกประหม่าเวลาอยู่ในลิฟต์กับคนที่ไม่สนิทก็ลดน้อยลง...จนแทบเป็นศูนย์ ส่วนนาราได้แต่ก้มหน้างุด กุมมือแน่น ถ้าให้ทาย เธอคงจะอึดอัดไม่น้อยติ๊ง...ประตูลิฟต์เปิด นาราโค้งตัวให้การันต์ ก่อนกล่าวลาตามมารยาทและเดินไปยังรถตัวเองที่จอดอยู่หน้าตึก ส่วนอีกคนก็เดินไปยังหลังตึก จุดที่รถสปอร์ตคันหรูของเขาจอดเอาไว้วันไหนที่เขาคิดจะกลับบ้านดึก การันต์มักจะให้พี่สุเมธคนขับรถ เอารถมาเปลี่ยนไว้ให้ จะได้ไม่ต้องรอตนจนดึกดื่นถึงการันต์จะเป็นคนเงียบขรึม ดูหยิ่ง และดุดัน แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่บ้าอำนาจ หรือใช้งานคนอื่นเยี่ยงทาสอย่างที่ใครหลายๆ คนมโนภาพเอาไว้ตอนนี้นาราเดินไปที่รถของตัวเอง เปิดประตู เข้าไปนั่ง ก่อนบิดกุญแจสตาร์ทรถ แต่...หมุนบิดกุญแจไปกี่รอบๆ ไอ้รถเจ้ากรรมดันสตาร์ทไม่ติดเสียนี่!!นาราเริ่มเลิ่กลั่ก เหงื

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 6

    นาราแตะบัตรเข้ามาในตัวอาคาร ก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นยี่สิบเก้า เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตน แต่เอ๊ะ! ทำไมในห้องคุณการันต์ถึงมีแสงสว่างจากจอคอม สงสัยคงจะลืมปิดแน่เลย เธอคิดในใจ พลางหยิบเอกสารจากลิ้นชักที่ลืมไว้ เปิดไฟฉายจากมือถือ แล้วเดินเข้าไปในห้อง“อุ๊ย...ตาเถร!!” เธออุทานออกมา เมื่อส่องไฟฉายไปที่โซฟา การันต์ยังคงนอนอยู่ที่เดิม และดูเหมือนว่าเสียงอุทานของนารา มันยังไม่ดังพอที่จะปลุกให้การันต์ตื่นได้ตอนนี้ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งชั้น ได้ยินแต่เสียงลมที่เป่าออกมาจากช่องแอร์ พร้อมความเย็นยะเยือกที่แผ่ปกคลุมไปทั่วห้องเธอสังเกตเห็นการันต์เปลี่ยนท่านอน จากตอนช่วงค่ำๆ ที่เห็นนอนเหยียดยาว กลายเป็นนอนขดตัว มือกอดอกแน่นจังหวะนั้นนารานึกได้ว่าพี่อารยาเคยบอกเอาไว้ ว่าในห้องของคุณการันต์มีอุปกรณ์อะไรตรงไหนบ้าง เธอจึงส่องไฟเดินไปเปิดตู้เก็บเอกสาร ดึงลิ้นชักชั้นล่างสุดออกมาเจอแล้ว! ผ้าห่มผืนบางๆ เล็กๆ ตามที่พี่อารยาบอกนาราจึงวางมือถือลงบนโต๊ะ หงายฝั่งไฟฉายขึ้นส่องกระจายแสงไปยังเพดานให้พอมองเห็น ก่อนจะคลี่ผ้าห่มผืนบางนั้นออก แล้วถือวิสาสะเอาผ้าไปห่มคลุมกายคนที่อยู่ตรงหน้าการันต์ขยับตัวเล็กน้

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 5

    ตัดภาพมาที่ห้องประชุม นาราเปิดประตูให้การันต์เดินเข้าไปก่อน และตัวเองเดินตามหลัง คนเป็นเจ้านายเดินไปนั่งที่เก้าอี้ใหญ่หัวโต๊ะ ส่วนตัวเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้เสริมรอบนอก ก่อนหยิบสมุดออกมาเตรียมจดบันทึกการประชุมตามที่ได้รับมอบหมายณ ตอนนี้ มิสเตอร์ ‘เบนจามิน เฉิน’ ผู้บริหารสาขาสิงคโปร์ และพนักงานคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมานั่งรอการันต์เรียบร้อยแล้ว คนหัวโต๊ะกล่าวทักทายทุกคนในห้องประชุม ก่อนที่เบนจามินจะเอ่ยปากแนะนำพาร์ทเนอร์ธุรกิจคนใหม่จากจีนให้การันต์รู้จัก‘ลิ่วหยาง’ นักธุรกิจคนดังของเอเชียที่ตอนนี้บริษัทไหนๆ ก็อยากจีบให้เขามาเป็นคู่ค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจ เพราะเขาถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการสื่อคนหนึ่งของจีน ลิ่วหยางเป็นชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงอายุที่ดูเพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบ ขาดอยู่อย่างเดียวคือ พูดภาษาอังกฤษไม่เป็นดังนั้นในห้องประชุมจึงมีแต่เบนจามินที่สื่อสารกับลิ่วหยางเป็นภาษาจีนได้เพียงคนเดียว และยังเป็นล่ามจำเป็นที่คอยแปลสิ่งที่ลิ่วหยางพูดออกมา เปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษให้ทุกคนเข้าใจการประชุมครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบเรียบ พนักงานแต่ละคนผลัดเปลี่ยนกันออกมาพรีเซนต์แต่ละส่วนของโปรเจกต์ จนกร

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 4

    | การันต์ | ภาพความงดงามของกระจกตึกระฟ้ากระทบหยอกล้อกับแสงแดดช่วงสายที่ผมชอบมองดูมันในทุกวัน แต่ทำไมวันนี้มันดูไม่สวยเอาเสียเลย!ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านไหลเวียนอยู่ในหัวชนิดที่เอาออกไปไม่ได้ เจอเรื่องแย่ๆ แต่เช้า โดยเฉพาะเรื่องของยัยเด็กนั่นทำผมเสียเส้นไม่น้อย ที่ดันยืนทะเล่อทะล่าจนผมชนโครมเข้าให้ แถมยังทำเสื้อสูทตัวสวยเลอะเป็นรอยคราบกาแฟน่าเกลียดอีก เธอจะรู้อะไรไหมว่าสูทตัวนี้ราคาแพงแค่ไหนแต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะผมมีนัดคุยงานสำคัญช่วงบ่ายแทนพ่อ แล้วผมจะใส่อะไรล่ะเนี่ย สูทสำรองก็เพิ่งส่งซักไปเมื่อวาน จะให้พี่สุเมธกลับไปเอาที่บ้านก็มีแต่ตัวที่สีไม่เข้ากับกางเกงอีกก๊อก ก๊อก ก๊อก...!! ระหว่างที่ผมคิดเรื่องจัดการเสื้อสูทของตัวเอง ก็ได้ยินเสียงใครบางคนเคาะประตู ผมจึงตะโกนอนุญาตให้คนที่เคาะเข้ามาได้นั่นไงล่ะ! ยัยเด็กหน้าเอ๋อที่ทำตัวเก้ๆ กังๆ ในลิฟต์นั่นเอง ตายยากจริงๆ แค่นึกถึงก็มาหาถึงที่!!แต่เดี๋ยวก่อนนะ...จะให้เธอมาเป็นเลขาผมเนี่ยนะ มันใช่เหรอ!? เธอจะทำงานไหวจริงๆ ใช่ไหม!?ผมจ้องหน้าเลขาคนใหม่ในระหว่างที่เธอแนะนำตัว แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ผมก็โบกมือไล่ให้เธอออกไปจากห้อง เพราะยิ่งเ

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 3

    | นารา | หลังจากที่ฉันอุทานออกไป พี่อารยารีบหันมามองฉันตาเขียวปั้ด พร้อมขมวดคิ้ว ส่งสัญญาณให้ฉันหยุดพูด ก่อนที่ฉันจะตั้งสติแล้วกล่าวขอโทษบุคคลตรงหน้า ที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดดูท่าทีไม่ค่อยพอใจ“เอ่อ...ดิฉันขอโทษด้วยนะคะคุณการันต์” ฉันกล่าวขอโทษเขา ก้มหน้างุดมองพื้นสำนึกผิด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาก็แหม...ปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเริ่มขนาดนั้น แล้วไหนจะเรื่องที่ทำสูทตัวสวยนั่นเลอะอีก ดีนะที่เขาไม่เอาความแต่ถึงแม้ฉันจะก้มหน้ารับความผิดนี้อยู่ แต่ตาฉันก็แอบชำเลืองมอง เห็นเขากำลังจ้องหน้าฉันเขม็ง ทำหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับ จนหัวคิ้วสองข้างขมวดแทบจะผูกกันเป็นโบได้อยู่แล้ว ดูยังไง มองมุมไหน หน้าตาก็โคตรจะไม่เป็นมิตรสักนิด“คุณการันต์คะ นี่นาราค่ะ...น้องนาราแนะนำตัวเองหน่อยจ้ะ” พี่อารยาตัดสินใจพูดขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศอันมาคุนี้ หลังจากที่เธอก็คงสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของคุณเจ้านายใหญ่ ที่ดูจะไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย “สวัสดีค่ะคุณการันต์ ดิฉัน นารา สุวรรณธานนท์ ดิฉันมารับตำแหน่งเลขาของคุณการันต์นะคะ มาทำงานวันนี้วันแรก คุณการันต์มีอะไรเรียกใช้ฉะ...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ คนตรงหน้าก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ

  • คลั่งรักคุณเลขา   Chapter 2

    | นารา | เช้านี้ฉันตื่นสาย นาฬิกาเจ้ากรรมดันไม่ยอมปลุก หรือฉันไปเผลอปิดมันตอนไหนก็ไม่รู้ และดูเหมือนมันจะเป็นเช้าที่ไม่ค่อยดีเอาซะเลย!!วันนี้...วันที่ฉันต้องเริ่มทำงานเป็นวันแรก แต่ไม่รู้ผีบ้านผีเรือนตัวไหนเข้าสิงคุณ ‘นาริน’ คุณแม่สุดที่รักของฉัน เธอคะยั้นคะยอให้ฉันขับรถไปทำงาน กลัวลูกขึ้นรถเมล์แล้วตัวจะเหม็นกลิ่นเหงื่อ จะขึ้นรถไฟฟ้าก็บอกคนเยอะ กลัวลูกต้องยืนนาน จะแว้นไปกับพี่วินปากซอย ก็บอกกลัวเสื้อเหม็นกลิ่นควันจากท่อไอเสีย เดี๋ยวเพื่อนร่วมงานจะพานรังเกียจไปอีก ฉันจึงต้องจำใจทำตามที่แม่บอกเพราะเป็นเช้าวันเริ่มต้นสัปดาห์ วันนี้รถจึงค่อนข้างติดมากกว่าปกติ ฉันขับรถฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างจะเฮงซวยของเมืองกรุงมาเรื่อยๆ โชคดีที่ฉันจำเส้นทางได้จากการมายื่นเอกสารรายงานตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน กูเกิลแมพจึงไม่จำเป็นสำหรับฉันอีกต่อไปฉันขับรถมาเรื่อยๆ จนถึงตึกเดอะมาสเตอร์ ตึกสูงที่เป็นจุดหมายปลายทางตรงหน้า ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปตรงป้ายทางเข้านั่นไงล่ะ! ไม่มีที่จอด วนจะสิบรอบไม่มีที่จอดเหลือเลย จะมีก็แต่ที่จอดสำหรับผู้มาติดต่องานด้านหน้าตึกอีกไม่กี่ช่องแค่นั้นเอาวะ...จังหวะนี้ฉันว่าฉันต้องทำเนียนแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status