เข้าสู่ระบบอมลรดาส่งเสียงครางสั่นสะท้านเมื่อเขาเข้ามาจนสุดทางแล้วแช่ค้างไว้ชั่วขณะหนึ่งเพื่อให้เธอปรับตัว หญิงสาวเพิ่งกระจ่างแจ้งวันนี้เองว่า ‘อคิณน้อย’ ของเขาใหญ่โตมาก มากเกินไปจนทำให้เธออึดอัดและเจ็บแปลบ ทว่าเป็นความเจ็บที่แสนหวาน เป็นความทรมานที่เธอยินดีจะอดทน เพราะเชื่อว่าปลายทางที่เขาจะพาเธอไปถึงคือความสุขสมอย่างที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อน
“เจ็บมั้ย” เขากระซิบถามเสียงแตกพร่า
“นิดหน่อยค่ะ”
“ไหวนะ” ถามพลางเริ่มขยับแก่นกายเข้าออกเป็นจังหวะเชื่องช้าเพื่อทดสอบว่าเธอจะรับไหวหรือไม่
“อื้อ...ไหว...” เสียงหวานสั่นระริก ปลายเล็บตัดมนจิกลงบนแผ่นหลังหนั่นแน่นชื้นเหงื่อเพื่อระบายความเสียวซ่าน
“เก่งมาก” อคิณมอบจูบอ่อนหวานเป็นรางวัลให้แก่หญิงสาวใต้ร่างแล้วเริ่มขยับสะโพกเข้าออกจากจังหวะเนิบช้าจนเธอปรับตัวได้จึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วและแรงมากขึ้นทีละนิด จนส่งเธอทะยานไปแตะจุดสูงสุด ก่อนที่เขาจะตามไปถึงจุดเดียวกันในนาทีต่อมา เขาปลดปล่อยกระแสธารอุ่นวาบไว้ภายในกายเธออย่างไม่ลังเลใจ และแช่ค้างไว้เนิ่นนาน เพื่อให้เธอบีบรัดและรีดเร้นทุกหยาดหยดจนหมดสิ้นแล้วจึงถอดถอน
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงแล้วรั้งร่างบางที่ยังคงสั่นสะท้าน ลมหายใจหอบลึก ขึ้นมานอนหนุนแขน จูบซับที่หน้าผากเกลี้ยงเกลา เปลือกตาทั้งสองข้าง ปลายจมูก พวงแก้มสีแดงระเรื่อ และปิดท้ายด้วยจูบอ่อนหวานที่ริมฝีปากเต็มอิ่ม เขาอยากต่ออีกสักรอบ แต่เธอหลับไปแล้ว
“ผมรักคุณนะรดา” ถ้อยคำนั้นแผ่วเบาคล้ายรำพึงกับตัวเองมากกว่าตั้งใจบอกหญิงสาวในอ้อมกอด
อมลรดาขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาในตอนสายของวันต่อมาและพบว่าเตียงนอนหลังใหญ่มีเธอเพียงคนเดียวที่นอนเปลือยกายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ชายหนุ่มที่ตอนนี้เรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำแล้วว่าเป็น ‘สามี’ ของเธอลุกออกไปจากเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หญิงสาวไม่ได้คาดหวังว่าจะมีมอร์นิ่งอาฟเตอร์ที่หวานแหววให้สมกับที่เพิ่งผ่านคืนแรกมาด้วยกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกปล่อยให้ตื่นขึ้นมาตามลำพังแบบนี้
หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นนั่ง พลันรู้สึกถึงความเมื่อยขบบริเวณต้นขา และความอ่อนเปลี้ยทั่วทั้งเนื้อทั้งตัว ผิวเนื้อที่เนินอกมีรอยแดงเป็นจ้ำอยู่หลายจุด สัมผัสที่เขาสอดลึกอยู่ภายในก็ยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึกจนถึงขณะนี้ เขาพูดถูก ว่าหลังจากผ่านเมื่อคืนนี้ไปแล้ว ระหว่างเธอกับเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เธอรักเขามากขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเขาจะคิดเหมือนกันกับเธอหรือเปล่า
‘ผมรักคุณนะรดา’
อมลรดาไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่า น้ำเสียงนุ่มนวลที่ดังแว่วมาให้ได้ยินก่อนที่เธอจะผล็อยหลับไปเมื่อคืนมันคือความจริง
ฝัน...มันต้องเป็นความฝันแน่นอน!
อมลรดาลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเปิดประตูห้องนอนออกไปข้างนอก เป็นจังหวะเดียวกับที่อคิณกำลังเดินนำก้องภพเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่เยื้องกับห้องนอนพอดี
“คุณทานอาหารเช้าไปก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอผม เสร็จแล้วเก็บของ บ่ายนี้เราจะกลับกรุงเทพกัน” เขาหยุดบอกเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับก้องภพอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวยืนอึ้งอยู่ตามลำพัง เขาทำเหมือนเมื่อคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนี้ได้ยังไง
ภายในห้องทำงาน อคิณกระแทกกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างเจ็บใจเมื่อได้รับฟังรายงานจากก้องภพว่าเจษฎาหนีหมายเรียกมาสอบปากคำของตำรวจไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ก้องภพได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาจากหมวดสายฟ้าว่า ที่เจษฎาบ้าระห่ำส่งมือปืนมาลอบยิงอคิณก็เพราะจนตรอก ถูกเจ้าหนี้บ่อนการพนันบีบให้ใช้หนี้เกือบร้อยล้านภายในหนึ่งเดือน ดังนั้นเขาจึงต้องรีบกำจัดอคิณ เพื่อขึ้นเป็นประธานกรรมการบริหารโรงแรมแกรนด์ธาดา ถึงตอนนั้น เขาจะใช้เงินยังไงก็ได้
“ท่านประธานต้องระวังตัวให้มากนะครับ ผมกลัวว่าคุณเจษจะลอบกัดเหมือนเมื่อวานนี้อีก”
“ถ้ากล้าก็ให้มันโผล่หัวมา”
“ผมทราบว่าท่านประธานเอาตัวรอดได้ แต่ตอนนี้คุณเจษน่าจะรู้จุดอ่อนของท่านประธานแล้ว ท่านประธานอาจเสียทีคุณเจษได้”
“ฉันเนี่ยนะมีจุดอ่อน” อคิณหัวเราะในลำคออย่างลำพองตน
“คุณรดาไงครับจุดอ่อนของท่านประธาน เมื่อวานนี้ท่านประธานเกือบแลกชีวิตเพื่อเธอไปแล้วถ้าผมไปไม่ทัน”
อคิณนิ่งเงียบอย่างยอมรับ ใช่...อมลรดาคือจุดอ่อน เพราะเธอคือหัวใจของเขา ถ้าหัวใจถูกทำลาย แล้วเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







