เข้าสู่ระบบการอ่อนน้อมเข้าหา เพราะต้องประสานงานกัน ของแม่กุหลาบพิษที่เขาเคยตั้งสมญานาม ทำให้ความรู้สึกต่อเธอเปลี่ยนไป ถ้ามีตาทิพย์หญิงสาวคงเห็น พญาจงอางโผล่เหนือศีรษะวิโรจน์เป็นแน่ แม้วัยจะเข้าสู่เลขห้าปลายแล้ว แต่วิโรจน์ยังดูดีไม่ปล่อยให้รูปร่างท้วม ใบหน้ายังดูอิ่มเอิบ มีรอยยับย่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ไม่กินเส้นกัน ก็เป็นเพราะฝ่ายชายพยายามเข้าหาบุษรินทร์เพื่อนสนิทของเธอ ผู้ชายสูงวัยระดับเจ้าสัวหลายคนมักจะสนใจเพื่อนสาว เพราะรูปร่างเล็กทำให้ดูหน้าเด็ก แล้วยังสวยหวาน พูดจาไพเราะเพราะพริ้งและขี้เกรงใจ ส่วนโรสเป็นผู้หญิงมาดมั่นเกินไป ผู้ชายที่เธอยอมเปิดใจจึงมีเพียงกฤษณ์คนเดียวเท่านั้น
ระหว่างง่วนกับการไล่เรียงลำดับงานและคิดคำพูดด้านหลังเวที โรสรู้สึกว่ามีใครบางคนมองอยู่ สาวสวยเงยหน้ามองชายร่างใหญ่ ที่จ้องเธอมาสักพัก
"โรสสบายดีหรือเปล่า" น้ำเสียงห่วงใย มาพร้อมกับคำถามยอดฮิตที่แฟนเก่ามักใช้ทักทายกันช่างน่ารำคาญ หลังทำใจหลายวัน บวกกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเอเดรียน ตอกย้ำความเจ็บปวดใจให้เธอมากจนกลายเป็นแข็งแกร่งไปแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวตอนเห็นหน้าอดีตคนเคยรัก
"แล้วพี่กฤษณ์คิดว่าคนถูกแฟนทิ้งไปแต่งงาน โดยไม่ลากันสักคำจะต้องมีความรู้สึกยังไงเหรอคะ" โรสถามทั้งรอยยิ้มเท่าที่จะฝืนทำได้ ให้เขาดูว่าเธอไม่แคร์หรือเสียใจ
"โรส พี่ขอโทษนะ พี่ยังรักโรสคนเดียวขอเว... " / "ขอเวลาเตรียมตัวก่อนนะคะพี่กฤษณ์"
พูดแล้วเดินจากไป ปล่อยสายตาอาวรณ์มองตาม
บรรยากาศในงานผ่านไปอย่างราบรื่น ทั้งช่วงพิธีการสำคัญ และช่วงเวลาผ่อนคลายสนุกสนาน หลังอดีตประธานใหญ่กล่าวอำลาตำแหน่ง ได้เปิดตัวบุตรชายคนโตมารับหน้าที่แทน ประธานคนใหม่แสดงวิสัยทัศน์ พร้อมแถลงนโยบาย
หลังงานนั้นก็เปลี่ยนสู่โหมดรื่นเริง โรสเอาอยู่ทุกพิธีการ เธอดูสวยดุจนางพญา แต่ก็มีมุกตลกในช่วงเวลาสบายๆ แม้ว่าก่อนพิธีจะเริ่มเธอแทบล้มทั้งยืน เพราะเห็นคนสองคู่ที่นั่งขนาบข้างวิโรจน์ ฝั่งซ้ายเป็นพี่กฤษณ์นั่งทำหน้ายักษ์เพราะมีภรรยาคนสวยเคียงข้าง เมริกาเพื่อนรักคงเชิญมาเพื่อหวังซ้ำเติมเธอ แต่ฝั่งขวานี่สิ เขามาได้ยังไง? ทำไมต้องมานั่งด้านหน้าคู่กับประธานของงาน ทั้งที่ไม่มีในคิวที่เธอต้องกล่าวถึง เอเดรียนในชุดสูทสีเข้มใบหน้าเกลี้ยงเกลาต่างกับเมื่ออาทิตย์ก่อน ข้างกายเขามีสาวอริของเธอนั่งเบียดชิด บ้างก็กระซิบข้างหู
เมริกายิ้มเย้ย คงสะใจที่ได้จัดคู่พี่กฤษณ์มาทำร้ายจิตใจเธอ แต่สิ่งที่ทำให้โรสรู้สึกหน่วงและชอกช้ำแทบกระอักเลือดในเวลานี้ คือภาพสามีทางพฤตินัยของตัวเอง นั่งกุมมือนางแบบผู้เกลียดชังเธอต่างหาก
พิธีใกล้จบเป็นช่วงเปิดเพลงให้เต้นรำ ตามความต้องการเพิ่มเติมของวิโรจน์ อดีตผู้บริหารวัยดึก โค้งตัวขอโรสเป็นคู่เปิดฟลอร์ ถ้าไม่ใช่งานของเขาเธอคงมีคำเจ็บแสบบาดหู แต่หญิงสาวรักษากาลเทศะเป็นอย่างดี ยอมถูกโอบประคอง เธอหันไปมองเอเดรียน เห็นคนที่ก่อนนี้ยิ้มตลอดเวลา เปลี่ยนเป็นสีเลือดขึ้นหน้า แล้วหญิงสาวก็เชิดใส่เขาไปหนึ่งที
"ฮึ สงสัยคุณลุงคงหลงเสน่ห์นังกุหลาบพิษเข้าแล้ว โอ๊ย! เอเดรียนทำไมบีบมือริก้าแรง อูย... "
"ขอโทษนะ"
ขอโทษโดยไม่ละสายตาจากคู่บนฟลอร์เต้นรํา หัวใจของเอเดรียนเต้นแรงแทบทะลุหน้าอก มือสั่นเกร็งจนเผลอบีบมือเมริกา ก็ตอนนี้เลือดในกายเดือดปุด อยากเข้าไปฉุดแม่ตัวดีออกมา กล้าดียังไงให้ชายอื่นโอบกอดต่อหน้าเขา ฝ่ายกฤษณ์เองแทบนั่งไม่ติดยิ่งหันไปมองทิพย์อาภาก็ยิ่งหัวเสีย จนต้องลุกหนีไป
"ฉันว่า ฉันต้องมองเธอใหม่แล้วล่ะ"
หนุ่มวัยทองพูดคำหวานหู สาวลูกครึ่งสวยเก๋ ริมฝีปากยักสวยน่าจูบ เนินอกอูมล้นชุดราตรีสีขาวนั่น ช่างน่าซุกหน้าเข้าหา เอวกิ่วที่โอบอยู่นี้ถ้าได้ยกเขย่าบนตัวคงวิเศษไม่น้อย
"คุณมองฉันใหม่ได้แค่ในงานนี้ค่ะ เพราะถ้าคุณไม่ใช่เจ้าภาพใหญ่ ฉันคงไม่มีทางพูดดีกับคุณ"
"ฮ่าๆ ตรงไปตรงมาเสมอ ฉันชักอยากได้หนูโรสขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ"
"คุณได้อยาก ไปจนกว่าจะเข้าโลงแน่นอนค่ะ"
"ฉันจะลองดูนะ"
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายยั่วเย้ยวิโรจน์ แสดงชัดว่าเธอไม่เล่นด้วย ยิ่งยากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นความท้าทายมากเท่านั้น สักวันเถอะเธอได้มานอนครางใต้ร่างเขาแน่
คู่เต้นรำพูดคุยด้วยรอยยิ้ม ทำให้คนที่ไม่รู้ว่าทั้งคู่พูดอะไรกันยิ่งร้อนรน ยิ่งเห็นว่าชายสูงวัยหัวเราะออกมายิ่งคิดไกล หลังเพลงจบ มีแขกขอเต้นรำกับพิธีกรคนสวย แต่โรสขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เธอล้างมือที่สัมผัสวิโรจน์ด้วยน้ำสบู่ ก่นด่าในใจ ไม่ได้รังเกียจเรื่องอายุหรอก แต่เธอรู้จักคนคนนี้ดี เมื่อก่อนเคยเข้าคู่กับเจ้าสัวเมธีเพื่อนของเขาที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน ตามจีบบุษรินทร์ด้วย
หญิงสาวใช้กระดาษชำระในห้องน้ำเช็ดมือให้แห้ง แล้วส่องกระจกดูเสื้อผ้าหน้าผม ระหว่างนั้นมองผ่านกระจกเห็นชายร่างใหญ่ก้าวเข้ามาแนบด้านหลัง เขามองเธอด้วยแววตาดุ คล้ายกับจะมาจับรัดคอให้ขาดใจตายคาห้องน้ำซะอย่างนั้น
"เอเดรียน" เรียกชื่อเขาอย่างกับคนกำลังเพ้อ
"ยังจำชื่อผัวได้ น่าปลื้มใจจริงนะโรสที่รัก" น่าปลื้มแต่น้ำเสียง แววตา เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
"คุณเข้ามาทำไม นี่มันห้องน้ำหญิงนะ"
ห้องน้ำของไนท์ สเปซด้านในมีห้องเล็กๆ อยู่ห้าห้องด้วยกัน โรสถอยเข้าไปด้านในสุด เอเดรียนก้าวตามแนบชิด
"ไม่ต้องห่วงเลย ในนี้จะมีแค่เราสองคน ด้านนอกมีซันนี่เฝ้าอยู่ ผมขอเวลาคุณสัก...ครึ่งชั่วโมง เร็วสุดแล้ว"
บอกไปแค่ขู่ เขาไม่อยากมาทำอะไรเธอในที่แบบนี้หรอก
"อย่าทำทุเรสนะ"
"อะไรคือทุเรส ผมแค่จะสั่งสอนเมียสักหน่อย ว่าทีหลังอย่าให้ผู้ชายอื่นโอบกอดต่อหน้าผัว"
"ฉันไม่มี... ผัว และไม่ได้เป็นเมียใครทั้งนั้น"
"ฮึ ไม่ได้เป็นเมียใครผมไม่รู้ แต่ผมเป็นผัวคุณ เป็นคนแรก และจะเป็นคนเดียว"
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







