เข้าสู่ระบบ“คุณอคิณ!” อมลรดาเผลอเอามือออกจากตาแล้วหันมามองคนที่นอนมองเธอด้วยสายตาวาววับอยู่บนเตียงตาเขียวปั๊ด “ห้ามพูดเรื่องนี้อีกนะ”
“คุณนี่ตลกดีนะ อารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย เดี๋ยวก็หื่นแอบจูบผม เดี๋ยวก็ทำเป็นเขินอย่างกับสาวไร้เดียงสา”
“หยุดพูดได้แล้ว” คนที่เขินจนหน้าแดงจัดและร้อนผ่าวยกมือขึ้นตะปบปากคนพูดมาก และชักมือออกแทบจะทันที เพราะถูกไรหนวดและไรเคราเขียวครึ้มทิ่มมือจนจั๊กจี้ “ไม่ได้โกนหนวดมากี่วันแล้วเนี่ย”
“แค่วันเดียวเอง” อคิณยกมือขึ้นลูบไล้ไปตามสันกรามของตัวเอง “โกนให้หน่อยสิ”
“ใช้ฉันอีกแล้วนะ”
“แล้วจะทำมั้ย” เขาถามเสียงเข้ม ติดจะดุเล็กน้อย
“ทำเจ้าค่ะคุณเจ้านาย” ว่าแล้วก็วิ่งตื๋อเข้าไปหยิบมีดโกนและครีมโกนหนวดในห้องน้ำออกมาด้วยความรวดเร็ว อย่างน้อย การโกนหนวดให้เขาก็ทำให้เธอถ่วงเวลาการ ‘แก้ผ้า’ ของเขาออกไปได้สักสิบนาที
“ทำเป็นหรือเปล่า”
“เคยเห็นในหนัง เวลาที่นางเอกทำให้พระเอก แต่ยังไม่เคยทำให้ใคร”
อคิณแอบรู้สึกดีกับคำตอบที่ได้รับฟัง นอกจากเขาจะได้ครอบครองจูบแรกของเธอแล้ว เขายังจะได้เป็นผู้ชายคนแรกที่เธอจะโกนหนวดให้ด้วย
อมลรดานั่งเอียงตัวลงที่ขอบเตียงแล้วหยิบโฟมโกนหนวดขึ้นมามองอย่างพิจารณาครู่หนึ่งว่ามันใช้อย่างไร จากนั้นจึงทำท่าเหมือนจะฉีดโฟมลงบนหน้าอคิณ
“ทำได้แน่นะ” เขาเอียงหน้าหนีอย่างหวาดระแวง
“ไว้ใจฉันเถอะน่า ฉันว่ามันก็คงเหมือนบีบวิปครีมลงบนหน้าเค้กนั่นแหละ”
“ผมเริ่มไม่ไว้ใจคุณแล้ว” อคิณอดหัวเสียไม่ได้ ที่เธอเอาใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาไปเปรียบกับหน้าเค้ก “เพื่อความปลอดภัย คุณฉีดโฟมใส่มือตัวเองก่อน แล้วค่อยเอามาทาหน้าให้ผม”
“เรื่องมากจริง” เธอบ่นอุบอิบแต่ก็ทำตามที่เขาสั่งอย่างตั้งใจ ปลายนิ้วเรียวเล็กค่อยๆ แตะโฟมโกนหนวดจากในอุ้งมือตัวเองไปลูบไล้ตามแนวสันกรามชัดได้รูปจากด้านซ้ายไปจดด้านขวา จากนั้นก็แตะฟองโฟมลงบนไรหนวดเหนือริมฝีปากได้รูป และทันใดนั้นเธอก็ชะงักปลายนิ้ว กลั้นขำจนหน้าสั่น
“ขำอะไร” อคิณกัดฟันถามงึมงำในลำคอ ไม่กล้าขยับริมฝีปากกว้างมาก เพราะเกรงว่าฟองโฟมจะเข้าปาก
“ฟองโฟมเต็มหน้าคุณแบบนี้ เหมือนคุณลุงซานตาครอสเลย น่ารักดี” อมลรดาบอกด้วยรอยยิ้ม เธอชอบวันคริสมาสต์ที่สุด เพราะตอนเป็นเด็ก พ่อจะแต่งตัวเป็นซานตาครอส แล้วเอาของขวัญมาวางไว้ให้ที่ข้างเตียงในคืนวันคริสต์มาส ซึ่งเป็นวันเกิดของเธอด้วย แต่หลังจากแม่เสียชีวิต พ่อก็โกรธเธอมาก และไม่สนใจใยดีเธออีกเลย และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา วันคริสต์มาสซึ่งเป็นเทศกาลรื่นเริงของคนทั้งโลก ก็กลายเป็นวันที่เศร้าที่สุดสำหรับเธอ
“น่ารัก แล้วอย่าเผลอมารักผมละกัน”
“บอกตัวเองดีกว่าค่ะคุณอคิณ” เธอพูดพลางหยิบมีดโกนมากดลงบนสันกรามและลากลงมาตามกรอบรูปหน้าอย่างเบามือและระมัดระวัง กลัวใบมีดคมกริบจะบาดผิวหน้าเขาให้ได้เลือด “ฉันทั้งสวย ทั้งมีเสน่ห์ขนาดนี้ อย่ามาหลงรักฉันก่อนก็แล้วกัน”
อคิณยอมรับว่าเธอสวยมาก ยิ่งใบหน้าเรียวได้รูป โน้มอยู่เหนือใบหน้าของเขาเพียงแค่คืบแบบนี้ ความสวยของเธอก็ยิ่งชัดเจน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มของเธอส่องประกายสดใส ดูเป็นคนไม่ซับซ้อน จมูกโด่งเป็นสันอย่างเป็นธรรมชาติ ดูออกว่าไม่ได้ผ่านมีดหมอ ริมฝีปากเต็มอิ่มได้รูปให้สัมผัสนุ่มละมุนยามที่ประทับลงบนริมฝีปากของเขา
“เสร็จแล้วค่ะ”
ชายหนุ่มเพลิดเพลินกับความสวยของคนตรงหน้า จนเมื่อรู้ตัวอีกทีเธอก็โกนหนวดให้เขาเสร็จแล้ว อคิณยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองเพื่อตรวจความเรียบร้อย “ครั้งแรกถือว่าทำได้ดี ไม่ทำมีดโกนบาดหน้าผมด้วย เก่งมาก”
“ฉันไปเปลี่ยนน้ำกับผ้าขนหนูผืนใหม่ก่อนนะคะ เดี๋ยวมาเช็ดตัวให้” อมลรดาถืออ่างน้ำใบเล็กกับอุปกรณ์โกนหนวดเข้ามาวางบนเคาน์เตอร์ในห้องน้ำ แล้วยกมองมือขึ้นทาบอกตัวเองอย่างหวาดหวั่นพลางพูดกับภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ “ต้องเช็ดตัวให้เขาจริงๆ ใช่มั้ย ต้องเห็นอคิณน้อยใช่มั้ย แล้วต้อง...จับด้วยมั้ยอ้ะ”
“รดา”
“คะ...” เสียงเรียกของอคิณที่ดังลอดเข้ามาในห้องน้ำทำให้ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกพร้อมขานรับเสียงสั่น
“แค่เปลี่ยนน้ำ ทำไมนานจัง” เขาตะโกนถามเร่างเร้าเหมือนจงใจแกล้ง
“จะออกไปเดี๋ยวนี้ละค่ะ” อมลรดาตอบกลับไป แล้วรีบจัดการเปลี่ยนน้ำในอ่างใบเล็กแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่จากในตู้บิวท์อินข้างกระจกออกมา หญิงสาวมองอุปกรณ์เช็ดตัวในมือ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนเดินออกไปด้วยท่าทีมาดมั่น ทว่าใจเต้นถี่รัวไม่เป็นจังหวะ เพียงแค่คิดว่าจะต้องสัมผัสกับ ‘อคิณน้อย’ สองมือที่โอบอยู่รอบอ่างน้ำอุ่นเย็นเฉียบขึ้นมาทันที
“ถ่วงเวลาเก่งนะ” อคิณว่าอย่างรู้ทันเมื่อหญิงสาวเดินกลับออกมายืนอยู่ข้างเตียง
“ฉันเช็ดแค่ท่อนบนได้มั้ย”
เธอต่อรองเสียงอ่อยอย่างน่าเห็นใจ แต่เขาก็ไม่ใจอ่อน เพราะจะทำให้เสียการปกครองตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น เขาจึงตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ไม่ได้ คุณลองคิดดู ถ้าผมบอกให้คุณแปรงฟันเฉพาะฟันบน ห้ามแปรงฟันล่าง คุณจะโอเคมั้ย”
“บ้าสิคุณ ก็ต้องแปรงทั้งปากสิ” เธอแย้งทันที
“ผมก็ต้องการความสะอาดทั้งตัวเหมือนกัน”
อมลรดาเถียงไม่ออก ยอมยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เขาทีละเม็ดจนหมดแล้วแหวกสาบเสื้อออกจากกันอย่างช้าๆ เขาให้ความร่วมมือด้วยการดึงแขนข้างหนึ่งออก ส่วนอีกข้างที่เข้าเฝือกอยู่ เธอต้องช่วยถอดออกให้อย่างระมัดระวัง เสร็จแล้วจึงปรับเตียงให้เขาอยู่ในท่านั่งเอนหลังในองศาที่คิดว่าเขาน่าจะสบายตัวที่สุด
“คล่องเหมือนกันนี่ เคยเช็ดตัวให้ใครมาก่อนหรือเปล่า”
“นอกจากน้องหมาที่ร้านอาบน้ำตัดขนแล้ว คุณก็เป็นผู้ชายคนแรกที่ฉันเช็ดตัวให้”
แทนที่อคิณจะโกรธเหมือนเมื่อวานที่ถูกเอาไปเปรียบเทียบกับสัตว์โลกที่น่ารักอย่างสุนัข แต่วันนี้เขากลับเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “ผมเป็นคนแรกของคุณหลายเรื่องแล้วนะ”
“คะ?” อมลรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ก่อนหันไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กจุ่มลงในน้ำอุ่นแล้วบิดพอหมาด
“ผมเป็นจูบแรกของคุณ เป็นผู้ชายคนแรกที่คุณโกนหนวดให้ แล้วก็เป็นผู้ชายคนแรกที่คุณเช็ดตัวให้” เขาเอียงคอนิดหนึ่งเมื่อเธอแตะผ้าขนหนูอุ่นๆ ลงบนฐานคอแล้วเช็ดทำความสะอาดให้อย่างเบามือ
“ระหว่างที่ฉันเช็ดตัวให้คุณ ฉันว่าคุณควรอยู่เงียบๆ ฉันต้องการสมาธิ” เธอพูดโดยพยายามที่จะไม่มอง ‘นมชมพู’ ที่เด่นหราท้าทายสายตา เห็นแล้วจั๊กจี้แปลกๆ
“แต่ผมคิดว่า เราควรใช้เวลานี้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น” เขาจับมืออีกข้างของเธอที่ว่างอยู่มาวางประทับไว้ที่หน้าอกแล้วลากมือเล็กลูบไล้ไปทั่วแผงอก ต่ำลงไปถึงหน้าท้องซึ่งเป็นลอนซิกซ์แพ็กแน่นเปรี๊ยะ
“คุณอคิณ...” หญิงสาวปรามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางออกแรงเกร็งข้อมือต้านไว้ เมื่อเขาทำท่าจะสอดมือเธอเข้าไปใต้ขอบกางเกง
ให้ตายเถอะ...เขาเป็นคนเสื่อมสมรรถภาพจริงเหรอเนี่ย!
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







