تسجيل الدخول| การันต์ |
สามสี่วันตั้งแต่มาทำงานที่เยอรมนี ผมโคตรเหี่ยวแห้งเลยครับ ตอนทำงานว่าน่าเบื่อแล้ว พอกลับมาที่โรงแรม แม่งโคตรน่าเบื่อกว่างานเมื่อตอนกลางวันซะอีก จะคุยกับเมีย…เมียก็ทำงานหนัก กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่น
อยากจะคุยด้วยกันนานๆ แต่ก็สงสารอีกคนที่กลับมาก็เอาแต่บ่นว่าทำงานแทนผมแล้วแทบไม่มีเวลาจะกระดิกตัว นี่ผมก็เร่งงานที่นี่ให้รีบจบจะได้รีบกลับบ้านซะที คิดถึงคนทางนู้นจะแย่อยู่แล้ว
ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องขอบคุณป๊ากับม้าที่ทำให้เราสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ถึงแม้มันจะนานหลายสิบปี จนผมจำเธอไม่ได้เลยก็ตาม จะว่าไปแผนการของทั้งคู่นี่ก็เด็ดดวงแยบยลจริงๆ นะ
มิน่าล่ะ ตั้งแต่ผมเรียนจบจากอเมริกามาเมื่อสี่ห้าปีก่อน ก็ยังติดใจสงสัยทำไมผมถึงไม่มีเลขาเหมือนผู้บริหารคนอื่นๆ เขาสักที ทั้งๆ ที่ตำแหน่งรองประธานฯ มันก็ใหญ่พอที่ควรจะต้องมีเลขาสักคนมาช่วยแบ่งเบาภาระการงาน
เคยถามทางหัวหน้าฝ่ายบุคคลไป ก็เงียบฉี่ บอกว่าคนที่สมัครคุณสมบัติไม่ถึงบ้าง บางทีก็บอกว่าไม่มีคนมาสมัครบ้าง จนผมเริ่มปลงและจัดการคิวงานตัวเองจนชิน แต่ก็ดีหน่อยที่มีป้ารุจี เลขาเก่าของป๊าที่คอยมาช่วยดูแลในส่วนของงานเอกสาร
บางทีก็คิดนะ ว่าผมเป็นคนที่ดูดุและน่ากลัว จนทำให้คนส่วนใหญ่ขยาดกับชื่อเสียงและกิตติศัพท์ในเรื่องความโหด พานทำให้ใครๆ ก็ไม่อยากทำงานด้วยหรือเปล่า
จนตอนหลังเพิ่งรู้ความจริงจากนารา ว่ามีสาวๆ เกือบจะครึ่งค่อนบริษัทที่ต่อคิวสมัครตำแหน่งนี้กันทันทีที่ทางฝ่ายบุคคลแปะประกาศ เยอะจนกล่องอีเมลของฝ่ายบุคคลเต็มแล้วเต็มอีก
คุณสุนทรีนี่แสบจริงๆ เก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้ว่าที่ลูกสะใภ้นี่เองสินะครับ
กลับมาที่เรื่องของผมกับนาราต่อดีกว่า หลังจากที่ผมบอกไปแล้วว่าผมแห้งเหี่ยวอยู่หลายวัน เลยคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมา และเหมือนโชคจะเข้าข้างที่เมื่อคืนอีกคนทักมาและยอมเปิดวิดีโอคอลคุยกัน ผมเห็นว่าเข้าทางจึงจัดเซ็กส์ทางไกลชุดเล็กๆ ไปเบาๆ หนึ่งกรุบ
เจ้าบันนี่ของผมนี่ก็ว่าง่ายเหลือเกิน น่าจะอยากแหละ ผมดูออก ยิ่งเวลาเห็นเธอทำกับตัวเองแบบนั้น มันยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของผมให้คึกมากขึ้น จนอยากจะจองตั๋วบินกลับเมืองไทยซะตอนนั้นเลย
แล้วยิ่งเสียงหวานๆ ใสๆ ของเจ้าตัว เวลาที่ครางออกมา เล่นเอาใจผมแทบจะขาด ทั้งน่ารัก ทั้งยั่วยวน แบบนี้ผมจะไปไหนรอดล่ะครับ
แผนการของผมมันยังไม่จบแค่นั้น เพราะกว่าจะปิดโปรเจกต์ บินกลับไทยก็อีกตั้งหลายวัน วันนี้เลยกะว่าจะจัดเซ็กส์คอลแบบจุใจให้เธอแบบจุกๆ ไปเลย ขอดูลีลาเจ้ากระต่ายน้อยตัวนี้หน่อย ว่าจะถึงใจแค่ไหน
ไม่รู้ว่าผมกลายเป็นคนติดเซ็กส์ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็กดสั่งของเล่นอย่างว่าไปเป็นหมื่น ก่อนจะแชทบอกคนขายให้รีบส่งไปให้คุณเลขาภายในวันนี้
เซอร์ไพรส์เล็กๆ จากผมคงจะทำให้เธองงไม่น้อย หลังจากแม่ค้าร้านเซ็กส์ทอยส่งข้อความมาแจ้งว่าพัสดุถึงมือผู้รับแล้ว ผมเลยรีบไลน์บอกเจ้าตัว กลัวจะเปิดกล่องมาตกใจแล้วตีพัสดุกลับคืนร้านค้าไป
นาราอ่านข้อความของผมแล้ว แต่ยังไม่ตอบอะไรกลับมา เดาไม่ออกเลยว่ากำลังอึ้ง กำลังงง กำลังดีใจ หรือกำลังโกรธผมอยู่กันแน่ เวลาที่เธอเงียบแบบนี้ ใจผมมันตุ๊มๆ ต่อมๆ กลัวๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ คือผมเคยมีอดีตไง…เจ็บแล้วจำอะเนอะ
ตอนนี้ผมเฝ้ารอคนรักตอบกลับมา แต่รออยู่นานเกือบสามทุ่มก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตอบกลับ จนผมร้อนใจต้องโทรไปถามกับพี่สุเมธ ซึ่งพี่แกก็บอกว่าส่งนารากลับบ้านตั้งแต่สองทุ่มแล้ว แต่หลังจากวางสายจากพี่สุเมธไม่ถึงนาที เสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น เมื่อคนที่ผมคิดถึงวิดีโอคอลเข้ามา
“ไงคะ...คนเก่งของผม วันนี้งานเยอะเหรอครับ หายไปเลย ไลน์ไปก็ไม่ตอบ”
[วันนี้งานน้อยค่ะ แต่ที่ไม่ตอบไลน์เพราะโกรธ]
“หืม...นาราโกรธผมทำไม”
[ก็คุณการันต์ทั้งหื่น ทั้งวิตถาร ส่งของพวกนี้มาให้ทำไมเยอะแยะ]
“โธ่...ก็นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก ผมอยากให้นาราผ่อนคลาย เห็นทำงานเครียดๆ เหนื่อยๆ ก็อยากให้รีแล็กซ์ไง”
[มันน่าอาย แล้วส่งมาทำไมไม่บอกกันก่อน ถ้าเกิดคนอื่นเห็นเข้า เขาจะมองนาราเป็นคนยังไงคะเนี่ย]
“เมียผมดุจัง ใส่มาเป็นชุดเลย กลัวแล้วคร้าบ…”
[คุณการันต์ไม่ต้องใช้มุกทำหน้าอ้อนเลยนะ]
“ก็อยากเซอร์ไพรส์ไง รู้นะว่าเมื่อวานนารายังไม่อิ่ม”
[บ้า]
“กินข้าวกินปลาแล้วใช่ไหม ปะ...ไปอาบน้ำกัน”
[นาราอาบแล้วค่ะ]
“แหม...อาบน้ำประแป้งรอผมล่ะสิ คิดว่าไม่รู้เหรอ”
[ชิ...เบื่อคนรู้ทัน]
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







