Masuk“จะทำอะไร” หญิงสาวถามเสียงสั่นระริกพลางจิกปลายเล็บที่ตัดมนลงบนบ่ากว้างเพื่อข่มความเสียวซ่านที่กำลังแล่นดิ่งจากปลายยอดทรวงอกทั้งสองข้างไปรวมกันเป็นจุดเดียวที่กึ่งกลางร่างกาย สัมผัสเร่าร้อนที่ยังคงดำเนินไปไม่หยุด สร้างความปั่นป่วนไปทั่วช่องท้อง กล้ามเนื้อภายในส่วนที่ลึกลับที่สุดเต้นตุบตับบีบรัดเป็นจังแสนทรมานใจ อมลรดาบรรเทาอาการร้อนรุ่มให้ตัวเองด้วยการบดคลึงสะโพกเข้ากับหน้าขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่นของชายหนุ่มอย่างลืมตัวและลืมอาย
“ทำให้หายจากความทรมานที่คุณกำลังเป็นอยู่นี่ไง เราทำสัญญากันไว้แล้วว่าคุณจะช่วยปลุกเร้าผม ห้ามงอแง” พูดจบก็งับริมฝีปากลงบนยอดทรวงอีกครั้ง ดูดดึงสลับกับใช้ฟันขบเบาๆ จนหญิงสาวกลั้นเสียงครางแผ่วหวิวไว้ไม่อยู่ พร้อมกันนั้นก็สอดมือข้างหนึ่งผ่านขอบแพนตี้ตัวบางเข้าไปนวดคลึงจุดอ่อนไหวอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่นิ้วแข็งแรงจะสอดแทรกเข้าไปหมุนวนเป็นวงเชื่องช้าอยู่ภายในกายเธอ
ร่างบางบิดเร่าเมื่อความแข็งแกร่งเคลื่อนไหวเข้าออกเนิบช้า ทว่าก่อให้เกิดความเสียวซ่านมหาศาล เมื่อเขาเร่งจังหวะให้ถี่กระชั้นและรวดเร็วขึ้น ลมหายใจของหญิงสาวก็เริ่มหอบลึก ขาดห้วง กล้ามเนื้อภายในบีบรัดรุนแรง ก่อนที่ทั่วทั้งร่างจะแข็งเกร็งแล้วกระตุกเฮือก วินาทีนั้นอมลรดารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิวไร้น้ำหนัก คล้ายกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศ เธอทิ้งตัวลงกับแผ่นอกหนั่นแน่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าแนบซบอยู่กับบ่ากว้าง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีเข้มที่มีเสน่ห์ล้ำลึกซึ่งกำลังก้มมองเธออยู่
คิดแล้วหญิงสาวก็ละอายใจที่หลงมัวเมาไปกับการปลุกเร้าอย่างช่ำชองของชายหนุ่ม จนเผลอปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เขารุกล้ำถึงขนาดนี้
“รู้สึกดีใช่มั้ย” อคิณกระซิบถามอย่างหยอกเย้าอยู่ข้างใบหูเล็กแล้วแกล้งขบเม้มที่ติ่งหูเธออย่างห้ามใจไม่อยู่
“อย่าแกล้ง” อมลรดาส่งเสียงปรามพร้อมเอียงคอหนีสัมผัสวาบหวาม
“โกรธหรือเปล่า”
หญิงสาวดันตัวออกจากอกกว้าง เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ในใจนึกถึงสัญญาที่ได้เซ็นไปเพื่ออิสรภาพของพ่อแล้วส่ายหน้าเบาๆ “ไม่โกรธค่ะ ฉันเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง” เธออยากขอบคุณเขาด้วยซ้ำที่อ่อนโยนกับเธอมากถึงขนาดนี้ แต่ก็ไม่อยากบอกให้เขาได้ใจ “จะอาบน้ำได้หรือยังคะ แช่น้ำจนตัวจะเปื่อยแล้วนะ”
“อาบให้หน่อย สระผมให้ด้วย” ชายหนุ่มมองสบตาออดอ้อนพลางนวดเฟ้นบั้นท้ายกลมกลึงเล่นอย่างเพลิดเพลิน ผิวเธอเนียนนุ่ม น่าลูบไล้ไปทั้งตัว
“มือค่ะ” หญิงสาวจ้องหน้าเขาตาดุ แต่เขากลับแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังเลื่อนมือขึ้นมากอบกุมทรวงอกเธออีก “ถ้าไม่หยุดก่อกวน ฉันจะให้คุณอาบน้ำเองนะ”
“ไม่ซนแล้วครับ” อคิณยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับแกล้งยกสองมือขึ้นเหนือศีรษะอย่างยอมแพ้ “วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวคุณจะเหนื่อยเกินไป”
อคิณทอดสายตามองอมลรดาผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้งไม่วางตา หลังจากเขาหลอกล่อให้เธอช่วยอาบน้ำและสระผมให้จนเสร็จเรียบร้อย เธอก็พาเขาออกมาจากห้องน้ำ ช่วยเช็ดเนื้อตัวให้จนแห้งสนิท หาชุดนอนมาให้สวม และจับมานั่งไดร์ผมให้ที่หน้ากระจก ในขณะที่ตัวเธออยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินนุ่มลื่นความยาวเสมอเข่าเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ผมเหยียดตรง ดำขลับอย่างเป็นธรรมชาติที่ยาวถึงกลางหลังถูกเจ้าตัวเป่าจนแห้งไปก่อนหน้านี้แล้ว
“รดา”
“คะ?” หญิงสาวขานรับพลางกดปุ่มปิดเครื่องเป่าผมในมือแล้วมองสบตากับเขาผ่านเงาสะท้อนใจกระจก ทว่าเนิ่นนานเขาก็ไม่พูดอะไร แต่กลับตวัดแขนรวบเอวบางให้เธอนั่งลงบนหน้าตัก
“ไม่เอาแล้วนะ” อมลรดาก้มหน้าบอกเสียงเบาหวิว
เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางเล็กมนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากันแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ไม่เอาอะไร...หืม?”
“ก็...แบบ...ในห้องน้ำเมื่อกี้นี้ ไม่เอาแล้ว”
“ไม่ชอบเหรอ” เขาแกล้งเย้า “แต่ผมว่าคุณชอบนะ”
“หยุดพูดไปเลยนะ” มือเล็กตบลงบนหน้าอกเขาเบาๆ ด้วยความขัดเขิน เขาทำให้ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาเปลี่ยนไป นับตั้งแต่วินาทีที่เขามอบความรู้สึกแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนในชีวิตให้เมื่อครู่
“ครั้งแรกใช่มั้ย” เขาถามกำกวม
“อะไรคะ?”
“ความรู้สึกปลดปล่อยแบบที่ผมทำให้ในอ่างอาบน้ำ คุณเพิ่งเคยสัมผัสความรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรกใช่มั้ย”
“ยังจะถามอีก”
อคิณยิ้มด้วยความพอพึงพอใจ ถึงเธอจะไม่ตอบ แต่เขาก็แน่ใจว่าเธอยังไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน หรือแม้กระทั่งทำให้ตัวเองมีความสุขก็ไม่น่าจะเคยด้วยซ้ำ เพราะนวลเนื้ออ่อนนุ่มของเธอทั้งปิดสนิทและคับแน่น จนเขาต้องใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุดในการสอดแทรกปลายนิ้วเข้าสู่กายเธอ เพราะเกรงจะทำให้สาวบริสุทธิ์ต้องเจ็บตัว
“ตอนที่คุณจูบผม ผมเริ่มมีความรู้สึกแล้วนะ”
“จริงเหรอคะ” อมลรดาเผลอยิ้มด้วยความดีใจไปกับเขาด้วย แต่พอคิดได้ว่า ถ้าเขาหายเป็นปกติเมื่อไหร่ เธอก็ต้องขึ้นเตียงเพื่อทำลูกกับเขาเมื่อนั้นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าสวยหวานก็เลือนหายไปทันที
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่ดีใจกับผมเหรอ”
“ดีใจค่ะ ดีใจมากๆ เลย” เธอฝืนยิ้ม ซึ่งอคิณก็ดูออก
“ยิ่งผมหายเร็วเท่าไหร่ งานคุณก็จะเสร็จเร็วขึ้นมากเท่านั้น คุณน่าจะชอบนะที่ได้เป็นอิสระเร็วๆ”
“คุณอคิณ เรื่องมีลูกน่ะ ฉันขออะไรอย่างนึงได้มั้ย” หญิงสาววิงวอนเสียงอ่อนหวาน หวังใช้ลูกอ้อนเข้าช่วย
“ขออะไร”
“เราใช้วิธีทำกิฟต์เอาได้มั้ย”
“ไม่ได้” อคิณตอบเสียงแข็งทันที “ทำแบบนั้นคนจะได้ว่าผมไม่มีน้ำยากันพอดี เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เสียเซลฟ์จะแย่แล้ว ผมต้องทำลูกด้วยตัวเอง เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา”
“แต่ฉัน...” หญิงสาวพูดได้เพียงเท่านั้น ริมฝีปากอุ่นจัดของอคิณก็กดแนบลงมาปิดปากเธอเสียสนิท ริมฝีปากของเขาเคล้าคลึงอยู่กับเรียวปากนุ่มเนิ่นนานก่อนจะละเลียดเล็มไปทั่วแก้มนวลใส ระเรื่อยไปตามซอกคอ ดูดดึงเนื้ออ่อนจนขึ้นรอยแดงระเรื่ออยู่หลายจุด
“คุณกลัวเหรอ” เขากระซิบถามเสียงแผ่วแนบชิดใบหู
อมลรดาพยักหน้ารับตามตรง ซึ่งความไม่ประสีประสาของเธอก็เรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้อีกครั้ง
“ไม่ต้องกลัว ต่อให้ผมไม่ได้รักคุณ แต่ผมก็จะนุ่มนวลและทำให้คุณมีความสุขมากที่สุด”
คำว่า ‘ต่อให้ผมไม่ได้รักคุณ’ กระชากความรู้สึกที่เกือบจะเผลอใผลไปกับความอ่อนโยนของเขาให้กลับคืนมาดังเดิม อมลรดายิ้มหยันตัวเอง แค่เขาปรนเปรอนิดหน่อย เธอก็หวั่นไหวกับเขามากมายถึงขนาดนี้ แล้วถ้ามีลูกด้วยกัน เธอจะตัดใจไปจากชีวิตเขากับลูกได้ยังไง
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







