Se connecter“ทุกวันสิ ไม่รู้เหรอว่าการจูบเป็นการปลุกเร้าที่มีอานุภาพแรงสูง ยิ่งจูบดีมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้มีอารมณ์มากขึ้นเท่านั้น ผมคาดหวังว่าจะกลับมาเป็นปกติให้ได้ก่อนหกเดือนนะ คุณต้องช่วยผม”
“มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วที่ต้องช่วยคุณ” อมลรดาหลับตาลงอย่างยอมรับ เธอรู้รายละเอียดของงานดีตั้งแต่ก่อนตกลงรับงานนี้แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องบ่ายเบี่ยง จึงยอมหลับตาลงแล้วรอรับจูบจากเขา
ในความมืดมิดจากดวงตาที่ปิดสนิท หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสัมผัสอ่อนนุ่มและร้อนผ่าวจากริมฝีปากของอคิณที่แตะลงบนเรียวปากของเธอ เขากดน้ำหนักลงมาอย่างนิ่มนวลแล้วผละออกสองถึงสามครั้งก่อนประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้งอย่างแนบสนิทจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน คราวนี้เขาออกแรงกดอย่างหนักแน่นกว่าเดิม ทว่ายังคงความนุ่มนวลอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
อมลรดาส่งเสียงครางแผ่วหวิวในลำคอเมื่อเขาไล้ปลายลิ้นไปตามรอยแยกของกลีบปากแล้วดุนดันริมฝีปากเธอให้เผยอขึ้นก่อนจะสอดแทรกลิ้นสากชื้นเข้ามาหยอกเย้ากับปลายลิ้นเรียวเล็กของเธอ เธอถอยหนี เขารุกไล่ เกี่ยวรัด ดูดดึงจนเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว คราวที่แล้วเขาก็จูบเธอแบบนี้ เล่นลิ้นกันแบบนี้ เนี่ยเหรอที่เรียกว่า ‘ดีพคิส’
“ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าดีพคิสเป็นยังไง” อคิณถามเมื่อถอนริมฝีปากออก และอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นหญิงสาวในอ้อมกอดหายใจหอบลึกสูดอากาศเข้าไปจนเต็มปอด เหมือนคนที่เพิ่งผุดขึ้นมาจากน้ำ แก้มเนียนใสทั้งสองข้างแดงระเรื่อ “แค่นี้ถึงกับจะขาดใจเลยเหรอ”
หญิงสาวก้มหน้างุด อยากจะต่อว่าก็พูดไม่ออก เขาเล่นจูบเธอเกือบสิบนาที ไม่ขาดใจตายกลางอากาศก็บุญแล้ว
“เงียบ แปลว่ายังไม่เข้าใจ งั้นต้องสอนอีกรอบ” ว่าพลางใช้ปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยปลายคางของอมลรดาขึ้นมา
“เข้าใจแล้ว ไม่ต้องสอนแล้ว” เธอปัดมือเขาออกแล้วเบือนหน้าหนีดวงตาสีน้ำตาลเข้มล้ำลึกมีเสน่ห์ที่จ้องหน้าเธอไม่วางตา
“ต่อไปคุณต้องเป็นคนจูบผม ทำเหมือนที่ผมทำกับคุณเมื่อกี้นี้”
“ฉันจะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” อมลรดาสูดลมหายใจเข้าลึก รอจนจังหวะหัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติแล้วจึงหยิบถ้วยไก่ดำตุ๋นยาจีนมาเตรียมป้อนเจ้านายของเธอต่อ “คุณจะทานต่อมั้ย”
“กินสิ ผมจะกินไก่ให้หมดทั้งตัว น้ำซุปสักหยดก็จะไม่ให้เหลือ”
“ท้องแตกตายกันพอดี” หญิงสาวว่าพลางป้อนไก่ดำตุ๋นยาจีนให้คนเจ็บ และโดนเขาบังคับให้กินด้วยกันจนหมดไปสองถ้วย จากนั้นจึงจัดน้ำทับทิมคั้นสดมาให้เขาดื่มอีกหนึ่งแก้วใหญ่ “ฉันขอออกไปทำธุระแป๊บนึงนะ”
“ไม่ได้ ตอนนี้คุณเป็นของผมแล้ว แล้วคืนนี้คุณก็ต้องมานอนเฝ้าผมด้วย”
“ฉันขอออกไปแค่แป๊บเดียวค่ะ ค่ำๆ ก็กลับ” เธอต่อรอง
“ธุระอะไร เดี๋ยวให้ก้องไปจัดการแทน”
“ธุระส่วนตัวที่ใครก็ทำแทนไม่ได้ค่ะ”
“สำคัญและเป็นความลับมากขนาดที่ให้คนอื่นทำแทนไม่ได้เลยเหรอ”
“เพื่อนสนิทของฉันจะมาจากอังกฤษ ฉันต้องไปรับที่แอร์พอร์ต แล้วก็ไปส่งที่โรงแรม เขาเป็นเพื่อนฉัน จะให้คนอื่นไปรับแทนได้ยังไง”
“งั้นก็กลับมาให้ทันหกโมงเย็นก็แล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะคุณเจ้านาย” หญิงสาวลุกขึ้นหยิบกระเป๋าถือขึ้นมาสะพายไหล่ แล้วรีบเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อนรดา”
“คะ?” อมลรดาที่เดินไปถึงประตูห้องแล้วหยุดชะงักและหันหน้ากลับไปมองคนเจ็บที่นั่งหน้าตาบูดบึ้งอยู่บนเตียง
“เพื่อนคุณเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”
“ผู้ชายค่ะ สายเลือดผู้ดีอังกฤษแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หล่อมว๊ากกก รวยมว๊ากกก”
อคิณใจเต้นตุบๆ โดยไม่ทราบสาเหตุหลังจากได้รับคำตอบ เขาไม่อยากให้เธอไป แต่ก็พูดไม่ออก เพราะไม่มีเหตุผลอะไรจะไปห้ามเธอ
“ฉันต้องไปแล้วนะ แล้วจะรีบกลับมาให้ทันเวลา” ว่าแล้วก็เปิดประตูเดินออกไป ทิ้งให้อคิณนั่งร้อนรุ่มอยู่คนเดียวในห้องกว้าง
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







