تسجيل الدخول| นารา |
สองปีที่ผ่านมา ดูเหมือนความคลั่งรักของเราสองคนไม่ได้ลดน้อยลงจากวันแรกที่คบกันเลย แถมนับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน คุณเจ้านายของฉันเขาใจดีมาก ดูแลเทคแคร์ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง ทุกสิ่งอย่างอันไหนเปย์ได้ เขาก็เปย์ให้จนหมดหน้าตัก แม้ฉันจะปฏิเสธแค่ไหนก็ตาม เรื่องเอาใจนี่เก่งเป็นที่หนึ่งจริงๆ
สำหรับเรื่องของเรา ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่บริษัทจะรู้เรื่องมากน้อยแค่ไหน หรือจะมีคนแอบซุบซิบนินทามากมายเพียงใด แรกๆ ฉันก็ได้ยินปวินมาเล่าให้ฟังบ้าง ว่าหลายคนแอบเมาท์มอยหาว่าฉันจ้องจะจับคุณการันต์บ้างล่ะ จ้องมาหลอกเอาเงินจากครอบครัวคุณเขาบ้างล่ะ บางทีเดินผ่านกลุ่มผู้หญิงขี้อิจฉาพวกนั้นก็ได้เสียงนินทาระยะเผาขน พูดจาเชิงดูถูกเหยียดต่างๆ นานา ราวกับว่าฉันไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น
เหนื่อยใจเหลือเกิน แต่ก็ต้องขอบคุณความอดทนของตัวเองที่ผ่านเรื่องพวกนี้มาได้ และก็ต้องขอบคุณเพื่อนที่แสนดีอย่างปวินที่คอยแก้ต่างให้เท่าที่เขาพอจะทำไหว
แต่สุดท้าย…ปัญหานี้ก็ได้ถูกแก้ไขไปได้ซะที!!
ทุกเรื่องในบริษัทนี้มักจะไม่พ้นหูทิพย์ตาทิพย์ของคุณพ่อคุณแม่ของคุณเจ้านายไปได้หรอก สมกับที่ท่านทั้งสองเป็นสุดยอดนักวางแผนมือทอง ผู้ที่คอยดูแลชีวิตฉันตั้งแต่เด็กจนโต และวางแผนทุกอย่างเอาไว้ให้ จนทำให้ฉันกับคุณการันต์มายืนอยู่ตรงจุดนี้ด้วยกัน
ในวันงานเลี้ยงฉลองครบรอบสามสิบปีของบริษัทที่ผ่านมา คุณการุณและคุณสุนทรีได้เชิญแขกเหรื่อทั้งผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า รวมทั้งพนักงานทุกคนของบริษัทเข้าร่วมงานในครั้งนี้
และหลังจากตอนที่ท่านขึ้นพูดเรื่องของการส่งต่อบริษัทให้กับลูกชายสุดที่รักดูแล ทั้งสองก็ยังแนะนำตัวฉันให้กับคนอื่นๆ ในงานทราบอย่างเป็นทางการว่า ฉันคือลูกสาวเพื่อนรักของเขา และเป็นผู้ถือหุ้นคนที่ทุกคนสงสัยว่าคือใคร แถมยังทิ้งท้ายก่อนลงเวทีอีกว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ฉันจะมาช่วยคุณการันต์บริหารงานที่นี่ ขอให้ทุกคนเคารพและให้เกียรติฉันด้วย
เอ่อ...คุณป๊าคะ คุณม้าคะ จะไม่ถามนาราสักหน่อยเหรอคะว่านาราอยากได้งานเพิ่มไหม!
เรื่องใหญ่ขนาดนี้ พอคนในบริษัทรู้เข้า มันก็เริ่มเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ขึ้นมาทันที เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ไปทั้งงาน และนั่นมันก็ทำให้ฉันได้เห็นอะไรแปลกๆ และตลกๆ หลายอย่าง
บางคนจากที่เหยียดฉันเมื่อวันก่อนก็รีบเข้ามาประกบฉอเลาะ ทำมาเป็นพูดจาดีด้วยอย่างกับหน้ามือเป็นหลังตีนเลยก็มี บางคนที่เรียกอีนารา ก็เปลี่ยนฉับมาเรียกคุณนาราคะ คุณนาราขาจนน่าหมั่นไส้
แต่คนที่ดูจะภูมิใจในตัวฉันไม่น้อยไปกว่าคุณการุณและภรรยาของเขา ก็คือท่านรองประธานฯ ที่ตอนนี้ได้รับตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัทนี้อย่างเต็มตัว
เขาพาฉันไปแนะนำตัวกับลูกค้าและคู่ค้าของบริษัทคนนู้นทีคนนี้ที อวยยศฉันซะใหญ่โต ทำตัวติดกันแทบตลอดเวลาไม่ยอมให้ห่างไปไหนไกล และเมื่อมีคนถามว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน คุณการันต์ตอบอย่างภูมิใจว่าฉันเป็นคนรักของเขา เล่นเอาฉันตั้งตัวไม่ทัน
งานนี้...ไม่ต่างจากประโยคฮิตของตัวละครในเรื่องสไปเดอร์แมนเลย พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง!! งานเข้ารัวๆ น่ะสิแบบนี้ จากงานเลขาที่ว่าหนักอยู่แล้ว พอต้องเพิ่มความรับผิดชอบเข้าไปดูแลจัดการในส่วนงานที่ดูมีปัญหาของบริษัท มันก็ยิ่งเหนื่อยขึ้นไปอีก
ครั้นจะหาเลขาคนใหม่ให้เจ้านายคนเดิม ทางนั้นก็ไม่ยอมท่าเดียว หาว่าละเลยหน้าที่บ้างล่ะ หาว่าฉันไม่รักเขาบ้างล่ะ บางทีก็ตัดพ้อน้อยใจหาว่าไม่สนใจเขาแล้ว สารพัดสารเพจะสรรหาคำพูดมารั้งฉันไว้ จนสุดท้ายฉันก็ต้องยอมเป็นเลขาให้ตามเดิม
ด้วยความรับผิดชอบที่ใหญ่ขึ้นอย่างที่บอก ดังนั้นตอนนี้ฉันเริ่มติดสอยห้อยตามคุณเจ้านายไปไหนมาไหนแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว รวมถึงงานโปรเจกต์ที่ยุโรปก็ด้วย หลายวันมานี้ฉันต้องคอยอยู่สะสางทำงานแทนเขาตั้งแต่เช้ายันดึกดื่น
และตอนนี้ฉันเองก็ต้องหอบร่างที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงกลับบ้าน ดีที่มีพี่สุเมธคอยมารับมาส่ง เนื่องจากเจ้ารถเน่าของที่บ้านได้สิ้นสภาพหมดอายุขัยลง และถูกส่งต่อไปให้อู่แยกชิ้นส่วนขายไปเรียบร้อยแล้ว
จริงๆ แล้วเรื่องรถ เจ้านายฉันเขาก็เปย์ให้นะ เอารถยุโรปคันหรูมาประเคนให้ถึงบ้าน แต่ด้วยศักดิ์ศรีหรือความเกรงใจอะไรของตัวเองก็มิทราบได้ ดันไปปฏิเสธเขาซะงั้น นึกย้อนไป…ก็อยากตบปากตัวเองเหลือเกิน!!
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม




![[ love of butterfly ] ผีเสื้อสามผัว (4p)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


