Mag-log in“คำพูดแบบนี้คุ้น ๆ ไหมคะติณณ์” มัฑณาวีหันไปกระซิบข้างหูเขา
ติณณภพเผลอยิ้มก่อนจะพยักหน้าก่อนจะบีบจมูกเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“ตกลงค่ะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ ถ้ามีอีกล่ะก็เราเลิกกัน”
ณัฐวุฒิดึงตัวหนึ่งฤทัยเข้ามากอดพร้อมกับกระซิบบอกรักเธออีกครั้ง
“ฤทัยก็รักพี่วุฒิค่ะ ไปจัดการเรื่องของผู้หญิงคนนั้นให้เรียบร้อย แล้วเราก็มาเริ่มต้นกันใหม่”
“สุดท้ายความรักของเขาและเธอก็จบลงด้วยดี และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”
“อิจฉาฉันเหรอไงมัท”
“พูดผิดไปหรือเปล่าฤทัย ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ใช่ แต่ตอนนี้เธอต่างหากที่ควรต้องเป็นฝ่ายอิจฉามัท” ภาคินพูดสวนกลับไปทันที
“จริง นี่ถ้าฉันยังเป็นโสดแล้วได้เจอคุณติณณ์ก่อนล่ะก็ เขาไม่มีทางหลุดมาถึงมือเธอได้หรอกมัท”
เมื่อกี้ยังเห็นร้องไห้ฟูมฟายอยู่เลย ตอนนี้มาแว้งกัดกันซะงั้น
มัฑณาวียิ้มให้หนึ่งฤทัยก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“แย่งพี่วุฒิไปมัทไม่ว่า แต่ถ้าคิดจะแย่งติณณ์ไปจากมัทอีกคนล่ะก็ตามตบถึงบ้านนะ”
“จริงดิ!” หนึ่งฤทัยย้ำถามเพราะไม่เชื่อว่าคนอย่างมัฑณาวีจะกล้าทำอย่างที่พูด
“ลองไหม”
“ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก”
“ใช่ แต่ถ้ามือข้างนั้นเหวี่ยงไปสัมผัสกับหน้าสวย ๆ ของเธอล่ะก็ รับรองได้ว่าเกิดเสียงดังสะท้านทรวงแน่นอน หรือจะลอง”
ติณณภพยิ้มเมื่อเห็นมัฑณาวีออกอาการหึงหวง เขาโอบกอดเธอไว้จากทางด้านหลังและจูบแก้มเธอต่อหน้าทุกคน
“อย่าทำอย่างที่พูดนะมัท ลืมไปหรือไงว่าฉันมีผัวแล้ว”
“ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจด้วยล่ะฤทัยว่าเธอน่ะมีผัวแล้ว อย่าริอาจมาแย่งของ ๆ มัทเด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อรับรองได้บินกลับไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีใหม่อีกรอบแน่”
“พี่ยังไม่ได้แสดงความยินดีกับมัทและคุณติณณ์เลย ยินดีด้วยนะ แจกการ์ดเมื่อไรก็อย่าลืมเราสองคน” ณัฐวุฒิพูดแสดงความยินดีกับสองหนุ่มสาวพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ลืมแน่นอนครับ”
“เงินใส่ซองโอเค แต่พวงหรีดไม่ต้องนะฤทัย”
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ไม่แน่ เอาเป็นว่างานนี้ไม่มีเซอร์ไพรส์ ฉันขอเซ็นสัญญาสงบศึก”
“ตามนั้น”
สองสาวจับมือกันเพื่อยุติความเป็นศัตรู ถือเป็นปิดฉากคู่ปรับเก่าที่มีมาอย่างยาวนานไปโดยปริยาย
การสู่ขอผ่านพ้นไป ภายใต้บรรยากาศแห่งความชื่นมื่น กานดาผู้เป็นยายของมัฑณาวีไม่ได้เรียกร้องค่าสินสอด บอกแต่เพียงว่าให้พวกเขาจัดมาตามที่เห็นสมควร ข่าวดีนี้ถูกแพร่สะพัดออกไปภายในเวลาอันรวดเร็ว ทุกคนต่างก็มาแสดงความยินดีกับเขาและเธอ
หลังจากนั้นไม่นานมัฑณาวีก็เดินทางกลับไปสะสางงานที่ภูเก็ตให้เรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็จะย้ายกลับมาประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ตามเดิม เพื่อจะได้มีเวลามาจัดเตรียมงานวิวาห์ ที่จะมีขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้าตามฤกษ์ที่ผู้ใหญ่หามาให้
ไตรภพบอกว่างานนี้จะต้องถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ให้เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เสียเงินเท่าไรไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องจ่ายแพงเท่าไรเขาก็ยอม เพราะเป็นงานแต่งงานของบุตรชายเพียงคนเดียวของเขา
แต่ใครเลยจะคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
และนั่นเป็นจุดหักเหที่เกือบจะทำให้งานวิวาห์ของเขาและเธอล่มสลายไปภายในพริบตา โดยไม่มีลางบอกเหตุล่วงหน้า ไม่มีใครรู้ว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมา และพร้อมจะพัดทุกอย่างให้พังทลายลงในพริบตา หากว่าจิตใจของเขาและเธอไม่หนักแน่นมากพอ
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภูมิระพีเดินเข้ามาในห้องทำงานของติณณภพ เขาพบกับใครบางคนที่ควรจะอยู่ที่ภูเก็ต แต่กลับมาปรากฏตัวที่สำนักงานใหญ่
“คุณกลับไปก่อน ถ้ามีอะไรที่ผมต้องการเพิ่มเติมแล้วจะติดต่อกลับไป”
“ผมยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับคุณติณณ์อย่างเต็มที่ อยากได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็แจ้งมาได้ตลอดเวลาเลยนะครับ” จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
“เขามาทำอะไรที่นี่” ภูมิระพีเอ่ยถาม
“มารายงานเรื่องการทุจริต เขาตรวจพบว่ามีคนยักยอกเงินของบริษัท”
“ทำเกินหน้าที่ คราวนี้ใครกันที่เป็นคนทุจริต”
“มัฑณาวี” ติณณภพตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยากที่จะจับอารมณ์ความรู้สึกของเขา
“เป็นไปไม่ได้ นายคงไม่เชื่อคำพูดไอ้หมอนั่นหรอกใช่ไหม”
“อดิศรมีหลักฐาน”
“หลักฐานเท็จน่ะสิ ฉันไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด คนอย่างคุณมัทไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ อย่าบอกนะว่านายเชื่อคำพูดของอดิศร”
“บอกแล้วไงว่าเขามีหลักฐาน”
“ขอฉันดูหลักฐานที่ว่าหน่อย”
ติณณภพส่งหลักฐานบางส่วนให้เพื่อนดู ภูมิระพีตรวจดูหลักฐานดังกล่าว เท่าที่เห็นเบื้องต้นทำให้เชื่อได้ว่ามัฑณาวีมีส่วนพัวพันกับการทุจริตในครั้งนี้
เพราะมีลายเซ็นของเธอในเอกสารที่สั่งจายเงินโดยมิชอบหลายครั้ง ๆ ละหลายล้านบาท หลักสิบล้านก็มี แต่ภูมิระพีก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดีจนกว่าจะตรวจสอบให้แน่ชัดว่านี่คือหลักฐานจริง ไม่ใช่สิ่งที่ใครบางคนจัดทำขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ดีไม่ดีคน ๆ นั้นอาจจะเป็นคนที่ลงมือยักยอกเงินพวกนี้ไปเสียเอง
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







