LOGINอมลรดาจะดันตัวออก แต่ถูกวงแขนแกร่งโอบรัดรอบเอวเอาไว้และกดตรึงร่างกายท่อนบนของเธอให้แนบอยู่กับแผงอกกว้างอย่างแนบแน่น เพียงขยับตัวนิดเดียว ปลายถันที่อยู่ภายใต้บราเซียร์ผ้าลูกไม้เนื้อบางก็เสียดสีกับแผงอกของเขาจนร้อนวาบไปทั่วช่องท้อง หญิงสาวอยากจะบ้าตาย ทำไมร่างกายของเธอถึงได้ไวต่อสัมผัสจากเขามากถึงขนาดนี้ “คุณตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ผมไม่ได้หลับ”
“แปลว่าแกล้งหลับ”
“ฮื่อ” อคิณพยักหน้ารับทั้งที่ยังไม่คลายอ้อมกอด เขาชอบสัมผัสนุ่มนิ่มของทรวงอกอวบที่บดเบียดอยู่นี้มาก
“ทำไมต้องแกล้งด้วย”
“ถ้าไม่แกล้งจะรู้เหรอว่าคุณอยากจูบผม”
“ไม่ได้อยากสักหน่อย” คนแก้ตัวเขินจนหน้าแดงจัด “ฉันแค่ต้องการฝึกให้คล่อง จะได้ทำงานให้คุณอย่างมีประสิทธิภาพ จะได้ปิดจ๊อบเร็วๆ”
“จูบเมื่อกี้ยังไม่ดีพอ ผมให้แค่เกรดซี”
“กดเกรด” คนที่คิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้วต่อว่าหน้าง้ำ ทว่าน่าเอ็นดูเหลือเกินในสายตาคนมอง
“คุณต้องตั้งใจจูบให้มากกว่านี้ ลองอีกทีสิ”
“หือ?”
“จูบผม” เขาสั่งเสียงเข้ม พลางกระชับวงแขนแน่นขึ้น ทำให้ทรวงอกนุ่มยิ่งบดเบียดกับแผงอกของเขามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“จะเอาเปรียบกันมากเกินไปแล้วนะคุณ” อมลรดาออกแรงดันตัวเองออกจากวงแขนของอคิณอีกครั้ง คราวนี้เขายอมปล่อยแต่โดยดี
“คุณจะมาพูดว่าผมเอาเปรียบคุณไม่ได้ นี่มันเป็นงาน แล้วคุณก็รับงานด้วยความสมัครใจ คุณนั่นแหละที่กำลังบกพร่องต่อหน้าที่”
“ที่คุณพูดก็ถูก มันเป็นงานนี่เนอะ” หญิงสาวพูดเสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าเชิดรั้น กลบเกลื่อนอาการใจเต้นแรงอันเนื่องมาจากจูบเมื่อครู่นี้ “ฉันว่าเราต้องตกลงกันเรื่องขอบเขตของงานให้ชัดเจนก่อน”
“ดี เพราะผมก็ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบคุณอีกเหมือนกัน”
“ฉันขอเข้างานแปดโมงเช้า เลิกงานห้าโมงเย็น หยุดเสาร์อาทิตย์”
“คุณต้องทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด จนกว่างานจะสำเร็จ” อคิณแย้งทันที
“หมายความว่าไง”
“ก็หมายความว่า คุณต้องอยู่กับผมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จนกว่าผมจะหายเป็นปกติ แล้วทำให้คุณท้องได้น่ะสิ” อคิณพูดจบก็หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลมายื่นให้หญิงสาวตรงหน้า “สัญญาการทำงานของคุณ เซ็นซะ แล้วเริ่มงานวันนี้เลย”
“ฉันขอเวลาอ่านรายละเอียดก่อน”
“ตามสบาย ถ้าสงสัยอะไรก็ถามให้เคลียร์ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้าเซ็นแล้วคุณจะเปลี่ยนใจไม่ได้”
อมลรดาตั้งใจอ่านสัญญาอย่างละเอียด เรียกว่าอ่านทุกบรรทัด ทุกตัวอักษร สัญญาของอคิณค่อนข้างโหด เธอต้องทำหน้าที่พยาบาลจำเป็นพ่วงตำแหน่งภรรยาของเขาเป็นระยะเวลาหนึ่งปีครึ่ง ที่สำคัญ เธอจะต้องตั้งครรภ์และคลอดลูกชายให้เขาให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนดอีกด้วย หลังจากนั้น เธอ พ่อและพี่สาวจึงจะเป็นอิสระ
“ผมไม่เอาเปรียบคุณหรอก เราจะอยู่ด้วยกันแค่ปีครึ่ง หลังจากคุณคลอดลูกแล้ว ก็ถือว่าคุณทำงานสำเร็จ ผมจะปล่อยคุณไป” อคิณบอกเมื่อเห็นหญิงสาวอ่านสัญญามาจนถึงหน้าสุดท้าย
“คุณแน่ใจเหรอว่าคุณจะหายและสามารถมีลูกได้ ภายในเวลาปีครึ่ง อาการป่วยคุณมันกำหนดไม่ได้นะว่าจะหายเมื่อไหร่”
“นี่คุณ อย่ามาแช่งผมสิ” อคิณต่อว่าเสียงขุ่น ถ้าจะพูดแบบนี้ เอาปืนมายิงกันเลยดีกว่า “มันก็เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องทำให้ผมหายให้เร็วที่สุด”
“ฉันจะพยายามก็แล้วกัน”
“ถ้าคุณตกลงตามนั้นก็เซ็นสัญญาซะ”
อมลรดาหยิบปากกามาเซ็นสัญญาอย่างไม่ลังเลใจ เพราะเธอผ่านกระบวนการคิดทบทวนอย่างดีและตัดสินใจอย่างแน่วแน่มาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว “สรุปว่า เราตกลงกันเรียบร้อยแล้วนะ งั้นวันนี้ฉันกลับก่อน”
“คุณยังไปไม่ได้” อคิณคว้าหมับที่ข้อมือของคนที่ลุกขึ้นจากเตียงแล้วกำลังหมุนตัวเดินออกไป
“มีอะไรอีก”
“เมื่อวานนี้คุณยังไม่ได้เช็ดตัวให้ผม คุณต้องทำวันนี้ และเดี๋ยวนี้”
“ถามจริ๊งงง” อมลรดาลากเสียงยาวอย่างตื่นตระหนก เธออุตส่าห์ทำเป็นลืมมันไปแบบเนียนๆ แล้วเชียว แต่เขากลับจำได้
เขาจะหมกมุ่นเรื่องเช็ดตัวมากเกินไปแล้ว!
“แล้วคุณจะ...แก้...ผ้า...ด้วยหรือเปล่า” เธอถามตะกุกตะกัก เมื่อวานเขาบอกว่าจะแก้ผ้าให้เธอเช็ดตัวให้ หวังว่าวันนี้คงไม่ยืนยันคำเดิมหรอกนะ
“แน่นอน” เขาบอกหน้าตาย “แล้วคุณก็ต้องเป็นคนถอดเสื้อผ้าให้ผมด้วย”
“ทำไมฉันต้องเป็นคนถอด”
“ผมเจ็บแขน”
“เมื่อวานคุณยังถอดเองได้”
“แต่วันนี้ผมอยากให้คุณช่วยถอดให้” อคิณบอกเสียงเรียบ และเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าขยับปากจะเถียง เขาก็พูดสวนขึ้นทันที “ไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ผมเร็วเข้า”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ละค่ะ” อมลรดาแกล้งพูดเสียงสองพลางถอนสายบัวอย่างประชดประชันก่อนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ แล้วกลับออกมาพร้อมกลับอ่างน้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็กเนื้อนุ่มสีขาว เธอวางของทั้งหมดลงที่โต๊ะข้างเตียง แล้วยกมือข้างหนึ่งปิดตา ส่วนอีกข้างยื่นสะเปะสะปะไปควานหากระดุมเสื้อคนป่วย
“กระดุมอยู่ตรงนี้” อคิณจับมือเรียวนุ่มมาวางไว้ตรงกระดุมเม็ดแรกพลางออกคำสั่ง “เปิดตา แล้วหันมาถอดเสื้อให้ผมดีๆ”
“ไม่เอา” หญิงสาวส่ายหน้าพรืดทั้งที่ยังเอามือปิดตา
“เมื่อวานคุณก็เห็นหมดแล้วจะกลัวอะไร”
“ฉันไม่ได้กลัว แต่ฉัน...ฉัน...” เธออึกอักพูดไม่ออก
“คุณอะไร พูดมา” เขาคาดคั้นเสียงเข้ม
“ฉันเขิน!”
อคิณหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “ทีเมื่อกี้แอบจูบผมไม่เห็นเขินเลย”
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







