LOGINเพลงอกหักในร้านเหล้า ที่นักร้องบนเวทีของผับขับร้อง
ทั้งเศร้าและตอกย้ำความเจ็บปวดของคนกำลังอกหักได้ดี โรสชูแก้วร้องตาม เหมือนกับหลายๆ คนที่นั่งดื่ม ต่างชูไม้ชูมือเป็นจังหวะ บางคนลุกขึ้นยืนขยับตัวโยกไปมา ตอนนี้เธอดื่มเหล้าเข้าไปจนหมดกลมแล้ว แต่ก็อุ่นใจเพราะมากับบุษรินทร์เพื่อนรักที่พักอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกัน เพื่อนรับปากจะดื่มน้อยเพื่อดูแลในยามเสียใจเช่นนี้
คิดแล้วมันเจ็บปวด ความหวังจะเป็นภรรยาของไฮโซหนุ่มดีกรีนักเรียนนอก จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสลายไป เพราะนางมารร้ายดอกเตอร์เด่นดวง คุณหญิงแม่ของแฟนหนุ่มกีดกัน มาหาว่าอาชีพอย่างเธอน่าละอาย รับไม่ได้ที่จะมีสะใภ้ดีดดิ้นตามงานเปิดตัวสินค้า ไล่เช็กประวัติการศึกษา
เรียนไม่เก่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังของไทยไม่ได้ ก็เพราะเธอเป็นเด็กกิจกรรมมาตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย ทั้งประกวดร้องเพลง ประกวดแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ ความสามารถเหล่านี้บวกกับความสวยนี่แหละ ที่ทำให้เธอก้าวมาในวงการพริตตี้ ฝึกฝนทักษะการพูดจนเก่งดันตัวเองเป็นเอ็มซีMC.นี่ไม่ใช่ง่ายๆ นะ พริตตี้เงินล้านเคยได้ยินไหม
เธอไม่ได้กระจอก ทำงานส่งตัวเองจนเรียนจบปริญญาตรี เรียนภาคค่ำมหาวิทยาลัยเอกชน จ่ายเงินแล้วได้เรียนเลยโดยไม่ต้องสอบเข้า มันผิดตรงไหน เธอเข้าเรียนจริงสอบจริงจบระดับปริญญาตรีล่ะน่า
"ยายดอกเตอร์เด่นดวง! ฉันจะแต่งงานกับพี่กฤษณ์ ไม่ใช่ตัวเองสักหน่อย เสื-ก! ฮือๆ "
"แกทำใจเหอะ ก็อย่างว่าแหละ การที่เราจะแต่งกับเขาก็ต้องแต่งกับครอบครัวเขาด้วย"
บุษรินทร์โอบกอดปลอบใจเพื่อนสาว ปกติแล้วโรสเป็นคนเก่ง และแข็งแกร่ง คอยปกป้องเพื่อน กีดกันพวกผู้ชายที่จะเข้ามาหว่านเงินหลอกล่อ จนถูกตั้งฉายาว่านังกุหลาบพิษ ร้อยวันพันปีไม่เคยดื่ม แต่พออกหักกระดกเอากระดกเอาเสียจนเมาหนักมาก
"พี่กฤษณ์แต่งงานแล้วจริงๆ เหรอ ไม่จริงใช่ไหมบุษ ฮือๆ "
โรสคร่ำครวญ ท่ามกลางกลุ่มนักเที่ยวลุกขึ้นเต้นในจังหวะเร่งเร้า ก่อนผับปิดในคืนนี้
"แกร้องไห้พอเลยเว้ย ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเอง"
บุษรินทร์กอดปลอบ ปล่อยให้ร้องห่มร้องไห้จนผับปิด จึงลากเพื่อนออกมาตรงช่องประตูที่เชื่อมต่อไปยังล็อบบี้โรงแรม นักเที่ยวสาวหลายคนนั่งดมพิมเสนน้ำ เพราะวิงเวียนศีรษะจากการดื่ม โรสแทบจะเดินไม่ไหวและเธอตัวใหญ่กว่าคนพยุง โชคดีมีโซฟาตัวยาวว่างอยู่ บุษรินทร์จึงวางเพื่อนลงตรงนั้น
"โรสแกห้ามไปไหนนะ ฉันจะไปเรียกแท็กซี่"
"อืมๆ " คนเมาหนักผงกหัวแล้วซุกหน้ากับพนักพิงของโซฟา
"อย่าลุกไปไหนนะ" บุษรินทร์หันมากำชับอีก
"เออรีบๆ จะอ้วกแล้ว"
สาวร่างเล็กในชุดเสื้อสายเดี่ยวกางเกงยีนขาด วิ่งออกไปยืนรอเรียกแท็กซี่ ทิ้งสาวสวยในชุดเดรสราตรีสีดำอันเซ็กซี่ ทั้งคอเว้าลึกกระโปรงสั้น นั่งโอนเอนบนโซฟา ตอนนี้เธอรู้สึกไม่ไหวแล้ว มันมวลท้องพะอืดพะอม ดันขึ้นมาไม่หยุด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ตรงซ้ายมือมีห้องน้ำ แต่มีบรรดาสาวๆ ยืนหน้าหงิกรอคิวยาว ห้องน้ำอีกฝั่งแทบไม่มีคิวเลย
"อ้วก! " ตายแล้วมันจะออกไม่ไหวแล้ว หญิงสาววิ่งพรวดเข้าห้องน้ำ ท่ามกลางความตกใจของบุรุษสองคน ที่กำลังยืนทำธุระตรงโถฉี่ เธอนั่งคุกเข่ากอดชักโครกอาเจียนตัวโยน โดยไม่สนใจมองรอบตัว จึงไม่รู้ว่าชายวัยรุ่นร่างผอมสองคนในห้องน้ำเป็นเพื่อนกัน และพวกสายล่าหญิงเสียด้วย ทั้งคู่พยักหน้าส่งสัญญาณให้กัน เดินเข้าไปในห้องที่โรสอยู่ ซึ่งตอนนี้เธอหลับคาชักโครกไปแล้ว
"พวกนายจะทำอะไร? " เสียงเข้มกังวานของหนุ่มลูกครึ่ง หยุดชายโฉดทั้งสองไว้
"เมียฉันอ้วกว่ะ นายจะเยี่ยวก็ไปเยี่ยวโถในโน่น"
หนึ่งในนั้นอ้างตัวเป็นสามีเธอ พลางบุ้ยปากไปที่ชักโครกชายด้านในสุด
"เมียเหรอ เท่าที่ดูจากกล้องวงจรปิด เธอไม่ได้มากับพวกนาย อย่าได้คิดจะมาฉุดผู้หญิงที่ผับของฉัน ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็ออกไปซะดี ๆ "
วัยรุ่นทั้งสองมีสีหน้าตกใจ รีบล่าถอยไปโดยดี เพราะหนุ่มต่างชาติคนนี้ไม่ได้มาคนเดียว มีชายร่างใหญ่ใบหน้าหล่อคมเข้มสองคนยืนอยู่ด้านหลัง ทั้งคู่มีอาวุธปืนลูกซองสั้นเหน็บที่เอวด้วย
เอเดรียน ดอว์สันลูกครึ่งไทยอเมริกัน เกิดและเติบโตที่สหรัฐอเมริกา แต่ด้วยมาร์กพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเขา ขายกิจการโรงแรมให้ เอเดรียนเห็นว่าน่าลงทุน จึงซื้อเอาไว้ เขามาอยู่ที่ไทยได้เกือบสองปีแล้ว โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกต่อขยายโซนด้านล่างเป็นผับสำหรับวัยรุ่น ส่วนชั้นบนแถบใกล้ห้องส่วนตัวของเอเดรียน มีบาร์นั่งชิลสำหรับคนที่เข้าพักในโรงแรมเท่านั้น
ผับในโรงแรมแห่งนี้ ถือเป็นสถานบันเทิงในที่พักได้รับความนิยมสูงมาก แต่ปัญหาคือต้องระวังเรื่องยาเสพติด และไม่ต้องการให้เกิดเหตุละเมิดทางเพศ ดีนะที่เขาดูกล้องวงจรปิด ในจังหวะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้าไปในห้องน้ำชาย ถ้าไม่เห็นตอนเข้าไป ก็ไม่รู้เลยว่าเธออยู่ในนั้น และคงถูกปู้ยี่ปู้ยำไปแล้ว แต่เมื่อมองสำรวจหญิงที่ฟุบหลับในสภาพนั่งกอดชักโครก เอเดรียนถึงกับเกิดอาการคลื่นไส้ กับภาพตรงหน้าจนไม่อยากเข้าใกล้
"ซันนี่ มาร์ติน จัดการเธอซิ"
คู่หูบอดี้การ์ดร่างใหญ่รับคำ รีบเข้าไปพยุงเธอยืนขึ้น ผู้หญิงคนนี้มีสัดส่วนน่าสนใจ รูปร่างสูงเพรียวหุ่นนางแบบ ผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลประกายทอง ลู่ลงมาปกปิดใบหน้า
"คุณครับ! " ซันนี่เขย่าเรียกแต่หญิงสาวไม่รู้สึกตัว
เจ้าของโรงแรมส่ายหน้าอนาถใจกับสภาพของเธอ มาร์ตินจับเชยคางให้คนเมาหลับแหงนหน้าขึ้น วินาทีที่ได้เห็นสาวนางนั้นชัดเจน เอเดรียนรู้สึกราวกับต้องมนต์ ใบหน้างามออกไปทางลูกครึ่ง ขอบตาบรรจบชิดทำให้เห็นขนตางอนสวย จมูกโด่งเรียว ดูออกว่าไม่ผ่านมีดหมอ เรียวปากบางรูปปีกนกของเธอน่าจูบซะเหลือเกิน ช่างเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ไปทั้งตัว ตรงสเปคของเขาทุกอย่าง
"ซันนี่ มาร์ติน ฉันจะพาเธอไปเอง" บอกแล้วก็ช้อนร่างหญิงสาวแนบอก พาขึ้นไปห้องพักส่วนตัว
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







