LOGIN“พะวาหน้าเหมือนใครหรือคะ พอดีพะวาได้ยินพี่เก่งพูด พะวาเคยอ่านนิยายเลยเดาเอา แบบว่าหน้าเหมือนหน้าคล้าย....แฟนเก่าที่ยังรักหรือคะ”
เธอเว้นวรรคไว้ราวหนึ่งนาทีถึงเอ่ยประโยคหลัง ในวันนั้นได้ยินคำถามของกรวัฒน์ด้วยเช่นกัน จึงตีความหมายได้ไม่ยาก หรือว่าที่คนตรงหน้าตอบตกลงเพราะความเหมือนที่ว่า แล้วเห็นคิระพยักหน้าตอบรับในคำถามที่ปล่อยไป
“เหมือนตรงไหนหรือคะ ตา ปาก จมูก โครงหน้า” ฝ่ายหญิงยังถามอีก ดวงตามองอย่างเฝ้ารอ
“โครงหน้า ตา จมูก”
คิระตอบกลับ ไม่อยากอมพะนำไว้ให้พะวาคิดมาก สายตามองจ้องราวกับอยากให้หญิงสาวไม่ต้องใส่ใจ พะวาคือพะวา ไม่ใช่ตัวแทนคนรักเก่า ทว่าสีหน้าก็เข้มขึ้นเมื่อนึกถึงอดีตคนรัก“เหมือนแค่สามอย่างเอง...” พะวาพึมพำอย่างรู้สึกเบาใจ ก่อนจะเอ่ยคำพูดทีเล่นทีจริง
“คุณคีจะไม่เอาพะวาไปเป็นตัวแทนเธอหรอกใช่ไหมคะ เพราะถ้าจะทำแบบนั้นคุณคีคงเฝ้าแต่จูบตากับจมูกของพะวา”
คิระที่ตีความประโยคของพะวาไม่ได้เลิกคิ้วสงสัย
“แต่นี่คุณคีเอาแต่จูบปากกับ...” พะวามองไปยังหน้าอกของตนเองเป็นการบอกใบ้
คนที่เข้าใจความหมายนั้นถึงกับกลั้วหัวเราะและมีรอยยิ้มปรากฏ เพราะเป็นจริงดังพะวากล่าว
“ซบอกของพะวาได้นะคะ พะวาพร้อมปลอบ” พะวาขันอาสาเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง
ไม่ทันคิระจะได้ตอบกลับ เขาก็ต้องเสหน้าไปมองสมาร์ตโฟน
ปิ๊บๆ
คนตัวโตปล่อยให้สมาร์ตโฟนดังอยู่เช่นนั้น แต่ดูท่าปลายสายที่พยายามติดต่อจะไม่เลิกละ จนสุดท้ายคิระก็ต้องขยับตัวลุกขึ้น
“เดี๋ยวฉันมา…”
พะวาพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ เธอเห็นหน้าของเขาเข้มขึ้น เข้มเหมือนตอนที่ถามเรื่องแฟนเก่า ชั่วครู่หนึ่งคิระก็กลับมาพร้อมเอ่ยหนึ่งประโยค
“ไม่เกินสองเดือนนี้…แฟนเก่าของฉันจะกลับมา”
พะวาเงยหน้ามอง สองเดือนอย่างนั้นหรือ
“พะวาเป็นไม้กันหมาให้ได้นะคะ แบบแอบอ้างว่าเป็นเด็กคุณคี” ที่กล้าอาสาคงเพราะเห็นถึงความเคร่งเครียดวิ่งอยู่ในแววตาคมกริบ เธอรู้มาบ้างว่ารักครั้งเก่าของเขาจบไม่สวยพอๆ กับของตัวเอง ก่อนจะต้องอมยิ้มในวาจาที่สวนกลับมา
“ก็เป็นอยู่ไม่ใช่หรือไง”
“อ้าว พะวาลืมค่ะ...ฮัดชิ้ว”
พะวายกมือขึ้นป้องปากกับจมูก แล้วบ่นเสียงอู้อี้กับชายหนุ่มหลังยกมือขึ้นอังหน้าผากดู
“เหมือนพะวาจะเป็นหวัดค่ะ”
“กินอิ่มแล้วก็รีบไปนอนพักซะ” ถึงว่าเขาเห็นพะวาขยี้จมูกอยู่สองสามหน คงเพราะตากฝนเมื่อคืนแน่ๆ แล้วได้ยินคำแย้งเบาๆ
“แต่คุณคีต้องออกไปทำงานนี่คะ”
“ฉันไป พะวาอยู่ แต่ว่าวันนี้เขาเข้ากะดึกใช่ไหม” คิระอยากจะรู้เรื่องหนึ่งให้แน่ใจเสียก่อน
“ใช่ค่ะ”
พะวาพยักหน้า สายตายังมองอยู่คิระที่เหมือนเขาจะเข้าใจในบางความรู้สึกของเธอ ในอกมีความลังเลอยู่มาก เพราะในวันนี้กะว่าจะไปช่วยงานที่ร้าน หลังหลายวันที่ผ่านมาเธอเอาแต่ง่วงและอ่อนเพลีย ก่อนจะพยักหน้าตกลง เพราะหากฝืนแล้วไม่สบายจะกลายไปเป็นภาระมากกว่าไปช่วยแบ่งเบา
จากนั้นเมื่ออิ่มท้องกันแล้ว พะวาก็เดินขึ้นไปคว้าพวงกุญแจของตัวเองออกจากกระเป๋าสะพายแล้วยื่นดอกหนึ่งให้ชายหนุ่ม
“กุญแจห้องของพะวาค่ะ กลับมาแล้วจะได้ไขเข้ามาได้เลย”
คิระรับเก็บใส่กระเป๋า แล้วเอ่ยบอกให้พะวารีบไปอาบน้ำจะได้พักผ่อน
หญิงสาวหยิบเสื้อผ้าเดินลงไปยังชั้นล่าง แต่ก็ไม่วายมองไปทางอีกห้องนอนที่เจ้าของกลับมาแล้ว ไม่ทันจะได้เดินไปไหนก็เห็นคนตัวโตเดินตามลงมาหยิบน้ำในตู้เย็นไปดื่ม
พะวาหันไปมอง เห็นชายหนุ่มพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์ไม้ตรงข้ามตู้เย็น แล้วเขาก็พยักพเยิดหน้าให้เธอรีบไปอาบน้ำ
พะวาใช้เวลาไปไม่นานแล้วก็ออกมาผลัดเปลี่ยนกับฝ่ายชาย โดยชายหนุ่มก็เอ่ยบอกให้คนตัวเล็กรีบขึ้นไปพักผ่อน ก่อนเดินหายเข้าห้องน้ำไปบ้าง
ในจังหวะที่คิระก้าวเท้ากลับออกมาก็เห็นผู้อาศัยอีกคนรอที่จะเข้าห้องน้ำอยู่ แล้วเห็นถึงความไม่พอใจชัดเจน แต่ไม่ได้สนใจอะไร เดินขึ้นห้องไปหาพะวา
เขาเห็นคนตัวเล็กนั่งฮึดฮัดอยู่บนเตียง มีขวดยาไว้บนโต๊ะ เขารอจนสรชัชออกจากบ้านไปถึงขยับตัวลุกบ้างพร้อมยื่นสมาร์ตโฟนให้หญิงสาว บนหน้าจอมีตัวเลขจำนวนสิบหลัก
“มีอะไรก็โทร.มา”
“ได้ค่ะ”
พะวากดบันทึกเบอร์ของชายหนุ่มลงไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อ นี่คงเป็นเบอร์ส่วนตัว เธอเห็นอยู่ว่าชายหนุ่มมีโทรศัพท์สองเครื่อง ส่วนเบอร์โทร.ที่เธอมีคงเป็นเบอร์ที่ไว้ใช้ติดต่องาน
ชั่วครู่เสียงรถมอเตอร์ไซค์ก็เลื่อนห่างหายจากบ้านไป พะวาเอนตัวไปทิ้งศีรษะวางบนหมอนที่สวมปลอกหมอนสีเทา สายตามองรอบห้องเพื่อสำรวจความเรียบร้อย
เมื่อแน่ใจว่าห้องปิดมิดชิดแล้วก็เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต กดค้นหาข้อมูลบางอย่างที่ต้องการ ชั่วครู่ใหญ่ก็เป่าปากแรงๆ กับราคาค่าจ้างที่ต้องจ่าย
‘ทำไมแพงขนาดนี้เนี่ย’ พะวาทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อย่างไรก็คงต้องลองดูสักตั้ง เพราะวิธีนี้อาจจะช่วยทำให้ตอบโจทย์ในสิ่งที่สงสัยได้มากยิ่งขึ้น
นั่งหาข้อมูลไปอีกสักพักใหญ่ เมื่อตัดสินใจได้ก็จัดการกดแอดไลน์ไปสอบถามข้อมูลแบบตัวต่อตัว
“สวัสดีค่ะ...คุณนักสืบ” พะวาคุยรายละเอียดกับคู่สนทนาอยู่นานกว่าจะตอบตกลงจ้างงาน หวังว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการ
จากนั้นก็นั่งไถ่ทวิตเตอร์ไปอีกครู่หนึ่ง พอเริ่มง่วงก็กดเข้าไลน์ส่งสติกเกอร์ไปหาคนสำคัญ
PAWA ส่งสติกเกอร์หน้ายิ้มไปให้ K.KIRA
พะวาไม่ได้รอให้ชายหนุ่มตอบกลับ คิดว่าเขาคงยุ่งอยู่กับงาน จึงวางคว่ำหน้าจอลงพร้อมปิดตาลงนอนเพราะเริ่มรู้สึกหนักหัวขึ้นมาแล้ว หวังว่าตื่นขึ้นมาจะดีขึ้น...
ส่วนคิระตรงดิ่งไปยังร้าน หลังโยนงานให้คนสนิทดูแลมาสองวัน ไม่ทันไปถึงก็ได้รับสายจากเจ้าตัว “เฮียครับ นักสืบติดต่อกลับมาว่าอยากพบเฮียครับ เห็นว่าโทร.ไปหาเฮียแล้วแต่เฮียไม่รับ” กรวัฒน์แจ้งถึงธุระสำคัญ เสียงนั้นยังติดง่วงอยู่นิดๆ ก็เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา ต่างจากเสียงของรุ่นพี่ที่ดูเหมือนไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด “ฉันลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วย บอกให้เขาเข้ามาเจอที่ร้านได้เลย” คิระมองหารอบรถก่อนถึงตอบ แล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงร้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเพื่อรอนักสืบที่ว่าจ้าง คิดว่าฝ่ายนั้นคงมีความคืบหน้ามารายงาน ประมาณสองชั่วโมงต่อมาผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว แต่งตัวดูสุภาพก็ก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “สวัสดีครับคุณคี” “เชิญนั่งครับคุณประสิทธิ์” คิระขยับตัวลุกขึ้น มือผายเชิญนักสืบที่เขาว่าจ้างให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า ประสิทธิ์กดศีรษะลงเป็นมารยาท พอแผ่นหลังตั้งตรงก็ยื่นซองเอกสารไปให้แก่ลูกค้า “นี่เป็นประวัติที่คุณคีอยากได้ครับ และเดี๋ยวผมจะส่งสำเนาทั้งหมดเข้าเมลให้ด้ว
“เช้าแล้วค่ะ” พะวาทำตามที่รับปากไว้ว่าพอเธอตื่นจะปลุกคนตัวโต สายตากลมโตจ้องมองคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง คิระบิดศีรษะไปทางซ้ายและขวาขับไล่ความง่วง แล้วได้ยินคำถามที่ทำให้ส่ายหน้า “ธุระที่ไปทำเป็นทางการไหมคะ พะวาจะได้รีดชุดให้” “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะไปส่งพะวา” คนตัวโตเฉลยพร้อมรอยยิ้ม “พะวาคือธุระของคุณคีหรือคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเอง คิระจึงพยักหน้าบอกซ้ำ เสียงใสๆ จึงร้องค้านโต้ตอบไป “คุณคีนอนต่อไปเถอะค่ะ พะวานั่งรถแท็กซี่ไปเองได้” คิดว่าชายหนุ่มคงกลัวเธอจะลำบาก และไม่วายยังห่วงอยู่เล็กๆ จึงตั้งใจจะพาเธอไปส่งยังที่ทำงาน “ฉันอยากไปเห็นว่าพะวาทำงานที่ไหน พะวาไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวสาย” คิระมองเด็กดื้อที่ไม่ยอมให้เขาไปส่ง แม้ให้เหตุผลนั้นไปก็ยังไม่ได้ผล จึงมัดมือชกด้วยการดันร่างเล็กให้รีบไปชำระร่างกาย พะวาทำสีหน้าอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนให้ ส่วนชายหนุ่มขยับตัวลุกหลังพะวาเดินหายไปอาบน้ำ ไปยืนทอดตามองยามเช้าที่ไม่ค่อยได้สัมผัส มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเด่อะไรสักนิดกับบรร
เธอก็คือเธอ ไม่มีทางแทนใครได้ และเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีส่วนที่คล้าย แต่ส่วนต่างก็มีมาก “บางอย่างที่ไม่สำคัญพี่ก็ทิ้ง แต่บางอย่างที่มีประโยชน์ พี่ก็เลือกจะเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะปอหรอก” คิระจัดแจงแถลงไขให้ปาฏลีได้กระจ่างใจ ปาฏลีรู้สึกเหมือนโดนปิดประตูใส่หน้า น้ำตาเม็ดกลมและเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นอีก หนนี้หนักกว่าเดิม... “ฮือ” “เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือคะ ปอผิดไปแล้วค่ะพี่คี” แม้จะร้องไห้แทบขาดใจ ปาฏลียังพยายามปล่อยถ้อยคำออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหาย “พี่ว่าปอสมควรกลับไปพักผ่อน พี่จะโทร.ให้ไอ้ปิงมารับ” คิระตัดบท หากจะมองว่าตนใจร้ายก็ยอมรับ ดีกว่าไปให้ความหวัง ทั้งที่ไม่มีให้ “ปออยากอยู่กับพี่คี อยากอยู่ห้องของเรา” ปาฏลีส่ายหน้าระรัว เธอไม่อยากกลับไป คนที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นทำให้ได้ยินคำร้องถามที่รู้สึกว่าหัวใจถูกเหวี่ยงไปไกลลิบ “แล้วพี่กับพะวาจะต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่นหรือปอ ทำไมพี่กับพะวาต้องลำบากด้วย” น้ำเสียงของคิระมีความติเตียน เขาสงสารปาฏลี แต่ก็ใช่ว่าต้องเสียสละไปทุกอย่าง ปาฏลี
“คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย “อื้ม” คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์ “เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆ พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้ พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป “มาหาใครหรือคะ” ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเ
“หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย “หนูไม่กิน...” คนทำผิดส่ายหน้า ไม่มีทางดื่มมันแน่ๆ หากมียาพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร แล้วมองไปยังคนที่เธอหมายตา อยากได้ความช่วยเหลือ กรวัฒน์นิ่งมอง เขาไม่อาจช่วยคนที่ทำผิดไว้ได้ ก่อนเจ้าตัวจะได้รับคำสั่งที่ให้ปฏิบัติตาม “จับหน้าไว้เก่ง ฉันจะป้อนน้ำเด็กคนนี้” น้ำเสียงของคิระดูเลือดเย็น ไม่มีแววอบอุ่นเหมือนอย่างเคย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นโดยพลัน “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...ปล่อยฉันไปนะ” คนที่อยากได้จนยินยอมทำผิดโวยวาย ดีดตัวจะลุกหนีจากเก้าอี้ ไม่ทันได้ไปไหน กรวัฒน์ก็ปรี่เข้ามาประชิดกดหัวไหล่ให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิระขยับตัวอย่างเชื่องช้า มือใหญ่ยกแก้วขึ้นมองความใสของน้ำ แล้วเขย่าไปมาเล็กน้อยราวกับอยากให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นสีเดียวกับน้ำ คนทำผิดที่กลัวจับใจ ปากสั่นจนฟันกระทบกัน สติหลุดกระเจิงเพราะความกลัวมากระชากให้ลอยหวือออกจากสมอง น้ำตาร่วงเผาะลงไม่ขาดสาย มือนั้นพยายา
บทที่ 9 คนของฉัน “ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ” คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน “ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ “คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก “ฉั







