Short
คู่หมั้นมาเฟียเลือกเพื่อนวัยเด็ก แต่ฉันคือเจ้าหญิงมาเฟีย

คู่หมั้นมาเฟียเลือกเพื่อนวัยเด็ก แต่ฉันคือเจ้าหญิงมาเฟีย

โดย:  แอสเทอเรียจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
10บท
1.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ฉันกับคู่หมั้นที่เป็นมาเฟียตั้งใจว่าจะไปดูบอลโลกที่อเมริกาด้วยกัน แต่พอถึงวันบิน ฉันนั่งรอที่สนามบินตั้งสามชั่วโมง จิโอวานนีก็ยังไม่โผล่หัวมา จนกระทั่งดึกดื่นนั่นแหละ โทรศัพท์ฉันถึงสั่นสักที "โทษทีนะเบียนก้า" น้ำเสียงเขาฟังดูชิลๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ลืมบอกไปเลย พอดีคาริน่าตื่นเต้นเรื่องบอลโลกจนนอนไม่หลับเมื่อคืน ฉันก็เลยพาบินมาก่อน ตอนนี้เครื่องเพิ่งลงจอด" เงียบไปสักพัก เขาก็พูดต่อ "เธอเดินทางมาเองแล้วกัน ไว้เจอกันที่สนามพรุ่งนี้" ฉันยืนช็อก... บอลโลกครั้งนี้ฉันเฝ้ารอมาตั้งนาน แถมดูบอลเสร็จเรายังมีแพลนไปถ่ายรูปแต่งงานกันต่อที่ฮาวายอีก แต่แค่เพื่อนสมัยเด็กคนดีอ้อนคำเดียว เขาก็ทิ้งฉันไว้ข้างหลังซะงั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันต้องทิ้งงานมาทริปนี้เพื่อเขา ฉันต้องปฏิเสธดีลธุรกิจระดับหลายร้อยล้านไปถึงสองงาน หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ฉันก็หัวเราะออกมาเบาๆ "ฉันไม่อยากไปแล้วล่ะ เที่ยวกันให้สนุกนะ" วันต่อมา ฉันกดไปเจอโพสต์โซเชียลของคาริน่า ในรูป ยัยนั่นยืนควงแขนจิโอวานนีถ่ายคู่กับเมสซี่ ยิ้มร่าหน้าบานทั้งคู่ แคปชันเขียนไว้ว่า: "ขอบคุณจิโอวานนีที่พามาถ่ายรูปกับเมสซี่นะ! นายไม่เคยพลาดช่วงเวลาสำคัญในชีวิตฉันเลยสักครั้งจริง ๆ" ฉันกดไลก์รูปนั้นแบบนิ่งๆ ก่อนที่จะยกหูโทรศัพท์ "ยกเลิกงานแต่งงานอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าซะ" พอกันทีกับความสัมพันธ์นี้ ได้เวลากลับไปเป็นเจ้าหญิงองค์เดิมสักที!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

เหลือเวลาอีกแค่สามวันจะถึงวันแต่งงาน จิโอวานนีก็กลับมาถึงสวิตเซอร์แลนด์พร้อมคาริน่า พร้อมกับลูกพี่ลูกน้องและพวกเพื่อนๆ เขาเลยมารวมตัวกันที่คฤหาสน์เพื่อจัดงานต้อนรับเล็กๆ ให้

คาริน่าเดินเข้ามาในคฤหาสน์พร้อมกระเป๋าเดินทางที่อัดแน่นไปด้วยของฝาก เกือบแทบทุกคนได้ของฝากกันหมด ทั้งซิการ์เกรดพรีเมียม ไวน์บ่มปีเก่า หรือนาฬิกาพกพวกลิมิเต็ดอิดิชั่น

ยกเว้นฉันคนเดียว

ตอนที่กำลังรื้อกระเป๋า ยัยนั่นก็ยิ้มพลางพูดขึ้นมา "นี่ต่างหูพลอยสีชมพูที่จิโอวานนีช่วยเลือกให้ล่ะ สวยสุดๆ ไปเลยเนอะ"

ยัยนั่นแอบส่งสายตามาเย้ยฉันทีหนึ่ง ก่อนจะหยิบสร้อยคอไข่มุกขึ้นมา "แล้วก็เส้นนี้ด้วย เขาบอกว่าฉันใส่ไข่มุกแล้วแพงสุดๆ"

จากนั้นก็ค่อยๆ หยิบเสื้อบอลพร้อมลายเซ็นสดของเมสซี่ออกมาอย่างทะนุถนอม ตาเป็นประกายด้วยความสุข "จิโอวานนีต้องวิ่งเต้นใช้เส้นสายตั้งเยอะกว่าจะได้ลายเซ็นนี้มา ถ้าไม่มีเขานะ ชาตินี้ฉันคงไม่มีทางได้เข้าใกล้คนดังขนาดนี้หรอก"

มันทำให้ฉันนึกถึงเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่ฉันเคยขอให้จิโอวานนีช่วยหาบัตรเชิญงานนิทรรศการศิลปะที่ลุงห่างๆ ของเขาเป็นสปอนเซอร์ เพราะฉันมีธุระสำคัญต้องไปจัดการที่นั่น แต่เขากลับบอกฉันว่าตั๋วหมดเกลี้ยง ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ

"เอาน่า อย่าคิดมากเลย" ตอนนั้นเขาลูบหัวฉันเบาๆ "กับอีแค่งานศิลปะจัดขำๆ ไม่เห็นมีอะไรสำคัญเลย"

เทียบกับลายเซ็นเมสซี่แล้ว เรื่องของฉันมันเล็กน้อยมาก... สรุปคือเขาแค่ไม่พยายามเพื่อฉันเลยต่างหาก

ตอนนั้นเอง ลูกพี่ลูกน้องของจิโอวานนีก็พูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม "เออ จิโอวานนี แล้วนายไม่ได้ซื้ออะไรมาฝากเบียนก้าบ้างเหรอ?"

จิโอวานนีตอบกลับหน้าตาเฉย แบบไม่มีความรู้สึกผิดสักนิด "เบียนก้าไม่ชอบของกระจุกกระจิกพวกนี้หรอก ซื้อไปก็เปลืองเงินเปล่า ๆ"

ฉันก้มหน้าลงพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ... อ๋อ การซื้อของฝากให้ฉันมันเปลืองเงินสินะ

"ก็จริง" ญาติเขาพยักเห็นด้วย แถมทิ้งท้ายถ้อยคำแบบแซะ "เบียนก้าก็ทรงนี้ตลอด เหมือนไม่เคยมีอะไรที่ถูกใจจริงๆ สักอย่าง ต่างจากคาริน่า รายนั้นชอบของเล่นของหวานน่ารักๆ มาตั้งแต่เด็กแล้ว"

ญาติๆ และแก๊งเพื่อนของจิโอวานนีไม่เคยชอบฉันจริงๆ หรอก มองว่าฉันเย็นชา ไม่รู้จักเข้าหาเพื่อเอาใจ ไม่เหมือนคาริน่าที่โตมาด้วยกัน อ้อนเก่ง พูดหวาน ๆ เหมือนนกไนติงเกล

และที่สำคัญที่สุด... พวกเขามองว่าฉันมันเป็นพวก 'กระจอก' ไร้ประโยชน์

ถ้าไม่ใช่เพราะความรักหวานชื่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผู้หญิงธรรมดาๆ ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างฉันคงไม่มีทางได้ก้าวมาถึงจุดที่ได้หมั้นหมายกับเขาหรอก

จิโอวานนีคือทายาทสายเลือดอิตาเลียน-อเมริกันของตระกูลมาเฟีย'วิทาเล่' ที่กำลังทรงอิทธิพล เขาเป็นหนึ่งในคนที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะขึ้นเป็นดอนคนต่อไป คนพวกนี้ยอมทนเห็นหน้าฉันก็เพราะเขายืนกรานบอกแค่นั้นแหละ

คาริน่ามักจะขู่ฉันลับหลังเสมอ: "เธอมันไม่คู่ควรกับตระกูลมาเฟียนี้หรอก เดี๋ยวก็โดนจับกินทั้งเป็น ไม่เหลือแม้แต่กระดูก หุบปากแล้วเจียมตัวไว้ซะ"

แต่พออยู่ต่อหน้าคนอื่น ยัยนั่นจะทำตัวเป็นคนบอบบางน่าสงสารขึ้นมาทันที ทุกครั้งที่ฉันกับคาริน่ามีปากเสียงกัน สายตาของคนพวกนั้นที่มองมาเลยมีแต่ความรำคาญ เหมือนพร้อมจะโยนฉันลงทะเลไปให้ฉลามได้ทุกเมื่อ

เมื่อก่อน จิโอวานนีเคยอยู่ข้าง ๆ ฉันตลอด เวลาที่ฉันผิด เขาจะรับหน้าแทนและปกป้องฉันต่อหน้าทุกคน เคยยอมบินข้ามครึ่งยุโรปเพียงเพื่อไปหาซื้อเครื่องแก้วแฮนด์เมดที่ฉันเคยพูดเล่น ๆ ว่าสวยดี หรือแม้กระทั่งยกแมวน้อยที่เลี้ยงมาสามปีให้ฉัน

เขาเคยจับมือฉันไว้แล้วพูดว่า "เบียนก้า ฉันเป็นคนดึงเธอเข้ามาในโลกสีเทานี้เอง เพราะงั้นฉันจะปกป้องเธอสุดชีวิต ไม่ให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอได้"

ตอนนั้น เขาให้ฉันมาเป็นอันดับหนึ่งจริงๆ ไม่ว่าจะต้องเจออคติหรือคำดูถูกเหยียดหยามมากแค่ไหน ฉันถึงได้ยอมยืนอยู่ข้างเขาไม่ไปไหน

ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่... ที่เขาเริ่มมองว่าการกระทำของคาริน่าเป็นเรื่องปกติ เริ่มยอมรับอคติของคนที่บ้านที่มีต่อฉัน และมองว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น คนที่เป็นฝ่ายผิด... ก็คือฉันเสมอ

ทุกคนยกแก้วชนกัน หัวเราะเฮฮากันอย่างสนุกสนาน ราวกับฉันเป็นแค่คนนอกที่หลงเข้ามาผิดที่ผิดทาง

ฉันพูดขึ้นมาเบาๆ "จิโอวานนี เรื่องงานแต่งอีกสามวัน ฉันมีเรื่องจะ..."

"จิโอวานนี!" เสียงคาริน่าร้องลั่นขึ้นมาขัดจังหวะ

ตอนกำลังแกะของขวัญ ยัยนั่นโดนเข็มกลัดทิ่มเข้าที่ปลายนิ้ว เลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นหยดเล็กๆ นิดเดียว

จิโอวานนีรีบถลาเข้าไปหาทันที "อยู่นิ่งๆ นะ" เขาจับมือยัยนั่นขึ้นมาดูแผลอย่างเบา ๆ พวกคนรับใช้รีบยกกล่องปฐมพยาบาลมาประเคนให้ "เร็วเข้า รีบห้ามเลือด!"

ชั่วพริบตาเดียว ทุกคนก็กรูเข้าไปมุงล้อมรอบตัวเธอ ช่วยกันทำแผล และปลอบกันยกใหญ่ ราวกับยัยนั่นเสียเลือดใกล้ตาย

ส่วนฉัน... ก็กลับกลายเป็นอากาศธาตุอีกครั้ง

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
10
บทที่ 1
เหลือเวลาอีกแค่สามวันจะถึงวันแต่งงาน จิโอวานนีก็กลับมาถึงสวิตเซอร์แลนด์พร้อมคาริน่า พร้อมกับลูกพี่ลูกน้องและพวกเพื่อนๆ เขาเลยมารวมตัวกันที่คฤหาสน์เพื่อจัดงานต้อนรับเล็กๆ ให้คาริน่าเดินเข้ามาในคฤหาสน์พร้อมกระเป๋าเดินทางที่อัดแน่นไปด้วยของฝาก เกือบแทบทุกคนได้ของฝากกันหมด ทั้งซิการ์เกรดพรีเมียม ไวน์บ่มปีเก่า หรือนาฬิกาพกพวกลิมิเต็ดอิดิชั่นยกเว้นฉันคนเดียวตอนที่กำลังรื้อกระเป๋า ยัยนั่นก็ยิ้มพลางพูดขึ้นมา "นี่ต่างหูพลอยสีชมพูที่จิโอวานนีช่วยเลือกให้ล่ะ สวยสุดๆ ไปเลยเนอะ"ยัยนั่นแอบส่งสายตามาเย้ยฉันทีหนึ่ง ก่อนจะหยิบสร้อยคอไข่มุกขึ้นมา "แล้วก็เส้นนี้ด้วย เขาบอกว่าฉันใส่ไข่มุกแล้วแพงสุดๆ"จากนั้นก็ค่อยๆ หยิบเสื้อบอลพร้อมลายเซ็นสดของเมสซี่ออกมาอย่างทะนุถนอม ตาเป็นประกายด้วยความสุข "จิโอวานนีต้องวิ่งเต้นใช้เส้นสายตั้งเยอะกว่าจะได้ลายเซ็นนี้มา ถ้าไม่มีเขานะ ชาตินี้ฉันคงไม่มีทางได้เข้าใกล้คนดังขนาดนี้หรอก"มันทำให้ฉันนึกถึงเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่ฉันเคยขอให้จิโอวานนีช่วยหาบัตรเชิญงานนิทรรศการศิลปะที่ลุงห่างๆ ของเขาเป็นสปอนเซอร์ เพราะฉันมีธุระสำคัญต้องไปจัดการที่นั่น แต่เขากลับบอกฉันว่าตั๋วห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
หลังจากนั้นสักพัก ฉันก็หันหลังเดินออกจากคฤหาสน์ จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืด โทรศัพท์ฉันสั่นมีสายเรียกเข้า เป็นจิโอวานนีโทรมา"เบียนก้า ทำไมจู่ๆ ก็เดินออกไปแบบนั้นล่ะ? แล้วเมื่อกี้เธอจะพูดอะไรเรื่องงานแต่ง?"ฉันมองออกไปที่แสงไฟริบหรี่ตามริมถนน ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เปล่าหรอก นายไปดูแลคาริน่าเถอะ ยัยนั่นเจ็บอยู่นี่"จิโอวานนีหัวเราะแบบเอ็นดู "ยัยนั่นยังบ่นเจ็บอยู่นั่นแหละ บอบบางเหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีผิด" จากนั้นเขาเหมือนนึกขึ้นได้ "เออ เธออยากคุยเรื่องงานแต่งใช่ไหม? ให้คาริน่าจัดการไปเลย ยัยนั่นเก่งเรื่องพวกนี้ รับรองว่าจัดออกมาสวยแน่""แต่ฉัน..." ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็กดตัดสายใส่... ช่างเถอะ เดี๋ยวเขาก็ได้รู้เองนั่นแหละตลอดทั้งบ่าย โทรศัพท์ฉันสั่นไม่หยุด คาริน่าโพสต์รูปภาพในกลุ่มแชทครอบครัวตลอดเวลาในรูป ยัยนั่นใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ โดยมีจิโอวานนีใส่สูทผูกไทยืนข้าง ๆ ทั้งคู่ยิ้มให้กันริมทะเลฮาวาย... เหมือนคู่รักกันจริงๆ ไม่มีผิด"เบียนก้า จริงๆ จิโอวานนีตั้งใจจะไปถ่ายรูปแต่งงานกับเธอนั่นแหละ แต่ในเมื่อเธอไม่ยอมมา แถมพวกเราก็แบกชุดมาตั้งไกล จะทิ้งไว้เปล่าๆ ก็เสียดาย ฉันเล
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ไม่นานนัก จิโอวานนีก็นักเปิดประตูเข้ามาในห้องฉัน"เบียนก้า ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ"เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ "คาริน่าอยากไปงานประมูล แต่วันและเวลามันดันตรงกับงานแต่งเรา พอดีว่า...""ยกเลิกงานแต่งไปซะสิ" ฉันพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"อะไรนะ?"จิโอวานนีทำหน้างง ๆ เหมือนตามไม่ทัน ก่อนจะพยายามอธิบายด้วยความอดทนอดกลั้น "ฉันหมายถึง งานประมูลมันเริ่มช่วงเช้า เดี๋ยวฉันพายัยนั่นไปก่อน แล้วเธอรออยู่ที่คฤหาสน์นะ ไม่เกินเที่ยงฉันจะรีบกลับมา ฉันสัญญา"ฉันจ้องหน้าเขานิ่งๆ ในที่สุดก็อดที่จะถามไม่ได้ "จิโอวานนี งานแต่งของเรามันสำคัญน้อยกว่างานประมูลเหรอ?""งานประมูลนี้ปีหนึ่งมีแค่ครั้งเดียว" เขาตอบเสียงเรียบ "แถมในงานมีแหวนมรกตที่คาริน่าอยากได้มาตั้งแต่งยังเด็กด้วย"ฉันพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "จิโอวานนี... ยกเลิกงานแต่งไปเถอะ"จิโอวานนีคิดว่าฉันแค่งี่เง่าประชดประชัน เขาเลยล้วงรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านในแล้วยื่นมาตรงหน้าฉัน"เธออยากเจอเมสซี่มาตลอดไม่ใช่เหรอ?รอบนี้ฉันอุตส่าห์ไปหารูปถ่ายลายเซ็นเขามาให้เธอเลยนะ" เขายื่นมือมายีผมฉันเบาๆ เหมือนเวลาที่เคยง้อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
คุณลุงมองหน้าคาริน่าด้วยความรักและเอ็นดู "ต่อไปต้องระวังให้มากกว่านี้นะ พ่อแม่ของหนูยอมสละชีวิตเพื่อตระกูลเรา ถ้าหนูเป็นอะไรไปอีก ลุงจะเอาหน้าไปสู้หน้าพวกเขาบนสวรรค์ได้ยังไง"จิโอวานนีพูดเสริมขึ้นมาเบา ๆ "ยิ่งผิวบางๆ อยู่ด้วย ช่วงสองสามวันนี้ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำแล้วกันนะ"ในที่สุดฉันก็หมดความอดทน "จิโอวานนี ฉันไม่ได้มาเยี่ยมยัยนั่น นี่มันยาแก้แพ้ ดูไม่ออกหรือไง?"จิโอวานนีชะงัก ก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นมามองฉันอย่างจริงจัง สายตาเขาปะทะเข้ากับผื่นแดงที่เห่อเต็มหน้าฉัน สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที "เธอแพ้อะไรมา?"เขายื่นถุงยาคืนให้ฉัน "ขอโทษที เมื่อกี้ฉันไม่ได้สังเกต เดี๋ยวจัดการทางนี้ให้คาริน่าเสร็จแล้ว ฉันจะไปเฝ้านะ"ฉันรับถุงยามาแล้วเดินเข้าห้องให้น้ำเกลือ พยาบาลแทงสายน้ำเกลือพลางขมวดคิ้ว กับเอามือกุมขมับเมื่อเห็นผื่นบนหน้าฉัน "คุณคะ อาการแพ้ค่อนข้างหนักเลย ไม่มีใครมาด้วยเหรอคะ?""พวกเขามีธุระต้องไปทำน่ะค่ะ" ฉันตอบเสียงเบาพยาบาลถอนหายใจยาว "จริงๆ น่าจะรีบมาให้เร็วกว่านี้นะคะ แถมควรมีคนมาดูแลด้วย ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้อาจจะถึงขั้นหายใจติดขัดขั้นอันตรายได้เลยนะคะ"ฉันได้แต่ยิ้มรับบางๆ อย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
เบียนก้ายกเลิกงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้! ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาอีกแล้วว่าเธอตั้งตารองานแต่งงานนี้ขนาดไหน และเตรียมงานมาเนิ่นนานเท่าไหร่ เธอลงมือเลือกและตกแต่งสถานที่ด้วยตัวเอง แถมยังตรวจเช็กลิสต์รายชื่อแขกทีละคนๆ แล้วจู่ๆ เธอจะยกเลิกได้ยังไง?เขาหันไปเค้นถามคาริน่า "คาริน่า เธอเป็นคนช่วยจัดการเรื่องงานแต่งส่วนใหญ่ไม่ใช่เหรอ? เธอไม่รู้เลยเหรอว่างานถูกยกเลิกไปแล้ว?!"ความตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาของคาริน่าชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะส่ายหน้าปฏิเสธพลางทำสีหน้าน่าสงสารสุดขีด "ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ นะคะ! ฉันรับผิดชอบแค่เรื่องชุด เครื่องประดับ แล้วก็ของชำร่วยเอง ส่วนเรื่องติดต่อกับทางโบสถ์ เบียนก้าเป็นคนจัดการเองคนเดียวทั้งหมด เธอไม่เคยบอกอะไรฉันเลย...""หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเบียนก้า?"จิโอวานนีรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาโทรหาเธอทันที แต่ปลายสายกลับรัวเสียงเข้าสู่บริการฝากข้อความเสียง เขากระหน่ำส่งข้อความไปอีกหลายสิบข้อความ... ไร้การตอบรับบรรยากาศหน้าโบสถ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ แขกหลายคนเริ่มชักสีหน้าและแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดจู่ๆ ขอบตาของคาริน่าก็แดงช้ำ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาพร้อมน้ำตา "จิโอว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
หัวใจของจิโอวานนีกระตุกวูบ เขากระชากโทรศัพท์ไปจากมือของเธอทันทีโพสต์นั้นสั้นๆ ง่ายๆ มีแค่คำสองคำ: "ถึงอย่างปลอดภัย"ด้านล่างเช็กอินโลเคชันไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาความอึดอัดหนักอึ้งที่กดทับอยู่บนอกของจิโอวานนีมาตลอดทั้งวัน หายไปในพริบตา"โล่งอกไปที... ยัยนั่นปลอดภัยดี"ยังไม่ทันที่เขาจะได้สงสัยว่าเธอไปทำอะไรที่อเมริกา ขอบตาของคาริน่าก็แดงขึ้นมาอีกรอบ "เบียนก้าต้องแอบไปดูบอลโลกแน่ๆ เลยค่ะ... เธอต้องยังโกรธที่เราแอบไปดูบอลโดยไม่ชวนเธอแน่ๆ ถึงได้ประชดหนีไปต่างประเทศคนเดียวแบบนี้"คุณลุงลูบไหล่ปลอบเธอเบาๆ "คาริน่า อย่าโทษตัวเองเลย เบียนก้าก็คงแค่อยากไปพักผ่อนสมองแหละ"คาริน่าปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ โผเข้าซบอกจิโอวานนีเต็มๆทว่าครั้งนี้ จิโอวานนีกลับไม่ได้รู้สึกเอ็นดูสงสารเหมือนเคย... เขามีเพียงความรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง และเบียนก้าก็ไม่เคยโกรธเขานานเลยสักครั้ง เขาเชื่อมาตลอดว่าเธอเป็นคนมีเหตุผลและพร้อมจะเข้าใจเขาเสมอ... แต่ทำไมครั้งนี้ เธอถึงไม่บอกอะไรไว้เลยล่ะ?ความคิดนี้กระแทกเข้ากลางอกเขา... ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาละเลย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
ลูเซียโนมองฉันอย่างอึ้งๆ "เดี๋ยวนี้รู้จักให้อภัยคนตั้งแต่เมื่อไหร่? จำได้ว่าตอนเด็กๆ มีคนตั้งใจทำตุ๊กตาเธอพัง เธอเอาปืนจ่อหัวมันจนฉี่ราดกางเกงเลยไม่ใช่เหรอ?"มุมปากฉันยกยิ้มขึ้นมานิดๆ "สงสัยฉันคงโตขึ้นแล้วมั้ง"คุณพ่อเคารพการตัดสินใจของฉันเสมอ ไม่ว่ามันจะดูน่าปวดหัวแค่ไหนก็ตาม ท่านดึงตัวฉันเข้าไปกอด "เอาสิ แล้วแต่ลูกเลย"พอการแข่งขันจบ พ่อก็พาฉันกับลูเซียโนเดินตรงเข้าห้องรับรองวีไอพี จนในที่สุดฉันก็ได้เจอคริสเตียโน โรนัลโด้ ตัวจริงเสียงจริง! เขายิ้มแจกความสดใส จับมือฉันอย่างเป็นกันเอง แถมยังเซ็นลายเซ็นสดลงบนลูกฟุตบอลให้อีกด้วยพอออกจากสนาม ฉันก็กระโจนกอดพ่อแน่น "ขอบคุณนะคะป๊ะป๋า ขอบคุณมากๆ ที่ช่วยสานฝันของหนูให้เป็นจริง!"พ่อลูบหัวฉันเบาๆ "เด็กน้อย ต้องขอบคุณลูเซียโนโน่น รายนั้นเขาเป็นคนวิ่งเต้นจัดการให้ลูกทั้งหมดเลย"ฉันหันไปประสานสายตากับดวงตาอบอุ่นและลึกซึ้งของลูเซียโน แก้มสองข้างแดงขึ้นทันทีฉันยื่นมือออกไปจับมือเขา "ขอบคุณนะคะ"ลูเซียโนยิ้มแบบสง่างาม "การได้ทำเพื่อเจ้าหญิงของผม ถือเป็นเกียรติสูงสุดแล้วครับ"ความรู้สึกตื้นตันวิ่งขึ้นมากระจุกที่ลำคอ... คนที่ใส่ใจและรู้ว่าฉั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
จิโอวานนีหน้าซีดเผือดด้วยความช็อก เขาผลักเธอออกสุดแรงก่อนที่ริมฝีปากจะแตะโดนกัน"คาริน่า! เธอพูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย?! ฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวมาตลอด ไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลยสักนิด!""เป็นไปไม่ได้!" คาริน่าสติแตก สติหลุดร้องลั่น "ถ้าคุณไม่ได้ชอบฉัน แล้วที่ผ่านมาคุณจะดีกับฉันขนาดนั้นทำไม?! คุณจำได้หมดว่าฉันชอบอะไร เกิดเรื่องอะไรขึ้นคุณก็รีบมาหาฉันคนแรก แถมตอนมีปัญหากับเบียนก้า คุณก็เลือกเข้าข้างฉันตลอด! ทั้งหมดนี้มันไม่ได้แปลว่าคุณรักฉันหรือไง?!"ฟังคาริน่าพรั่งพรูออกมาจนจบ จิโอวานนียืนช็อก ตัวแข็งเป็นหินนาทีนั้นเองที่เขาเพิ่งจะตาสว่าง... เพิ่งรู้ว่าพฤติกรรม 'บริสุทธิ์ใจ' ของตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมามันงี่เง่า ไร้ยางอาย และล้ำเส้นขนาดไหน มันสร้างบาดแผลลึกให้เบียนก้ามากเท่าไหร่แล้วคาริน่าพยายามจะโผเข้ามากอดเขาอีกครั้ง แต่เขากลับสะบัดเธอออกอย่างเย็นชา"พอได้แล้ว! อีกสองสามวันจะมีดีลค้าอาวุธนัดสำคัญ งานนี้ชี้ชะตาสายส่งคลังแสงของตระกูลวิทาเล่ไปอีกหลายปี และเป็นดีลร่วมทุนที่ใหญ่ที่สุดของเรา ฉันต้องไปเตรียมตัวกับคุณพ่อคุณแม่ จากนี้ไปเธออยู่แต่ในบ้านตัวเองซะ อย่ามาสร้างเรื่องวุ่นวายอีก"นี่เ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบกริบ ผ่านไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันก็ปรากฏบนใบหน้าของพ่อจิโอวานนี ก่อนจะหัวเราะเหยียดๆ ออกมา "เบียนก้า ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอหลุดเข้ามาในนี้ได้ยังไง แต่นี่ไม่ใช่สถานที่ให้เธอมาเดินเล่นประชดประชันเป็นเด็กๆ คนที่เรามาเจอวันนี้คือระดับผู้บริหารจากตระกูล 'คอนติ'เธอคงไม่ได้มโนไปเองหรอกนะว่าแค่สถาปนาตัวเองขึ้นมาพูด แล้วทุกคนต้องเชื่อตามน่ะ?"แม่เขาก็ส่ายหน้าเอือมระอา "เบียนก้า เลิกทำตัวเป็นเด็กเรียกร้องความสนใจได้แล้ว ออกไปก่อนที่คนระดับที่เธอไม่มีปัญญาไปสู้กับเขาจะมาถึงดีกว่า"จิโอวานนีรีบคว้าข้อมือฉันไว้ พยายามใช้น้ำเสียงนุ่มนวลว่าง่าย “เบียนก้า เป็นเด็กดี แล้วออกไปก่อนนะ"ฉันสะบัดมือออกจากการจับของเขาอย่างนิ่งสงบ ปรายตามองพวกเขาด้วยความสมเพช "ดูเหมือนพวกคุณจะรู้จักพาร์ตเนอร์ธุรกิจของตัวเองน้อยกว่าที่ฉันคิดไว้นะคะ"สีหน้าพ่อของเขามืดลงทันที "เบียนก้า! อย่ามาได้ใจให้มันมากนัก! ถ้าเธอยอมขอโทษตอนนี้ ฉันอาจจะยังเมตตาให้เธอยังเป็นคู่หมั้นของจิโอวานนีต่อ แต่ถ้ายังสำคัญตัวผิดอยู่ล่ะก็..."ฉันกำลังจะเอ่ยปากสวน ทว่าน้ำเสียงทรงพลังและน่าเกรงขามก็ดังขัดขึ้นมาจากทางด้าน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
ดวงตาของเขาเปิดกว้างด้วยความตื่นตระหนก ส่ายหน้าปฏิเสธรัว ๆ "ไม่! ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะเบียนก้า! ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันละเลยความรู้สึกเธอ ฉันมันตาบอดแล้วก็โง่เอง! แต่ฉันสาบานได้เลยนะว่าฉันไม่เคยรักคนอื่นเลย คาริน่าก็เป็นแค่น้องสาวจริงๆ ได้โปรดเถอะเธอ... เชื่อฉันสักครั้งนะ..."สองมือของเขายังคงกอดขาฉันไว้แน่น น้ำเสียงสะอื้นร้องไห้แทบขาดใจ "ได้โปรดเถอะเบียนก้า... อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งเถอะ ฉันขอร้องล่ะ"ฉันดึงขากลับออกมาเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นชาถึงกลางหัวใจ "งานแต่งงานของเรายกเลิกไปตั้งนานแล้วค่ะ... และคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาเหนี่ยวรั้งฉันไว้อีกต่อไป"ฉันควงแขนพ่อแล้วก้าวเดินออกไปโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ด้านหลังของฉัน... เสียงพ่อแม่ของจิโอวานนีร้องไห้โฮหมดสภาพ ขณะที่จิโอวานนีเพิ่งจะตระหนักได้ในที่สุดว่า ผู้หญิงที่เคยยืนรอเขาเสมอคนนั้น... จะไม่มีวันกลับมาอีกแล้วทันใดนั้น รถโรลส์-รอยซ์หรูก็แล่นมาจอดนิ่งที่หน้าอาคาร ประตูรถเปิดออก ลูเซียโนก้าวลงมาจากรถ เดินตรงเข้ามาหาคุณพ่อแล้วโค้งคำนับอย่างนอบน้อม "ดอน"คุณพ่อพยักหน้ารับ ลูเซียโนจึงหันมาหาฉัน พร
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status