Se connecterอมลรดาที่นอนตะแคงข้างอยู่ชิดขอบเตียงด้านหนึ่งหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติตัวเองเมื่อสัมผัสได้ว่าที่นอนด้านหลังยุบยวบลงพร้อมกับไออุ่นจากร่างหนาที่เบียดแนบเข้ามาตลอดลำตัวด้านหลัง อคิณสอดแขนข้างหนึ่งเข้ามาใต้คอเธอ จับศีรษะของเธอให้ขึ้นไปนอนหนุนบนแขนล่ำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม มืออีกข้างวางทาบลงบนหน้าท้องเธอและออกแรงรั้งร่างเล็กให้ขยับเข้ามาแนบชิดกันมากขึ้น อมลรดาสัมผัสได้ว่าตอนนี้บั้นท้ายนุ่มของเธอบดเบียดอยู่กับ ‘อคิณน้อย’ ที่ครั้งหนึ่งมันเคยอ่อนปวกเปียก ทว่าวันนี้มันกลับแข็งแกร่งพร้อมรบจนน่าตกใจ
“คุณพร้อมจริงนะ” อคิณกระซิบถามเสียงแผ่วชิดใบหูเล็ก ตามด้วยการกดปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาชื่นชอบ
อมลรดาพลิกตัวอยู่ในวงแขนแข็งแกร่ง หันหน้ามามองสบตากับเขา “ทำให้มันจบไปเถอะค่ะ”
ชายหนุ่มชะงักไปนิดหนึ่งกับคำตอบที่ได้รับ เธอคงเห็น ‘เรื่องนี้’ เป็นแค่ ‘ภารกิจ’ อย่างหนึ่งสินะ “คุณจะไม่เสียใจใช่มั้ย”
“คุณจะแคร์ทำไมว่าฉันจะรู้สึกยังไง ในเมื่อคุณก็บอกเองว่ามันเป็นข้อตกลงของเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
“แค่ถาม ไม่ได้แคร์” ตอนแรกเขาตั้งใจจะทำให้คืนนี้เป็นคืนที่พิเศษที่สุดสำหรับเธอ แต่เมื่อเจอประชดแบบนี้ ความตั้งใจทั้งหมดของเขาก็พังลง ในเมื่อเธอคิดว่ามันเป็นแค่ภารกิจที่อยากทำให้จบๆ ไป เขาก็จะจัดให้ตามที่เธอต้องการ ทว่าเมื่อกดริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มและได้รับการตอบสนองที่แสนอ่อนหวานและเต็มอกเต็มใจ ความขุ่นเคืองของอคิณก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
เธอน่ารักขนาดนี้ใครจะใจร้ายได้ลงคอ
อมลรดาปิดเปลือกตาลงเพื่อซึมซับสัมผัสอ่อนโยนจากริมฝีปากร้อนผ่าวที่บดคลึงอยู่บนเรียวปากนุ่ม เขาทำให้เธอสับสน เพราะจูบของเขานุ่มนวลผิดกับคำพูดเชือดเฉือนทำร้ายจิตใจลิบลับ
“คุณจะไม่เปลี่ยนใจแน่นะ” เขาถามย้ำพึมพำแนบชิดเรียวปากสีชมพูระเรื่อ
“ฉันตัดสินใจตั้งแต่วันที่จับปากกาเซ็นสัญญากับคุณแล้ว” เรื่องที่เธอกลัวมาตลอดกำลังจะเกิดขึ้น ทว่าจะไม่มีการหันหลังกลับ เธอแน่ใจว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมันเกิดจากความรัก แม้จะเป็นความรักของเธอเพียงฝ่ายเดียวก็ตาม
“ก็ดี งั้นเราก็มาทำให้มันจบๆ ไป”
ร่างบางสั่นสะท้านเมื่อฝ่ามือใหญ่สอดเข้ามาใต้ชายกระโปรงชุดนอนความยาวเหนือเข่าแล้วลูบไล้ต้นขาเปลือย ระเรื่อยขึ้นมาจนถึงเนินสะโพกแล้วลงน้ำหนักมือบีบคลึงอย่างเร้าอารมณ์
“ไม่ได้ใส่แพนตี้เหรอ?”
เขาถามเสียงสั่นพร่าและเธอก็รับรู้ได้จากริมฝีปากที่แนบชิดกันว่าเขากำลังยิ้มด้วยความพอใจ
“บราก็ไม่ใส่” เขาพร่ำพูดพึมพำขณะเลื่อนมือขึ้นมานวดเฟ้นทรวงกลมกลึงขนาดพอดีมือ “เตรียมพร้อมเพื่อผมขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” คราวนี้เขายิ้มเปิดเผย ปกติอมลรดาจะสวมชุดชั้นในนอนอยู่เสมอ ต่อให้เขาคะยั้นคะยอให้ถอดอย่างไรเธอก็ไม่ยอม แต่คืนนี้เธอยอมทำในสิ่งที่เขาร้องขอมาตลอด
ชายหนุ่มจับร่างเล็กให้พลิกตัวลงนอนหงายบนเตียงนอนแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก ก่อนจะขยับตัวขึ้นมานั่งคร่อมบนหน้าขาของหญิงสาว มือใหญ่ทั้งสองจับชายกระโปรงชุดนอนรูดขึ้นด้านบนอย่างเชื่องช้า จงใจให้ปลายนิ้วลากไล้แผ่วเบาไปตามผิวอ่อนข้างลำตัวของหญิงสาว ก่อนจะถอดมันออกทางศีรษะ เผยให้เห็นเรือนร่างบอบบางขาวผ่องที่เขาเคยจับ เคยจูบ เคยลูบไล้มาแล้วทั้งตัวแต่ก็ไม่เคยเบื่อ ตรงกันข้าม นับวันเขายิ่งหลงใหลเธอมากขึ้น จนถึงวันนี้ เขาแน่ใจแล้วว่า มันคือความรัก
อคิณหยุดนิ่งมองเรือนร่างอรชรด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเข้มข้น เขาอยากทำให้ค่ำคืนนี้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดสำหรับเธอ อยากทำให้เธอมีความสุขในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รักเธอมาก ไม่ใช่ทำเพื่อ ‘ปั๊มลูก’ ให้เสร็จสิ้นไปตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างที่เคยพร่ำพูดอยู่เสมอ และเขาก็แน่ใจว่าหลังจากผ่านคืนนี้ไปแล้ว ความผูกพันระหว่างเขาและเธอจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมันคงเป็นเรื่องยากที่เขาจะรับไว้เพียงแค่ ‘ลูก’ แล้วปล่อยให้ ‘แม่ของลูก’ เดินออกไปจากชีวิต
“กลัวหรือเปล่า” ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแนบชิดใบหูเล็ก แล้วปลอบประโลมเธอด้วยการกดจูบอ่อนโยนลงที่มุมปาก ก่อนจะรุกคืบขบเม้มดูดดึงไปตามขอบโค้งของกลีบปากนุ่มอย่างอ้อยอิ่ง
“ไม่ค่ะ” อมลรดาตอบเสียงแผ่วหวิวหลังจากเขาหยุดจูบแล้วกดหน้าผากลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของเธอเพื่อรอฟังคำตอบ
“หลังจากคืนนี้ เรื่องระหว่างเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วนะ”
“ฉันรู้” ตอบพลางโน้มคอเขาลงมาประกบแนบริมฝีปาก และเริ่มจูบเขาก่อนอย่างนุ่มนวล และถูกโต้กลับด้วยจูบดูดดื่มหิวกระหาย ราวกับห่างหายเรื่องแบบนี้มาเนิ่นนาน ทั้งที่เขาจูบเธอทุกวัน วันละมากกว่าหนึ่งครั้งด้วยซ้ำ แต่ก็ดูเหมือนเขายังไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ
ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อเขาลากจูบร้อนผ่าวลงมาจูบซับที่เนินอกก่อนจะครอบครองปลายยอดสีกุหลาบข้างหนึ่งด้วยริมฝีปาก ส่วนอีกข้างใช้ปลายนิ้วบดคลึงอย่างเร่าร้อน เขาใช้เวลาอยู่กับทรวงอกเธอเพียงไม่นานก็เลื่อนจูบลงไปตามเนินหน้าท้อง จุ่มปลายลิ้นลงบนสะดือและตวัดวนไปโดยรอบ ก่อให้เกิดกระแสร้อนผ่าววิ่งวนไปทั่วช่องท้อง ผิวหนังทั่วทั้งตัวซับสีเลือดแดงระเรื่อ และร้อนจัดราวกับจะลุกไหม้
“คุณอคิณ...” เสียงหวานร้องประท้วงแผ่วหวิวเมื่อเขาจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้แยกออก แล้วกดริมฝีปากลงบนเนินเนื้ออ่อนนุ่มกึ่งกลางร่างกาย
ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงประท้วง เพราะรับรู้ได้จากปฏิกิริยาตอบสนองว่าเธอไม่ได้ต้องการให้เขาหยุด เขาปรนเปรอเธอด้วยริมฝีปากและลิ้นอย่างชำนาญ ส่งผลให้ร่างบางบิดเร่าและสั่นระริก สองมือเล็กขยุ้มผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาไว้แน่น แผ่นหลังแอ่นโค้งขึ้นจากที่นอน สะโพกหยัดขึ้นตอบสนองการขยับเข้าออกของเรียวลิ้นสากชื้นไปตามสัญชาตญาณ ปลายเท้าทั้งสองข้างจิกเกร็ง หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งนาที ร่างบางก็กระตุกเฮือกและแตกสลายออกมาเป็นเศษเสี้ยวนับร้อยนับพัน
“ต่อไปจะเป็นของจริงแล้วนะ” อคิณดันตัวขึ้นมาจูบที่หน้าผากชื้นเหงื่อ พลางกดแนบตัวตนอันแข็งขึงและร้อนจัดลงบนเนินเนื้อเปียกลื่น จากนั้นจึงกดเข้าสู่ความอ่อนนุ่มที่อุ่นจัดทีละนิดอย่างระมัดระวัง ภายในเธอคับแน่นและบีบรัดเขาจนเจ็บหนึบ
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก