LOGINอมลรดาปฐมพยาบาลอคิณจนหายหน้าเขียว จากนั้นจึงประคองเขาออกมานั่งรับลมเย็นๆ ที่สวนหน้าบ้าน โทรศัพท์มือถือของเธอถูกเขาเก็บเข้าตู้เซฟไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องที่โอลิเวอร์จะขอมาเยี่ยม เขาก็สั่งห้ามไม่ให้มาเด็ดขาด
“ดื่มน้ำทับทิมเย็นๆ ให้ชื่นใจก่อนนะ” หญิงสาวส่งแก้วน้ำทับทิมเย็นเฉียบให้อย่างเอาใจ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจับของคุณนะ ก็คุณดิ้น มือฉันก็เลยพลาดไปโดน”
“ไม่ใช่แค่พลาดไปโดน แต่คุณ ‘บีบ’ มันเกือบคอหัก เจ็บแทบขาดใจรู้มั้ย” อคิณบ่นอุบอิบ
“เดี๋ยวนะ คุณบอกว่าเจ็บเหรอ” อมลรดาเอะใจอะไรบางอย่าง
“ก็เจ็บน่ะสิ เจ็บมากๆๆ”
“ถ้าเจ็บก็แสดงว่า...เอ่อ..” หญิงสาวอึกอัก พยักพเยิดไปที่ตรงนั้น ท่าทางกระดากปากที่จะพูด “...ส่วนนั้น...ของคุณก็เริ่ม...มีความรู้สึกแล้วน่ะสิ”
อคิณก้มมองตามสายตาของอมลรดา คิดตามที่เธอพูด แล้วยิ้มอย่างมีความหวัง ก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีความรู้สึกอะไรเลย ไม่ว่าจะปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น แต่วันนี้เขาเจ็บ นั่นก็หมายความว่า ‘อคิณน้อย’ กำลังจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
“ขอบคุณมากนะรดา” ชายหนุ่มยื่นหน้าไปหอมแก้มขอบคุณหญิงสาวข้างกายดังฟอด
“ขอบคุณอะไร”
“ขอบคุณที่ทำให้มันตื่นไง”
“ขอบคุณเฉยๆ ก็ได้ ไม่ต้องหอม” อมลรดายกมือขึ้นลูบแก้มเบาๆ แล้วอดหวั่นใจไม่ได้ว่า ถ้าสมรรถภาพของอคิณกลับมาเต็มร้อยเหมือนเดิมเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่า เธอต้องเริ่ม ‘ทำลูก’ กับเขาเมื่อนั้น
แค่คิดก็หูอื้อตาลายคล้ายจะเป็นลม
“คิดอะไรอยู่ หน้าแดงเชียว”
“เปล่า ไม่ได้คิ๊ดด” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสูงอย่างมีพิรุธ
“คุณยังค้างจูบผมอยู่นะ”
“จะมาทวงอะไรกลางสวนเนี่ย” อมลรดาตอบปัดเมื่อเห็นก้องภพเดินใกล้เข้ามา “เอาไว้คืนนี้ก็แล้วกัน”
“ห้ามเบี้ยวนะ”
“รู้แล้วน่า” คนหน้าแดงจัดก้มหน้าตอบเสียงเบา แล้วเฉไฉหันไปคุยกับก้องภพที่เดินเข้ามาถึงพอดี “คุณก้องได้พักบ้างหรือยังคะ ตั้งแต่มาถึงฉันเห็นคุณจัดการนู่นนี่ไม่หยุดเลย”
“ผมต้องเตรียมทุกอย่างให้ท่านประธานให้พร้อมก่อนที่จะกลับกรุงเทพครับ”
“อ้าว...ฉันนึกว่าคุณจะอยู่ที่นี่ด้วยกันซะอีก”
“ผมยังมีงานทางโน้นอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการแทนท่านประธานครับ” ก้องภพตอบอย่างสุภาพแล้วหันไปรายงานท่านประธาน “คุณสุรชัยจะถูกส่งตัวมาถึงกรุงเทพกลางดึกพรุ่งนี้นะครับ ผมจะกักตัวเขาไว้ในเซฟท์เฮาส์ตามที่ท่านประธานสั่ง”
“นี่คุณอคิณ คุณจะขังคุณพ่อฉันไว้เหรอ” อมลรดาถามหน้าตาเอาเรื่อง
“ผมจำเป็นต้องทำ” อคิณตอบหน้านิ่งโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม
“ส่วนเรื่องคุณริษา คนของเรานำเครื่องเพชรกลับมาคืนคุณสุมาลีเรียบร้อยแล้ว” ก้องภพรายงานต่อ
“แล้วตอนนี้พี่ริษาอยู่ที่ไหน” อมลรดาถามโพล่งออกมา
“ตอนนี้ยังอยู่ที่เกาหลี แต่จะบินต่อไปนิวยอร์กตามแผนเดิมหรือเปลี่ยนแผนผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“ไปได้แล้วก้อง” อคิณสั่งเสียงเรียบเป็นการตัดบท
“ครับท่านประธาน” ก้องภพรับคำแล้วเดินออกไป
“คุณคิดจะทำอะไรกับคุณพ่อฉันกันแน่คุณอคิณ” หญิงสาวถามอย่างร้อนใจ
“ผมแค่เก็บเขาไว้เป็นตัวประกัน คุณทำงานของคุณเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ ผมจะปล่อยพ่อคุณกับคุณไป แต่ถ้าคุณอิดออด ไม่ยอมทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง พ่อคุณก็จะไม่ปลอดภัย” อคิณแค่นยิ้มอย่างเลือดเย็น
“ฉันยอมทำตามคำสั่งคุณทุกอย่าง ขออย่างเดียว อย่าทำอะไรคุณพ่อฉันนะ”
“มันก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าทำตัวดีแค่ไหน” ชายหนุ่มแอบยิ้มเมื่อเห็นหญิงสาวข้างกายที่ชอบออกฤทธิ์อยู่เสมอนั่งก้มหน้าท่าทางสงบเสงี่ยม แต่พอเธอเงยหน้าขึ้นมา เขาก็รีบตีหน้าขรึมเหมือนเดิม “พาผมเข้าบ้าน ตรงนี้แดดเริ่มร้อนแล้ว”
“ค่ะ” อมลรดารีบลุกขึ้นมาประคองชายหนุ่มร่างสูงเข้าบ้านอย่างว่าง่าย โดยหารู้ไม่ว่า คนที่ตัวสูงกว่าราวหนึ่งฟุตกำลังก้มหน้ามองเธอด้วยรอยยิ้ม
แค่หนึ่งทุ่ม บรรยากาศบ้านเชิงดอยก็มืดมิดและเงียบสงัด ต่างจากกรุงเทพ มหานครแห่งแสงสีที่ไม่เคยหลับโดยสิ้นเชิง หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้วอมลรดาก็พาอคิณเข้าห้องนอน เธอประคองเขาไปนั่งที่เตียงแล้วทำท่าจะเดินออกไปข้างนอก แต่ถูกเขาคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้
“ผมอยากอาบน้ำ”
“ฉันจะไปผสมน้ำอุ่นให้” บอกแล้วก็เดินลิ่วเข้าห้องน้ำ เพื่อไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างจากุกุชชี่สีขาวมุกทรงรีขนาดใหญ่ จากนั้นจึงผสมครีมอาบน้ำลงไปแล้วตีจนเกิดฟองสีขาวนุ่มเต็มอ่าง เมื่อเห็นว่าอ่างน้ำพร้อมใช้งานแล้วจึงเดินออกไปหาชายหนุ่มที่เธอปล่อยให้เขานั่งรออยู่บนเตียง “น้ำพร้อมแล้ว คุณเข้าไปอาบได้เลย”
“พาไปหน่อย”
อมลรดามองมือใหญ่ที่ยื่นมาตรงหน้าด้วยท่าทางออดอ้อนแล้วอ่อนใจ เธอยอมเดินเข้าไปหาแล้วประคองเขาไปยังห้องน้ำอย่างระมัดระวัง วันนี้เขาก้าวขาได้ยาวขึ้น การลงน้ำหนักเท้าดีขึ้นกว่าเมื่อคืนที่เธอพาเขาเข้าห้องน้ำที่โรงพยาบาลมาก คิดแล้วหญิงสาวก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หรือเขาจะแกล้งให้เธอต้องแบกน้ำหนักที่หนักอึ้งของเขาทั้งตัว
“ความจริงคุณเดินได้ดีเลยนะ ทำไมทุกคนถึงเข้าใจว่าคุณเดินไม่ได้”
“เพราะผมไม่เคยเดินให้ใครเห็น”
“ทำไมคะ”
“ขี้เกียจ”
คำตอบสั้นห้วนที่แสนกวนอารมณ์ทำให้อมลรดาอดที่จะมองค้อนอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ “ถ้าอาบน้ำเสร็จแล้วก็เรียกฉันนะ ฉันจะมาพาออกไป”
“อาบด้วยกัน” เขาตวัดแขนเกี่ยวเอวบางแล้วดึงเข้าหาตัวเมื่อเห็นเธอทำท่าจะเดินหนีออกไป
“ไม่เอา” หญิงสาวใช้สองมือเล็กยันแผงอกกว้างของเขาไว้เพื่อไม่ให้หน้าอกของเธอบดเบียดกับเขา ทว่าช่วงล่างตั้งแต่สะโพกตลอดจนถึงหน้าขากลับแนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง
“ไม่ได้จะ ‘เอา’ แค่ให้อาบน้ำด้วยกัน”
“คุณอคิณ!” มือเล็กตบลงบนอกกว้างเบาๆ ด้วยสะเทิ้นอาย เขาทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว “ทำไมชอบพูดแบบนี้”
“คุณนั่นแหละที่ชอบคิดลึก แต่ที่คุณคิดก็ถูกแล้วละ”
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







