เจคอปตกตะลึงกับภาพที่เห็น ผู้หญิงสองคนกำลังปลุกปล้ำกันล้มลุกคลุกคลาน เสียงตะคอกของเขาควรจะหยุดทุกการกระทำให้อยู่ในความสงบ ทั้งๆที่ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่นาเดียกลับ....
ผั๊วะ!!!! “นี่แนะๆๆๆ” นาเดียนั่งคร่อมอยู่บนตัวญาดาและกระหน่ำตบตีคนด้านล่างไม่ยั้ง เนื้อตัวของทั้งคู่เต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วนที่เกิดจากการต่อสู้ มันเป็นพฤติกรรมต่ำทรามที่เขาไม่อาจทนมองได้
“นาเดีย หยุด พอได้แล้ว!!” เจคอปพุ่งตัวเข้าไปกระชากร่างของนาเดียออกมาจากร่างเละเทะของญาดา แต่ร่างเล็กกลับดีดดิ้นสู้กับแรงของเขาจนเจคอปควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ “พี่บอกให้หยุด!!!!!” เขาปล่อยร่างเล็กลงบนพื้นจนเธอเสียหลักล้ม ไม่เคยมีใครกล้าท้าทายเขาขนาดนี้มาก่อน เขามองแววตาที่จ้องตอบแบบไม่มีทีท่าว่าจะยอมลงให้
ทั้งคู่ฟาดฟันกันด้วยอารมณ์ที่กำลังโมโหสุดขีด
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของผู้หญิงอีกคนที่ยืนกอดอกเฝ้ารอดูความย่อยยับของคนตรงหน้า
'แกมันโง่นังนาเดีย คนล่าสุดที่ฉันเห็นกล้าท้าทายผ.อ.แบบนั้น ตอนนี้จบชีวิตการทำงานอยู่แค่ในโรงงานเก่าๆ ต่อให้แกเป็นคนโปรดมากแค่ไหน แต่พี่เจคไม่มีทางปล่อยคนที่กล้าท้าทายเขาต่อหน้าพนักงานนับสิบแบบนี้เอาไว้แน่'
วาววาฉีกยิ้มสะใจ เธอไม่ต้องเปลืองแรงลงมือกับนาเดียด้วยตัวเอง แค่ปั่นหัวให้หล่อนสับสน และยืมมือญาดาให้ลงมือแทน แค่นี้เธอก็สามารถเขี่ยศัตรูออกไปให้พ้นทางโดยที่ตัวเธอยังคงอยู่รอดปลอดภัย
'เอาเลยสินาเดีย เถียงผ.อ.ให้เยอะๆเลย แกคงจะกำลังโกรธเขาสินะ แกคงจะกำลังสับสนกับความรู้สึกของเขาสินะ ระเบิดมันออกมาเลย ฉันรอดูความพินาศของแกอยู่'
เจคอปมองร่างบางด้วยความโมโห ในฐานะที่เขาเป็นถึงผู้บริหารของโรงพยาบาลแห่งนี้ เขาจะปล่อยให้นาเดียแสดงพฤติกรรมต่อต้านและขัดคำสั่งเขาต่อหน้าพนักงานนับสิบไม่ได้ จะปล่อยให้เธอแสดงพฤติกรรมไม่เคารพเขาต่อหน้าคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด แม้เธอจะเป็นผู้หญิงที่เขารัก แต่ยังไงเธอก็ต้องให้เกียรติเขา ต้องเคารพเขาในฐานะผู้ปกครองดูแลชีวิตพนักงานนับแสนคน ทั้งที่หากเป็นผู้หญิงคนอื่น เขาคงไล่พวกหล่อนออกไปให้พ้นหน้าแล้ว แต่กับคนตรงหน้า คนที่เขาอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย!
“นาเดีย....”
ทั้งที่ควรจะทำใจแข็งเพื่อปรามคนตรงหน้าให้เลิกทำพฤติกรรมก้าวร้าวแบบนี้ แต่แววตาแข็งกร้าวของนาเดียกลับทำให้เจคอปเป็นฝ่ายยอม แววตาของเขายอมอ่อนลงให้เธอ ยอมให้เธอแค่คนเดียว แต่ถึงอย่างนั้น นาเดียกลับไม่มีวี่แววว่าจะยอมอ่อนให้เขา
“ไม่ต้องมายุ่งกับหนู พี่ไปหานังมินตรามาใช่ไหม”
นาเดียระเบิดอารมณ์ออกมาโดยไม่เหลือความเคารพยำเกรง ความคับแค้นใจที่ถูกวาววาปลุกขึ้นมา ทำให้หัวใจของเธอแหลกสลาย ร่างบางกำหมัดท้าทายสายตาของเจคอปอย่างไม่เกรงกลัว
ท่าทางและคำพูดของนาเดียทำให้ความอดทนของเจคอปขาดสะบั้นลงเช่นกัน
“หยุดพูดจาดูถูกคนอื่นเดี๋ยวนี้นะ อย่ามาทำพฤติกรรมแบบนี้กับพี่” เจคอปตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่หลงเหลือความอ่อนโยน
เธอคิดว่าเธอเป็นใครนาเดีย คิดว่าเพราะฉันรักเธอถึงได้คิดว่าจะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม!
“ทำไมหนูจะพูดไม่ได้ พี่รักมันมากสินะ ถึงขนาดโง่ชื่นชมมันอยู่ได้ ทั้งๆที่มันเป็นคู่หมั้นของพี่เจมส์ มันก็ยังทำตัวต่ำๆไปจูบกับผู้ชายคนอื่น พี่ก็เห็น แต่พี่ก็ยังปกป้องมัน!!”
“นาเดีย!!!!”
เสียงคำรามดุร้ายอย่างที่ไม่เคยใช้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้กระทั่งกับญาดา
เจคอปตรงปรี่เข้าไปกระชากไหล่คนตรงหน้าด้วยแรงมหาศาล รุนแรงกระทั่งมือของเขาสั่นเทาตามไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้น นาเดียกลับยิ่งแข็งกร้าว ไม่มีทีท่าว่าจะยอมลงให้เขาง่ายๆ
ความเจ็บปวดจากหัวไหล่ถูกกลบด้วยความเจ็บปวดที่หัวใจจนหมดสิ้น ดวงตาแดงก่ำละเลงไปด้วยแรงอารมณ์ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับ ทั้งเจคอปและนาเดียต่างฟาดฟันกันด้วยสายตาที่ไม่มีใครยอมลดให้ใคร ความรู้สึกที่สั่งสมบรมเพาะกันมานานกำลังจะแตกหักลง
มีเพียงผู้เดียวที่ยังยืนยิ้มอยู่ได้ วาววาแสยะยิ้มกับภาพตรงหน้าด้วยความสะใจอย่างที่สุด เมื่อสมหวังดังตั้งใจ วาววาก็เดินเลี่ยงออกไปอย่างแนบเนียน ปล่อยให้คนทั้งสองจมอยู่ในกับดักไฟรักจนแผดเผาทั้งคู่ให้มอดไหม้
ความรู้สึกของพวกเขากำลังพังทลายจนไม่อาจเยี่ยวยากลับมาได้ ประกายความรักสุดท้ายในแววตาของเจคอปถูกนาเดียพังลงด้วยมือของเธอเอง เพียงเสี้ยววินาทีก่อนหยาดน้ำจะกลั้นตัวออกมาจากดวงตาแข็งกร้าว เจมมาร์ที่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่
“พี่เจคครับ พี่เจค! ใจเย็นๆนะครับ เดีย เป็นอะไรรึเปล่า” เจมส์ดันร่างบางที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเข้ามาหลบทางด้านหลัง แม้แต่ตัวเขายังรู้สึกหวาดกลัวกับอารมณ์ของพี่ชาย
น้องชายที่ว่าอารมณ์ร้าย เจอตัวพี่เข้าไป เขาเองก็หนาวเหมือนกัน
“พาหล่อนออกไปให้พ้นหน้าฉัน ไป๊!!!!!”
เจคอปตวาดไล่เสียงดังจนคนอื่นๆพลอยสลายตัวตามไปด้วย
ร่างสูงเหมือนมีประกายไฟแลบออกมาจากร่างกายเดินหนีออกไปอีกทาง หากผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่นาเดีย เขาก็ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าเขาจะเผลอทำอะไรลงไปบ้าง
เสียงบรรเลงบทเพลง Classic จากวง orchestra ชื่อดังระดับโลกกำลังประสานเสียงจากเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดขับกล่อมออกมาในบทเพลง 'Four Season'บทเพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะที่ฟังกี่ครั้งก็ยังคงตราตรึงหัวใจคนฟัง เหล่าบรรดาคนดังของประเทศอเมริกา ทั้งนายแบบนางแบบชื่อดัง ทั้งเหล่าคณะรัฐมนตรี รวมไปถึงบรรดาไฮโซทั้งหลาย ต่างพร้อมใจกันมารวมตัว ณ Hall ขนาดใหญ่ที่จุคนได้นับหมื่น และหนึ่งในบรรดาคนดังเหล่านั้น ก็รวมถึงศาสตราจารย์ดอกเตอร์นายแพทย์เจคอป บดินพิทักษ์ นายแพทย์ชื่อดังที่พึ่งได้รับการยกย่องจากองกรค์แพทยสภาของอเมริกาให้เป็นนายแพทย์ผู้มากความสามารถซึ่งเป็นแกนนำหลักสำคัญในการพัฒนาวงการแพทย์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพราะในช่วง 15 ปีนับตั้งแต่ที่เขากลับมาดูแลกิจการต่อจากผู้เป็นบิดา เขาก็ค่อยๆขยายสาขาไปจนครอบคลุมทั่วทุกรัฐในอเมริกา ทำให้ชื่อเสียงของเขากลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในฉายา'อาชาแห่งวงการแพทย์'ทั้งๆที่ได้รับเกียรติจากท่านคณะรัฐมนตรีกลาโหมโดยตรงสำหรับตั๋วที่นั่งชั้นลอยระดับวีไอพี แต่แขกคนสำคัญคนดังกล่าวกลับไม่ได้นั่งอยู่ในที่ที่ถูกจัดไว้ให้หลังม่านพลิ้วไหวบนชั้นลอยระดับวีไอพี ปรากฏร่างของชายหญิง
ตอนพิเศษเล็กๆเจคอปผละออกจากร่างบาง “แต่งตัวสิ”เขาลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับเดินไปหยิบเสื้อผ้าตัวใหม่ที่ดูเป็นทางการออกมาจากตู้เสื้อผ้า“จะไปไหนเหรอคะ” นาเดียเอ่ยถามด้วยความสงสัย มองแผ่นหลังที่กำลังยัดแขนลงไปในเสื้อเชิ้ต“กลับบ้านเดียไง” เขาพูดโดยไม่ได้หันมามองหน้าคนตัวเล็ก จึงไม่เห็นว่าร่างบางมีสีหน้าอึ้งกับคำพูดของเขาแค่ไหน แต่เขาก็พอจะเดาได้ จึงหันกลับมาทั้งที่ยังติดกระดุมไม่เสร็จ “ไปขอลูกสาวจากท่านทั้งสองไง” รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าคนสูงวัยเขาไม่มีเวลามากพอจะจัดพิธีรีตองอะไรมากมาย เพราะอีกไม่นานก็ต้องกลับอเมริกาแล้ว เขาอดใจรอที่จะบอกข่าวดีให้กับพ่อแม่ที่รออยู่ทางโน้นแทบไม่ไหว อายุจนปูนนี้แล้ว พึ่งจะรู้สึกอยากเลี้ยงลูก“ตอนนี้พี่อายุ 37 คงต้องรีบมีน้องอีกคนไวไวแล้วล่ะ เดี๋ยวแก่เกินจะเดินตามลูกไม่ทัน” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าร่างสูง แต่คนตัวเล็กกลับมีสีหน้าแดงก่ำกับคำพูดชวนทะลึ่ง“บะ บ้าเหรอคะ” นาเดียยิ้มจนแก้มแทบปริ ก่อนร่างกายจะถูกโอบอุ้มจนตัวลอยขึ้นจากพื้น เจคอปถูไถใบหน้ากับหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะประทับจูบอย่างแผ่วเบา “ขอให้เป็นลูกสาวทีเถอะ”เจคอปค่อยๆวางคนตัวเล็กลงบนพื้นอย่างท
ย้อนกลับไปเมื่อราวสองเดือนก่อนหน้านี้…เจคอปรับสายจากทางไกล เป็นหมายเลขที่โทรมาจากอเมริกา“ครับป๊า”“ป๊ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเจค ตอนนี้โรงพยาบาลที่อเมริกากำลังเกิดปัญหาอย่างหนัก ป๊าอยากให้ตาเจมส์หรือเจค เราคนใดคนหนึ่งกลับมาดูแลกิจการที่นี่ แต่ใจป๊าอยากให้ตาเจมส์เป็นคนกลับมา เพราะที่นี่ไม่ได้มีสาขามากมายเหมือนที่ประเทศไทย เจ้าคนเสเพลอย่างตาเจมส์คงจะจัดการได้ไม่เหนือบ่ากว่าแรง” เรื่องสำคัญจากปากคนเป็นพ่อทำให้ผมต้องชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินอยู่ อดนึกถึงน้องชายไม่ได้ จริงอย่างที่พ่อเขาว่า ที่ประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่อยู่ใต้อาณัติของครอบครัวเขาอยู่ทั่วเกือบทุกจังหวัด ทำให้ปัญหาและภาระงานที่ต้องรับผิดชอบมีมากมายกว่าที่โน้นมากโข แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า...“แล้วเรื่องงานหมั้นระหว่างหนูมินกับตาเจมส์ไปถึงไหนแล้ว ป๊าอยากให้หมั้นเช้าแล้วก็แต่งเย็นไปเลยทีเดียว ตอนตาเจมส์กลับมาจะได้พาหนูมินกลับมาด้วย ซินดี้เขาคิดถึงหนูมินน่าดู” ในที่สุดคำถามที่ผมกลัวคนเป็นพ่อจะถามก็หลุดออกมาจนได้ ทั้งๆที่งานหมั้นระหว่างตาเจมส์กับยัยมินควรจะเสร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว แต่เพราะปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้ยังคา
“อ๊ะ พะ... พี่เจค” ไม่ทันที่ร่างบางจะทันได้เอ่ยความใน ปากหนาก็ชิงประกบจาบจ้วงเอาทุกคำที่คิดว่าร่างบางจะเอ่ยคำปฏิเสธออกมา นาเดียเบิกตามองเขาด้วยความตื่นตะลึง เขาหมายความว่าอะไร เขารู้แล้วเหรอว่าเธอท้อง แต่เขาจะรู้ได้ยังไง“อื้มมม อ่ะ...พะ... อื้มมม” ครั้นจะส่งเสียงอะไรก็ตามที่คิดอยากจะพูด เจคอปจะคอยส่งลิ้นเข้าหาเพื่อห้ามปรามเธอเสียทุกครั้งไป จนร่างบางหมดความพยายามที่จะเอ่ยถามข้อสงสัย ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความสุขสมที่เขาปรนเปรอให้ มือเล็กที่เคยดันอยู่ตรงแผงอกเปลี่ยนไปโอบรอบลำคอของเขาเอาไว้ ท่าทางเหมือนจะไม่ได้ปฏิเสธเรื่องลูกของเขาทำให้นาเดียเกิดความหวังเล็กๆขึ้นในใจเจคอปหลับตาแน่นก่อนจะคำรามออกมาเบาๆเมื่อได้ปลดปล่อยน้ำเชื้อพันธุ์ดีเข้าสู่ร่างกายคนตัวเล็กสมดังตั้งใจ เขาแช่ร่างกายค้างไว้ในตัวเธอ หวังให้ลูกๆนับพันล้านตัววิ่งเข้าไปหาไข่ใบเล็กๆเพียงใบเดียวที่อยู่ในร่างกาย เขาตั้งใจจะผูกมัดเธอด้วยวิธีที่เห็นแก่ตัว โดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาได้ทำสำเร็จไปตั้งแต่ครั้งแรกที่ตั้งใจแล้ว“ถ้ามีเจคอปน้อยอยู่ในท้องเธอ เธอก็จะหนีพี่ไปไหนไม่ได้อีก” เขากระซิบความในใจแสนชั่วร้ายข้างใบหูคนตัวเล็ก และนั่นทำให้เธ
เปลือกตาปิดสนิทค่อยๆเปิดออก เผยให้เห็นแววตาที่สะท้อนแต่เพียงความเจ็บปวด เขายังไม่ได้หลับ เขาแค่รอดูว่ายัยตัวเล็กกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่เขารู้ตัวตั้งแต่ตอนที่เปิดตู้เสื้อผ้าแล้ว มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเสื้อผ้าของนาเดียหายไป เขาเหลือบมองไปยังโต๊ะก็พบว่าข้าวของต่างๆของเธอหายไปด้วย เธอกำลังคิดจะไปจากเขาบางทีการที่ต้องทนอยู่กับผู้ชายอารมณ์ร้อนอย่างเขามันคงทำให้เธอมีแต่ความทุกข์ บางทีสิ่งที่เขาพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองมาตลอดมันคงยังไม่ดีพอสำหรับเธอ บางทีความรักของเขามันคงไม่มีค่าพอจะเหนี่ยวรั้งเธอไว้บางที... เขาคงต้องปล่อยเธอไปเสียทีหัวใจดวงน้อยบีบรัดรุนแรงจนเกิดอาการเจ็บปวดรวดร้าว ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาพร่าเบลอเพราะเจ้าของดวงตามองมันผ่านม่านน้ำตาท้วมท้น นาเดียกวาดตามองไปรอบๆ คอนโดขนาดใหญ่ที่สร้างความทรงจำให้กับเธอมากมายทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคราบน้ำตา...หญิงสาวค่อยๆปิดเปลือกตาลง คล้ายจะเป็นการตัดใจจากผู้ชายอีกคนที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่ในห้อง มือเล็กเอื้อมไปจับลูกบิดประตูก่อนจะคาทิ้งไว้อย่างนั้นประตูบานเดียวกันนี้ที่เธอเคยเปิดมันออกเพื่อพาตัวเองออกไปจากห้องที่ไม่เคยอยากจะทนอยู่แม้
กิจวัตรยามเช้าระหว่างนาเดียกับเจคอปยังคงดำเนินไปตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน เพียงแค่ไม่มีการสนทนาระหว่างทั้งคู่ไม่มีการเดินจับมือลงมาจากคอนโดไม่มีการจูบลาก่อนจะแยกกันไปทำงานไม่มีการส่งข้อความหาตลอดทั้งวันและไม่มีเธอหลงเหลืออยู่ในสายตาของเขาอีกแล้วก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานของเจคอปดังขึ้น “เข้ามา”คำอนุญาตจากเจ้าของห้องทำให้คนที่อยู่ด้านนอกเปิดประตูเข้าไปด้านใน เจมส์มาร์มองพี่ชายของตัวเองกำลังง่วนอยู่กับเอกสารกองโต เจคอปยังอยู่ในสภาพเดิมเหมือนที่เขาแวะมาเมื่อตอนเช้าก่อนเข้าผ่าตัดไม่มีผิด และสภาพของผู้หญิงอีกคนที่เขาเห็นเมื่อสักครู่ ใบหน้าหมองเศร้าไม่ต่างกันเลย นี่คงจะยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกันอีกสินะ“มีธุระอะไร” น้ำเสียงเย็นชาแบบที่อีกฝ่ายมักจะใช้เวลามีเรื่องทุกข์ใจหรืออยากซ่อนความรู้สึก มีหรือที่คนเป็นน้องอย่างเขาจะดูไม่ออก“เมื่อวานพี่คุยกับนาเดียรึยังครับ” เจมส์มาร์เอ่ยถามโดยไม่เกรงใจ เขานั่งลงโดยไม่รอให้คนตรงหน้าอนุญาต อยู่กับเจคอปมาร่วม 30 ปี พึ่งจะเคยเห็นพี่ชายมีความรัก แล้วน้องชายอย่างเขาจะยอมให้มันพังทลายลงเพียงเพราะความเย็นชาของคนตรงหน้าได้อย่างไร“ไม่มีอะไรต