Home / โรแมนติก / คุณคี / บทที่ 5 ใจสั่น

Share

บทที่ 5 ใจสั่น

last update publish date: 2026-08-30 21:00:23

ความคาดหวังของหญิงสาวผิดถนัด พะวาหลับๆ ตื่นๆ เพราะไอร้อนที่แผ่ตามใบหน้าและร่างกาย หนำซ้ำยังมีอาการปวดกระบอกตาด้วย สงสัยจะไม่ใช่แค่เป็นหวัดเพราะโดนฝน เธอกำลังถูกเจ้าไมเกรนตัวร้ายเล่นงาน

          เมื่อนอนไปได้ราวสามชั่วโมงพะวาก็พยุงร่างลุกจากเตียง สงสัยเธอต้องพึ่งยาอีกครั้งแล้ว

          “ปวดหัวชะมัด”

          พะวาบ่นพึมพำ เดินไวๆ ลงไปยังชั้นล่างเพื่อหยิบยาไมเกรนขึ้นมาใส่ปากแล้วดื่มน้ำตาม ดวงตาแทบไม่อยากลืมเพราะอาการปวดที่เป็นอยู่ แล้วรีบเดินกลับขึ้นห้องไปทิ้งตัวลงนอน กินยาไปสักพักอาการคงจะดีขึ้น

          ทันทีที่ศีรษะวางลงบนหมอน พะวาก็รีบดำดิ่งลงห้วงนิทรา เพราะไม่อยากทนกับการปวดหัวจนจะระเบิด กระทั่งมางัวเงียก็ตอนได้รับไออุ่นๆ ที่คุ้นเคย

          พะวาสัมผัสได้ว่ามีฝ่ามือใหญ่วางแนบอยู่บนหน้าผาก ปากอิ่มพึมพำร้องถาม

          “กลับมาแล้วหรือคะ” พะวาคิดว่าคนตัวโตคงกลับมาแล้ว รอยยิ้มปรากฏบนดวงหน้าแม้ยังไม่ได้เปิดตามอง ทว่ากลิ่นที่ลอยมาเตะจมูกกลับไม่ใช่กลิ่นหอมอ่อนๆ ในทันใดนั้นจึงต้องรีบลืมตาขึ้น

          แล้วความตกใจก็สำแดงบนดวงหน้าหวาน มือออกแรงผลักคนที่บุกรุกเข้ามาทันที

          “ออกไปให้ห่างพะวานะเฮีย”                   

บทที่ 5 ใจสั่น

          “พะวาบอกให้ออกไปห่างๆ”      

          น้ำเสียงที่พ้นจากปากของพะวามีความเกรี้ยวกราด ไม่คิดว่าหรรษดลจะกล้าทำเช่นนี้

          “ใจเย็นๆ สิพะวา เฮียแค่เป็นห่วง” หรรษดลยกมือขึ้นอยากจะให้พะวาใจเย็นลงสักหน่อย และไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทีรังเกียจกันขนาดนั้น

          “เฮียเข้ามาในห้องของพะวาได้ยังไง”     

          เมื่ออีกฝ่ายไม่ยินยอมถอยห่างไป พะวาก็เป็นฝ่ายก้าวเท้าลงจากเตียง กระนั้นฝ่ามือใหญ่ของผู้บุกรุกกลับมาดึงรั้งข้อมือเอาไว้ เธอจึงต้องบิดมือออกอย่างแรง

          “เฮียเห็นยาที่วางไว้บนโต๊ะในห้องครัว เฮียเป็นห่วงพะวาเลยขึ้นมาดู”

          “แต่ว่าพะวาล็อกห้องแล้ว เฮียพังประตูเข้ามาใช่ไหม”

          “เฮียไม่ได้พังเข้ามา พะวาน่าจะลืมล็อกห้อง”

          พะวาถอยห่างไปราวสิบก้าว มองไปยังประตูห้องนอนแล้วไม่พบรอยงัดแงะแต่อย่างใด แต่เธอก็จำได้ว่ากดล็อกประตูแล้ว...

          หรือว่าประตูไม้จะมีอาการบวมจากน้ำฝนที่หยดลงมาเมื่อคืน บ้านไม้มักจะเจอปัญหาเช่นนี้เป็นประจำ ในจังหวะที่เธอดึงประตูให้ปิด มันคงไม่ลงล็อก ด้วยความรีบร้อนอยากทิ้งตัวลงนอนทำให้ไม่ทันได้มองสำรวจอีกครั้ง

          “อย่าทำเป็นรังเกียจกันได้ไหมพะวา เฮียบอกแล้วไงว่าเรื่องที่ผ่านมาเฮียไม่ได้ตั้งใจ” หรรษดลใช้น้ำเสียงเว้าวอน ไม่อยากให้พะวามองเขาเป็นคนอื่นคนไกล เมื่อก่อนตนก็เข้านอกออกในบ้านนี้เป็นประจำ

          “เฮียไม่ควรเข้ามาภายในห้องหรือแม้แต่ภายในบ้านคนอื่นแบบนี้”           

          พะวาหน่ายใจเสียจริงที่ต้องมานั่งอธิบาย ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว และคนที่ทำให้เป็นเช่นนั้นก็ไม่สมควรมาตัดพ้อใดๆ ที่ผ่านมาเธอยังหลงเหลือความเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องให้ แต่อีกฝ่ายกลับอยากได้สถานะเดิมคืน

          “แต่คุณอาฝากฝังให้เฮียคอยดูแลพะวา ท่านไว้ใจเฮีย ไม่งั้นท่านคงไม่เอากุญแจบ้านให้เฮีย” ชายที่ยังทำตัวหน้ามึนแสดงสิทธิ์ที่ได้รับ พะวาเห็นกุญแจบ้านแล้วกลอกตามองบน หัวใจเริ่มโมโหที่มีคนทำตัวไม่เหมาะสม พลันยื่นความต้องการไปอีกครา

          “ออกไปจากห้องของพะวาเดี๋ยวนี้เฮีย”

          “พะวา...ให้เฮียดูแลพะวาเถอะนะ ตัวเราร้อน เฮียเป็นห่วง” เมื่อครู่ที่วางมือบนหน้าผากมนพบว่าพะวาตัวร้อน จึงอยากดูแลเหมือนก่อน

          “พะวาดูแลตัวเองได้ค่ะ”           

          น้ำเสียงหนักแน่น สายตาแน่วแน่ แต่คนอย่างหรรษดลไม่มีวันเข้าใจง่ายๆ ยื่นมือหมายจะคว้าตัวนุ่มเข้ามาใกล้ พะวาถอยห่างได้ทัน ถ้อยคำคร่ำครวญจึงดังขึ้น

          “เราเคยรักกันพะวาจำได้ไหม...”

          “เฮียเคยกอดพะวา พะวาจำได้ไหม...”    

           หรรษดลมุ่งหมายจะกระชากอดีตคนรักกลับสู่ภวังค์เสน่หา หวังว่าวันเวลาดีๆ จะยังมีค่าอยู่

          “เฮียเคยหอมแก้ม เคยจูบพะวา และเราเคยนอนบนเตียงนี้ด้วยกัน...” หรรษดลมองไปยังเตียงไม้ ในสมัยที่พะวาเรียนมหาวิทยาลัย ตนได้เคยช่วยติวหนังสือให้จนหลับไปด้วยกันบนเตียงนี้

          พะวาทำแค่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยังจำเรื่องราวในตอนนั้นได้ดี

          เธอยอมให้เขากอด หอมแก้ม เพราะคือคนรัก

          ส่วนจูบ...เรียกว่าขโมยมากกว่ายินยอม เมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็จูบเธอในวันที่ความรักสั่นคลอน คงหมายจะเอาใจและยื้อไว้

          สายตากลมโตมองคนที่ตนเองเคยรัก เธอนั้นเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับคนที่รักแบบเต็มที่ แต่หากมันยากเกินจะไปต่อก็ยินยอมรับความจริง ต่างจากชายตรงหน้าที่รู้ แต่ยังพยายามดันทุรัง

          “พะวายังจำ...” หรรษดลไม่ลดละ เขาถือคติอยากได้ต้องได้ ไม่ทันจะพูดให้ครบใจความ กลับเห็นว่าสายตาของพะวามองตรงไปยังหน้าประตูห้องจึงหันขวับไปมองบ้าง 

          “คุณคี…”

          พะวายิ้มดีใจที่เห็นคิระพร้อมทั้งรีบขยับไปหา แต่หรรษดลขวางไว้และแสดงตัวเป็นเจ้าของพร้อมทั้งหันไปมองส่วนเกินที่เอ่ยขึ้น

          “พูดต่อสิ ผมอยากฟัง”  

          คิระพิงสะโพกอยู่กับขอบประตู มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบซองบุหรี่ขึ้นมาพร้อมไฟแช็ก

          คิระจุดบุหรี่แล้วคาบไว้ในปาก ก่อนแบมือเชิญให้หรรษดลสาธยาย

          “ทุกที่ในบ้านหลังนี้ มีแต่ความทรงจำของผมกับพะวา...รูปนั่นผมก็เป็นคนถ่ายให้ หนังสือเล่มนั้นผมก็เป็นคนซื้อ” นิ้วชี้ไปบนโต๊ะทำงาน มีกรอบรูปวางตั้งอยู่ รวมถึงมีกองหนังสือด้วย เขาจะใช้ความรัก ความผูกพัน รวมถึงความทรงจำที่มีร่วมกันเป็นดินที่ใช้ฝังกลบคนที่มาทีหลังให้จมลึกลงไป ไม่มีวันได้ใกล้ชิดพะวาอีก

          พะวาไม่เถียงว่าบ้านหลังนี้มีความทรงจำของเธอกับอดีตคนรัก แต่ใช่ว่าเธอจะใช้ความรู้สึกดีๆ ครั้งใหม่ลบมันออกไม่ได้ ส่วนรูปที่อีกฝ่ายบอกเป็นรูปครอบครัวเธอจึงไม่อยากทิ้ง ไม่ใช่เพราะเจ้าตัวเป็นคนถ่าย เรื่องหนังสือน่ะเธอเป็นคนซื้อต่างหาก หรรษดลก็แค่ไปเป็นเพื่อนก็เท่านั้น

          “พะวาเป็นของผม ผมเป็นรักแรกของพะวา” หรรษดลยกการได้ครอบครองหัวใจของพะวาเป็นคนแรกขึ้นมาอวดอ้าง

          คิระถึงกับกลั้วหัวเราะ โลกวิวัฒนาการไปถึงไหนแล้ว ยังมัวแต่จมอยู่กับความคิดแบบเดิมๆ รักครั้งแรกไม่จำเป็นต้องตราตรึงใจให้กลับไปรักใหม่เสมอไป พลันเอ่ยเรียกพะวา

          “มานี่สิพะวา”

          พะวาไม่ลังเลที่จะก้าวเท้าไปหาคิระ ก่อนชายหนุ่มจะยื่นของในมือให้ นั่นทำให้เสียงของหรรษดลตวาดก้อง

          “พะวาไม่สูบบุหรี่”

          “ให้พะวาทำไมคะ” พะวาตั้งคำถาม ตามองบุหรี่และไฟแช็กในฝ่ามือใหญ่  

          “ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (04)

    ส่วนคิระตรงดิ่งไปยังร้าน หลังโยนงานให้คนสนิทดูแลมาสองวัน ไม่ทันไปถึงก็ได้รับสายจากเจ้าตัว “เฮียครับ นักสืบติดต่อกลับมาว่าอยากพบเฮียครับ เห็นว่าโทร.ไปหาเฮียแล้วแต่เฮียไม่รับ” กรวัฒน์แจ้งถึงธุระสำคัญ เสียงนั้นยังติดง่วงอยู่นิดๆ ก็เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา ต่างจากเสียงของรุ่นพี่ที่ดูเหมือนไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด “ฉันลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วย บอกให้เขาเข้ามาเจอที่ร้านได้เลย” คิระมองหารอบรถก่อนถึงตอบ แล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงร้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเพื่อรอนักสืบที่ว่าจ้าง คิดว่าฝ่ายนั้นคงมีความคืบหน้ามารายงาน ประมาณสองชั่วโมงต่อมาผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว แต่งตัวดูสุภาพก็ก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “สวัสดีครับคุณคี” “เชิญนั่งครับคุณประสิทธิ์” คิระขยับตัวลุกขึ้น มือผายเชิญนักสืบที่เขาว่าจ้างให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า ประสิทธิ์กดศีรษะลงเป็นมารยาท พอแผ่นหลังตั้งตรงก็ยื่นซองเอกสารไปให้แก่ลูกค้า “นี่เป็นประวัติที่คุณคีอยากได้ครับ และเดี๋ยวผมจะส่งสำเนาทั้งหมดเข้าเมลให้ด้ว

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (03)

    “เช้าแล้วค่ะ” พะวาทำตามที่รับปากไว้ว่าพอเธอตื่นจะปลุกคนตัวโต สายตากลมโตจ้องมองคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง คิระบิดศีรษะไปทางซ้ายและขวาขับไล่ความง่วง แล้วได้ยินคำถามที่ทำให้ส่ายหน้า “ธุระที่ไปทำเป็นทางการไหมคะ พะวาจะได้รีดชุดให้” “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะไปส่งพะวา” คนตัวโตเฉลยพร้อมรอยยิ้ม “พะวาคือธุระของคุณคีหรือคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเอง คิระจึงพยักหน้าบอกซ้ำ เสียงใสๆ จึงร้องค้านโต้ตอบไป “คุณคีนอนต่อไปเถอะค่ะ พะวานั่งรถแท็กซี่ไปเองได้” คิดว่าชายหนุ่มคงกลัวเธอจะลำบาก และไม่วายยังห่วงอยู่เล็กๆ จึงตั้งใจจะพาเธอไปส่งยังที่ทำงาน “ฉันอยากไปเห็นว่าพะวาทำงานที่ไหน พะวาไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวสาย” คิระมองเด็กดื้อที่ไม่ยอมให้เขาไปส่ง แม้ให้เหตุผลนั้นไปก็ยังไม่ได้ผล จึงมัดมือชกด้วยการดันร่างเล็กให้รีบไปชำระร่างกาย พะวาทำสีหน้าอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนให้ ส่วนชายหนุ่มขยับตัวลุกหลังพะวาเดินหายไปอาบน้ำ ไปยืนทอดตามองยามเช้าที่ไม่ค่อยได้สัมผัส มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเด่อะไรสักนิดกับบรร

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (02)

    เธอก็คือเธอ ไม่มีทางแทนใครได้ และเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีส่วนที่คล้าย แต่ส่วนต่างก็มีมาก “บางอย่างที่ไม่สำคัญพี่ก็ทิ้ง แต่บางอย่างที่มีประโยชน์ พี่ก็เลือกจะเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะปอหรอก” คิระจัดแจงแถลงไขให้ปาฏลีได้กระจ่างใจ ปาฏลีรู้สึกเหมือนโดนปิดประตูใส่หน้า น้ำตาเม็ดกลมและเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นอีก หนนี้หนักกว่าเดิม... “ฮือ” “เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือคะ ปอผิดไปแล้วค่ะพี่คี” แม้จะร้องไห้แทบขาดใจ ปาฏลียังพยายามปล่อยถ้อยคำออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหาย “พี่ว่าปอสมควรกลับไปพักผ่อน พี่จะโทร.ให้ไอ้ปิงมารับ” คิระตัดบท หากจะมองว่าตนใจร้ายก็ยอมรับ ดีกว่าไปให้ความหวัง ทั้งที่ไม่มีให้ “ปออยากอยู่กับพี่คี อยากอยู่ห้องของเรา” ปาฏลีส่ายหน้าระรัว เธอไม่อยากกลับไป คนที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นทำให้ได้ยินคำร้องถามที่รู้สึกว่าหัวใจถูกเหวี่ยงไปไกลลิบ “แล้วพี่กับพะวาจะต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่นหรือปอ ทำไมพี่กับพะวาต้องลำบากด้วย” น้ำเสียงของคิระมีความติเตียน เขาสงสารปาฏลี แต่ก็ใช่ว่าต้องเสียสละไปทุกอย่าง ปาฏลี

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน

    “คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย “อื้ม” คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์ “เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆ พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้ พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป “มาหาใครหรือคะ” ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเ

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน (02)

    “หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย “หนูไม่กิน...” คนทำผิดส่ายหน้า ไม่มีทางดื่มมันแน่ๆ หากมียาพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร แล้วมองไปยังคนที่เธอหมายตา อยากได้ความช่วยเหลือ กรวัฒน์นิ่งมอง เขาไม่อาจช่วยคนที่ทำผิดไว้ได้ ก่อนเจ้าตัวจะได้รับคำสั่งที่ให้ปฏิบัติตาม “จับหน้าไว้เก่ง ฉันจะป้อนน้ำเด็กคนนี้” น้ำเสียงของคิระดูเลือดเย็น ไม่มีแววอบอุ่นเหมือนอย่างเคย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นโดยพลัน “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...ปล่อยฉันไปนะ” คนที่อยากได้จนยินยอมทำผิดโวยวาย ดีดตัวจะลุกหนีจากเก้าอี้ ไม่ทันได้ไปไหน กรวัฒน์ก็ปรี่เข้ามาประชิดกดหัวไหล่ให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิระขยับตัวอย่างเชื่องช้า มือใหญ่ยกแก้วขึ้นมองความใสของน้ำ แล้วเขย่าไปมาเล็กน้อยราวกับอยากให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นสีเดียวกับน้ำ คนทำผิดที่กลัวจับใจ ปากสั่นจนฟันกระทบกัน สติหลุดกระเจิงเพราะความกลัวมากระชากให้ลอยหวือออกจากสมอง น้ำตาร่วงเผาะลงไม่ขาดสาย มือนั้นพยายา

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน

    บทที่ 9 คนของฉัน “ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ” คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน “ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ “คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก “ฉั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status