LOGIN
ว่ากันว่า...ชีวิตคนเรามันมักจะมีช่วงดวงตก ช่วงที่ความซวยทุกอย่างต่างก็พุ่งเข้ามาในชีวิตพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ทั้งที่ก็ไม่ใช่ปีชง!!
แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ซวยตกงานโดยไม่ทันตั้งตัว ใครเลยจะคาดคิดว่าผู้หญิงที่เคยได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นสามปีซ้อนอย่างมัฑณาวี จะต้องมาตกงานเพียงชั่วข้ามคืน นี่หรือคือสิ่งตอบแทนที่เธอได้รับ หลังจากที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อบริษัท จนไม่มีเวลาไปสุงสิงหรือสรวลเสเฮฮากับใคร แค่เวลาจะนอนให้พอยังไม่ค่อยจะมี เพราะหนีบงานกลับมาทำต่อที่บ้านจนดึกจนดื่นอยู่บ่อยครั้ง
“มันช่างเป็นผลตอบแทนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเธอเลยมัฑณาวี”
แล้วทีนี้จะทำยังไง!!
“บ้านก็ยังต้องผ่อน รถก็ดันมาพังในช่วงที่ตกงานอีก จะมีอะไรซวยมากไปกว่านี้อีกไหม” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองพร้อมกับก้าวเท้าลงจากฟุตบาทโดยไม่ดูให้ดี รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นรถคันหนึ่งวิ่งตรงมาที่เธอด้วยความเร็ว
ฉิบหายแล้ว! เมื่อถามหาความซวย...มันก็มาทันทีไม่รีรอ
ความตกใจทำให้มัฑณาวีก้าวขาไม่ออก ได้แต่ยืนอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะนึกได้ว่าต้องหลบให้พ้นทาง
แต่เท้าเจ้ากรรมดันมาพลิกตอนที่กำลังจะก้าวถอยหลังกลับขึ้นไปบนฟุตบาท ทำให้ล้มไม่เป็นท่าลงไปนอนอยู่ที่พื้น พร้อมกับได้ยินเสียงเบรกของรถคันดังกล่าว
เอี๊ยด!!!
เสียงห้ามล้อรถยนต์ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของใครบางคน ไม่มีใครคาดคิดว่าหญิงสาวจะก้าวพรวดพราดลงมาจากฟุตบาทอย่างกะทันหัน คนขับต้องรีบเหยียบเบรกในระยะกระชั้นชิดจนตัวโก่ง ทำให้เกิดเสียงห้ามล้อดังอย่างที่ได้ยิน
“ชนหรือเปล่าลุงทิม รีบลงไปดูซิ”
“ครับคุณติณณ์”
ชายสูงวัยซึ่งทำหน้าที่คนขับรถรีบลงไปดูหญิงสาวที่เขาเกือบขับรถชน เมื่อเห็นว่าเธอนั่งหน้าซีดเผือดอยู่ที่พื้นถนน เขาจึงตรงเข้าไปประคองพร้อมกับเอ่ยถาม
“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับคุณ”
มัฑณาวีส่ายหน้า เธอยังตกอยู่ในอาการของความตกใจ ที่จู่ ๆ ก็เกือบต้องมาตายอยู่กลางถนน เพราะมัวแต่เหม่อลอยตัดพ้อในโชคชะตาชีวิตของตัวเอง จนเผลอก้าวลงจากฟุตบาทโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ดีนะที่เขาเบรกทัน ไม่อย่างนั้นเธอคงเป็นผีเฝ้าถนนแน่
“แน่ใจนะครับว่าไม่เป็นอะไร” คู่กรณีย้ำถามด้วยความสุภาพ ขณะที่เข้าไปช่วยพยุงหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย
“แน่ใจค่ะ ลุงเบรกทันมัทเลยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่ตกใจเท่านั้น” เธอตอบกลับไปเช่นนั้น แม้ว่าจะรู้สึกแสบแผลที่ถลอกตรงบริเวณแขนและขา ซึ่งเกิดจากการล้มครูดลงไปกับพื้นถนนเพราะความตกใจที่ตนเองเกือบจะถูกรถชน
“เกือบไปเหมือนกันครับ มันกระชั้นชิดแต่ยังดีที่เบรกทัน ไม่อย่างนั้นคุณคงเจ็บมากกว่านี้ แผลนั่น...”
“มัทตกใจก็เลยพลาดล้มลงไปไม่ใช่ความผิดของลุงหรอกค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ แผลแค่นี้มัทจัดการเองได้”
“ให้ผมพาคุณไปทำแผลที่โรงพยาบาลดีกว่าไหมครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมัทจัดการเอง”
ทันใดนั้นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถได้กดกระจกลงมาเพียงเล็กน้อย เพื่อเรียกคนขับรถของตนเอง ทิมวิ่งเข้าไปหาเจ้านายและรับของบางอย่างจากเขาก่อนจะกลับมายื่นของสิ่งนั้นให้หญิงสาว
“นี่นามบัตรของเจ้านายผมครับ ถ้าเกิดคุณต้องไปโรงพยาบาลเพราะอาการบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ก็ให้โทรไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุอยู่ในนามบัตรนี้นะครับ เจ้านายผมยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น”
หญิงสาวรับนามบัตรนั้นมาถือไว้ในมือ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ”
ทิมประคองหญิงสาวเดินกลับขึ้นไปบนฟุตบาทก่อนจะเดินกลับไปที่รถของเจ้านายตนเองและขับออกไปทันที รถเคลื่อนตัวผ่านหน้ามัฑณาวีไปอย่างช้า ๆ เธอมองเข้าไปในรถเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุรุษผู้หนึ่งที่สวมแว่นสีชา และพอเดาได้ว่าเขาคงเป็นเจ้านายของคนที่เกือบจะขับรถชนเธอ
“วันนี้มันวันซวยอะไรของฉันนะ ทำไมถึงได้เจอแต่เรื่องแย่ ๆ” หญิงสาวบ่นพึมพำก่อนจะก้มลงดูนามบัตรที่ตนเองถืออยู่ในมือ
“ติณณภพ เตชะกษิดิศ ประธานกรรมการบริหารบริษัทดิเอ็มไพร์กรุ๊ป” มัฑณาวีเอ่ยก่อนจะตารุกวาวเมื่อเห็นตำแหน่งที่ระบุอยู่ในนามบัตรใบนั้น
‘โอมายก๊อด! เขาเป็นผู้บริหารระดับสูงของห้างสรรพสินค้าดิเอ็มไพร์ ห้างยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าฉัน’
“เฮ้อ! แข่งเรือแข่งพายก็ยังพอจะแข่งกันได้ แต่บุญวาสนานี่มันแข่งกันไม่ได้จริง ๆ คนหนึ่งรวยล้นฟ้าทรัพย์สมบัติที่มีให้ใช้ทั้งชาติก็ยังไม่หมด ส่วนเราต้องหาเช้ากินค่ำแถมยังมาตกงานอีก”
ไหน ๆ ก็ตกงานโดยไม่รู้ตัวทำให้มีเวลาว่างเยอะ ฆ่าเวลาด้วยการเดินเที่ยวบ้างคงไม่เป็นไร
มัฑณาวีตัดสินใจเดินข้ามถนนไปยังห้างสรรพสินค้าซึ่งตั้งอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม และเลือกที่จะเดินเข้าไปนั่งดื่มกาแฟในร้านดัง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งไลน์เข้ากลุ่มสามแซ่บ ซึ่งมีสมาชิกอยู่เพียงสามคนคือตนเอง เพื่อนรักที่ตัวเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงอย่างภาคิน หรือที่เพื่อน ๆ เรียกกันว่าพิซซี่ และฬียากรเพื่อนรุ่นน้องที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน
ฉันอยากตาย!
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


