LOGINมู่ชิงเฟิงควบม้าออกไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น เขาเกลียดมู่หรงเยี่ยนก็แค่ซื่อจื่อจวนอ๋องคนหนึ่งกลับถูกเสด็จพ่อแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ฉินอ๋องให้ เดิมตำแหน่งฉินอ๋องควรเป็นของโอรสสายตรงแต่กลับยกให้หลานชาย ทำให้องค์ชายเช่นเขาต้องคุกเข่าให้น่ารังเกียจจริงๆ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าความสัมพันธ์ของเขากับจวนเสนาบดีนั้นเปราะบางไม่ได้แน่นแฟ้นเช่นแต่ก่อน เรื่องที่เวินอี้โหรวดึงดันจะตามมาและทำให้คนเคร่งครัดระเบียบอย่างมู่หรงเยี่ยนและเว่ยจื่อชวนไม่ชอบนั้นทำให้เขาไม่พอใจจวนเสนาบดีไปด้วย หึ!...รอให้ถึงลานล่าสัตว์ก่อนเถอะ ข้าจะให้ฉินอ๋องแห่งต้าฉู่หายไปจากแผ่นดิน ส่วนเว่ยจื่อชวนที่เงียบมาตลอดเมื่อมู่ชิงเฟิงจากไปไกลแล้วก็เอ่ยกับมู่หรงเยี่ยน้ำเสียงแผ่วเบา"ดูท่าเขาคิดจะลงมือกับพระองค์เช่นกัน""ข้าเป็นเพียงอ๋องคนหนึ่งที่ฝ่าบาทพระราชทานตำแหน่งเพื่อสะดวกในการตรวจสอบทุจริตขุนนางเท่านั้น""พวกเขารู้ว่าเจียงเฟยหรงและเฉินหลงเทียนมีฝีมือ แต่กลับไม่เคยเห็นพระองค์ชักกระบี่ นี่คือข้อได้เปรียบหากปะทะกัน""เจ้าเล่าอาชวน กระบี่ขึ้นสนิมหรือยัง ไม่ได้ออกจากฝักมานานแล้วนี่""ดูเหมือนครั้งนี้จะได้ทดลองว่ายังคมพอตัดหัวค
กระทั่งยามโฉ่วคนของมู่หรงเยี่ยนก็กลับมา พร้อมกับจดหมายที่คัดลอกมาจากฉบับจริง มู่หรงเยี่ยนอ่านอย่างตั้งใจ มีกระดาษสองแผน กระดาษแผ่นแรกคือหนังสือตัดความสัมพันธ์ที่สกุลหยางเขียนให้หยางหมิงลงนามโดยผู้อาวุโสทั้งหมดของตระกูลสิบเจ็ดคน อีกฉบับเป็นจดหมายจากบิดาของเขา "อาหมิง..ที่ข้าเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นฉบับเดียวและจะฉบับสุดท้าย ก่อนที่เจ้าจะเข้าเมืองหลวงมาเรียนต่อเพื่อสอบขุนนาง ข้าขายที่นาดีจนหมด เจ้าสองผัวเมียบอกว่าหากเอาเสี่ยวจูไปด้วยเกรงว่านางจะลำบาก พอจะใช้ประโยชน์จากการแต่งงานของนางก็มารับนางไปบอกจะให้ชีวิตที่สุขสบาย แต่เจ้ากลับทำตรงกันข้ามกับที่พูด ชีวิตตาแก่ยายแก่อย่างข้าสองคนผัวเมียไม่มีบุตรชายอย่างเจ้า คนที่ผลักไสบุตรสาวตนเองให้ตกนรก เสี่ยวจูของข้ากลับมาพร้อมบุตรในครรภ์ นางต้องกล้ำกลืนเพียงใดกับสายตาชาวบ้านที่มองมา ข้าไม่อับอายใดๆหลานข้ากับลูกของนางข้ากับเมียข้าเต็มใจเลี้ยง ส่วนเจ้าในเมื่อรับคนอื่นเป็นพ่อแม่แล้วก็อย่าได้หวนกลับมาเหอซานอีก ที่นี่ไม่ต้อนรับเจ้า บอกเมียเจ้าด้วยท่านยายของเสี่ยวจูนางกตัญญูต่อท่านยายนางและเลี้ยงดูอย่างดี มารดากับบิดาหลานสาว
มู่หรงเยี่ยนวางแผนการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทางด้านเว่ยจื่อชวนเองก็แสดงท่าทีเอาแต่สอนหนังสือให้กับบัณฑิตรุ่นใหม่ๆเพื่อเตรียมสอบคัดเลือกในปีหน้า ด้วยฐานะราชครูของเขาคนมองเพียงว่าเขาเป็นคนคร่ำครึวันๆเอาแต่ตำรา ในสายตาคนอื่นที่ทองเห็นนอกจากคุณหนูเฉินโหรวโหรวก็ไม่มีเรื่องใดมาสั่นคลอนเขาได้อีก หวังเสี่ยวไช่เข้ามาหาเขาใบหน้างอเล็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน"ใต้เท้า...ข้าต้องลางานสักพักขอรับ""ลางาน!!...เจ้าจะไปไหนอีกเจ็ดวันต้องออกเดินทางไปลานล่าสัตว์แล้ว""ทางบ้านให้ไปจัดการเรื่องเงินปันผลของปีนี้ เดิมไม่อยากไปแต่ท่านพ่อบอกว่าหากไม่ไปอีกท่านปู่และเขาจะไม่ยอมรับเมียที่ข้าหาเอง""เจ้าหมายความว่าตาแก่หวังท่านปู่ของเจ้ารู้แล้วหรือว่าเจ้าได้เมียแล้วน่ะ""พวกเขาไม่ได้โง่เหมือนพวกขุนนางเมืองหลวง ไม่ว่าข้าจะทำอะไรพวกเขาก็รู้""รู้ถึงขั้นไหนเล่า""รู้ว่าข้ากับซิ่วซิ่วเป็นผัวเมียกันแล้วขอรับ""อ้อ...งั้นเจ้ก็ไปเถอะรีบไปรีบมา ดูท่าเงินปันผลคงจะเยอะสินะ ใครใช้ให้บ้านเจ้าร่ำรวยเสียกว่าท้องพระคลังสามแคว้นกันล่ะ คนนอกไม่รู้แต่ฝ่าบาททรงรู้ มิใช่ว่ารีดไถบ้านเจ้าประจำหรอกหรือ""จะว่าไปข้าน้อยก็ไ
หลินอี้เหมี่ยนเอ่ยอย่างเจ็บแค้น ความเคียดแค้นนี้นางเก็บมานานถึงเจ็ดปีหลังจากที่หมอตำแยมาสารภาพก่อนตาย ก่อนจะเอ่ยต่อ"หลินเว่ยฉี เพราะมารดาข้างดงามจนทำให้มารดาเจ้าอิจฉาที่ท่านพ่อโปรดปรานนาง เจ้าเกรงว่าเพราะหน้าตาของข้าที่คล้ายท่านแม่จะได้การแต่งงานที่ดีกว่าเจ้ารับไม่ได้ที่ท่านพ่อจะส่งข้าเข้าวัง เจ้าอาศัยความเป็นบุตรภรรยาเอกบังคับแต่งข้ามาเป็นสินเดิมเพื่อเหยียบย่ำข้าใต้ฝ่าเท้าเจ้า เจ้ากับมารดาเจ้ามันไม่ใช่คน นางงูพิษ"หลินอี้เหมี่ยบนหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ยต่อด้วยอารมณ์ที่ต้องการระบาย "เจ้ารู้หรือไม่เจียงเฟยซินทำไมถึงได้เกิดมา ก็เพราะยาแท้งบุตรที่เจ้าให้มาข้าเปลี่ยนเป็นยาบำรุงให้อนุสวี ฮูหยินผู้เฒ่ารู้มานานแล้วว่าเจ้ามันอำมหิตนางถึงไม่ยอมให้เจ้าดูแลอนุสวี นางเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่งของฮูหยินผู้เฒ่า ในเมื่อไม่อาจจัดการสันดานเจ้าชู้ของบุตรชายได้ แต่ปกป้องนางกับเด็กในท้องมิใช่ไม่ได้"หลินเว่ยฉีหน้ายิ่งซีด เจียงเฉิงโยนกระดาษลงไปให้ ในนั้นคือปลดนางออกจากภรรยาและขับไล่ออกจากตระกูล ส่วนเจียงเฟยเฟยและเจียงเฟยหยางถูกถอดออกจากผังตระกูล เจียงปู่หยวนเอ่ยกับน้องชายที่นั่งหน้าแดงสลับเขียวมอ
ภายในห้องที่เงียบสงบ มู่หรงเยี่ยน เว่ยจื่อชวน เจียงเฟยหรงและเฉินหลงเทียนนั่งปรึกษากันด้านใน ทั้งสี่รับรู้ว่าสองคนชั่วนั้นวางแผนอะไรแต่ตอนนี้ไม่อาจบอกกับฮ่องเต้ได้ทุกอย่าง เพื่อให้พระองค์ช่วยเล่นละครจนสุดทางบางอย่างจำเป็นต้องปิดบังไว้ก่อน เฉินหลงเทียนบอกทั้งสามคนว่าป้ายปลอมหายไปแล้ว"นางขโมยป้ายไปแล้ว แต่จะทำอะไรได้ คนที่เหลือรอดจากราชวงศ์เก่ายามนี้ไม่มีเหลือแล้ว ท่านทวดของยายทวดนางเป็นเพียงสาวใช้ที่อดีตฮ่องเต้องค์สุดท้ายของแคว้นเซี่ยมีสัมพันธ์จนมีท่านยายทวดนางออกมา หากนับไปเกินสามร้อยปีแล้วกระมัง คนเก่าแก่ไหนเลยจะหลงเหลือ มีเพียงนางที่ยังทะเยอทะยานคิดว่าตนเองเป็นองค์หญิงสูงส่ง""นางอาจรวบรวมได้สักพันสักหมื่นกระมัง"เว่ยจื่อชวนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ มู่หรงเยี่ยนยกชาขึ้นจิบก่อนจะเอ่ย"ที่ห่วงคือกองกำลังมู่ชิงเฟิง ไม่รู้เขามีเท่าไหร่ ที่ข้าตรวจสอบได้เหมือนจะมีประมาณแปดหมื่นคน""ท่านอ๋อง..กระหม่อมจะเอาคนมาซุ่มที่ลานล่าสัตว์ไว้ก่อนสักสามหมื่นคน"เจียงเฟยหรงเอ่ยขึ้นมา แต่มู่หรงเยียนยกมือขึ้นห้ามก่อนจะเอ่ยกับเขา"สามหมื่นคนไม่ใช่น้อย ยามที่ต้องเคลื่อนไหวไม่อาจปกปิดได้แนบเนียน
เมืองหลวงจวนสกุลเฉินเฉินโหรวโหรวยกถ้วยยาเข้ามาด้านในตามเช่นเคย เฉินหลงกำลังนั่งอ่านหนังสือราชการอยู่ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองหลานสาว ทว่ากลับส่งเสียงไอออกมาหนักๆ"แค่ก! แค่ก! แค่ก!" ชายชรายกมือขึ้นกุมหน้าอกตนเองด้วยสีหน้าทรมานเฉินโหรวโหรวเดินตรงเข้ามาหา วางถ้วยยาลงด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวาน"ท่านปู่ สุขภาพท่านไม่ค่อยดี หลานต้มยาบำรุงมาให้... ท่านดื่มยาสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ"เฉินหลงเงยหน้าขึ้น ที่มุมปากมีหยาดเลือดสีเข้มซึมออกมาเล็กน้อย เฉินโหรวโหรวทำท่าทางตกใจตระหนกตกใจ ก่อนจะเอ่ยกับชายชราเสียงลนลาน"ท่านปู่!! ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ เหตุใดจึงไอจนมีเลือดออกเช่นนี้ เดี๋ยวหลานจะรีบไปตามหมอประจำจวนมาตรวจอาการท่านนะเจ้าคะ"เฉินโหรวโหรวแสร้งทำท่าทางตกใจก่อนจะตะโกนเรียกคนรับใช้ด้านนอกให้ไปตามหมอ ทว่าเฉินหลงเทียนกลับเดินเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับชายชราในชุดสีเทาผู้หนึ่ง ชายชราผู้นั้นสะพายล่วมยาเดินตามเข้ามาติดๆ ก่อนที่เฉินหลงเทียนจะเอ่ยขึ้น"ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอกโหรวเอ๋อร์ ข้าบังเอิญพบกับหมอเทวดาเสิ่นพอดีช่วงนี้อาการของท่านปู่ไม่ค่อยดี นอนหลับยากและไม่เจริญอาหาร ข้าจึงขอร้
หยางหมิงจูที่กินอิ่มนอนหลังอยู่ๆก็ถูกปลุกขึ้นมา ร่างสูงนั่งลงก่อนจะบีบแก้มนางดึงไปมาเพื่อให้ตื่น คนตัวเล็กหงุดหงิดที่ถูกกวนตอนนอนและจำไม่ได้ว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นจึงยกเท้าถีบเข้าเต็มแรง มู่หรงเยี่ยนถึงกับตกเตียงลงไปก้นจ้ำเบ้า ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปที่เตียงแล้วจ
เมื่อสั่งคนของตนเรียบร้อยมู่หรงเยียนก็สะบัดแขนเสื้อจากไป แต่ทว่าบ่าวไพร่กับยิ้มเย้ยที่นางมาเองก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับไป ส่วนหยางหมิงจูมองไปยังบ่อน้ำที่ถีบสาวใช้ลงไปยิ้มมุมปากเงียบๆ“ชุ่ยชุ่ยกลับเถอะ”“หม่อมฉันไร้ความสามารถไม่อาจหาข้าวสักคำให้พระนางได้”“เด็กโง่ เมื่อไหร่กันที่เจ้าต้องมาเลี้ยงดูข้า ก
เรือนร้างหลังตำหนักยามนี้เอมี่ยอมรับว่าตัวเองคือหยางหมิงจู คุณหนูใหญ่สกุลหยาง บุตรสาวที่บารังเกียจ มารดาไม่ใส่ใจนางรักเพียงบุตรสาวคนรองและบุตรชายคนเล็ก เพราะยามนั้นหยางหมิงยังเป็นเพียงบัณฑิตยากจน เขากับหลิวกุ้ยเหลียนดิ้นรนกว่าจะเดินทางมาสอบได้ทิ้งหยางหมิงจูเอาไว้ที่ชนบทกับท่านปู่ท่านย่า กว่าจะไป
จวนสกุลเว่ยเสียงอื้ออึงในเรือนทำเอามินนี่นอนอุดหูอยู่ในห้องถึงกับต้องลุกขึ้นมา เธอตื่นมาในร่างนี้ได้สองวันแล้ว จากความทรงจำยายนี่ตบตีกับผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนจะมีตำแหน่งเป็นพระชายาอ๋องคนหนึ่ง ทั้งสองคนตีกันจนตกน้ำตกท่า เดิมหยางหมิงจูคนนั้นต้องแต่งกับเว่ยจื่อชวนราชครูเย็นชาคนนี้ แต่ไม่รู้ท







