Masukเขาเกลียดเธอตั้งแต่แรกเห็นเพียงเพราะว่าเธอเป็นลูกติดของเมียน้อยคุณพ่อ เธอมันเป็นแค่กาฝากของบ้านหลังนี้แต่เขาไม่รู้เลยว่าทุกครั้งที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอมันกลับทำให้เขาเองที่เริ่มโหยหาจนแทบบ้า
Lihat lebih banyakบทที่1
ลูกติดเมียน้อย
ในโลกของเหล่าวงการแพทย์มักจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทุกคนยังไม่รู้ เบื้องหน้าที่ใครหลายคนเห็นว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพสีขาวที่ใคร ๆ ก็อยากได้คุณหมอหนุ่มรูปหล่อมาครอบครองทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหมอเหล่านี้คือสมบัติของชาติแต่ทว่าความเป็นจริงคนทุกคนล้วนมีดีมีเลวปะปนกันไปอาชีพหมอไม่ได้การันตีถึงนิสัยและกมลสันดานเลย
ต้นกล้าหรือคุณหมอต้นกล้าเขาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกหลังจากที่เรียนจบก็เข้าทำงานที่โรงพยาบาลของครอบครัวแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าความต้องการของต้นกล้าคืออะไรเขาไม่ได้อยากเป็นหมอไม่ได้อยากเป็นผู้บริหารเขาอยากใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปแต่เพราะว่าครอบครัวของเขาบังคับให้เขาเรียนหมอเพื่อที่จะได้กลับมาดูแลบริหารโรงพยาบาลทำให้เขาต้องจำใจยอมเรียนจนจบได้เป็นแพทย์เฉพาะทาง
วันนี้คุณหมอต้นกล้าขับรถ lamborghini สีดำเข้ามาจอดยังบ้านคฤหาสน์ของครอบครัวสายตาของเขาก็กวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อมองหาสิ่งผิดปกติ ทุกครั้งที่เขามาถึงเหล่าแม่บ้านทั้งหลายจะต้องออกมายืนต้อนรับแต่วันนี้เธอคนนั้นกับหายไป
"ข้าวหายไปไหนครับ?"
"วันนี้ยัยข้าวมีสอบค่ะน่าจะกลับค่ำเลย" เสียงของแม่บ้านตอบกลับมาไม่ทันที่ทุกคนจะเข้ามารับสัมภาระของคุณหมอต้นกล้าเขาก็หมุนตัวกลับขึ้นรถแล้วขับออกมาจากบ้านด้วยความเร็ว
บรื้นนน~
เสียงรถดัง lamborghini กระหึ่มจนใครที่ผ่านไปผ่านมายังต้องหันมามองตอนนี้รถยนต์ของคุณหมอต้นกล้ากำลังติดไฟแดงนิ้วชี้เคาะพวงมาลัยตามจังหวะเพลงเมื่อภาพของนักศึกษาสาวที่ครอบครัวเขาเลี้ยงดูผุดขึ้นมาในหัวริมฝีปากของเขาก็กระตุกยิ้มเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังมีแผนอะไรอยู่ในใจ
ต้นข้าวเป็นลูกติดเมียน้อยของคุณพ่อหลังจากที่เมียน้อยของคุณพ่อเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวคุณแม่ของเขาก็เลี้ยงดูเธอมาเป็นอย่างดีจนตอนนี้เธอกำลังเรียนมหาวิทยาลัยคณะที่เธอเลือกเรียนก็คือคณะแพทย์ว่าที่คุณหมอต้นข้าวคงไม่ไกลเกินเอื้อม
มหาวิทยาลัย N.N.O
เมื่อรถ lamborghini สีดำด้านขับเข้ามาจอดที่คณะแพทยศาสตร์คุณหมอต้นกล้าก็เปิดประตูแล้วเดินลงไปเขาสวมใส่แว่นตาสีชาที่มีเสน่ห์จนน่ามองใครผ่านไปผ่านมาต่างก็ตกตะลึงในความหล่อและความรวยของเขาผิดกับเธอคนนั้นที่ถอนหายใจเหมือนเหนื่อยหน่ายที่ต้องเจอหน้าเขาที่นี่
"สวัสดีค่ะพี่ต้นกล้า" ต้นข้าวยกมือไหว้อย่างนอบน้อมเธอกับเพื่อน ๆ รู้ดีว่าการที่คุณหมอต้นกล้ามาหาเธอถึงที่นี่นอกจากจะกลั่นแกล้งทำให้เธออับอายเขายังตอกย้ำทุกครั้งว่าเธอเป็นลูกติดเมียน้อยของคุณพ่อเขา
"ฉันเช็กกับอาจารย์ของเธอจนรู้ว่าเธอสอบเสร็จตั้งแต่ 3 โมงเย็นแต่เธอแจ้งแม่บ้านว่าเธอสอบเสร็จตอนค่ำถ้าคิดจะเถลไถลทำตัวเหลวไหลเหมือนแม่ของเธอก็ช่วยเก็บข้าวของออกไปจากบ้านฉันด้วย"
"ข้าวไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลยนะคะ ข้าวสอบเสร็จ 3 โมงเย็นก็จริงแต่ข้าวก็มีงานที่ต้องทำกับเพื่อนเลยบอกเวลาเผื่อไว้"
"แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าเธอทำงานกับเพื่อนจริงๆ?"
"พี่ต้นกล้าคะพวกหนูเป็นพยานได้ค่ะหนูมีงานที่จะต้องทำส่งอาจารย์ในวันพรุ่งนี้มันเป็นงานกลุ่มพวกหนูเลยต้องอยู่ช่วยกันที่มหาวิทยาลัย บ้านพวกหนูอยู่ไกลกลัวว่าจะเดินทางลำบากจะไปทำที่บ้านของพี่ ข้าวมันก็ยิ่งเกรงใจกลัวว่าพวกหนูจะไปรบกวนก็เลยเลือกที่จะที่ทำมหาวิทยาลัยค่ะ" ส้มพยายามอธิบายให้คุณหมอต้นกล้าเข้าใจว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวมันเป็นยังไงแต่ดูเหมือนว่าคุณหมอต้นกล้าจะไม่เชื่อ
"จริง ๆ พี่ก็ไม่อยากใส่ใจเรื่องนี้หรอกนะ พวกน้องก็น่าจะรู้ว่าต้นข้าวเป็นลูกเมียน้อยตอนนี้แม่ก็ตายตัวเองอาศัยข้าวอาศัยเงินที่ครอบครัวของพี่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงถ้าเกิดมีเรื่องเสียหายขึ้นมามันไม่ใช่แค่เพื่อนน้องที่จะเสื่อมเสียแต่ตระกูลของพี่ก็จะเสื่อมเสียไปด้วย"
"มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ ข้าวแค่อยู่ทำรายงานกับเพื่อนถ้าไม่เชื่อพี่ก็ดูเอกสารพวกนี้แล้วก็หนังสือที่ข้าวไปยืมมาจากห้องสมุด!"
เธอแทบจะโยนเอกสารและหนังสือที่ไปยืมมาจากห้องสมุดใส่หน้าคนตรงหน้าแต่เพราะว่าเขาเป็นถึงลูกเจ้าของบ้านลูกเจ้าของโรงพยาบาลและพ่อของเขาก็มีพระคุณกับเธอส่งเสียให้เธอเรียนคณะแพทย์ตามที่เธอตั้งใจเธอจึงไม่อยากทำตัวให้เขาว่าไปมากกว่านี้
สุดท้ายวันนี้เธอก็ต้องพาเพื่อน ๆ มาทำรายงานที่บ้านของคุณหมอต้นกล้าแต่เธอกับเพื่อน ๆ ได้นั่งรถแท็กซี่กลับมาส่วนตัวการสำคัญขับรถ lamborghini สุดหรูเปิดประทุนเข้าบ้านอย่างสบายใจ
ต้นข้าวพาเพื่อน ๆ มานั่งที่สวนหลังบ้านเพื่อใช้ความสงบในการทำงานเพื่อน ๆ ของเธอหันซ้ายหันขวามองดูคฤหาสน์หรูใจกลางเมืองแล้วนึกอิจฉาไม่คิดว่าเข้ามาด้านในแม้แต่ห้องน้ำของแม่บ้านก็หรูหรายิ่งกว่าห้องนอนของพวกเธอ
"ข้าวแล้วแกนอนห้องไหนฉันอยากรู้ว่าห้องนอนของแกจะเหมือนห้องนอนของเจ้าหญิงไหม" ตุ๊ต๊ะทำท่าเพ้อฝันจนเพื่อน ๆ ส่ายหน้าให้กับจินตนาการสุดล้ำเลิศของเธอ
"นี่ตุ๊ต๊ะการที่เจ้าของบ้านไปด่าฉันถึงมหาวิทยาลัยเธอคิดว่าเขาจะให้ฉันนอนห้องนอนสุดหรูเหมือนในนิยายหรือไง แค่ฉันมีที่ซุกหัวนอนก็เป็นพระคุณแล้ว"
"นั่นสิดูก็รู้ว่าหมอต้นกล้าโคตรจะไม่ชอบยัยข้าวเลยแต่ช่างเถอะอนาคตแกได้เป็นหมอเมื่อไหร่แกจะได้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกแต่ตอนนี้แกยังต้องอาศัยบุญบารมีของครอบครัวนี้อยู่อดทนไปก่อนนะเพื่อนรัก"
คงมีแต่ส้มที่เข้าใจว่าต้นข้าวต้องเจออะไรบ้างทั้งสามช่วยกันนั่งทำงานจนถึงเวลา 19:00 น ทุกคนเริ่มไม่ไหวสายตาเริ่มเหนื่อยล้าถึงแยกย้ายกันกลับโดยที่ต้นข้าวเดินออกมาส่งเพื่อน ๆ ทั้งสองขึ้นรถแท็กซี่ เมื่อเธอหันกลับเข้ามาในบ้านก็เจอกับสายตาของใครบางคนที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ตรงน้ำพุวงเวียนหน้าบ้าน
"พี่ต้นกล้ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะทำไมมายืนอยู่ตรงนี้"
"นี่มันบ้านฉัน ฉันจะเดินไปไหนจะทำอะไรต้องรายงานเธอด้วยหรือไง?"
"เปล่าค่ะข้าวไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นพอดีข้าวแค่ตกใจนึกว่าพี่ต้นกล้าจะใช้ให้ข้าวทำอะไรให้"
"เธออย่าสำคัญตัวเองให้มันมากนักเลย ฉันแค่เดินออกมาสูดอากาศหายใจไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่ จะไปไหนก็ไปเถอะเห็นเธอและฉันนอนไม่หลับ"
"ขอโทษนะคะแต่เรื่องนี้ข้าวไม่ได้ผิดการที่พี่จะนอนไม่หลับมันเป็นปัญหาของพี่ไม่ใช่ของข้าวค่ะ!"
พูดจบเธอก็เดินหนีเข้าบ้านปล่อยให้คุณหมอต้นกล้ามองตามด้วยความโมโหวันนี้เขาปั่นประสาทเธอจนเธอไม่มีสมาธิที่จะทำงานวันพรุ่งนี้รับรองว่าเขาจะเล่นงานเธอให้หนักกว่าเดิม
บทที่ 25ปรับความเข้าใจ ตอนจบเสียงร้องของต้นข้าวทำให้ต้นรักได้ยินเธอตื่นขึ้นมาเมื่อเห็นว่าในห้องไม่มีใครอยู่จึงเปิดประตูออกมาแล้วตรงไปยังห้องครัวตอนนี้คุณพ่อต้นกล้ากำลังทายาให้คุณแม่ของเธอ"คุณแม่เป็นแผลเหรอคะ?""ใช่แล้วครับคุณแม่ถูกน้ำร้อนกระเด็นใส่""คุณแม่ต้องทายานะคะจะได้ไม่เป็นแผลค่ะ""ถ้าอย่างนั้นคุณหมอต้นรักต้องดูแลคุณแม่แล้วนะคะ^^""ฮ่าๆๆ ต้นรักเป็นคุณหมอค่ะ^^"ทั้งสามคนนั่งหัวเราะชอบใจจนถึงเวลาทานข้าวต้นรักก็ทานข้าวได้เยอะขึ้นแม้แขนจะเจ็บหนึ่งข้างแต่เธอก็สู้ไม่กลัวอะไรง่าย ๆ ทานข้าวเสร็จก็มานอนดูหนังด้วยกันที่โซฟาทั้งสามคนนั่งคุยกันดูหนังไปด้วยทานขนมป๊อปคอร์นไปด้วย"ต้นรักอยากมีบ้านแบบนี้ค่ะบ้านหลังใหญ่ ๆ มีสระน้ำด้วย""แต่ที่บ้านคุณพ่อก็มีสระน้ำนะครับ" คุณหมอต้นกล้าออกความคิดเห็นเผื่อว่าลูกสาวจะอยากกลับไปอยู่กับเขาที่บ้านบ้าง"แต่ที่บ้านคุณพ่อมีคุณย่านี่คะ"ทั้งสองไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเลยต้นรักยังคงกลัวคุณย่าเรื่องนี้ต้นข้าวเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะต้นรักฝังใจกับเหตุการณ์วันนั้นไปแล้วเวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดทั้งสามคนเดินทางมายังบ้านคฤหาสน์ของคุณท่านมาถึงแม่บ้านต่างก็ออกม
บทที่24ต้นรักกลัวคุณย่าสิ่งที่คุณหมอต้นกล้าพูดออกมาเขาทำจริงทุกอย่างเมื่อต้นรักตื่นขึ้นมาเขาก็ดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิดดูแลตลอดทุกอย่างแม้แต่เรื่องอาหารเขาก็เป็นคนดูแลจัดการส่วนต้นข้าวเธอได้แต่นั่งมองการกระทำของคุณหมอต้นกล้ามองความพยายามของเขาตลอดเวลา"ต้นรักเดี๋ยวตอนเย็นคุณปู่กับคุณย่ามาหานะคะ" ต้นกล้าพูดขณะที่เขากำลังป้อนข้าวลูกสาวแต่ลูกสาวหันมามองหน้าเขาด้วยความตกใจ"คุณปู่มาได้ค่ะแต่คุณย่าห้ามมา น่ากลัวเกินไปค่ะ" เด็ก 3 ขวบพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจังคุณหมอต้นกล้าจึงยิ้มตอบแล้วลูบหัวอย่างเอ็นดู"ต้นรักไม่อยากให้คุณย่าเข้ามาขอโทษหรือคะ""ไม่ค่ะต้นรักยังไม่พร้อมเจอ" พูดจบเธอก็หันไปดูการ์ตูนบน iPad ของเธอต่อถึงเวลาที่คุณท่านเดินทางมาถึงโรงพยาบาลก็มีเพียงคุณท่านเดินเข้ามาดูแลหลานเพียงคนเดียวส่วนคุณหญิงนั่งรออยู่หน้าห้องบางครั้งก็แอบมองที่ช่องกระจกพอเห็นหลานสาวมองมาก็รีบหลบทันที จนวันที่ต้นรักได้ออกจากโรงพยาบาลคุณหญิงก็ทำได้แค่แอบมองหลานสาวอยู่ห่าง ๆ"เราจะไปที่ไหนกันคะคุณแม่" ต้นรักมองไปตามท้องถนนที่มีรถผ่านไปผ่านมาสัญจรกันพลุกพล่าน"ถามคุณพ่อสิคะ""คุณพ่อขา คุณพ่อจะพาต้นรักไปที่ไหนคะ""
บทที่ 23 ต้นรักถูกรถชนต้นข้าวรีบมาดึงลูกสาวออกมาตอนนี้คุณหญิงกำลังพาลด่าทุกคนเธอไม่อยากให้ลูกมารับรู้เรื่องนี้จึงตัดสินใจที่จะพาลูกสาวกลับแต่เหมือนคุณหมอต้นกล้าจะไม่ยอมเขากลัวว่าเธอจะไปแล้วไปรักไม่กลับมาหาเขาอีก"ข้าวอย่าเพิ่งพาลูกไปได้ไหมพี่อยากอยู่กับลูกพี่อยากอยู่กับข้าวบ้างที่ผ่านมาพี่ทำผิดกับข้าวมาโดยตลอดให้โอกาสพี่สักครั้งได้ไหมให้พี่ได้ทำหน้าที่พ่อ พี่อยู่ไม่ได้จริง ๆ ข้าว""ต้นกล้า! ลูกจะไปอยู่กับมันทำไมต้องอยู่กับแม่สิอีข้าวมึงออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้เอาลูกของมึงออกไป!!!""แงงงงง ต้นรักจะกลับบ้าน แง แงงง"ต้นข้าวไม่รอช้าเธออุ้มต้นรักได้ก็รีบวิ่งออกมาจากบ้านด้วยความเร็วทำให้คุณหมอต้นกล้าวิ่งตามออกมาตอนนี้ต้นข้าวขับรถออกมาจากบ้านโดยที่คุณหมอต้นกล้ายังวิ่งตามไม่หยุดเขาร้องไห้ทุบกระจกให้เธอจอดรถแต่เธอก็ไม่ยอมจอดเมื่อรถของต้นข้าวออกมายังถนนใหญ่คุณหมอต้นกล้าก็ยังคงวิ่งตามเขาไม่ได้ดูซ้ายดูขวาตอนนี้มีรถมอเตอร์ไซค์ขับเข้ามาด้วยความเร็วจนเฉี่ยวชนคุณหมอต้นกล้าเขาล้มลุกคลุกคลานเนื้อตัวถลอกแต่ก็ยังคงวิ่งตาม ต่อให้เลือดไหลทั้งแขนทั้งขาเขาก็ยังกระเสือกกระสนวิ่งตามรถของเธอ"คุณแม่ขาจอดรถสิ
บทที่ 22ต้นรักมีพ่อช่วงเย็นต้นข้าวรีบขับรถกลับมาบ้านเพื่อมารับลูกสาวไปยังคอนโดของเพื่อนแต่เมื่อมาถึงเธอก็เห็นรถของคุณหมอต้นกล้าจอดอยู่แถมลูกสาวยังวิ่งเล่นอยู่ที่สนามหญ้ากับเขาอีกเธอไม่รู้จะพูดยังไงไม่รู้จะทำอะไรก่อนเมื่อคุณหมอต้นกล้าหันมาเห็นเธอเขาก็รีบอุ้มลูกสาวแล้วเดินตรงมายังรถของเธอทันที"ใช่รถคุณแม่ไหมคะ?" พูดจบเขาก็หอมแก้มลูกสาวอีกครั้งยิ่งเวลาพ่อลูกได้อยู่ด้วยกันใบหน้าของทั้งสองมันเหมือนถอดกันมาเลย"ใช่ค่ะ รถของคุณแม่ต้นรักเองต้นรักบรื้น ๆ ค่ะ^^"ต้นข้าวตัดสินใจเปิดประตูลงมาไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต้นรักก็รีบอ้าแขนโอบกอดเธอทันทีเมื่อเธอรับลูกสาวเข้ามาสวมกอดเธอจึงเห็นน้ำตาของคุณหมอต้นกล้าทำให้เธอต้องหลบสายตาของเขาเธอไม่อยากเห็นไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น"วันนี้พี่ลงมือทำกับข้าวเองเลยนะอยากให้ข้าวลองชิมดู""ข้าวต้องรีบกลับค่ะพอดีมีธุระด่วน""แต่พี่กับลูกตั้งใจทำเลยนะ" น้ำเสียงของความสิ้นหวังมันทำให้ต้นข้าวจ้องมองเข้าไปอย่างดวงตาคู่นั้นเขาดูเจ็บปวดมากคงจะเหมือนกับเธอที่เคยเจ็บปวดแตกสลายมานับครั้งไม่ถ้วน"ใช่ค่ะต้นรักลงมือทำกับคุณลุงเลยนะ""พี่ไม่กล้าให้ลูกเรียกพ่อพี่กลัว ฮึก!""ก็ดี