Se connecterชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดีแล้วย่อตัวลงนั่งที่ขอบอ่างอาบน้ำ กางขาให้กว้างออกแล้วรั้งร่างบอบบางเข้ามายืนตรงกลาง มือใหญ่ที่วางทาบอยู่บนสะโพกกลมกลึงทั้งสองข้างจะรั้งตัวหญิงสาวเข้ามาใกล้อีกนิด แต่เธอออกแรงต้านพร้อมใช้สองมือดันบ่ากว้างเอาไว้ เพราะถ้าขยับเข้าไปใกล้มากกว่านี้อีกนิดเดียว หน้าอกของเธอคงได้เบียดชิดกับใบหน้าหล่อเหลาของเขาแน่
“เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะรอให้คุณเดินได้เป็นปกติก่อน”
“แต่ระหว่างนี้เราก็ควรจะทำความรู้จักร่างกายกันไว้ก่อนนะ ถึงเวลาจริงคุณจะได้ไม่ร้องกรี๊ดแล้วบีบ ‘มัน’ แทบคอหักอีก”
“ก็ฉันตกใจ” เธอตอบเสียงแผ่ว สองแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีที่นึกถึงสัมผัสอ่อนนุ่มที่ยังติดตรึงอยู่ที่ฝ่ามือ
“คุณจะตกใจทุกครั้งที่เห็นไม่ได้” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม หน้าตาจริงจัง “เพราะแบบนี้ผมถึงต้องสร้างความคุ้นเคยให้คุณเอาไว้ก่อน”
อมลรดาหลับตาลงและเป่าลมออกจากปากเบาๆ อย่างทำใจ มันเป็น ‘งาน’ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เธอก็ต้องทำมันอยู่ดี อคิณยอมทำตามสัญญาแล้วหนึ่งเรื่องคือ การปล่อยพี่สาวเธอไป ดังนั้นเธอก็ควรต้องรักษาสัญญาของตัวเองด้วยเหมือนกัน
“คุณจะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาละกัน ฉันพร้อม”
อคิณยิ้มพอใจเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่สวยของหญิงสาวตรงหน้า “งั้นก็ถอดเสื้อผ้าออก”
“คะ!”
“หรือคุณจะอาบน้ำทั้งชุดนี้” เขาถามพลางมองสำรวจเนื้อตัวเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอยังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่สวมมาจากกรุงเทพ “ถ้าคุณเขิน ผมถอดก่อนก็ได้” ว่าแล้วก็ถอดเสื้อโปโลแบบลำลองสีน้ำเงินเข้มออก แต่เมื่อเห็นอมลรดายังยืนเฉย เขาจึงยื่นข้อเสนอ “หรือคุณอยากให้ผมถอดให้”
“ฉันถอดเอง” ว่าแล้วก็กลับหลังหันเพื่อหลบสายตาวาววับที่จ้องมองเธอไม่วางตา จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้าจนหมดแล้วค่อยๆ ถอดมันออกจากตัว
“ถอดกางเกงด้วย” น้ำเสียงต่ำพร่าของอคิณดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่ยืนนิ่งเพื่อทำใจอยู่นานเกือบนาทีต้องสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วค่อยๆ ปลดกระดุมกางเกง แล้วรูดซิปลงอย่างเชื่องช้าราวกับอยากยืดเวลาเปลือยกายออกไปสักหนึ่งวินาทีก็ยังดี
“อย่าถ่วงเวลา” ฝ่ามือหนาตบลงบนบั้นท้ายนุ่มเบาๆ เพื่อเร่งเร้า
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยแล้วรูดกางเกงออกจากขา ทั้งร่างเหลือเพียงบราเซียร์ตัวจิ๋วและแพนตี้ผ้าเนื้อบางชนิดที่มองเห็นข้างในเกือบจะทะลุปรุโปร่ง
“หันหน้ามา”
อมลรดายกสองแขนขึ้นกอดตัวเองเพื่อปกปิดทรวงอกอวบอิ่มที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้บราเซียร์แบบครึ่งเต้า แล้วหันหน้ากลับมาตามคำสั่ง และทันใดนั้นเธอก็กรีดร้องเสียงดังพร้อมกับยกมือมั้งสองข้างที่ปิดอยู่ที่ทรวงอกขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง
“กรี๊ด!!! คุณถอดกางเกงตั้งแต่เมื่อไหร่” เธอถามเสียงสั่น ทั้งที่เคยจับมามาแล้ว เคยเห็นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่คุ้นเคยกับ ‘อคิณน้อย’ อยู่ดี
“ถอดพร้อมคุณ” ตอบพลางกวาดตามองเรือนร่างอรชรที่เกือบเปลือยตรงหน้าด้วยความหลงใหล ลมหายใจติดขัด คอแห้งผากขึ้นมาทันใด
นี่สินะ ‘สิ่งเร้า’ ที่หมอบอกให้หามาเป็นตัวช่วย
หญิงสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อฝ่ามือใหญ่ร้อนผ่าววางทาบลงบนเนินสะโพกทั้งสองข้างแล้วไต่ปลายนิ้วลากไล้ขึ้นมาตามแนวข้างลำตัวอย่างแผ่วเบา ส่งผลให้ขนอ่อนลุกชัน ร่างกายสะบัดร้อนสะบัดหนาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเมื่อฝ่ามือข้างหนึ่งของอคิณเลื่อนขึ้นมากอบกุมทรวงอกอวบแล้วเคล้นคลึงเบาๆ อมลรดาก็ตกใจรีบหนีลงไปซ่อนตัวใต้ฟองครีมอาบน้ำในอ่างโดยโผล่ขึ้นมาแค่ศีรษะ อคิณยิ้มขำพลางเลื่อนตัวลงไปหาคนขี้อายในอ่าง อมลรดาจะขยับตัวหนี อคิณรั้งตัวเธอไว้แล้วลมลงไปใต้น้ำด้วยกัน ครู่หนึ่งทั้งคู่ก็ผุดขึ้นมา อคิณกระถดตัวถอยหลังไปนั่งเหยียดขาพิงขอบอ่างพร้อมกับรั้งตัวอมลรดาขึ้นมานั่งคร่อมบนหน้าขา โดยหันหน้าเข้าหากัน
“เกือบจมน้ำตายกันทั้งคู่แล้วมั้ยล่ะ” อคิณแกล้งเย้าพลางโอบสองแขนไปรอบเอวบางแล้วรั้งร่างเล็กเข้ามาแนบชิดกันมากขึ้น
“น้ำแค่นี้ไม่ตายหรอกน่า” ว่าแล้วก็นึกได้ว่าตัวเองสวมเพียงชุดชั้นในจึงรีบยกมือขึ้นกอดอกตัวเองเพื่อปกปิดทรวงอกอวบอิ่มที่โผล่อยู่เหนือน้ำ หญิงสาวขยับตัวยุกยิกเพื่อจะลุกออกจากตักกว้าง หากแต่ชายหนุ่มไม่ยอมคลายวงแขนที่กอดรัดอยู่ และยิ่งเธอขยับก็ยิ่งรู้สึกว่ากึ่งกลางร่างกายบดเบียดกับอะไรบางอย่างที่มีลักษณะเป็นท่อนยาว ไม่แข็ง แต่ก็ไม่อ่อนนุ่มเสียทีเดียว ครั้นพอนึกว่า ‘สิ่งนั้น’ น่าจะเป็นอะไร เธอก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขยับปากจะกรีดร้อง แต่ช้ากว่าอคิณที่แนบริมฝีปากลงมาประกบ ปิดกั้นเสียงร้อง
อมลรดาเหมือนจะช็อกไปชั่วขณะ ครั้งนี้เขาเป็นคนจูบเธอ ไม่ใช่เธอจูบเขาเหมือนทุกครั้ง จูบของเขาอ่อนโยนทว่าล้ำลึก ปลายลิ้นที่สอดแทรกเข้ามาหยอกเย้าอย่างขี้เล่น หญิงสาวหลุดเสียงครางแผ่วหวิวออกมาอย่างลืมตัว นั่นยิ่งทำให้เขาฮึกเหิม โจมตีเธอด้วยจูบที่ทวีความเร่าร้อนและรุนแรงมากขึ้น อมลรดาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จูบของผู้ชายที่เสื่อมสมรรถภาพจะจุดไฟในตัวเธอให้ร้อนรุ่มได้ถึงขนาดนี้ เธอส่งเสียงครางสั่นสะท้านพลางบดเบียดสะโพกเข้ากับหน้าขาของชายหนุ่มใต้ร่างตามสัญชาตญาณที่ถูกปลุกเร้า เธอจูบตอบแบบล้ำลึกอย่างที่เขาเคยสอน จากที่เป็นฝ่ายรับ ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายรุก หลอกล่อ หยอกเย้า และดูดดึงเรียวลิ้นของชายหนุ่มตามความยาวอย่างเร่าร้อน
อคิณส่งเสียงครางทุ้มต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ ความเสียวซ่านแล่นปรี๊ดจากปลายลิ้นไปสุดส่วนปลายอวัยวะเบื้องล่าง นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุที่ ‘อคิณน้อย’ มีปฏิกิริยาตอบสนองแบบนี้ แม้จะยังรู้สึกได้ไม่เต็มร้อย แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก
ฝ่ามือของอคิณที่วางทาบอยู่ที่หลังเอวคอดของหญิงสาวเริ่มขยับลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม แล้วเกี่ยวตะขอบราเซียร์ออก
“อุ๊ย!” อมลรดาผละจูบออกด้วยความตกใจเมื่อบราเซียร์ถูกรูดออกจากลำแขนทั้งสองข้าง แต่อคิณไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดอะไรมากกว่านั้น เขากดริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่มแสนหวานอีกครั้ง แล้วบดเบียดดูดดึงอย่างอ่อนโยนคล้ายต้องการหลอกล่อและปลุกปลอบในคราวเดียวกัน
มือใหญ่ข้างหนึ่งยึดหลังเอวเธอไว้ไม่ให้ถอยหนี ส่วนอีกข้างเลื่อนมาด้านหน้าเพื่อเคล้นคลึงทรวงอกอวบอิ่มขนาดพอดีมือ
“สวยมาก” อคิณส่งเสียงพึมพำในลำคอพลางจ้องมองสองเต้าขาวอวบที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาอย่างไม่วางตา ผิวทั่วทั้งเนื้อตัวเธอเป็นสีขาวอมชมพู ยิ่งตอนนี้ถูกความเร่าร้อนโจมตีก็ยิ่งซับสีเลือดแดงระเรื่อชวนมอง
“อื้อ” อมลรดาส่งเสียงครางสั่นสะท้าน เมื่อยอดทรวงสีทับทิมข้างหนึ่งถูกบดขยี้ด้วยปลายนิ้วแกร่ง ส่วนอีกข้างถูกปลายลิ้นสากชื้นตวัดวนก่อนจะงับเข้าจนเต็มปากแล้วดูดดึงอย่างแรง
“ให้ผมทำให้คุณมีความสุขนะ” เขาบอกงึมงำทั้งที่มือและปากยังคลอเคลียอยู่ที่ทรวงอกอวบอิ่ม
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







