แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: หรงหรงจื่ออี
โจวอวี๋ชูผละตัวออกจากฟู่ซืออวี่ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบของขวัญมากมายจากข้างโซฟามา

“ของพวกนี้เป็นของที่แม่ซื้อให้ลูกหมดเลยนะ ลูกดูสิว่ามีที่ชอบบ้างไหม?”

ฟู่ซืออวี่ดวงตาเป็นประกายวาววับ “หุ่นไอรอนแมนนี่!”

“ซืออวี่ชอบหรือเปล่าจ๊ะ?” โจวอวี๋ชูลูบศีรษะเขาเบา ๆ “นี่เป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันเลยนะ แม่วานให้เพื่อนตั้งหลายคนช่วยหาให้ กว่าจะซื้อมาได้”

“ขอบคุณครับแม่!” ฟู่ซืออวี่รับหุ่นไอรอนแมนมา เสียงสดใสของเด็กน้อยดังกังวานไปทั่วทั้งคฤหาสน์ “แม่ใจดีจังเลย!”

โจวอวี๋ชูเปลี่ยนจากร้องไห้เป็นหัวเราะ “ลูกรัก ในที่สุดลูกก็ยอมเรียกแม่ว่าแม่แล้ว”

“เมื่อกี้พ่อบอกกับผมแล้วว่า แม่ต้องลำบากมากกว่าจะคลอดผมออกมาได้”

ฟู่ซืออวี่วางหุ่นไอรอนแมนลง ก่อนจะดึงกระดาษทิชชูแผ่นหนึ่งมาซับน้ำตาให้โจวอวี๋ชู “ขอโทษนะครับแม่ เมื่อเช้าผมไม่ควรใจร้ายกับแม่เลย ต่อไปผมจะไม่ทำแบบนั้นกับแม่อีกแล้วครับ”

โจวอวี๋ชูได้ยินดังนั้นน้ำตาก็ไหลพรากยิ่งกว่าเดิม เห็นแล้วน่าสงสารมากขึ้นอีก

“ลูกรัก ลูกไม่ผิดหรอก เป็นแม่เองที่ไม่ดีเอง ต่อจากนี้ไปแม่จะพยายามเป็นแม่ที่ดีคนหนึ่งอย่างสุดความสามารถแน่นอน”

“แม่ไม่ได้ไม่ดีเลยครับ!” ฟู่ซืออวี่เป็นฝ่ายเข้ามาสวมกอดโจวอวี๋ชู “พ่อบอกแล้วว่าแม่รักผมมากมาโดยตลอด ต่อไปผมก็จะรักแม่ให้มาก ๆ เหมือนกันครับ!”

โจวอวี๋ชูมองไปยังฟู่ซือเหยียน น้ำตาไหลเป็นสายยิ่งกว่าเก่า “ขอบคุณนะ ซือเหยียน”

ฟู่ซือเหยียนเดินเข้ามา ยื่นผ้าเช็ดหน้าของตัวเองให้เธอ “มันเป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว ไม่ร้องแล้วนะ เดี๋ยวซืออวี่จะปวดใจเอาได้”

“ใช่ครับแม่ แม่ออกจะสวยขนาดนี้ อย่าร้องไห้ไปเลยนะครับ ร้องไห้แล้วเดี๋ยวไม่สวยนะ!”

พอโจวอวี๋ชูได้ยินก็รับผ้าเช็ดหน้าจากฟู่ซือเหยียนมาซับน้ำตา “จ้ะ แม่ไม่ร้องแล้ว”

แม่ลูกยอมรับกันแล้ว ช่างอบอุ่นหวานชื่นยิ่งนัก

ฟู่ซืออวี่ได้รับของขวัญมากมายก่ายกอง จึงหอบของขวัญขึ้นไปนั่งเล่นบนโซฟา

โจวอวี๋ชูนั่งมองอยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน

ฟู่ซือเหยียนนั่งลงตรงโซฟาเดี่ยวด้านข้าง ก้มหน้าใช้โทรศัพท์สะสางงาน

โจวอวี๋ชูหันมามองเขา คล้ายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดเสียงแผ่ว “ทางด้านคุณเสิ่น คุณคิดจะทำยังไงคะ?”

ฟู่ซือเหยียนได้ยินก็เงยหน้าขึ้น สีหน้าเฉยชา “ผมจะจัดการให้เรียบร้อย”

“หลายปีมานี้คุณเสิ่นดูแลซืออวี่ได้ดีมากนะคะ บอกตามตรง ในใจฉันมักรู้สึกผิดกับเธอ”

“นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ” ฟู่ซือเหยียนน้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่น “ซืออวี่เป็นลูกของคุณอยู่แล้ว”

“ใช่ครับแม่!” ฟู่ซืออวี่เงยหน้าขึ้นมาจากกองของขวัญ ปากน้อย ๆ หวานราวกับเคลือบด้วยน้ำผึ้ง “แม่คลอดผมออกมา เราจะนับแม่นับลูกกันก็สมควรอยู่แล้ว! อีกอย่างแม่สวยขนาดนี้ พ่อบอกว่าที่ผมน่ารักแบบนี้ก็เป็นเพราะว่าแม่หน้าตาดี!”

“เด็กขี้ประจบ!” โจวอวี๋ชูแตะปลายจมูกของเขาเบา ๆ “ลูกอย่าไปพูดแบบนี้ต่อหน้าแม่ชิงซูเชียวล่ะ เดี๋ยวเธอจะโกรธเอา”

“ไม่หรอกครับ!” ฟู่ซืออวี่มั่นอกมั่นใจเป็นอย่างมาก “เธอโกรธผมไม่ลงหรอก!”

มีสายหนึ่งโทรเข้ามาหาฟู่ซือเหยียนด้วยเรื่องงาน

เขาลุกขึ้น “ผมขอตัวกลับสำนักงานก่อนนะครับ”

“ค่ะ คุณไปทำงานเถอะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนซืออวี่เอง” โจวอวี๋ชูชะงักไปเล็กน้อยก่อนถาม “แล้วคุณจะกลับมากินข้าวเย็นไหมคะ?”

ฟู่ซือเหยียนเม้มริมฝีปากครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนกล่าวตอบ “ผมเสร็จงานแล้วจะรีบกลับ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณขับรถดี ๆ นะคะ”

“ไว้เจอกันครับพ่อ!”

ฟู่ซือเหยียนตอบรับเสียงเรียบ ก่อนจะหมุนกายจากไป

……

เวลากลางดึก ห้องบูรณะในสตูดิโอยังเปิดไฟสว่างจ้า

ผมยาวถึงเอวของหญิงสาวถูกรวบขึ้นด้วยปิ่นปักผม เผยลำคอยาวขาวนวล แว่นตานิรภัยวางคาดอยู่บนสันจมูก มือสองข้างที่สวมถุงมือสีขาวถือเครื่องมือเอาไว้

เธอก้มหน้าลง แววตาจดจ่อ กำลังทำการบูรณะวัตถุโบราณในขั้นตอนสุดท้าย

คนอื่น ๆ กลับไปกันหมดแล้ว อาคารทั้งชั้นเงียบสงัดเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงเสียงเบา ๆ ดังขึ้นระหว่างที่เสิ่นชิงซูลงมือบูรณะ

ยิ่งชีวิตไม่ได้ดั่งใจ ก็จะยิ่งหย่อนยานเรื่องงานไม่ได้

หลายปีมานี้ ได้เห็นทั้งด้านอบอุ่นและเย็นชาของมนุษย์มาหมดแล้ว เสิ่นชิงซูจึงค่อย ๆ เข้าใจเหตุผลข้อหนึ่งที่ว่า... นิสัยมนุษย์ยากจะแยกแยะ ใจคนยากจะคาดเดา มีเพียงเงินกับงานเท่านั้นที่เธอแค่พยายามก็จะคว้าไว้อย่างมั่นคงได้

ห้าปีที่แล้วเธออยู่ต่อที่เมืองเป่ยเพื่อดูแลฟู่ซืออวี่ เธอยอมทิ้งโอกาสที่อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำให้ อาจารย์จึงตัดการติดต่อกับเธอด้วยความโมโหชั่วขณะ

นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เสิ่นชิงซูเสียใจมากที่สุดจนถึงตอนนี้

เนื่องจากรู้สึกละอายใจต่ออาจารย์ที่ปรึกษาที่ทั้งคอยบ่มเพาะและให้ความสำคัญ ดังนั้นเธอจึงยังคงหาซื้อหนังสือมาศึกษาเพื่อพัฒนาตัวเองในยามว่างมาตลอดห้าปีนี้

หลังเรียนจบก็กู้เงินมาเปิดสตูดิโอ

เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ สตูดิโอก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ค่าตอบแทนที่เธอได้จากการรับงานก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ

เงินเก็บส่วนตัวของเธอเพียงพอให้เธอกับแม่ใช้ชีวิตที่เหลือได้อย่างไร้ความกังวล

ความจริงทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี

ส่วนพวกคนที่ไม่อาจไขว่คว้าหรือเหนี่ยวรั้งไว้ได้ ถ้ารู้จักอยู่ให้ห่างได้ก็นับว่าเติบโตแล้ว…

พอทำงานบูรณะในส่วนสุดท้ายเสร็จ เสิ่นชิงซูก็นำวัตถุโบราณไปเก็บไว้ในกล่องบรรจุภัณฑ์

กลับมายังห้องทำงานส่วนตัว เธอตวงน้ำอุ่นแก้วหนึ่งมาดื่มจนหมดในรวดเดียว

เธอวางแก้วน้ำลง ก่อนจะเหลือบมองปฏิทินบนโต๊ะแวบหนึ่ง

หยิบปากกาขึ้นมาทำเครื่องหมายกากบาทลงบนวันที่ของวันนี้ในปฏิทิน

ยังเหลืออีกแปดวัน ก็จะถึงวันที่แม่ออกจากเรือนจำแล้ว

พยากรณ์อากาศรายงานว่าวันนั้นจะเป็นวันที่อากาศสดใส

ครืด ๆ…

มือถือในกระเป๋าสั่นขึ้น

เป็นฟู่ซือเหยียนที่โทรมา

เสิ่นชิงซูขมวดคิ้ว สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที ก่อนจะกดรับสาย

“จะกลับเมื่อไร?” เสียงทุ้มต่ำของฟู่ซือเหยียนดังมาจากปลายสาย

เสิ่นชิงซูเหลือบมองเวลาแวบหนึ่ง ตีสองแล้ว

เธอรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย ไม่อยากขับรถกลับไปอีกครึ่งชั่วโมงแล้ว

นวดหลังคอที่ปวดเมื่อยเบา ๆ เสียงของเธอแผ่วเบาและเย็นชา “มีเรื่องอะไรคะ?”

“ซืออวี่รอให้คุณกลับมาเล่านิทานให้เขาฟังก่อนนอนอยู่”

มือข้างที่นวดคออยู่ของเสิ่นชิงซูถึงกับหยุดชะงัก

นึกถึงเรื่องตอนกลางวันที่ฟู่ซือเหยียนอุ้มฟู่ซืออวี่ไปปลอบใจโจวอวี๋ชูขึ้นมา ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างเลี่ยงไม่ได้

“วันนี้ฉันไม่กลับไปแล้วค่ะ” เสียงของเธอราบเรียบยิ่งนัก ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ “คุณกล่อมเขาเถอะ”

พอกล่าวจบ เสิ่นชิงซูก็วางโทรศัพท์ทันที

ทว่าวินาทีต่อมาฟู่ซือเหยียนก็โทรกลับมาอีก

เสิ่นชิงซูนึกรำคาญใจขึ้นมาบ้างแล้ว จึงปิดเครื่องแล้วโยนมือถือไว้บนโต๊ะ ก่อนจะผลักเปิดประตูห้องพักผ่อนแล้วเดินเข้าไป

นักบูรณะศิลป์โต้รุ่งทำโอทีเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย ดังนั้นในตอนแรกที่ทำสตูดิโอ เธอจึงกั้นห้องทำเป็นห้องพักผ่อนในห้องทำงานส่วนตัว

ในห้องพักผ่อนมีห้องอาบน้ำ ของใช้ในชีวิตประจำวันตลอดจนผลิตภัณฑ์ซักล้างเสื้อผ้า

ในบางครั้งที่งานยุ่งมาก เธอก็จะพาฟู่ซืออวี่มาด้วย กล่อมฟู่ซืออวี่นอนก่อน แล้วเธอค่อยไปทำงานต่อ

ดังนั้นในห้องพักผ่อนนี้จึงมีของใช้ในชีวิตประจำวันของฟู่ซืออวี่อยู่ด้วย

หลังอาบน้ำเสร็จ เสิ่นชิงซูเปลี่ยนมาสวมชุดนอน ขณะกำลังตั้งท่าจะนอนลงก็มีเสียงร้องไห้โวยวายของเด็กดังมาจากด้านนอก

“แม่ครับ! แม่ แม่เปิดประตูสิครับ…”

เสิ่นชิงซูอึ้งงัน

ฟู่ซืออวี่?

เธอออกมาจากห้องทำงาน รีบเดินไปยังประตูบานใหญ่ของสตูดิโอ

อีกฝั่งหนึ่งของประตูกระจก ฟู่ซือเหยียนอุ้มฟู่ซืออวี่ที่กำลังร้องไห้โวยวายไม่หยุดพลางมองเธอ

ฟู่ซืออวี่อยู่ในชุดนอนที่สวมทับไว้ด้วยเสื้อกันหนาวขนเป็ดแค่ตัวเดียว

เท้าเล็กคู่นั้นว่างเปล่า ไม่ได้สวมแม้กระทั่งถุงเท้า

อุณหภูมิข้างนอกในคืนฤดูหนาวในเมืองเป่ยติดลบเกือบสามสิบองศา

ฟู่ซืออวี่ภูมิต้านทานต่ำขนาดนั้น เกิดเป็นหวัดขึ้นมาจะทำอย่างไร!

เสิ่นชิงซูเริ่มรู้สึกฉุนเฉียว เธอเดินเข้าไปเปิดประตู “ดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมยังต้องพาเขาออกมา…”

“แม่ครับ!”

ฟู่ซืออวี่ผละตัวออกจากฟู่ซือเหยียนแล้วกระโจนเข้ามาหาเสิ่นชิงซูทันที

เสิ่นชิงซูเอื้อมมือออกไปรับตัวเขาตามจิตใต้สำนึก

ฟู่ซืออวี่กอดคอเสิ่นชิงซูไว้แน่น มุดหน้าไว้ในซอกคอเธอพลางร้องไห้ยกใหญ่

“แม่ครับ แม่ไม่ต้องการผมแล้วใช่ไหม! ฮือ ๆ ๆ แม่จะทิ้งผมไม่ได้นะ…”

หัวคิ้วของเสิ่นชิงซูขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้าดูซีดขาวอยู่บ้าง

ท้องน้อยที่เดิมทีหายเจ็บแล้วปวดหน่วงขึ้นมาทันใด…
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
วนิดา ศรีรัตนกูล
เด็กผีเลียงไม่เชื่อง
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 803

    เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากฟู่ซือเหยียนเห็นเธอไม่โต้แย้ง ก็รู้ว่าตัวเองพูดถูกแล้วเขาจูบแก้มเธอเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า“สถานะท่านเจ็ดซับซ้อนและพิเศษมาก ก่อนที่ปฏิบัติการสีเทาจะจบลง จะเปิดเผยง่าย ๆ ไม่ได้”เสิ่นชิงซูลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “งั้นเงินที่คุณเอามาลงทุนพวกนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกกฎหมายด้วยเหรอคะ?”“วางใจเถอะ ถ้าผิดกฎหมาย ผมจะให้คุณได้ยังไง? ตามข่าวลือเลย ช่วงแรกเริ่มจากตลาดมืดในประเทศเอจริง ๆ ก็คือค้าอาวุธนั่นแหละ เพราะตอนนั้นปฏิบัติการสีเทาดำเนินการยากลำบากมาก จำเป็นต้องใช้ช่องทางความร่วมมือพิเศษ อย่างเช่นทหารรับจ้างแบบซ่งหลานอินที่มีจุดยืนทางการเมืองไม่ชัดเจน หวังแต่เงิน สถานะ ‘ท่านเจ็ด’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อติดต่อกับคนพวกนี้โดยเฉพาะ แน่นอนว่าต่อมาพอสถานการณ์เริ่มนิ่ง เงินทุนผ่านการหมุนเวียนหลายรอบ จนกลายเป็นเงินถูกกฎหมายแล้วถึงเริ่มนำมาลงทุนในแวดวงธุรกิจภายในประเทศ เพราะงั้นถูกกฎหมายทั้งหมด”เสิ่นชิงซูฟังแล้วยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดีนั่นเป็นโลกที่เธอจินตนาการไม่ออกเลยสักนิดจะบอกว่าเธอเปรียบเสมือนผ้าขาวสำหรับฟู่ซือเหยียนก็ไม่เกินจริงเลย“อาซู จริง ๆ แล้วตอนแรกที่ผมลงสน

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 802

    เสิ่นชิงซูชะงัก หันไปมองเขาชายหนุ่มปัดเส้นผมข้างแก้มเธอออก ก้มหน้าจูบมุมปากเธอเบา ๆ“คุณรับปากผมก่อน ว่าจะไม่โกรธ ตกลงไหม?”เสิ่นชิงซูเลิกคิ้ว “งั้นก็ต้องดูว่าคุณทำเรื่องอะไร ถ้าคุณทำเรื่องผิดต่อฉัน แล้วยังจะให้ฉันไม่โกรธ คุณว่ามันยุติธรรมเหรอคะ?”“ไม่ใช่ความหมายนั้น ผมหมายถึง...” ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงพูดต่อว่า “ก็คือเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวนิดหน่อย”พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องที่เขาจะพูดก็คือเรื่องนั้นแต่เธอรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนปิดบังเธอมานานขนาดนี้ ในใจก็ยังขุ่นเคืองอยู่บ้าง เลยคิดจะถือโอกาสแกล้งเขาเล่น“ทรัพย์สินส่วนตัว? มีอะไรเหรอคะ? ขอแค่คุณไม่ได้มาบอกฉันว่าคุณซุกซ่อนลูกนอกสมรสไว้ข้างนอกก็พอ”ฟู่ซือเหยียนยิ่งร้อนรน “อาซู ผมเคยแตะต้องแค่คุณ ลูกของผมมีแค่เสี่ยวอันหนิงกับเนี่ยนอันเท่านั้น”เสิ่นชิงซูจงใจกลั่นแกล้ง “ชีหมิงเสวียนคลอดชีเยว่ออกมาได้ยังไงคุณลืมไปแล้วเหรอคะ?”ฟู่ซือเหยียน “...”ผู้ชายที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและวงการกฎหมายได้อย่างรุ่งโรจน์ แต่ต่อหน้าคนรัก กลับอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างที่สุดฟู่ซือเหยียนเดาใจเธอ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 801

    ซือฟู่เหยียนขัดเธอไม่ได้ จึงเดินไปตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงเสิ่นชิงซูมองเขาอย่างสงสัย “คุณทำอะไรคะ?”“ขี่หลังผมสิ”เสิ่นชิงซูมองฉือกั่วเอ๋อร์กับเจ้าของโฮมสเตย์แวบหนึ่ง รอบ ๆ ยังมีนักท่องเที่ยวประปราย...“ไม่เอาค่ะ ฉันโตป่านนี้แล้ว มันดูแปลก ๆ นะคะ”“คุณดูข้างหน้าสิ”เสิ่นชิงซูมองไปข้างหน้าคุณลุงคนหนึ่งกำลังแบกคุณป้าอยู่เสิ่นชิงซู “...”ฉือกั่วเอ๋อร์ช่วยเชียร์อยู่ข้าง ๆ “ประธานเสิ่นคะ คนที่มาที่นี่แล้วไม่สบายมีเยอะแยะไปค่ะ คุณฟู่ตัวสูงใหญ่แข็งแรง เขาแบกคุณก็สมควรแล้ว ดูคุณลุงคนนั้นยังแบกคุณป้าเลย จริง ๆ แล้วทุกคนเข้าใจได้ค่ะ สุขภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่น่าอายหรอกค่ะ”“นี่มัน... ฟู่ซือเหยียน!”เสิ่นชิงซูยังลังเลอยู่ ข้อมือก็ถูกฟู่ซือเหยียนกระตุก ตัวเธอก็ถลาไปเกาะอยู่บนหลังฟู่ซือเหยียนทันทีฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มประคองบั้นท้ายเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอขัดขืนแล้วลุกขึ้นยืนทันทีเสิ่นชิงซูทั้งร้อนรนทั้งเขินอาย ซุกหน้าต่ำลงตามสัญชาตญาณ กดเสียงต่ำบอกให้เขารีบปล่อยเธอลง“อาซู ใจเย็น ๆ หน่อย ยิ่งตื่นเต้นอาการแพ้ความสูงจะยิ่งกำเริบหนักนะ”เสิ่นชิงซู “...คุณปล่อยฉันลงฉันก็ไม่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 800

    ประมาณสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกฟู่ซือเหยียนสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาชายหนุ่มถือผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้นบนเตียง เสิ่นชิงซูพิงหัวเตียง ในมือถือบทละครอ่านอยู่ฟู่ซือเหยียนมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นเปิดไดร์เป่าผมเป่าผมในห้องนอนที่เงียบสงบมีเพียงเสียงไดร์เป่าผมทำงานผ่านไปครู่หนึ่ง ไดร์เป่าผมหยุดลง เสิ่นชิงซูวางบทละครลง แล้วนอนตะแคงข้างฟู่ซือเหยียนเก็บไดร์เป่าผมเข้าที่ ปิดไฟแล้วขึ้นเตียงชายหนุ่มโอบกอดเธอจากด้านหลังเสิ่นชิงซูรู้สึกเพียงความเย็นเยียบเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมคุณอาบน้ำเย็นคะ?”“ดับร้อนน่ะ” ฟู่ซือเหยียนกอดเธอ ความรุ่มร้อนในร่างกายที่เพิ่งสงบลงพลันหวนกลับมาอีกครั้งในชั่วพริบตาแต่เขาไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่หลับตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ดึกมากแล้ว นอนเถอะ”จะตีสองแล้ว ดึกมากจริง ๆเสิ่นชิงซูขานรับ แล้วหลับตาลงแม้ฟู่ซือเหยียนจะมีถ้อยคำนับพันหมื่นอยากจะพูดกับเสิ่นชิงซู แต่พอนึกถึงว่าพรุ่งนี้ต้องปีนภูเขาหิมะ เขาเกรงว่าเสิ่นชิงซูจะนอนไม่พอจนส่งผลต่อสภาพร่างกาย จึงเลือกที่จะไม่พูดก่อน......ยามเช้า แสงแดดสดใสเสิ่นชิงซูที่กำลังหลับสนิทขมวดคิ้วเล็ก

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 799

    มิหนำซ้ำ ตอนนั้นเพราะยังมีเฉียวซิงเจียและเวินจิ่งซีคอยอยู่เป็นเพื่อน นอกจากต้องคอยดูแลฟู่ซืออวี่ที่เปลืองแรงไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็ถือซะว่ามาเที่ยวพักผ่อนเสิ่นชิงซูพิมพ์ข้อความตอบกลับ [มันผ่านไปหมดแล้วค่ะ]ภายในวิลล่าหลีเจียง ฟู่ซือเหยียนจ้องมองข้อความนี้ คิ้วขมวดมุ่นเด็กสองคนกำลังเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนอยู่ข้าง ๆภายในบ้านตลบอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆทว่าจิตใจของฟู่ซือเหยียนกลับร้อนรุ่มกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูกเขาลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์หาเส้าชิง “ยื่นเรื่องขอเส้นทางบินเดี๋ยวนี้ ผมจะไปเมืองอวิ๋น”......เสิ่นชิงซูและฉือกั่วเอ๋อร์ทานข้าวเสร็จ เดินเล่นละแวกนั้นสักพัก ก็กลับมาที่โฮมสเตย์พรุ่งนี้ต้องขึ้นภูเขาหิมะ เจ้าของโฮมสเตย์เตือนพวกเธอว่านักท่องเที่ยวต่างถิ่นบางคนขึ้นภูเขาหิมะแล้วจะเกิดอาการแพ้ความสูง จึงให้พวกเธอรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้ขึ้นเขาจะได้ไม่เกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่าย ๆทั้งสองคนจึงรีบแยกย้ายกันกลับห้องเสิ่นชิงซูกลับมาถึงห้อง หยิบมือถือขึ้นมาดูฟู่ซือเหยียนไม่ได้ตอบข้อความกลับมาอีกเธอวางโทรศัพท์ลง หยิบชุดนอนเดินเข้าไปในห

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 798

    “ฉันเหรอคะ...” ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ก็คงเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แหละค่ะ ไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษ”“ไปพักผ่อนหย่อนใจมันก็ดีค่ะ แต่คุณจะร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกตลอดไปไม่ได้ ถึงชีเยว่จะกลับตระกูลหานไปแล้ว แต่คุณก็ยังเป็นแม่ของเขา คุณตัดใจไม่สนใจแกเลยได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ฉันกับคุณไม่เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ชีเยว่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เวลาที่ฉันเลี้ยงแกมากับมือมีน้อยมาก จริง ๆ แล้วฉันกับเขาไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรกัน ยิ่งบวกกับความสัมพันธ์ของฉันกับหานหมิงอวี่ที่เข้าขั้นน้ำกับไฟด้วยแล้ว คนเป็นแม่อย่างฉันทำตัวไร้ตัวตนหน่อยจะดีกว่าค่ะ”ชีหมิงเสวียนพูดออกมาอย่างปลอดโปร่งแต่เสิ่นชิงซูฟังแล้วกลับรู้สึกเศร้าใจ“ชีหมิงเสวียน ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปจริง ๆ อยากจะวางทุกอย่างลงชั่วคราวแล้วออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ฉันสนับสนุนคุณนะคะ ชีเยว่เป็นเด็กรู้ความ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณคุยกับเขาดี ๆ เขาต้องเข้าใจคุณแน่ แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณจะใช้วิธีตัดรอนแบบนี้มาจัดการความสัมพันธ์ของพวกคุณสามคน ถึงคุณกับหานหมิงอวี่จะไร้วาสนาต่อกัน แต่คุณกับชีเยว่ยังไงก็เป็นแม่ลูกกัน คุณไม่จำเป็นต้องตัดขาดการติ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status