登入มีอยู่ไม่กี่คนหรอกที่เรียกเขาว่าคุณหนู...
เซริวอยากจะวิ่งหนีไปเสียดื้อ ๆ โอย...ทำไมมันเร็วขนาดนี้กันนะ แต่...ขามันก็...เอ่อ...ค้านว่าจะวิ่งไปไหนล่ะ หนีทีไรก็มีคนเดือดร้อนเพราะเขาทุกที นี่ธงรามคงจะให้ที่อยู่ของเขากับคนพวกนี้มา และ...แน่นอนว่ามาไม่ต่ำกว่าสิบคน เฮ้อ...
ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าตอนนี้คนพวกนั้นกำลังล้อมกรอบเขากลุ่มใหญ่เลยละ
“เข้ามาได้ยังไงกัน?”
เขาถามเสียงขรึมๆ คีย์การ์ดถูกยื่นมาแปะแทบจะจ่อลูกตา ทำให้เขาผงะแล้วหันขวับไปอย่างไม่ตั้งใจ
นั่นไง...
ลูกกรงตามเขามาถึงที่จริงๆ
“นายให้ซื้อห้องใกล้ ๆ กับคุณธงรามไว้ เผื่อว่าคุณหนูจะแวะมาที่นี่ เราจะได้เข้ามาง่าย ๆ ไม่เอิกเกริก”
คนที่ยื่นคีย์การ์ดให้เขายิ้มเต็มที่ จนเห็นฟันเขี้ยวข้างหนึ่งที่ฝังเพชร ผมเสยขึ้นพร้อมกับเซตทรงอย่างดี นัยน์ตายาวรีมองเขาเปล่งประกายระยับยิ้ม เห็นแล้วอยากจะเอากำปั้นกระแทกเอาสักที ชายหนุ่มคิดอย่างเคือง ๆ ซึ่งถ้าเขาจะทำก็คงจะทำได้ ฝ่ายนั้นก็คงจะได้แค่ยักคิ้วให้ เช็ดเลือด แล้วโค้ง...ถ้าจะทำเพื่อระบายอารมณ์ เขาไม่ทำดีกว่า เฮ้อ...
“แห่กันมาเป็นสิบแบบนี้ ยามไม่ตกใจเหรอ?”
“มาแค่ห้าครับคุณหนู แต่ถ้าคุณหนูไม่ยอมไป เราค่อยเอามาอีกยี่สิบ”
“ขู่แบบนั้น...”
เซริวมองมือขวาของบิดา ที่ยังคงยิ้มรื่นให้เขา
“ต้องทำใช่มะ”
“ก็รู้อยู่แล้วนี่ครับ”
“แล้วกลับไป จะต้องไปทำอะไร”
เซริวถามลอย ๆ เบื่อหน่ายจริงจัง เขาโบกมือไล่ไม่ให้คนอื่นขึ้นไปด้วย เหลือแค่เขากับอิชิกาวะ ชายร่างยักษ์ที่เป็นมือขวาของพ่อของเขา
ส่งคนนี้มาเสียด้วย ทำไมไม่ส่งอีกคนมาหว่า...ถ้าเป็นโตกาวะ ก็ยังจะพอคุยกันได้
“แต่งงาน”
“หา!”
“ไม่ต้องหาหรอกครับคุณหนู ต้องแต่งแล้ว ทางนั้นจัดแผนงานคร่าว ๆ ไว้รอแล้ว มาหาทางนายทุกวันด้วย เร่งเหลือเกินครับคุณหนู”
“เฮ้ย!”
“ไม่ต้องเฮ้ยหรอกครับคุณหนู นายท่านสั่งมาแล้วว่า...เอ่อ...ต้องมาพากลับไปให้ได้ ยกเว้นคุณหนูจะมีเรื่องอะไร”
“หมายความว่าอะไรคุณอิชิกาวะ”
เขาขมวดคิ้ว แล้วมองชายร่างยักษ์ตรงหน้า อิชิกาวะมือขวาของพ่อเขา เป็นคนทั้งบู๊และบุ๋น แต่คนส่วนมากจะเห็นแต่ด้านบู๊ ว่าดุเดือดเลือดพล่านขนาดไหน เขาเป็นศิลปินประจำแก๊งอีกด้วย เพราะเป็นคนสักสัญลักษณ์แก๊งให้กับทุกคน และเป็นคนสอนเซริวเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวเกือบทุกแขนงที่เขาถนัด เซริวเรียนรู้ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เก่งถูกใจบิดา รู้กันระหว่างเขากับอิชิกาวะว่าเขาทำได้ดีกว่าที่แสดงให้บิดาเห็น แต่แกล้งทำเป็นอ่อนมือแบบนั้นเพราะอะไร
“เป็นต้นว่า...”
ถึงจะเป็นมือขวาของพ่อ แต่กับเซริวเขาเลี้ยงมาแต่เล็ก ๆ สอนมาแต่ตัวจ้อย คลุกคลีอยู่ด้วยกันยิ่งกว่าลูกจริง ๆ ของเขาที่มีเกือบครึ่งโหลเสียอีก นับเฉพาะลูกนะ ส่วนเมีย แน่ล่ะ อิชิกาวะปลอดเมีย ยังโสด เพราะเขาไม่ได้รับใครเป็นเมียจริงจังสักคน
“คุณหนูมีเมียแล้ว ซุ่มเมียไว้ที่นี่ อะไรแบบนี้น่ะครับ ยิ่งถ้าเมียกำลังท้องยิ่งมีข้ออ้างใหญ่เลยเข้าใจไหมครับคุณหนู
“หื้อ...”
มองหน้าพี่เลี้ยงของตนแล้วก็ได้แต่กลั้นยิ้ม
“นี่คุณอิชิกาวะคิดอะไรแบบนี้เป็นด้วยหรือครับ”
“เราจะอ้างอะไรล่ะคุณหนูที่จะหนีได้ นอกจากอ้างเรื่องแบบนั้น คุณหนูก็ดันเรียบร้อยจนเกินงาม จนนายท่านกลัวว่าจะเป็นเกย์ไปแล้ว หัดโลดโผนหน่อยก็ไม่ได้”
“จะได้มีเมียเกือบร้อยคนแบบอิชิกาวะน่ะเหรอ” เซริวทำตาโตอย่าจงใจล้อเลียน
“ไม่ไหวนะครับ”
“ร้อยคนที่ไหนกัน พูดมากจริงๆ”
อิชิกาวะหัวเราะก๊าก แล้วก็ทำหน้าขรึมแบบเดิม
“อย่ามัวแต่มาพูดล้อเล่นอะไรกันเลยครับ งานนี้เอาจริงนะครับคุณหนู”
“แล้วจะทำยังไงดีหว่า”
เซริวบ่นพึมพำ เขาก้มหน้าลงเห็นถุงพลาสติกที่ใส่ของมาให้ฟ้าใหม่พอดี ก็ขมวดคิ้ว พลางเริ่มคิดตามอิชิกาวะ
“ผมเอ่อ...พอจะคิดได้แล้วล่ะคุณอิชิกาวะ แต่ว่า คุณอิชิกาวะกับลูกน้องจะต้องช่วยอะไรผมนิดหน่อย เราจะได้ตัวละครหลักเป็นเมียผมไปยืนยันกับพ่อด้วยกัน”
ฟ้าใหม่เริ่มหยุดร้องไห้ได้ในที่สุด หลังจากคิดทบทวนถึงเรื่องทั้งหมด เธอเห็นรอยเปื้อนเลือดจาง ๆ บนเตียงก็ยิ่งปวดใจ ดีที่พ่อแม่ของเธอท่านไปเที่ยวต่างประเทศกัน เธอไม่กล้าสู้หน้าพวกท่าน ก็คงจะต้องขอเวลานิดหนึ่งเพื่อจะลืมเรื่องเมื่อคืนนี้
เฮ้อ...
เพราะความอยากรู้อยากลอง อุตริกินเหล้าแท้ ๆ เลย ที่ทำให้ชีวิตเธอเสียศูนย์ไปหมดแบบนี้ ดีที่คนที่เป็นลูกค้าเธอเมื่อคืน...เขาค่อนข้างอ่อนโยนกับเธอ...สุภาพกับเธอ ถ้าไม่อย่างนั้น ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง
จะว่าเขาข่มขืนเธอเสียเลยก็ไม่ถูกต้องนักหรอก
คิดแล้วจู่ ๆ แก้มสาวก็แดงเรื่อ เมื่อบางภาพหวนคืนมาในความทรงจำ แม้จะไม่ชัด ไม่ปะติดปะต่อ แต่มันก็...โอย...เขายิ่งไม่ได้ขี้เหร่ หน้าตาดูดีมาก ละม้ายคล้ายกับดาราชายที่เธอยกให้เป็นขวัญใจอีกต่างหาก เมื่อต้องตา ก็ไม่ยากที่จะต้องใจ...
อะไรกันนะยัยฟิน
ได้แต่ปรามตัวเองให้ไม่คิด เธอสั่นหน้าน้อยๆ แล้วลุกขึ้นจากที่นอนใช้ผ้าห่มพันตัวเข้าไปในห้องน้ำเพราะตัวเองเปลือยเปล่า ตัดสินใจอาบน้ำรอเขา เนื้อตัวเธอเหนียวเหนอะไปหมดแล้วตอนนี้ ไม่รู้จะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว เธอยังไม่อยากเจอหน้าใคร โดยเฉพาะอาโป แม้กระทั่งโทรศัพท์ยังไม่หยิบขึ้นมา เพราะเพื่อนอีกสองคนคงจะตกใจที่เธอหายตัวไป
อาโป
ทำไมต้องทำแบบนี้กับเธอด้วยนะ
คิดแล้วก็เผลอน้ำตาตก เธอเสียใจเรื่องเพื่อนมากกว่าเรื่องที่เธอเสียความบริสุทธิ์ให้คนแปลกหน้าเสียอีก เธอรักและไว้ใจเพื่อนทุกคน ทำไมอาโปทำแบบนั้นกับเธอกันนะ แต่เธอเกรงว่าคำตอบจะยิ่งทำให้เธอยิ่งเสียใจ
ช่างเถอะ
ถือไว้ว่าเป็นบทเรียน
ตอนนี้คิดแค่ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป แต่คงไม่กล้าบอกพ่อกับแม่ ฟ้าใหม่เกิดความระแวงไปจนถึงเพื่อนอีกสองคน แม้จะเตือนตัวเองว่าปลาเน่าตัวเดียวคงจะไม่เหม็นไปทั้งข้องหรอก แต่ทั้งพิมพ์พรและจิรดาก็คะยั้นคะยอให้เธอมาเที่ยว มาค้าง และมาดื่มเหมือนกับอาโป
ต่อไปนี้เธอจะเป็นแบบนี้ไหมนะ คือไม่ไว้ใจใครอีกเลย
คิดแล้วก็ถอนใจ ขัดถูทำความสะอาดตัวเองไปด้วย เธอใช้ผ้าเช็ดตัวที่เจอในห้องน้ำพันกายไว้แล้วออกมาจากห้อง เสื้อผ้าของเธอเกลื่อนไปทั่วพื้น ฟ้าใหม่หน้าแดงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ากางเกงในลูกไม้เนื้อบางจ๋อยของเธอขาด
จะรุนแรงอะไรขนาดนั้นนะ
คิดพลางย่นจมูกน้อยๆ ถ้าไม่รุนแรงเธอจะเจ็บเหรอ?
ฟ้าใหม่คิดแล้วหน้าแดงเรื่อ เธอจำได้ไม่ปะติดปะต่อนักหรอก แต่เขาช่างน่ารักและเร้าอารมณ์เหลือเกิน
ตายแล้ว...
เพราะเค้าหน้าตาเหมือนไอดอลของเธอหรือเปล่าหนอ จิตใจเธอถึงได้พะวงหลงคิดแต่เรื่อง...กับผู้ชายคนนี้
เสียใจสักนิดสิยัยฟิน
ก็เสียใจนะที่เพื่อนรักหักหลัง
เสียใจนะที่เสียจิ้น
แต่ในความเสียใจก็อย่างน้อยก็มีอะไรดี ๆ คือเธอเสียจิ้นให้กับผู้ชายคนนี้น่ะสิ
คิดแล้วก็หน้าแดง ใจหายเล็กน้อยเมื่อคิดว่าคงจะเจอเขาแค่หนเดียวนี่ละ ก็เก็บไว้เป็นประสบการณ์ก็แล้วกัน เธอคงไม่กล้าติดต่ออะไรกับเขา ก็เขาบอกเองว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน คงไม่อยากจะมาติดต่อสนใจอะไรกับเธอหรอก เขาอาจจะมีแฟนหรือภรรยาอยู่แล้วก็เป็นได้
แล้วทำไมเราจะต้องหวังให้เขาติดต่อมาด้วยนะ
หญิงสาวแต่งตัวเสร็จพอดี แอบหนีบขาเข้าหากันเพราะความรู้สึกเย็น ๆ แปลก ๆ กางเกงในลูกไม้ของเธอขาดตรงสายริบบิ้นที่ใช้มัด นั่นล่ะ...อยากใส่กางเกงในแบบน่ารักเซ็กซี่ดีนัก มันแข็งแรงที่ไหนกัน เธอเลยไม่ได้ใส่อะไรเลยนอกจากมีกระโปรงคลุมไว้ โอ...โหวงเหวง เย็นวิเวก อายพิกล
วันนี้มีประสบการณ์มากมายจริง ๆ เลยฉัน แค่ก้าวออกบ้าน เฮ้อ...
เมาเหล้า โดนเพื่อนทรยศ โดนเพื่อนเอาไปขาย โดนผู้ชายปล้นเวอร์จิ้น แถมท้าย ด้วยการไม่ใส่กางเกงในเดินไปเดินมา
แง้!
เสียงออดดังขึ้น ทำให้เธอสะดุ้งก่อนจะเดินหนีบขาด้วยท่าแปลกๆ ไปเปิดประตูให้กับเจ้าของห้อง
“เอ่อ..ฟินว่า...ว้าย!”
ตอนแรกตั้งใจจะคุยบอกกับเขาว่าเธอจะขอกลับบ้าน และให้เขาลืม ๆ เธอไป เธอไม่เอาเรื่องเอาราวใด ๆ กับใครทั้งสิ้น แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกอย่างก็คืนกลับเข้าไปในสมองเธอ หลงเหลือเพียงแค่การตกตะลึง
“ฟิน...เอ่อ...ช่วยผมด้วย”
ภาพที่เธอเห็น คือเซริวถูกปืนจ่อที่หัวโดยยักษ์! ไม่สิผู้ชายตัวใหญ่มาก โอ...เขาสูงเกินสองเมตรไหมนั่น พ่อยักษ์ปักหลั่นนั่นมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้เธอขนลุกซู่
“ไปขึ้นรถด้วยกัน อีหนู ถ้าไม่อยากตายทั้งโคตร”
เอ่อ...
เพิ่มในรายการสิ่งที่ฉันเผชิญในวันที่ออกจากบ้านไปอีกหนึ่งข้อ
โดนยากูซ่าเอาปืนจี้
แง้!
อิชิกาวะ vs ยูกะ หนุ่มใหญ่ร่างยักษ์ ปะทะ สาวแสบแสนฮอต ยูกะเม้มริมฝีปาก มองดูเนื้อตัวที่แดงเป็นจ้ำ ๆ เพราะ...เพราะทั้งฝีมือ และฝีปากของใครบางคน แล้วก็ให้ขัดเคืองยิ่งนัก ทั้งเคืองทั้งเต็มอิ่มไปทั้งร่างกาย โอ... ทำไมเธอจะต้อง... คิดแล้วสาวแสบก็หน้าแดงซ่าน เธอเป็น ไบเซ็กซ์ชวล รสนิยมของเธอได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่จะค่อนไปทางผู้หญิงเสียมากกว่า เพราะยูกะชอบสิ่งอ่อนนุ่ม สวยงาม ซึ่งไม่มีในเพศชาย เธอไม่ค่อยชอบผู้ชายตัวแข็ง ขนยุ่บยั่บ กลิ่นตัวแบบผู้ชายเป็นสิ่งที่ยูกะไม่เคยคิดจะชอบมันมาก่อน ขนาดลูกน้องของเธอที่ติดตามเธอ พวกเขาก็ได้รับมอบน้ำหอมประจำตัว แน่นอนกว่ากลิ่นของมันหวาน หอมฟุ้งเลยละ ผู้ชายที่เธอเลือกจะมาขึ้นเตียงด้วย ส่วนใหญ่ตัวบาง อ้อนแอ้น หน้าสวย ใช่...ผู้ชายเดี๋ยวนี้หน้าสวยจนผู้หญิงยังอาย คนโปรดที่สุดของเธอก็คือเค เขา...เอ่อ...ถึงจะศัลยกรรมมามากก็เถอะ แต่หมอก็หน้าสวย มองเพลิน แถมยังตัวบาง ผิวเนียนละเอียด กลิ่นหอม ไม่มีขนาดที่ใหญ่โตมากมายอะไรจนเธอสะพรึงหรือเจ็บปวด ใช่...เธอไม่เคยชอบผู้ชายที่มีอาวุธประจำตัวใหญ่โตอะไร เธอชอบเป
“ฟิน ฟิน ไม่เป็นอะไรแล้วนะที่รัก ที่รัก” ฟ้าใหม่โผผวาเข้ากอด คนที่มาปลดปล่อยเธอจากพันธนาการ เขากอดเธอแน่น เธอเองก็เช่นกัน “ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ฮือ ๆ กลัวแทบตาย กลัวมาก” เธอพึมพำกับอกกว้าง เขาอุ้มเธอออกมาจากห้องเล็ก ๆ ที่ขังเธอไว้ เซริวมาช่วยเธอไว้ก่อนที่เธอจะทันถูกเจ้าผู้ชายคนนั้นจับเธอเปลี่ยนชุดนางแมวอะไรนั่น ดีเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ถูกผู้หญิงด้วยกัน...โอยคิดแล้วก็ขนลุกอย่างไรพิกล ผู้ชายอีกคนก็ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน จากลูกน้องของเซริว เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาการค่อนข้างหนัก เรื่องนี้คงจะต้องสืบกันอีกยาวเลยทีเดียวละ ว่าทำไมลูกชายของแก๊งคัทซึเนะถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยกเว้นจะคุยกันได้เท่านั้น ฟ้าใหม่ถูกนำไปตรวจที่โรงพยาบาล เธอมีเพียงอาการฟกช้ำในบางที่และขวัญเสียเล็กน้อย นอกนั้นเป็นปรกติดี ทำให้เซริวโล่งใจมาก อิชิกาวะเป็นฮีโร่จริงๆ ที่จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแบบนี้ พวกผู้ใหญ่ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ลูกน้องมือขวาของเคนจิถือเป็นเรื่องที่จะต้องไปรายงาน เขาบอกทุกอย่างกับเคนจิ เล่นเอาเคนจิถึงกับเครียด แต่ประโยคท้ายของ
ฟ้าใหม่ยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เธอถูกบังคับพามาจากร้านราเม็งนั่น ปืนถูกจี้เข้าที่สีข้างของเธอ และผู้ชายที่รายล้อมเธอแต่ละคนตัวใหญ่หน้าตาน่ากลัวทั้งนั้น พวกเขาพาเธอออกมาจากร้าน และตรงมาขึ้นรถ การกระทำเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีคนสังเกต เธอถูกจับพันธนาการและถูกปิดตา ผ้าเปิดตาตอนนี้ยังไม่ถูกปลดออก เธออยู่ในความเงียบ หูได้ยินเสียงครางเบาๆ จากมุมห้อง ห้องนี้ชื้นและมีกลิ่นอับ ไม่ได้มีเพียงแค่เธอคนเดียวแน่ ๆ ที่ถูกจับมาแบบนี้ แต่ว่าใครอีกคนกันนะ คนพวกนี้จับเธอมาทำไมหนอ หญิงสาวพยายามทำสมาธิ รวบรวมสติไว้ การมีสติจะทำให้เรารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น แม้ว่ามันจะเลวร้ายมากขนาดไหน ใครจับเธอมากันนะ? เรื่องเล่าเกี่ยวกับงานวิวาห์ของบิดาและมารดาของเขาแวบเข้ามาในห้วงนึก หรือว่าจะมีพวกที่อยากจะขัดขวางงานแต่งงานของพวกเขากันหนอ? มันจะมีเหตุการณ์ขนาดของงานพวกท่านอีกไหมนะ แล้วเธอ...จะรอดหรือเปล่า เฮ้อ...ชีวิตหนอชีวิต เสียงประตูเปิด ทำให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งเกร็ง หูพยายามจับฟังเสียง มีคนเข้ามาและกำลังเดินตรงมาที่เธอ ไปยังมุมห้องเธอถูกหิ้วขึ้นมาฟ้
“ร้านราเม็งร้านนี้ อร่อยอย่างที่เซริวบอกจริงๆ ด้วยล่ะ” “ใช่ไหมล่ะครับ ผมบอกแล้ว ว่าร้านอร่อยในตำนานเลย เห็นอะไรตรงนี้ไหม?” เขาขยิบตาให้เธออย่างซุกซน แล้วชี้ตรงผนัง เธอเขม้นตามอง มันเป็นเหมือนรูปวาดเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงนั้น “อะไรคะ?” “ผมมือบอนน่ะครับ แหะ ๆ เคยมาแอบเอาสีเมจิกเขียนไว้ตรงนี้ กับโกคุงเพื่อนของผม แล้วตาเฒ่าจุนก็เลยจับพวกเราอบรมและทำโทษ สีของผมมันลบไม่ออก จนถึงทุกวันนี้ จุนซังบอกไว้ว่ามันก็เหมือนความผิดของคนเรา ที่ทำลงไปแล้ว ลบไม่ได้ แต่เรายอมรับและปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้” “ลุงแกสอนดีจังเลยค่ะ” เธอลูบภาพเล็กๆ นั้น แล้วเอ่ยพึมพำกับตนเอง “จริงสินะคะ ความผิดของคนเรา ทำลงไปแล้วก็ลบไม่ได้” “ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ใช่แค่แต่ความผิด” เสียงทุ้มแหบดังขึ้นด้านหลังเธอ สาวน้อยสะดุ้ง ขณะที่เซริวมองขึ้นไปสบตากับคนพูด แล้วยิ้มกว้าง พลางค้อมศีรษะให้ “สวัสดีครับจุนซัง” “สวัสดีพ่อเด็กดื้อ ยังไงถึงแวะมากินแถวนี้ได้ล่ะ” “หนีพ่อมาน่ะครับ” เขาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ จุนส่ายหน้าน้อยๆ พลางหัวเราะหึ ๆ เขามองดูแม่สาวที่มากับพ่
ด้วยดี ทำให้เซริวและฟ้าใหม่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง และยิ่งข่าวดีจากนพสุดาที่บอกว่าไฟเขียวจากบิดาให้จัดงานหมั้นและงานแต่งงานให้กับพวกเขาในเวลาไม่เกินสามเดือนนี้ มันยิ่งทำให้เซริวโล่งใจจริงจัง ว่าเขาจะพ้นจากบ่วงอันแสนจะน่ากลัวของยูกะแล้วถาวร ไม่มีการติดต่ออะไรมาจากทางนั้น นอกจากการแสดงความยินดีกลาย ๆ เสียด้วย ข่าวดีกว่านี้จะมีอีกไหมนะ? ฟ้าใหม่มีห้องพักส่วนตัวของเธอที่บ้านใหญ่ ที่ นพสุดาจัดให้พักต่างหาก เซริวค้านท่านบ่นออดว่าท่านทำให้ห่างจากผู้หญิงที่รัก แต่นพสุดาก็บอกเหตุผลว่าเป็นการ ‘ทำโทษ’ ข้อหาชิงสุกก่อนห่าม ทำให้ผู้ใหญ่วุ่นวาย ท่านว่ามาแบบนั้น เกือบจะมีเรื่องวุ่นวายอีกก็ตอนที่ นพสุดาจะให้พาฟ้าใหม่ไปตรวจครรภ์ เล่นเอาพวกเขาถึงกับหน้าเจื่อน เพราะคิดข้ออ้างไม่ทัน ดีที่ได้อิชิกาวะที่แก้ตัวแทนว่า เป็นความผิดพลาด เข้าใจไปเองของเซริวกับฟ้าใหม่ ที่ตื่นตูมกันไปเอง แล้วยืนยันให้ฟ้าใหม่ตรวจให้นพสุดาดู นั่นแหละ...เรื่องก็จบลงอย่างสวยงาม เพราะนพสุดาไม่ได้ติดใจอะไร ดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีการท้อง เธอเห็นแก่หน้าของพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เนื่องจากเข้าใ
ยาวนานจนกว่าที่เซริวจะอดกลั้นอดทนได้แล้ว เนื่องจากน้ำที่เขาดื่มเข้าไปมาก ผัดกะเพราของฟ้าใหม่รสชาติค่อนข้างเผ็ดร้อน แม้จะไม่อยากปล่อยยูกะไว้กับฟ้าใหม่ แต่ข้าศึกที่โจมตีเข้ามาแบบนั้น มันก็ทำให้เซริวต้องจำถอยชั่วคราว “อย่าไปฟังที่ยูกะพูดนักนะฟิน” เขาไม่วายอดกระซิบสั่งเธอไว้ ก่อนจะหายแวบไปเข้าห้องน้ำ ในที่สุด ยูกะ ผู้หญิงที่ทำให้เซริวหนีการแต่งงานหัวซุกหัวซุนก็อยู่กับเธอตามลำพัง...จนได้ “คุณทำอาหารอร่อยมาก เอ...ดูแล้ว ฉันจะต้องเรียกตัวเองว่า พี่ยูกะหรือเปล่า” ฝ่ายนั้นเอ่ยชวนเธอคุย หน้าตายิ้มแย้ม แม้ใจจะระแวงบ้าง เพราะเซริวบอกไว้ แต่ก็อดคุยโต้ตอบด้วยไม่ได้ ตามแบบคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี “ขอบคุณค่ะ เอ่อ...ฟินอายุ 22 ค่ะ ก็คงจะเป็นรุ่นน้องคุณยูกะจริง ๆ” “ตายล่ะ...” ยูกะเอามือทาบอก แล้วทำตาโต ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ส่งมาให้กับฟ้าใหม่ ตอนนี้ร่างเพรียวสมาร์ตของเธอเขยิบเข้ามาใกล้กับฟ้าใหม่ จนไหล่แทบจะชนกัน เธอโน้มใบหน้าจนแทบจะชิดหน้าของฟ้าใหม่ ทำให้สาวน้อยถึงกับตกใจแล้วผงะหนี เล่นเอายูกะหัวเราะชอบใจเลยทันที “พี่นึกว่าจะสัก 15- 16 เสียอีก หน้าเด็กมาก ผิวดี







