Share

บทที่ 61

last update publish date: 2026-09-18 00:15:26

           “จำเรื่องที่ผมเล่าให้คุณฟังเมื่อคืนเกี่ยวกับงานของผมได้ไหม”

            “จำได้ค่ะ แล้วมันเกี่ยวข้องกันยังไง”

            “คุณติณณ์อยากได้คนที่ไว้ใจได้ มาตรวจสอบความผิดปกติทางการเงินห้างสรรพสินค้าสาขาใหม่ของเราที่ภูเก็ต ผมก็เลยลองเสนอชื่อคุณพร้อมกับเปิดผลงานของคุณให้เขาดู เขาก็รู้สึกสนใจอยากพบคุณวันนี้เลย”

            โอ๊ะโอว! อะไรจะรวดเร็วปานนั้น เพิ่งจะให้ข้อมูลไปเมื่อคืนวานด้วยความงง ๆ เช้านี้เรียกตัวไปพบด่วน ไวเกิน

            “ไม่มีปัญหาค่ะ มัทจะไปพบตามนัด แล้วเจอกัน”

            หลังจากนั้นก็วางสาย จากนั้นก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปตามนัด ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงสถานที่ดังกล่าว เขาต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็น

            “ไปพูดโน้มน้าวเจ้านายท่าไหนเขาถึงเห็นด้วยกับคุณ” เธอเอ่ยถามทันทีที่เจอหน้ากัน

            “ผมแค่เสนอชื่อคุณพร้อมกับใช้ตำแหน่งของตัวเองการันตี”

            “อะไรนะ!” เธอพูดออกไปด้วยความตกใจ

            “ได้ยินไม่ผิดหรอกมัท”

            “คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น ถ้ามัททำได้ไม่ดีพอหรือทำให้เจ้านายของคุณไม่พอใจ มันจะมีผลกระทบมาถึงตัวคุณและหน้าที่การงานของคุณ”

            “ผมมั่นใจว่าคุณต้องทำได้ดีแน่ก็เลยกล้าการันตี”

            “แล้วถ้าไม่ล่ะ” สีหน้าของหญิงสาวแสดงถึงความวิตกกังวล

            ติณณภพเชยคางเธอให้หันมามองเขา นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ริมฝีปากสีกุหลาบของเธออย่างแผ่วเบา มีผลทำให้หัวใจของมัฑณาวีเต้นแรงยากจะควบคุม

            “เชื่อผมสิคุณทำได้”

            “มัทจะทำให้ดีที่สุด ถ้าได้ทำนะ”

            “พร้อมไหม”

            ติณณภพเอ่ยถามเมื่อพาเธอมาหยุดยืนที่หน้าห้องทำงานของตัวเอง การแสดงฉากใหญ่จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทันทีที่เขาเปิดประตูพาเธอเดินเข้าไปด้านใน

            “พร้อมเสมอ”

            ชายหนุ่มเคาะประตูห้องทำงาน ก่อนจะเปิดเข้าไปเมื่อได้รับอนุญาตจากด้านใน

            “เธอมาแล้วครับคุณติณณ์”

            “เชิญนั่ง ฉันจะคุยกับเธอเอง ส่วนนายมีอะไรต้องทำก็ไปทำ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่ห้องประชุม”

            “ครับ”

            เมื่ออีกฝ่ายเดินออกไปเขาก็กลับมาคุยกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า วันนี้เธอดูแปลกตาไปจากเดิมเพราะไม่ได้สวมแว่นสายตาเหมือนคราวก่อน

            “ผมจะไม่พูดอ้อมค้อมให้เสียเวลา คุณคงรู้อยู่แล้วว่าผมต้องการคนตรวจสอบบัญชีที่ไว้ใจได้ และดินเขาเสนอชื่อคุณผมก็เลยให้เขาเรียกคุณมาคุย เขาบอกว่าคุณพร้อมจะเริ่มงานได้ทันที”

            “ใช่ค่ะ”

            “ก่อนหน้านี้คุณทำอะไรมาบ้าง แล้วทำไมถึงตกงาน” จากคำถามทำให้รู้ว่าเขาคงได้รับข้อมูลของเธอมาบ้าง

            มัฑณาวีเล่าคร่าว ๆ ถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของตนเอง รวมถึงเหตุผลที่ทำให้เธอตกงานโดยไม่รู้ตัวให้เขาฟังโดยไม่ปิดบัง เมื่อฟังจบก็พยักหน้าไปที่แฟ้มสีดำที่วางอยู่ตรงหน้าเธอ

            “อ่านเอกสารตรงหน้าแล้วก็เซ็นซะ เราจะได้เริ่มงานกัน”

            หญิงสาวทำหน้าเหวอไป นี่เป็นการสัมภาษณ์งานที่สั้นที่สุดเท่าที่เธอเคยประสบมา แต่ก็ทำตามที่เขาบอก เอกสารที่เขาให้อ่านคือสัญญาจ้างให้เธอทำโปรเจคร่วมกับเขา

            หน้าที่หลัก ๆ คือตรวจสอบความผิดปกติทางด้านการเงินทั้งหมดของดิเอ็มไพร์ภูเก็ต พร้อมกับทำรายงานชี้แจงให้เขาทราบ อีกทั้งหาวิธีปิดจุดบกพร่องเพื่อหลีกเลี่ยงการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยจะได้รับค่าตอบแทนเดือนละหนึ่งแสนบาท มัฑณาวีนิ่งงันไปสามวิก่อนจะตาเบิกโพลงเมื่ออ่านมาถึงตรงจุดนี้ ในสัญญาระบุว่าจ้างเธอเป็นเวลาหกเดือน

            แม่เจ้า! เดือนละแสน มากกว่าเงินเดือน ๆ สุดท้ายที่เธอได้รับจากที่เก่าตั้งสามหมื่น

            หกเดือนก็หกแสน

            “อ่านจบแล้วค่ะ”

            “แล้วมีปัญหาอะไรทำไมไม่เซ็น”

            “มัทมีคำถาม ทำไมคุณถึงไว้ใจให้มัททำงานนี้ทั้งที่คุณก็ยังไม่รู้จักมัทดีพอ”

            “เป็นเพราะดินออกปากการันตีคุณด้วยตัวเอง ผมคิดว่าถ้าเขาไม่มั่นใจในตัวคุณ เขาจะไม่เอาตำแหน่งหน้าที่การงานของเขามาเสี่ยงแน่ ถ้าหมดปัญหาแล้วก็เซ็นเอกสารตรงหน้าซะจะได้เริ่มงานกันเสียที”

            “มัทรับปากดินว่าจะช่วยทำงานนี้เป็นการตอบแทนน้ำใจของเขา”

            “หมายความว่าคุณจะทำให้ฟรี” ภูมิระพีเอ่ยถาม

            เขาเอื้อมไปหยิบแฟ้มตรงหน้าหญิงสาวกลับคืนไป แต่เธอยื้อเอาไว้และมองแฟ้มนั้นอย่างเสียดายโอกาส

            จะไม่ให้เสียดายได้อย่างไร ค่าตอบแทนที่จะได้รับมันสูงถึงเดือนละหนึ่งแสนบาท มันมากกว่าเงินเดือนสูงสุดที่เธอเคยได้รับมาเสียอีก

            เดือนละแสนเชียวนะมัฑณาวีที่จะหายวับไปกับตา น่าเสียดายไม่ใช่น้อย แต่สุดท้ายก็ตัดใจยอมปล่อยมือจากแฟ้มนั้น

            ภูมิระพีเผลอยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ออกอาการเสียดายของเธอ

            “ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ”

            มัฑณาวีสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะตอบ“ค่ะ”

            เขาคืนแฟ้มนั้นให้เธอก่อนที่จะเอ่ย “เซ็นซะ แล้วเราจะได้เข้าประชุมกัน”

            “แต่...”

            “ดินเขาไม่ว่าอะไรคุณหรอก”

            “ถ้ามัทเซ็นเอกสารนี้เขาต้องผิดหวังในตัวมัทแน่”

            “ไม่หรอก เชื่อผมสิ เพราะเขาเป็นคนเสนอจำนวนเงินค่าตอบแทนของคุณกับผม ผมว่าเขาอยากให้คุณรับงานนี้ ฉะนั้นเซ็นซะจะได้เริ่มงาน”

            มัฑณาวีตัดสินใจจรดปากกาเซ็นชื่อลงในสัญญาทั้งสองฉบับ ก่อนจะส่งคืนให้กับเขาฉบับหนึ่ง และเก็บไว้ที่ตัวเองหนึ่งฉบับ ภูมิระพีรับแฟ้มดังกล่าวกลับคืนมาพร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้าเธอ

            “ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน”

            “เช่นกันค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสมือเขา

            “หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวัง”

            “มัทจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

            “ตามผมมาจะได้ประชุมร่วมกัน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status